Jump to ratings and reviews
Rate this book

ฟอลคอนแห่งอยุธยา

Rate this book
ฟอลคอนเกิดมาอาภัพ เป็นลูกผสมที่ผู้คนรังเกียจ ชีวิตของเขาต้องต่อสู้อย่างทรหด เขาออกทะเลร่อนเร่ไปกับเรือสินค้า ห่างบ้านเกิดเมืองนอนมาไกลโพ้น สู่ทวีปเอเชียที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ

จากเสมียนสู่พ่อค้า และจากพ่อค้าสู่ขุนนางแห่งอยุธยา

ฟอลคอนกลายเป็นขุนนางคนโปรด ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ รับใช้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชอย่างใกล้ชิด เรืองอำนาจจนหาใครอื่นในอยุธยาทัดเทียมได้ยากยิ่ง

หากแต่อำนาจมักมาพร้อมความรับผิดชอบมากล้น

ฟอลคอนต้องเจรจากับผู้คนหลากหลายอย่างมีชั้นเชิง ด้วยคำพูดที่ทั้งอ่อนโยนและแข็งกร้าว ทั้งอ่อนน้อมและเหยียดหยาม ทั้งปลอบโยนและข่มขู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ

แต่เพื่อยังประโยชน์แก่อยุธยา สมเด็จพระนารายณ์ หรือตัวเขาเองกันแน่

เราขอให้ผู้อ่านเป็นผู้ตัดสิน...

560 pages, Paperback

Published October 1, 2015

5 people are currently reading
50 people want to read

About the author

Claire Keefe-Fox

6 books2 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
6 (33%)
4 stars
3 (16%)
3 stars
5 (27%)
2 stars
4 (22%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 2 of 2 reviews
Profile Image for Ploy.
4 reviews2 followers
January 8, 2017
"ฟอลคอนแห่งอยุธยา" เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่เราจะจัดประเภทว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง ถ้าเรื่อง "รุกสยาม" เป็นเรื่องที่เล่าจากมุมมองชาวฝรั่งเศส นิยายเรื่องนี้ก็จัดว่าเป็นเรื่องเล่าจากมุมมองของฟอลคอนหรือออกญาวิไชเยนทร์ ชาวกรีกที่เข้ามารับราชการสมัยพระนารายณ์โดยไต่เต้าจากการเป็นลูกเรือในเรือพาณิชย์สัญชาติอังกฤษ ดั้นด้นไปมาและเผชิญความเสี่ยงทั้งหลายในแถบเมืองต่างๆของอินเดีย ก่อนจะจับพลัดจับผลูมายังสยาม ผูกมิตรกับพระคลัง และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยการเป็นที่ปรึกษาและเสนาบดีให้กับกษัตริย์

ในสมัยของพระนารายณ์ที่นับว่าเป็นสมัยหนึ่งที่การค้าขายและปฏิสัมพันธ์กับต่างชาติรุ่งเรืองอย่างมาก สยามเนื้อหอมกับการเป็นที่ค้าขายและเผยแผ่ศาสนา เช่นเดียวกับความสนใจส่วนพระองค์ต่อเทคโนโลยีและวิทยาการตะวันตก ช่วงเวลานั้นทั้งฮอลันดา, โปรตุเกส, อังกฤษ, ฝรั่งเศส ต่างแข่งขันกันที่จะผูกขาดการค้าและเผยแพร่ศาสนาของตนในดินแดนสยาม แต่เรื่องกลับจบลงที่ความไม่มั่นใจของชาวเมืองต่อศาสนาใหม่ กลัวกษัตริย์จะเข้ารีตศาสนาคริสต์และเลิกนับถือศาสนาพุทธ การแย่งชิงอำนาจในปลายรัชกาลจึงเกิดขึ้น พระเพทราชาขึ้นสู่อำนาจพร้อมกับการสวรรคตของพระนารายณ์

คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือออกญาวิไชเยนทร์จึงมาถึงจุดจบของชีวิตด้วยเหตุนี้เอง

แน่นอนว่าไม่ว่าจะเล่าเรื่องนี้กี่ครั้ง ตอนจบย่อมออกมาเป็นแบบเดิม แต่สิ่งที่นิยายเล่มนี้น่าสนใจคือ ผู้เขียนพยายามเน้นประเด็นที่ว่าฟอลคอนเป็นคนไม่มีสัญชาติที่ชัดเจน เขาเป็นลูกครึ่งกรีก-เวนิส ทำงานกับชาวอังกฤษที่ลักลอบค้าขาย เป็นศัตรูกับบริษัทอังกฤษและฮอลันดา พยายามผูกมิตรกับฝรั่งเศส มีเมียเป็นท้าวทองกีบม้าหรือ มารี กีมาร์ สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น-โปรตุเกส หลานสาวของตระกูลยามาดะ ครอบครัวญี่ปุ่นที่ตั้งรกรากในอยุธยามานาน ภายใต้ความแตกต่างของเชื้อชาติเหล่านี้ เท่ากับว่าฟอลคอนแทบจะไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร และพยายามจะแสวงหาเพื่อนหรือสังคมที่ยอมรับตนเองเข้ากลุ่ม ทำให้เราพอจะเข้าใจสถานภาพของฟอลคอนที่ยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย ความหลากหลายของสังคมอยุธยาในตอนนั้นได้พอสมควร และยิ่งย้ำให้เห็นชัดว่าอยุธยาในตอนนั้นมีการขยายตัวทางสังคม เศรษฐกิจและการปะปนของผู้คนมากแค่ไหน

อีกอย่างที่เราชอบ และไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจของผู้แปลรึเปล่า ที่แปลภาษาและการบรรยายภาพสังคมไทย วิถีชีวิต ตลอดจนวัฒนธรรมที่ปรากฎในนิยายให้คล้ายกับต้นฉบับ กล่าวคือ เวลาที่เราอ่าน เราจะรู้สึกเหมือนสังคมอยุธยาหรือสยามตอนนั้นช่างดูไกลตัว ดู exotic ดูน่าตื่นเต้นไม่เหมือนกับภาพสยามที่เราคุ้นชิน

เราจะอ่านไปเจอกับภาพของบ้านเรือนไทยยกสูง มีเรือนไทยจิ๋วข้างบ้านที่เป็นที่อยู่ของเจ้าที่ กลิ่นฝนและน้ำฝนที่ไหลเจิ่งนอง พร้อมกับกลิ่นดอกมะลิที่อวลอยู่ในอากาศ กลิ่นน้ำมันมะพร้าวที่สาวๆใช้นวดผม ลูกเงาะที่หน้าตาเหมือนแมงมุม สาวๆสยามเปลือยไหล่เปิดอก เห็นผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียน หรือภาพของชุมชนริมน้ำ เจดีย์สีทอง พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่มีพวงมาลัยดอกกล้วยไม้สีม่วงถูกนำมาวางบูชา

เราว่านานๆทีจะได้อ่านภาพสังคมสยามจากมุมมองแบบนี้ และเราว่ามันมีสเน่ห์ดีนะ

เกือบลืม เรื่องนี้ยังพูดถึงมารี กีมาร์ หรือท้าวทองกีบม้า ในฐานะภรรยาของฟอลคอน แม้จะไม่มากและเน้นไปเรื่องผัวๆเมียๆ มากกว่าจะเป็นบทบาทโดยรวม แต่ผู้เขียนก็เสนอไว้น่าสนใจดีว่าเธอคนนี้ปัจจุบันถูกจดจำแค่ว่าเป็นผู้ทำขนมไทยโดยใช้ไข่แดง ซึ่งจริงๆแล้วบทบาทของเธอยังมีอีกมากนักให้ค้นหา อย่างตอนหลังที่ฟอลคอนตาย เธอยังได้ส่งจดหมายร้องเรียนไปยังราชสำนักฝรั่งเศส ทวงคืนทรัพย์สินของสามีที่เธอเชื่อว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสแอบเอาไป ในที่สุดเธอชนะและได้รับทรัพย์สินคืน

โดยรวม เป็นนิยายที่ดีพอควร เหมาะกับคนชอบอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์แบบเพลินๆ ไม่คิดอะไรมาก
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,074 reviews179 followers
June 27, 2019
อ่านได้เรื่อยๆ ภาษาอ่านง่าย แต่ข้อมูลไม่มีอะไรใหม่ไปกว่าสองเล่มก่อน
(รุกสยามในนามของพระเจ้า / ข้ามสมุทร)
เล่มนี้อ่านง่ายที่สุดในสามเล่ม แต่ข้ามสมุทรสนุกสุด
ความพิเศษคือ เล่มนี้เป็นเล่มเดียวที่ทำให้เราสงสารฟอลคอนได้
เอาใจช่วยฟอลคอนได้
Displaying 1 - 2 of 2 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.