Or_O436 reviews108 followersFollowFollowFebruary 1, 2016เล่มนี้ตั้งใจหยิบมาอ่านคั่นนิยายจีนเรื่องยาวเพื่อเบรกอารมณ์ แต่ปรากฏอ่านแล้วเครียดกว่าเดิมซะงั้นเริ่มที่ โอไม่ชอบเรื่องนี้ บอกก่อนเลยแต่ขอตัดมาเล่าถึงเนื้อหาของหนังสือล้วนๆ ก่อนเป็นแนวสืบสวนไขปริศนาของคนกับวิญญาณตัวเอก ม่อน เป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปี คนเขียนบรรยายว่าหน้าตาเหมือนเฮลโลคิตตี้ (?) ตากลมดำสองจุด และไม่ค่อยยิ้ม อุปนิสัยชอบอยู่คนเดียว ไม่แคร์สังคม ไม่สนสายตาคนมอง และมองโลกในแง่ร้าย มีความสามารถพิเศษในการได้กลิ่นและได้ยินเสียงวิญญาณ ในเรื่องกลิ่นจะเป็นตัวแยกแยะวิญญาณและเรื่องราวต่างๆ ได้โดยมี 'รุ่นพี่' วิญญาณชายไทยไม่ทราบหน้าตา คอยวนเวียนขอความช่วยเหลือ ให้ม่อนร่วมสืบคดีไปกับเขาม่อนมีเพื่อนสนิทหนึ่งคนชื่อแอ้นแอ้นเป็นเด็กสาวสวยสะดุดตา ที่บ้านรวยมาก เพิ่งย้ายมาเข้าโรงเรียนกลางเทอม แอ้นเห็นม่อนดูไม่สนใจคนรอบข้างคิดว่าแปลกดี เลยเข้าไปตีสนิทด้วยบุคลิกของแอ้นแทบจะตรงกันข้ามกับม่อน คือเป็นคนร่าเริง แสดงออกตามที่รู้สึก ยิ้มง่าย ร้องไห้บ่อย ไม่เก็บอารมณ์ และอ่อนไหวต่อสายตาคนรอบข้างแต่สิ่งที่ม่อนและแอ้นเหมือนกัน คือ เป็นที่รังเกียจของแก๊งเด็กสาวหัวโจกของชั้น หัวหน้าแก๊งคือเพียงฟ้า โดยเด็กสาวกลุ่มนี้จะก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้ม่อนและแอ้นอยู่เนืองๆเป็นเรื่องราวของเด็กสาวมัธยมปลายในรั้วโรงเรียนประจำ การปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับและปริศนาต่างๆ และการค้นหาตัวคนร้ายที่แท้จริงข้างบนคือข้อเท็จจริงในเล่ม ต่อมาจะเอาความรู้สึกโอร่วมละเอาเรื่องภาษาและสำนวนก่อน สำหรับโอ ภาษาไม่ผ่านค่ะ ไม่มีคะแนนให้เลยส่วนนี้1. การเล่าเรื่องมีปัญหา สลับมุมมอง เดี๋ยวของม่อน เดี๋ยวย้ายไปมุมคนอ่าน เดี๋ยวย้ายไปมุมของตัวละครอื่น ขาดระบบแบบแผนโดยสิ้นเชิง ภาษาบรรยายปนกับความคิดในใจ อ่านแล้วงงมาก โดยเฉพาะบทเปิดตัวของแอ้น อ่านแล้วจะงงว่า 'เด็กสาว' ที่เขียนถึงนั้นคือใคร ยิ่งไปรวมกับบทต่อมาที่แก๊งเพียงฟ้าพูดถึงเด็กสาวที่เข้าใหม่ ซึ่งหมายถึงทั้งม่อนและแอ้นด้วย2. ภาษาวิบัติ "แระ" สี่ครั้ง "แระ" ครั้งแรก คำพูดของแอ้น เข้าใจว่าพยายามสร้างตลกเพื่อให้เพื่อนสนใจ ให้อภัยหนึ่งครั้ง "แระ" ครั้งที่สอง ใช้ในการแชท โอเค เด็กสาวแชทกัน พยายามเข้าใจครั้งที่สอง แต่ครั้งต่อๆ มา ให้อภัยไม่ไหวแล้วค่ะ พยายามเข้าใจว่าเรื่องนี้ถ่ายทอดมุมมองผ่านตัวละครที่เป็นวัยรุ่น เลยสร้างตัวตนให้เข้ากับยุคสมัย แต่โอไม่สนับสนุนให้ใช้ภาษาวิบัติในนิยาย เพราะมองว่าภาษาพวกนี้ตายได้ มีเกิดมีดับ แต่นิยายยังคงอยู่ต่อไป ยิ่งหยิบมาเล่าใหม่ เท่ากับยิ่งส่งเสริมให้ภาษาเหล่านี้สืบต่อไป และที่สำคัญ ในความจริง ไม่มีใครพูด "แระ" เลยนะ นอกจากจงใจสร้างความบันเทิง3. การใช้ตัวอักษรและสัญลักษณ์สิ้นเปลืองค่ะทุกๆ ตัวอักษร ทุกๆ สัญลักษณ์ มีความหมายในนิยาย จะใส่อะไรมา ให้คิดให้รอบคอบ ทุกอย่างมีผลกระทบต่ออารมณ์คนอ่านแม้กระทั่งจุด โอยกตัวอย่างจุด . ดีกว่าจุดสำคัญมาก สามารถแสดงได้ถึงอารมณ์ในขณะนั้น"เดี๋ยวก่อน"หรือ "เดี๋ยวก่อน..."เดี๋ยวก่อน อันบน แสดงว่าพูดแล้วจบ ไม่มีอะไรติดค้าง แต่เดี๋ยวก่อน... อันล่าง แสดงว่ายังมีอะไรในใจ ยังอยากจะพูด อยากจะบอก แต่อาจถูกขัดด้วยหลายๆ เหตุผล เช่น นึกอะไรขึ้นได้ บรรยายคำพูดไม่ออก หรือโดนขัดจังหวะอีกตัวอย่าง"เรารักเธอ" แมนๆ ชัดเจนกันไป ไม่มีอะไรติดในใจแต่"...เรารักเธอ" แสดงว่าต้องคิดอะไรอยู่แน่ๆ ถึงพูดไม่ออกในทันที หรืออาจกำลังอาย ไม่แน่ใจ ขวยเขิน ฯลฯ อีกตัวอย่าง"..."แปลว่า ไม่มีคำพูด ไม่อยากพูด พูดไม่ออก จนมุม ฯลฯหน้า 52ยัยเด็กดมกำแพงยังคงถูพื้นเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ตอนนั้นทุกคนเข้าห้องเรียนกันหมดแล้ว บนระเบียงจึงเหลือเพียงเด็กสาวทั้งสองเสียงกริ่งเริ่มชั่วโมงเรียนดังยาว!ประโยคที่ขีดเส้นใต้ ไม่มีอะไรชวนให้ตกใจเลย เป็นคำบรรยายเรียบๆ แต่แฝงความหมาย แต่ดันมี ! โผล่มา ขัดกับประโยคโดยสิ้นเชิงถ้าจะใส่เจ้าอัศเจรีย์นี่ แปลว่าประโยคนั้น เสียงนั้นของคุณต้องมีอะไรให้ชวนตกใจ แปลกใจ ไม่งั้นอย่าใส่ค่ะถ้าจะตกใจเพราะเสียงกริ่งดัง รูปแบบประโยคอาจจะเป็นลักษณะนี้เช่นยัยเด็กดมกำแพงยังคงถูพื้นเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ตอนนั้นทุกคนเข้าห้องเรียนกันหมดแล้ว บนระเบียงจึงเหลือเพียงเด็กสาวทั้งสองเสียงกริ่งเริ่มชั่วโมงเรียนดังแทรกขึ้นมา!พวกตัวอักษรซ้ำๆ เพื่อแสดงอาการลากเสียงก็เหมือนกัน ปกติจะใช้กันประมาณสามตัว หรืออย่างมากก็บรรทัดหนึ่งนะคะ มากกว่านั้นนอกจากทำให้จัดวางยาก บรรทัดไม่สวยแล้ว ยังรกสายตาอีกบทสนทนาและความคิด ขาดความเป็นธรรมชาติ ขาดชีวิตชีวา ขาดตัวตนของตัวละครอ่านแล้วรู้ว่าจงใจ รู้ว่าคนเขียนเกร็งชัดเจนค่ะหน้า 28"ม่อน เธอเข้าใจฉันใช่ไหม เธอรู้แล้วนี่ว่าฉันเจออะไรมา เพราะฉะนั้นฉันอยากให้เธอรับรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นฝ่ายผิด สิ่งที่เกิดขึ้นกับบอลเพราะเขาทำตัวเองทั้งนั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้บอลตายๆ ไปให้พ้นจากชีวิตฉันเสียที!"คำพูดนี้จงใจค่ะ เป็นสิ่งที่คนเขียนจับใส่ปากของตัวละคร แต่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวละครพูดจริงๆ ส่วนหัวกับท้ายย่อหน้าขาดความเพิ่มระดับที่ลื่นไหล "เธอเข้าใจใช่ไหม" และ "ตายๆ ไปให้พ้นจากชีวิต" ถ้าต้องมีมันจะอยู่คนละประโยคค่ะ บทสนทนาจะมีพัฒนาการของมันตามอารมณ์ เริ่มจากบ่น รำพึง เลเวลสอง อัดอั้น เลเวลสาม ขาดสติ แต่จะไม่รวบเข้ามาในรวดเดียว เพราะการเพิ่มระดับอารมณ์นั้นต้องใช้เวลาและในชีวิตจริง แทบไม่มีใครใช้คำพูดที่มี "เพราะ" "เพราะฉะนั้น" เลย ตัวอย่างน้องเอตัวเล็ก : อี๋ ไม่อาบน้ำมาใช่ปะ เหม็นเปรี้ยวสาบกลิ่นโยเกิร์ตน้องบีตัวเบิ้ม : โยเกิร์ตบ้านใครไม่เปรี้ยววะ แล้วใครจะอาบลง จุ่มนิ้วเดียวแข็งยันเส้นขน หน็อย ทำเป็นบ่นกลบเกลื่อนล่ะสิ ใครไม่อาบมาสามวันพูด!บทสนทนาข้างบนพัฒนามาจากความจริงข้างล่างน้องเอ : อี๋ เหม็น ไม่อาบน้ำมาใช่ปะน้องบี : อาบไม่ลงเพราะอากาศหนาว พยายามอย่าเขียนสิ่งที่ต้องมี แต่ให้นึกว่าทำไมถึงมี ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นนอกจากนี้ในเรื่องยังมีคำหยาบ ส่วนตัวโอถึงจะไม่พูด ก็ไม่ได้ต่อต้านคำหยาบอะไร นิยายดิบกว่านี้ก็เคยอ่าน ถ้ามันเป็นไปอย่างธรรมชาติ และมีเพื่อสร้างอรรถรส แสดงถึงตัวตนของตัวละคร แต่เรื่องนี้ อย่างที่บอกไปคือขาดจุดนี้ มันเลยดูหยาบแบบปรุงแต่ง มีความขัดแย้งกันเองอยู่ตลอดเวลาความขัดแย้งนี้ยังรวมถึงบุคลิกของตัวละคร ที่จะเหวี่ยงตามคนเขียน มากกว่าการเติบโตหรือภาคดิบของตัวละครเฉพาะเนื้อหาถือว่าทำได้น่าสนใจ แต่ยังไม่ถึงขนาดน่าติดตาม พวกร่องรอยต่างๆ หลายครั้งเราไม่ร่วมรับรู้ไปด้วย แต่��าจากโดนตัวละครป้อนให้ การดำเนินเรื่องมีพูดถึงกลิ่นอายอดีตบ้างเล็กๆ พอนึกถึง แต่ยังขาดเสน่ห์ส่วนใหญ่ไปช่วงต้นของเรื่อง โอ���่าเรื่องนี้ติดกลิ่นอายของการ์ตูนญี่ปุ่นมาค่อนข้างเยอะ กลิ่นอายความเป็นการ์ตูนคือตัวละครจะเกินจริง ชัดเจน (เช่น อาร์ตไปเลย บ้าไปเลย ) แต่หลายครั้งขาดความเหมือนจริง การเรียกรุ่นพี่ก็ดูขัดๆ กับธรรมชาติของไทยด้วย เพราะเราไม่มีใครใช้ "รุ่นพี่" เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 เนอะ ก็ใช้ "พี่" ปกติกัน (นอกจากจะเอ่ยถึงในสรรพนามบุรุษที่ 3 เช่น "พี่นิ้งไง ที่สวยๆ ผมแดง ที่เป็นรุ่นพี่ปีสาม')ตอนอ่าน โอนึกภาพตามที่คนเขียนบรรยายออก โอสามารถนึกภาพตัวละครโลดแล่นได้ แต่ โอคิดว่าเรื่องนี้ขาดอรรถรสความเป็นนิยาย ขาดลีลาทางภาษา ขาดความลุ่มลึกของหนังสือ ขาดความเชื่อมโยงที่ลื่นไหล และขาดความแยบยลในการสอดแทรกสำหรับตอนจบ โอว่าเรื่องนี้ช่วงปลายทำได้ค่อนข้างดี โอชอบบทสรุปที่มี คือจากที่ขมวดคิ้ว อ่านแล้วเครียดแทบทุกบรรทัด ตอนจบทำให้โอพยักหน้าว่าโอเคได้ ตอนจบนี่มีผลต่อความรู้สึกจริงๆ นะชอบรูปเล่ม พวกเล่นฟอนต์เข้ากับเหตุการณ์ ดูตั้งใจทำดี แม้ส่วนตัวจะไม่ชอบให้นิยายมีภาพประกอบ (แถมภาพไม่เข้ากับเหตุกาณ์ด้วย) แต่ด้วยเรื่องนี้เป็นภาพยนต์ที่ออกมาในเวลาเดียวกันด้วยก็ถือว่ารับได้โอไม่มีหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่แน่นอนนะ แต่พอจะรู้ว่าตัวเองให้ความสำคัญกับอะไรเรียงตามลำดับ คะแนนเป็นน้ำหนัก (กรุณาถ่วง) สำหรับโอ1. ความเป็นธรรมชาติ สำนวนจะดิบ จะเว่อร์วัง จะอ่อนช้อย จะธรรมดาได้หมด แต่ขอให้มีความเป็นธรรมชาติในเนื้อเรื่อง ในตัวละคร ข้อนี้ใครมีจะชอบมาก ปลื้มมาก2. สำนวน ดึงให้เราคล้อยตามได้มากน้อยแค่ไหน เข้าใจลักษณะทางภาษาดีพอไหม ลื่นไหลเข้าใจง่ายไหม3. เนื้อเรื่อง น่าติดตามไหม สมเหตุสมผลไหม แยบยลไหมสามข้อนี้คือหลักๆ ถ้ามีครบ มีเกณฑ์ว่าคะแนนจะพุ่ง ทั้งนี้ขึ้นกับรายละเอียดปลีกย่อยข้างล่างประกอบด้วยตัวละคร บุคลิกส่วนตัวปลื้มไหม แกนเรื่องชัดเจนไหม การวางโครงเรื่อง อุตส่าห์วางโครงใหญ่โต ใช้ได้หมดไหม ถ้าจะออกทะเล อย่าออกไกล ต้องรู้จักวกกลับท่าให้ได้ การเก็บประเด็นครบไหม มัดปมยากๆ มา รู้จักคลายให้หมดไหม ให้น้ำหนักเรื่องและตัวละครอย่างสมดุลไหม ฯลฯประมาณนี้เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ข้อหนึ่งกับสองขาดสำหรับโอมากๆ ก็ต้องตามนี้1ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของโอค่ะ
Vicenta135 reviewsFollowFollowJune 1, 2017นี่เป็นรีวิวฉบับหนังสือซึ่งตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์นะคะ (มีวางขายในเว็บสนพ.กับที่ร้าน B2s เท่านั้น)นาน ๆ ทีจะได้อ่านนิยายไทยบ้าง โดยเรื่องนี้ก็เป็นนิยายที่แปลงมาจากบทภาพยนตร์อีกที กล่าวถึงคู่หูคนเป็นกับคนตาย นางเอกของเรา ม่อน เด็กสาว Anti-social โลกส่วนตัวสูง กับรุ่นพี่ ก็ผีนั่นแหละค่ะ ทั้งสองจะต้องร่วมกันไขคดีฆาตกรรมของคุณหญิงพรรณวดีเพื่อตามหาตัวฆาตกรที่แท้จริงค่ะนิยายเรื่องนี้ อ่านแล้วคงให้แนวไว้เลยว่าเป็น Young Adult, Fantasy, Romance, Crime และ Horror ค่ะ เป็นการรวมส่วนผสมที่ถูกจริตเรามาก ๆ แรงบันดาลใจในการอ่านจริง ๆ ก็คือช่วงที่โปสเตอร์หนังยังไม่เปิดเผยรุ่นพี่นั่นแหละค่ะ โดนบิ๊วยิ่งกว่าอะไรอีก เพราะชอบนัก พระเอกลึกลับให้ลุ้นเนี่ย เลยรีบซื้อมาอ่านเลย พอเป็นภาษาไทยปุ๊บ เราก็สามารถอ่านจนจบภายในไม่กี่ชั่วโมงได้ และต้องขอบอกว่า ชอบมากค่ะแม้ในช่วงแรกเรื่องนี้จะประสบปัญหาภาษาและการเล่าเรื่องติด ๆ ขัด ๆ บ้าง แต่เมื่ออ่านไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างก็ลงตัวในที่สุด ก็คือคนอ่านน่ะชินไปกับวิธีเล่าเรื่องแล้ว แม้ว่าจะสับสน POV เล็กน้อย เพราะเดี๋ยวก็มีของบุคคลที่หนึ่ง บุคคลที่สาม การไล่ไขคดีของคู่หูก็ไม่ได้อ่านดูเหลาะแหละ แต่คดีมันก็ไม่ใช่คดีที่ยิ่งใหญ่ อ่านแล้วร้องว้าว โดนหักมุมหลายตลบ ส่วนของบทสยองขวัญก็ไม่ได้น่ากลัวจนอ่านแล้วไม่กล้าปิดไฟนอน อารมณ์มังงะของอิโต้ จุนจิน่ะค่ะ ถึงกระนั้นก็นิยายเรื่องนี้ก็ยังสนุกและน่าติดตามค่ะเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครก็ทำได้ดีเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของม่อนกับแอ้น ซึ่งให้ฟีลลิ่งทุ่งลิลลี่ชื่นใจยิ่งนัก ระหว่างอ่าน เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของม่อนเมื่อแอ้นเข้ามาในชีวิต ค่อย ๆ เห็นการพังทลายของกำแพงด้านการเข้าสังคมของม่อน จุดนี้ก็เป็นความหวานแบบขม ๆ ดีเมื่ออ่านจนถึงช่วงท้ายของนิยาย แต่ที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้เนี่ยก็คือ คู่หลักของเรื่อง ม่อนกับรุ่นพี่นั่นเองค่ะ บอกได้เลยว่า ไม่เลี่ยน ไม่กุ๊กกิ๊กเกินไป พอดิบพอดี เลยออกมาน่ารักน่าชิพมาก ม่อนไม่เคยได้เห็นรุ่นพี่ตัวเป็น ๆ แต่ก็รู้ว่ารุ่นพี่อยู่ข้าง ๆ อ่านแล้วมันให้ฟีลลิ่งอบอุ่น มีคนปกป้องมากค่ะ บุคลิกของรุ่นพี่ก็น่ารักน่าฟัดจริง ๆอีกอย่างที่ทำให้เราชอบก็คือ เรื่องนี้หลุดกรอบของไทย ๆ ไปบ้างก็ตรงที่เซ็ตติ้งเป็นโรงเรียนคอนแวนท์เนี่ยแหละค่ะ พอพูดถึงผีในสื่อบันเทิงไทยทีไร เราก็จะนึกได้แต่บาป บุญ คุณ โทษของศาสนาพุทธ ผีมาไล่ฆ่า ไล่กวนคนไปทั่ว เพราะคนนี้เคยไปทำกรรมด้วย ไม่โดนฆ่าตายก็ต้องทำบุญ เข้าวัดเข้าวา ให้พระมาสวด ฯลฯ มันไม่ได้ผิดหรอกนะคะ แต่เรายอมรับจริง ๆ ว่าของไทย ๆ ตรงนี้ไม่น่าสนใจเอาซะเลย แต่เรื่องรุ่นพี่ไม่ได้เอาตรงนี้มาใช้ (จริง ๆ ก็มีการกล่าวถึงผลของการกระทำบ้าง) ซึ่งก็ถือว่าหลุดกรอบพอสมควรนะคะสำหรับเรา เป็นเซ็ตติ้งโรงเรียนคริสต์ พูดถึงแรงจูงใจ การหักหลัง ฯลฯ ที่ก่อให้เกิดคดีฆาตกรรมแทนสุดท้ายนี้ เมื่ออ่านจบ เราก็รู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่ไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับตัวละครต่อ แต่ได้เห็นบทสรุปที่ไม่ใช่การตัดจบไปเลยก็ถือว่าพอใจแล้วค่ะ สรุปได้ว่าเป็นนิยายที่สนุกในการตามอ่านมาก สำหรับเรามีติหนัก ๆ ก็ตรงภาษาเขียนเนี่ยแหละ แต่อรรถรสก็ไม่ได้หายไปเลยซะทีเดียวค่ะ ส่วนฉบับภาพยนตร์นั้น จะต้องรอดูรีวิวก่อน เพราะตั๋วหนังสมัยนี้แพงมาก
Miki347 reviewsFollowFollowJanuary 17, 2016ชอบนางเอกเรื่องนี้ เกรียนๆดี ไม่งี่เง่าเรื่องราวถึงตอนคลายปมเหมือนเร่งๆหน่อยแต่ก็ยังลุ้นว่าที่คิดจะใช่ไหมความยุติธรรม แม้แต่คนตายก็ยังต้องการ!!!!horror th-novel
YuzuChu295 reviews17 followersFollowFollowNovember 23, 2024อ่านนานแล้ว ไม่ค่อยถูกจริต ไปด้านไหนไม่สุดสักทางไม่ว่าจะรัก สอบสวน หรือผี เรื่องรุ่นน้องก็อ่านแล้วไม่ค่อยชอบเหมือนกัน นี่ไม่ถูกจริตนิสัยนางเอกด้วยแหละ พอไม่มีความรู้สึกเอ็นดูใครสักคนในเรื่องก็...จบเลย จนแนะนำเพื่อนว่าไปดูหนังเถอะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าหนังเป็นยังไง จำได้แค่ว่าเพลง 'เธอเดินเข้ามา' ของพลอยชมพูแอบฮิตอยู่เมื่อ 9 ปีที่แล้ว พอหยิบเรื่องนี้มันมีความทรงจำสมัยร้องเพลงกับเพื่อนโผล่ขึ้นมา 😂
janeny ไก่บิน185 reviews3 followersFollowFollowSeptember 22, 2025ไม่แย่แต่ยังไม่ว้าวแนวสืบสวนวิญญาณคนตายก็อยากได้ความยุติธรรมตอนเฉลยคนร้ายก็เดาไม่ถูกอยู่เหมือนกันเรื่องความน่ากลัว กลางๆ ความโรแมนติก ยังไม่มากเท่าไหร่ ระหว่างม่อนกับรุ่นพี่ อาจจะแค่ผูกพันเพราะสืบคดีด้วยกันเฉยๆอ่านได้เรื่อยๆ หน้าแต่ละตอนไม่เยอะค่ะเลยรู้สึกไม่นาน
Bo 63 reviews1 followerFollowFollowDecember 7, 2020หนังสือแนวสืบสวน ผสมสยองขวัญ (ผี!) ผสมคอมเมนดี้ สลับกันไปมา กับคำเล่าเรื่องที่อธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจได้ง่าย crime
Iggyizzy2000196 reviews10 followersFollowFollowJune 8, 2017การเล่าเรื่องเนื่องจากมีปมอยู่สามสี่เคส ผู้เขียนเลือกที่จะเล่าผ่านตัวละครสามตัวสลับกัน "ม่อน" "แอ้น" และ "บุคคลที่สาม (คนเล่า/คนแต่ง)" แต่ไม่งุนงง กลับสนุกดี ใครอ่านพวกไลท์โนเวลคงคุ้นกับการเล่าเรื่องแบบนี้ดีช่วงหลังแม้จะดร๊อปความระทึกไปบ้าง แต่การผูกเรื่องที่ดีและการสร้างตัวละครแบบ "ม่อน" ก็มีส่วนประคองให้การจบไปได้แถมไม่น่าเบื่อ ส่วนจบจริงๆเป็นยังไงคงไม่บอกแต่โดยส่วนตัวตัวนิยายสนุกดี แถมบางอย่างพาลคิดว่าถ้าออกมาเป็นภาพของหนังมันจะออกมายังไง เช่น หนังคงต้องเล่าเรื่องผ่าน "ม่อน" แทนอีกสองคน หรือ การสร้างภาพสามมิติของม่อน การคัดกรองกลิ่นที่ซ้อนทับกัน การเห็นหรือไม่เห็นรุ่นพี่ และอื่นๆอีกมามากที่ท้าย
Kamons1,292 reviews69 followersFollowFollowNovember 19, 2016สำหรับเรื่องนี้เป็นนิยายที่เป็นส่วนผสมระหว่าง เรื่องสืบสวน ผี และโรแมนติก ในด้านการสืบสวน และเขียนได้น่าติดตามดีตามประสานิยายแนวสืบสวนสอบสวน และเพราะตัวละครมีความสามารถพิเศษการไขปริศนาเลยอาจดูไม่สมเหตุสมผลไปบ้างและเนื่องจากเป็นแนวสืบสวนที่มีผีเป็นองค์ประกอบบางตอนที่มีผี ก็เขียนบรรยายบรรยากาศได้วังเวง ลี้ลับดีเหมือนกันส่วนเรื่องรัก อาจจะไม่มีมากนักแต่ก็มีทรอดแทรกอาการของรักแรกแบบเด็กๆ กำลังดีโดยรวมอาจไม่เรียกว่าเป็นนิยายที่ดี แต่ก็ทำได้ดี อ่านเพลิน สนุก ทำให้เราสนใจจะอ่านหน้าต่อไปได้ไม่ยาก
Namtarn Chawanrat254 reviews14 followersFollowFollowNovember 17, 2016อ่านเลยเข้าใจว่าความไลท์โนเวลสูงค่ะ บางคนคอนิยายอาจจะเข้าไม่ถึง แต่ส่วนตัวชอบนะ ชอบการอธิบายเรื่องความผูกพันกับกลิ่น คือเข้าใจเลยที่ว่ากลื่นในความทรงจำเนี่ย เสียอย่างน้อ บางทีก็มีคำหยาบบ่อยคำสบถเกินโดยไม่จำเป็น
Kumlaifact12 reviews2 followersFollowFollowNovember 11, 2016ชอบน้อยกว่าที่คาดเอาไว้ หนังอาจจะดีกว่านี้ก็ได้แต่เป็นหนังสือแล้วรู้สึกขาดเกิน