What do you think?


เพลิงนาคา
แรกที่ ‘ริว’ ได้พบปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค
เขารู้สึกเหมือน ‘บางสิ่ง’ ในตนถูกปลุกขึ้นมา
แรกเมื่อ ‘เธียร’ กลับสู่เมืองไทย
เขาประสบกับความฝันอันน่าสะพรึง
โดนอสรพิษจำนวนมหาศาลตามไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย
สองชายถูกเชื่อมโยงเข้าสู่เส้นทางสายชำระแค้น
ของพญานาคาผู้ทรงฤทธิ์...
พลังแห่งศรัทธา ความรัก สายใยผูกพันข้ามชาติภพ
กับเปลวแค้นที่สะสมลุกโชนมาเนิ่นนาน
จะถูกนำมาเผชิญหน้า หํ้าหั่นจนถึงที่สุด
...พญานาคาจะมอดไหม้ในอัคคีความแค้น...
...ฤๅจะก้าวล่วงขอบเขตฤทธีตน...
...สู่ศรัทธาใหม่ ที่พิสุทธิ์ใส...เกินกว่าใครจินตนาการถึง...
เขารู้สึกเหมือน ‘บางสิ่ง’ ในตนถูกปลุกขึ้นมา
แรกเมื่อ ‘เธียร’ กลับสู่เมืองไทย
เขาประสบกับความฝันอันน่าสะพรึง
โดนอสรพิษจำนวนมหาศาลตามไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย
สองชายถูกเชื่อมโยงเข้าสู่เส้นทางสายชำระแค้น
ของพญานาคาผู้ทรงฤทธิ์...
พลังแห่งศรัทธา ความรัก สายใยผูกพันข้ามชาติภพ
กับเปลวแค้นที่สะสมลุกโชนมาเนิ่นนาน
จะถูกนำมาเผชิญหน้า หํ้าหั่นจนถึงที่สุด
...พญานาคาจะมอดไหม้ในอัคคีความแค้น...
...ฤๅจะก้าวล่วงขอบเขตฤทธีตน...
...สู่ศรัทธาใหม่ ที่พิสุทธิ์ใส...เกินกว่าใครจินตนาการถึง...
- GenresParanormal
400 pages, Paperback
First published September 1, 2004
About the author
ชลนิล
24 books38 followersAssociated Names:
* ชลนิล
* ฉิกกง
ที่มา....ของนามปากกา "ชลนิล"
ที่มาของชื่อ "ชลนิล" จริง ๆฟังแล้วดูปัญญาอ่อนมากนะ ตอนม.2 ผมเขียนนิยายเรื่องแรกชื่อ "ใต้เงามันดาเร"
(เห็นมั้ย ชอบเขียนแนวลึกลับตั้งแต่เด็ก) เรื่องนั้นพระเอกชื่อ ภุชงค์ นางเอกชื่อ อินทนิล (ดอกตะแบก - อินทนิล สีม่วง เป็นดอกไม้ที่ผมชอบมากตอนเด็ก)
พอเขียนจบก็นึกเล่น ๆ ว่าถ้าเขียนภาคสอง ลูกของ ภุชงค์ กับ อินทนิล จะมีชื่อว่าอะไร
ตอนนั้นก็คิดชื่อ ชลนิล - อินทชล ออกมาได้ (เปลี่ยนคำว่าชงค์ เป็น ชล)
พอคิดสองชื่อนี้ได้ก็เกิดอาการชอบมาก อย่าใช้เป็นชื่อตัวละครเลย
เอามาเป็นนามปากกาของเราดีกว่า ! (ตอนเขียน ใต้เงามันดาเร ใช้นามปากกา ตรี อินทนิล)
นามปากกาหลังจากนั้นจึงเป็น "ชลนิล อินทชล" (ลิเกมั้ย)
ใช้เขียนเรื่องสั้นส่งตามนิตยสารต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
โชคดีอย่างยิ่ง ที่ไม่มีนิตยสารเล่มไหนรับเรื่องสั้นผมไปพิมพ์
(เด็กอายุ 14-15 เขียนเรื่องสั้นแบบไหน ใครๆก็น่าเดาออกว่า มันคงไม่ได้เรื่อง)
ตอนม.ปลาย ผมบ้าการ์ตูนญี่ปุ่น ช่วงปิดเทอมเคยไปช่วยทำงานที่สำนักพิมพ์การ์ตูนแห่งหนึ่ง รู้จักพวกบรรณาธิการ ทีมงานการ์ตูนหลายคน เขาถามผมว่าชื่อ "ชลนิล" แปลว่าอะไร? ตอนนั้นผมก็พยายามเล่าที่มา ที่ไป พร้อมคิดคำแปลอย่างสวยงาม
(ตามประสาเด็กนั่นแหละ)
เขาฟังแล้วบอกคำเดียวเลยว่า... "ชลนิล" = "น้ำเน่า" ชล=น้ำ / นิล = สีดำ
น้ำสีดำ มันก็คือน้ำเน่านั่นแหละ ผมได้ยินอย่างนั้นแล้วชอบทันที...เออ...แปลว่า น้ำเน่าก็เข้าท่าดี ไหน ๆ เราก็ชอบเขียนนิยายอยู่แล้ว สมัยนั้น พอเพื่อน ๆ รู้ว่าเราเขียนนิยาย ก็ชอบถามเหมือนกัน "เขียนนิยายน้ำเน่าเหรอ?" เราตั้งนามปากกาแปลว่า น้ำเน่า ไปเลยดีกว่า แทนคำตอบพวกมันไปเลย แถมยังเท่ดี ไม่เหมือนใครด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นความคิดสมัยผมเรียนอยู่มัธยม อายุแค่ 15-16 เองมั้ง
พอเรียนจบ มาทำงานอยู่ที่อุดรฯ
มีอยู่วันหนึ่ง เข้าเวร นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากเขียนเรื่องสั้นเล่น ๆ
อาศัยความรู้ที่ได้อ่านจากหนังสือเกี่ยวกับการเขียนเรื่องสั้น
ในห้องสมุดของวิทยาลัยครูอุดร มาเป็นแนวทาง
ลองเขียนตามที่หนังสือเขาสอน-แนะนำ
ผลก็คือ...ได้เรื่องสั้นมาเรื่องหนึ่ง เรื่องสั้นเรื่องนั้นชื่อ "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
เขียนจบ ผมฝากเพื่อนให้เอาเรื่องสั้นนี้ไปให้อาจารย์ภาษาไทย(ในวิทยาลัยครู)
ช่วยวิจารณ์ - แนะนำ พออาจารย์ท่านนั้นอ่านจบ ก็ฝากเพื่อนผมมาบอกว่า...
"ให้เขาส่งเรื่องนี้ไปที่ นิตยสาร สตรีสาร"
นิตยสาร "สตรีสาร" สมัยนั้น ถือเป็นสนามนักเขียนที่มีมาตรฐานสูง
จนผมไม่เคยกล้าส่งงานตัวเองไปให้เขาพิจารณาเลย
พออาจารย์ภาษาไทยท่านนั้นแนะนำอย่างนี้
ผมเลยทำใจกล้า ส่งเรื่องสั้นไปที่ สตรีสาร โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" เฉย ๆ
ตัดคำว่า "อินทชล" ออก เพราะรู้สึกว่ามันเยิ่นเย้อ ลิเกพิกล
(ตอนนั้นโตพอจะรู้แล้วว่า ความคิดสมัยเด็กของตัวเองมันเพี้ยนๆ)
ผลคือได้ลงในนิตยสารสตรีสาร ภายในเวลาเดือนสองเดือน
ความดีใจครั้งนั้น ยิ่งกว่าคนเอ็นทร้านซ์ติดเสียอีก
เพราะนี่เป็นนิตยสารมาตรฐานฉบับแรก ที่ผมได้ลงเรื่องสั้น
แถมเป็นนิตยสารมีชื่อ ที่นักเขียนดัง ๆ หลายคนแจ้งเกิดที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น "โบตั๋น" "ประภัสสร เสวิกุล" ฯลฯ
หลังจากนั้นผมก็มีไฟ เขียนเรื่องสั้นส่งสตรีสารอีกหลายเรื่อง
โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" มาตลอด
แต่ก็ไม่มีเรื่องสั้นได้ลงอีกนาน จนผมนำเรื่องสั้นที่เขียนส่ง "สตรีสาร" (แล้วไม่ได้ลง)
มารวมทั้งเรื่องสั้น "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
แล้วส่งไปให้สำนักพิมพ์สนุกอ่านพิจารณา
...โดยไม่คิดว่า...
นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของรวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต "ละครภูต"
และเป็นการใช้นามปากกา "ชลนิล" บนแผงหนังสือครั้งแรกเช่นกัน
ชลนิล
20 ธ.ค. 56
ผลงาน
1. ต่างเวลา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
2. ม่านมนตรา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
3. พรุ่งนี้ดาวยังพราวแสง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
4. รอยสาป (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
5. กรงอำพราง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
6. เพลิงนาคา (พิมพ์ครั้งที่ 4 สำนักพิมพ์วันดี)
7. เรือนเวลา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
8. กรงไฟ (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
9. เถ้าน้ำค้าง (สำนักพิมพ์วันดี)
10. อาคม (สำนักพิมพ์คำต่อคำ)
รวมเรื่องสั้น
1. ละครภูต (สำนักพิมพ์สนุกอ่่าน)
2. ผู้ถูกล่า (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน) (พิมพ์ครั้งที่1 ใช้ชื่อว่า "ในเงาสนธยา")
3. ลางมายา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก) (รวมจากสองเล่มเล็ก"ลางสังหารกับสีสันสยอง")
ผลงานเขียนอื่นๆ
1. ลมหายใจของสายลม (สนพ.สนานคิด) ประเภทบทกวี
2. ที่สุดปลายกระบี่ (สนพ.สนานคิด) รวบรวมถ้อยคำปรัชญาอันแหลมคมจากนวนิยายหลายเล่มของโก้วเล้ง
3. นิทานโทสะ (สนพ.วันดี) รวมบทความที่เขี
* ชลนิล
* ฉิกกง
ที่มา....ของนามปากกา "ชลนิล"
ที่มาของชื่อ "ชลนิล" จริง ๆฟังแล้วดูปัญญาอ่อนมากนะ ตอนม.2 ผมเขียนนิยายเรื่องแรกชื่อ "ใต้เงามันดาเร"
(เห็นมั้ย ชอบเขียนแนวลึกลับตั้งแต่เด็ก) เรื่องนั้นพระเอกชื่อ ภุชงค์ นางเอกชื่อ อินทนิล (ดอกตะแบก - อินทนิล สีม่วง เป็นดอกไม้ที่ผมชอบมากตอนเด็ก)
พอเขียนจบก็นึกเล่น ๆ ว่าถ้าเขียนภาคสอง ลูกของ ภุชงค์ กับ อินทนิล จะมีชื่อว่าอะไร
ตอนนั้นก็คิดชื่อ ชลนิล - อินทชล ออกมาได้ (เปลี่ยนคำว่าชงค์ เป็น ชล)
พอคิดสองชื่อนี้ได้ก็เกิดอาการชอบมาก อย่าใช้เป็นชื่อตัวละครเลย
เอามาเป็นนามปากกาของเราดีกว่า ! (ตอนเขียน ใต้เงามันดาเร ใช้นามปากกา ตรี อินทนิล)
นามปากกาหลังจากนั้นจึงเป็น "ชลนิล อินทชล" (ลิเกมั้ย)
ใช้เขียนเรื่องสั้นส่งตามนิตยสารต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
โชคดีอย่างยิ่ง ที่ไม่มีนิตยสารเล่มไหนรับเรื่องสั้นผมไปพิมพ์
(เด็กอายุ 14-15 เขียนเรื่องสั้นแบบไหน ใครๆก็น่าเดาออกว่า มันคงไม่ได้เรื่อง)
ตอนม.ปลาย ผมบ้าการ์ตูนญี่ปุ่น ช่วงปิดเทอมเคยไปช่วยทำงานที่สำนักพิมพ์การ์ตูนแห่งหนึ่ง รู้จักพวกบรรณาธิการ ทีมงานการ์ตูนหลายคน เขาถามผมว่าชื่อ "ชลนิล" แปลว่าอะไร? ตอนนั้นผมก็พยายามเล่าที่มา ที่ไป พร้อมคิดคำแปลอย่างสวยงาม
(ตามประสาเด็กนั่นแหละ)
เขาฟังแล้วบอกคำเดียวเลยว่า... "ชลนิล" = "น้ำเน่า" ชล=น้ำ / นิล = สีดำ
น้ำสีดำ มันก็คือน้ำเน่านั่นแหละ ผมได้ยินอย่างนั้นแล้วชอบทันที...เออ...แปลว่า น้ำเน่าก็เข้าท่าดี ไหน ๆ เราก็ชอบเขียนนิยายอยู่แล้ว สมัยนั้น พอเพื่อน ๆ รู้ว่าเราเขียนนิยาย ก็ชอบถามเหมือนกัน "เขียนนิยายน้ำเน่าเหรอ?" เราตั้งนามปากกาแปลว่า น้ำเน่า ไปเลยดีกว่า แทนคำตอบพวกมันไปเลย แถมยังเท่ดี ไม่เหมือนใครด้วย
ทั้งหมดนี้เป็นความคิดสมัยผมเรียนอยู่มัธยม อายุแค่ 15-16 เองมั้ง
พอเรียนจบ มาทำงานอยู่ที่อุดรฯ
มีอยู่วันหนึ่ง เข้าเวร นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากเขียนเรื่องสั้นเล่น ๆ
อาศัยความรู้ที่ได้อ่านจากหนังสือเกี่ยวกับการเขียนเรื่องสั้น
ในห้องสมุดของวิทยาลัยครูอุดร มาเป็นแนวทาง
ลองเขียนตามที่หนังสือเขาสอน-แนะนำ
ผลก็คือ...ได้เรื่องสั้นมาเรื่องหนึ่ง เรื่องสั้นเรื่องนั้นชื่อ "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
เขียนจบ ผมฝากเพื่อนให้เอาเรื่องสั้นนี้ไปให้อาจารย์ภาษาไทย(ในวิทยาลัยครู)
ช่วยวิจารณ์ - แนะนำ พออาจารย์ท่านนั้นอ่านจบ ก็ฝากเพื่อนผมมาบอกว่า...
"ให้เขาส่งเรื่องนี้ไปที่ นิตยสาร สตรีสาร"
นิตยสาร "สตรีสาร" สมัยนั้น ถือเป็นสนามนักเขียนที่มีมาตรฐานสูง
จนผมไม่เคยกล้าส่งงานตัวเองไปให้เขาพิจารณาเลย
พออาจารย์ภาษาไทยท่านนั้นแนะนำอย่างนี้
ผมเลยทำใจกล้า ส่งเรื่องสั้นไปที่ สตรีสาร โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" เฉย ๆ
ตัดคำว่า "อินทชล" ออก เพราะรู้สึกว่ามันเยิ่นเย้อ ลิเกพิกล
(ตอนนั้นโตพอจะรู้แล้วว่า ความคิดสมัยเด็กของตัวเองมันเพี้ยนๆ)
ผลคือได้ลงในนิตยสารสตรีสาร ภายในเวลาเดือนสองเดือน
ความดีใจครั้งนั้น ยิ่งกว่าคนเอ็นทร้านซ์ติดเสียอีก
เพราะนี่เป็นนิตยสารมาตรฐานฉบับแรก ที่ผมได้ลงเรื่องสั้น
แถมเป็นนิตยสารมีชื่อ ที่นักเขียนดัง ๆ หลายคนแจ้งเกิดที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น "โบตั๋น" "ประภัสสร เสวิกุล" ฯลฯ
หลังจากนั้นผมก็มีไฟ เขียนเรื่องสั้นส่งสตรีสารอีกหลายเรื่อง
โดยใช้นามปากกาว่า "ชลนิล" มาตลอด
แต่ก็ไม่มีเรื่องสั้นได้ลงอีกนาน จนผมนำเรื่องสั้นที่เขียนส่ง "สตรีสาร" (แล้วไม่ได้ลง)
มารวมทั้งเรื่องสั้น "เด็กชาย กองทราย และชิงช้า"
แล้วส่งไปให้สำนักพิมพ์สนุกอ่านพิจารณา
...โดยไม่คิดว่า...
นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของรวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต "ละครภูต"
และเป็นการใช้นามปากกา "ชลนิล" บนแผงหนังสือครั้งแรกเช่นกัน
ชลนิล
20 ธ.ค. 56
ผลงาน
1. ต่างเวลา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
2. ม่านมนตรา (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
3. พรุ่งนี้ดาวยังพราวแสง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
4. รอยสาป (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
5. กรงอำพราง (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน)
6. เพลิงนาคา (พิมพ์ครั้งที่ 4 สำนักพิมพ์วันดี)
7. เรือนเวลา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
8. กรงไฟ (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก)
9. เถ้าน้ำค้าง (สำนักพิมพ์วันดี)
10. อาคม (สำนักพิมพ์คำต่อคำ)
รวมเรื่องสั้น
1. ละครภูต (สำนักพิมพ์สนุกอ่่าน)
2. ผู้ถูกล่า (สำนักพิมพ์สนุกอ่าน) (พิมพ์ครั้งที่1 ใช้ชื่อว่า "ในเงาสนธยา")
3. ลางมายา (สำนักพิมพ์นวนิยายบางกอก) (รวมจากสองเล่มเล็ก"ลางสังหารกับสีสันสยอง")
ผลงานเขียนอื่นๆ
1. ลมหายใจของสายลม (สนพ.สนานคิด) ประเภทบทกวี
2. ที่สุดปลายกระบี่ (สนพ.สนานคิด) รวบรวมถ้อยคำปรัชญาอันแหลมคมจากนวนิยายหลายเล่มของโก้วเล้ง
3. นิทานโทสะ (สนพ.วันดี) รวมบทความที่เขี
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
Read
April 13, 2019#เพลิงนาคา / ชลนิล
หยิบเรื่องนี้มาอ่านอีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวก่อนอ่าน "อมฤต" ซึ่งเราพบว่าเนื้อเรื่องและแก่นยังไม่ล้าสมัย และผู้เขียนยังคงมีเอกลักษณ์การเล่าเรื่องแบบสอดแทรกแนวคิดเชิงธรรมะ ชนิดที่เรียกว่าสนุกเร้าใจแบบไม่รู้สึกฝืดฝืนอยู่เช่นเดิม
ด้านอารมณ์ในการอ่าน จัดว่ามีครบรส ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์จิกกัดน่ารัก ๆ ระหว่างพี่น้อง ฉากการต่อสู้ที่ตื่นตา ข้อคิดที่ทำให้ใจตื่นรู้ และซีนอารมณ์หนัก ๆ อย่างอารมณ์โกรธ อารมณ์ท้อแท้ อาวรณ์ห่วงหาและการตัดใจ รวมไปถึงความโปร่งและโล่งในช่วงท้าย ทำให้อ่านจบแล้วยังรู้สึกอิ่มใจต่อเนื่องไปได้อีก
เรื่องนี้พิมพ์ครั้งแรกในปี 2547 มาถึงตอนนี้ก็สิบห้าปีแล้ว หากจะบอกว่าเป็นงานเขียนที่คงคุณค่าอยู่เหนือกาลเวลา ก็คงจะไม่เกินจริงเลย :)
หยิบเรื่องนี้มาอ่านอีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวก่อนอ่าน "อมฤต" ซึ่งเราพบว่าเนื้อเรื่องและแก่นยังไม่ล้าสมัย และผู้เขียนยังคงมีเอกลักษณ์การเล่าเรื่องแบบสอดแทรกแนวคิดเชิงธรรมะ ชนิดที่เรียกว่าสนุกเร้าใจแบบไม่รู้สึกฝืดฝืนอยู่เช่นเดิม
ด้านอารมณ์ในการอ่าน จัดว่ามีครบรส ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์จิกกัดน่ารัก ๆ ระหว่างพี่น้อง ฉากการต่อสู้ที่ตื่นตา ข้อคิดที่ทำให้ใจตื่นรู้ และซีนอารมณ์หนัก ๆ อย่างอารมณ์โกรธ อารมณ์ท้อแท้ อาวรณ์ห่วงหาและการตัดใจ รวมไปถึงความโปร่งและโล่งในช่วงท้าย ทำให้อ่านจบแล้วยังรู้สึกอิ่มใจต่อเนื่องไปได้อีก
เรื่องนี้พิมพ์ครั้งแรกในปี 2547 มาถึงตอนนี้ก็สิบห้าปีแล้ว หากจะบอกว่าเป็นงานเขียนที่คงคุณค่าอยู่เหนือกาลเวลา ก็คงจะไม่เกินจริงเลย :)
September 27, 2016
ชื่อเรื่อง – เพลิงนาคา
ผู้แต่ง – ชลนิล
ตัวละคร
ราเมศว์ (ริว)
พราวพิรุณ (พราว, น้ำฝน)
รอยจันทร์ (รอย)
เธียร นาคพิทักษ์
ทัตตะนาคา องครักษ์เบื้องขวาแห่งกุมภนาคราช
สิงหานาคราช
ชัยยะนาคา
รีวิวหลังอ่าน
เรื่องนี้สนุกมาก มากจนบรรยายไม่ถูกอ่ะ อ่านแล้วชอบมากๆ มันจนไม่อยากวางเลยตอนที่อ่านอยู่ ถ้าไม่ติดว่าง่วงมากจนฝืนตัวเองไม่ไหว คงได้โต้รุ่งแน่ๆ อ่ะ
ชอบความสัมพันธ์ของพี่น้อง ริวกับรอยน่ารักมากๆ อ่ะ แบบคำพูดระหว่างพี่น้องนั้น เราอ่านไปก็อมยิ้มไป เป็นโมเม้นท์ที่ชอบมากที่สุดเลยแหละ
ชอบที่คุณชลนิลสามารถนำเรื่องพญานาคกับเรื่องพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงกันได้อย่างไม่สะดุด อ่านไปรู้สึกอิ่มเอิบใจจนบรรยายไม่ถูกจริงๆ
ความรู้สึกสนุกและตื่นเต้นนั้น มากพอๆ กับตอนอ่าน “อาคม” กับ “ระบำเวท” เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นใครยังไม่ได้อ่านเล่มนี้ขอแนะนำจริงๆ นะคะ สนุกมากแม้ว่าจะเขียนมานานหลายปี แล้วก็ปรับใหม่แล้วอีกครั้ง แต่ความสนุกไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย
ความรักของแต่ละคู่นั้นน่าประทับใจและซาบซึ้งใจมากจริงๆ ส่วนวิธีแก้ปัญหาของตัวละครเอกนั้น เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดจริงๆ จะมีจุดที่ตัวละครเกิดอารมณ์รุนแรง ก็จะมีเหตุให้ตัวละครนั้นค่อยๆ คิดได้ ค่อยๆ ทำใจให้สงบ และสุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยใจที่เป็นสุข
ช่วงเวลาที่น้ำฝนกับริวคุยกันน่ารักมากอ่ะ อ่านแล้วชอบสุดๆ เลยอ่ะ รอยจันทร์กับเธียรโดนแย่งซีนกันไปเลย 555+
บรรยายเยอะก็ไม่ได้ 555+ จะเผลอเล่าเรื่องออกมา แต่ที่แน่ๆ อ่านจบแล้วรักริวมากค่ะ ขอเป็นริวแฟนคลับ รองลงมาก็รอยจันทร์ค่ะ เป็นพี่สาวที่น่ารักจริงๆ ตกหลุมรักสองตัวละครนี้อย่างจริงจังเลยแหละ
เล่มนี้พลาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ เชิญชวนอ่านต่อไป ^^
[สปอยล์]
Start 7.35 น. Mon 26 Sep 2016
End 11.59 น. Tue 27 Sep 2016
Review Date 13.45 น. Tue 27 Sep 2016
ผู้แต่ง – ชลนิล
ตัวละคร
ราเมศว์ (ริว)
พราวพิรุณ (พราว, น้ำฝน)
รอยจันทร์ (รอย)
เธียร นาคพิทักษ์
ทัตตะนาคา องครักษ์เบื้องขวาแห่งกุมภนาคราช
สิงหานาคราช
ชัยยะนาคา
รีวิวหลังอ่าน
เรื่องนี้สนุกมาก มากจนบรรยายไม่ถูกอ่ะ อ่านแล้วชอบมากๆ มันจนไม่อยากวางเลยตอนที่อ่านอยู่ ถ้าไม่ติดว่าง่วงมากจนฝืนตัวเองไม่ไหว คงได้โต้รุ่งแน่ๆ อ่ะ
ชอบความสัมพันธ์ของพี่น้อง ริวกับรอยน่ารักมากๆ อ่ะ แบบคำพูดระหว่างพี่น้องนั้น เราอ่านไปก็อมยิ้มไป เป็นโมเม้นท์ที่ชอบมากที่สุดเลยแหละ
ชอบที่คุณชลนิลสามารถนำเรื่องพญานาคกับเรื่องพระพุทธศาสนาเชื่อมโยงกันได้อย่างไม่สะดุด อ่านไปรู้สึกอิ่มเอิบใจจนบรรยายไม่ถูกจริงๆ
ความรู้สึกสนุกและตื่นเต้นนั้น มากพอๆ กับตอนอ่าน “อาคม” กับ “ระบำเวท” เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นใครยังไม่ได้อ่านเล่มนี้ขอแนะนำจริงๆ นะคะ สนุกมากแม้ว่าจะเขียนมานานหลายปี แล้วก็ปรับใหม่แล้วอีกครั้ง แต่ความสนุกไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย
ความรักของแต่ละคู่นั้นน่าประทับใจและซาบซึ้งใจมากจริงๆ ส่วนวิธีแก้ปัญหาของตัวละครเอกนั้น เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดจริงๆ จะมีจุดที่ตัวละครเกิดอารมณ์รุนแรง ก็จะมีเหตุให้ตัวละครนั้นค่อยๆ คิดได้ ค่อยๆ ทำใจให้สงบ และสุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยใจที่เป็นสุข
ช่วงเวลาที่น้ำฝนกับริวคุยกันน่ารักมากอ่ะ อ่านแล้วชอบสุดๆ เลยอ่ะ รอยจันทร์กับเธียรโดนแย่งซีนกันไปเลย 555+
บรรยายเยอะก็ไม่ได้ 555+ จะเผลอเล่าเรื่องออกมา แต่ที่แน่ๆ อ่านจบแล้วรักริวมากค่ะ ขอเป็นริวแฟนคลับ รองลงมาก็รอยจันทร์ค่ะ เป็นพี่สาวที่น่ารักจริงๆ ตกหลุมรักสองตัวละครนี้อย่างจริงจังเลยแหละ
เล่มนี้พลาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ เชิญชวนอ่านต่อไป ^^
[สปอยล์]
Start 7.35 น. Mon 26 Sep 2016
End 11.59 น. Tue 27 Sep 2016
Review Date 13.45 น. Tue 27 Sep 2016
April 24, 2019
หยิบมาอ่านอีกรอบ เพราะละครกำลังจะฉาย
ความรัก ความแค้นระหว่างนาคกับมนุษย์ ความพยาบาทที่สะสมมากว่าพันปีจะคลี่คลายได้อย่างไร
เล่มนี้คงมาตรฐานของคุณชลนิล ความลี้ลับเหนือธรรมชาติ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา ขนาดเรื่องนี้เขียนมาสิบกว่าปี เนื้อเรื่องยังไม่ล้าสมัยแถมสนุกด้วย
ความรัก ความแค้นระหว่างนาคกับมนุษย์ ความพยาบาทที่สะสมมากว่าพันปีจะคลี่คลายได้อย่างไร
เล่มนี้คงมาตรฐานของคุณชลนิล ความลี้ลับเหนือธรรมชาติ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนา ขนาดเรื่องนี้เขียนมาสิบกว่าปี เนื้อเรื่องยังไม่ล้าสมัยแถมสนุกด้วย
April 3, 2014
นอกจากความสนุกเข้มข้นยังได้ "สติ" อีกด้วย เตือนให้เรารู้อยู่กับปัจจุบัน อย่าหลงอยู่ ขอบคุณคุณชลนิลค่ะ
August 16, 2015
เป็นเรื่องที่เน้นเกี่ยวกับศาสนา
แต่ยังอ่านได้สนุกตื่นเต้น
มีโน่นนี่ให้ลุ้น
มีความจิ้นบ้างบางตอน
มีกุ๊กกิ๊กๆๆนิดนึง
ดราม่าน้ำตานองยังใส่มาอีก
ทั้งสนุก ทั้งดี ก็ 5 ดาวไปเลย
แต่ยังอ่านได้สนุกตื่นเต้น
มีโน่นนี่ให้ลุ้น
มีความจิ้นบ้างบางตอน
มีกุ๊กกิ๊กๆๆนิดนึง
ดราม่าน้ำตานองยังใส่มาอีก
ทั้งสนุก ทั้งดี ก็ 5 ดาวไปเลย
April 26, 2013
เพิ่งอ่านจบสดๆร้อนๆ สนุกมากกกก เรื่องนี้มีพระ-นางสองคู่ เราชอบริวมาก มีเสน่ห์มีอารมณ์ขัน กวน ทำให้หัวเราะไม่หยุดทั้งเรื่องกับเจ้าหนุ่มคนนี้ ริวมีพลังพิเศษ เขามีพลังนาคา มองเห็นผีได้ ตอนแรกจัดการกับผี ตอนหลังจัดการกับนาค สนุกมากกก 55 โรมานซ์ไม่เท่าไหร่ แต่ที่ชอบคือความรักระหว่างพี่กับน้องมากกว่า ประทับใจมาก รอยจันทร์กับริวเป็นพี่น้องที่รักกันมากและน่ารักมากๆๆๆๆ ริวก็ชอบกวน แหย่พี่สาวตัวเองอยู่เรื่อย อ่านแล้วขำมาก รอยเป็นดารา มีน้องชายเป็นผู้จัดส่วนตัวที่สุดแสนจะกวนโอ้ยแต่น่ารักน่าหยิกมาก พระเอกอีกคน คือ เธียร ทายาทตระกูลนาคพิทักษ์ คู่กับรอยนั่นแหละ มันเป็นเรื่องราวความแค้นของนาคราชตนหนึ่งและอยากจะทำลายล้างทายาทของตระกูลนาคพิทักษ์ให้ตายดิ้น! มีครบทุกรสทุกอารมณ์ น่ากลัว เศร้า ตลก หวาน มัน ขม และปนธรรมะ ได้ความรู้อย่างลึกซึ่ง ในเล่มนี้จะได้พบกับพันเกลียวด้วย ถ้าใครเคยอ่าน ม่านมนตรา ของนักเขียนท่านเดียวกันนี้จะรู้จักพันเกลียว ภาษาของชลนิลสวย ชอบ อ่านเพลิน สนุกทุกบท ถูกใจคนชอบพญานาคอย่างเรา ^^
October 14, 2013
สนุก ดำเนินเนื้อเรื่องเร็ว พล็อตเรื่องคล้ายๆม่านมนตราเลย บางคำพูดของตัวละครเหมือนกันเป๊ะ 55 แต่โดยรวมสนุกมาก ตัวละครที่ชื่อริวกวนๆดี รอยจันทร์ก็น่ารัก
September 19, 2015
ขออ่านก่อนนะ
Read
May 9, 2019interrest
Displaying 1 - 9 of 9 reviews









