เอกภพ สิทธิวรรณธนะAuthor 6 books36 followersFollowFollowMay 20, 2017คือหนังสือที่บ่งบอกความสำคัญของการคุยเล่น ตลอดทั้งเล่ม เราย่อมพบผู้เขียนยกย่องความดีงามของการคุยเล่น ส่งเสริม ให้เราคุยเล่นในวาระโอกาสต่างๆ ทั้งการพบปะพบเพื่อนใหม่เพื่อนเก่า คุยกับคนไม่รู้จักในยามสังสรรค์ คุยเล่นยามเป็นเจ้านายลูกน้อง ชวนให้วัยรุ่นคุยกับป้าลุง และชวนน้าอาคุยกับลูกหลานการคุยเล่นคือกิจกรรมอันประเสริฐ กิจกรรมสร้างบรรยากาศความไว้วางใจ ความเป็นกันเอง ปูทางไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีและธุรกิจให้ไปได้สวยวิธีการคุยเล่นที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอ มิใช่วิธีพิลึกพิสดาร หรือเคล็ดลับที่มีค่าถึงขั้นควรจดในบัตรข้อความอะไรทำนองนั้น แต่เป็นวิธีธรรมดาสามัญอันเราต่างก็มีทักษะกันอยู่แล้วดูเหมือนความดี 3 ประการของหนังสือเล่มนี้ คือ หนึ่ง ให้กำลังใจเราว่า การคุยเล่นเป็นเรื่องง่าย อย่าไปกลัวอะไร สอง หนังสือเล่มนี้ "คุยเล่น" กับคนอ่านได้สนุกดีประการสุดท้าย ผมลายแทงหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ที่ต้องไปหาอ่าน คะโจ บะกะ อิจิได - ชีวิตบวมๆ ของผู้จัดการแผนกใครมีขอยืมหน่อย
Kittenlittle593 reviews32 followersFollowFollowMay 14, 2016อ่านแล้วก็ได้เทคนิคใหม่ๆ เล็กน้อย เทคนิคส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว ถ้าจะคุยเล่นเก่งๆ เราควรจะมีคลังข้อมูลตุนไว้ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ได้ยินมาอีกทีก็ได้เราชอบบทสรุปของเล่มนี้ การคุยเล่นก็คือ "ทักษะในการมีชีวิต" เห็นด้วยอย่างแรงเลย ตราบใดที่เรายังต้องอยู่ในสังคม เราต้องคุยเล่นให้เป็น มันจะช่วยคลายการอึดอัดใจเวลาพบเจอผู้คนที่ไม่สนิทได้ บางครั้งเราอาจจะได้รับโอกาสดีๆ ในการคุยเล่นอีกด้วยnon-fiction
Phubet Chitapanya22 reviews4 followersFollowFollowJuly 15, 2018หนังสือแสดงให้เราเห็นความสำคัญของการคุยเล่นว่ามีผลต่อการใช้ชีวิตของเรามากแค่ไหน มีการยกย่องว่าเรื่องไร้สาระ แก่นแท้ของมัน อาจจะไม่ใช่เรื่องไร้สาระก็ได้ นอกจากนี้มันยังเพิ่มโอการ เพิ่มมูลค่าผ่านความรู้สึกที่เรียกว่ามิตรภาพ และสามารถส่งพลังการเปลี่ยนแปลงจากผม คนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องไร้สาระ กลับมามองมันเป็นอีกภารกิจนึงที่ต้องฝึกฝนพัฒนาให้ได้
Top2 reviewsFollowFollowJune 17, 2018แนะนำสำหรับคนที่ต้องการพัฒนาทักษะในการพูดคุยกับคนอื่นในเล่มยกตัวอย่างได้ดี และสมารถนำไปปรับใช้ได้จริง
Nattawut Phetmak75 reviews36 followersFollowFollowMarch 24, 2016ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นหนังสือแมสๆ เขียนแต่เปลือกๆ แต่พออ่านแล้วก็พบว่าดีอยู่พอตัวนะคือว่าชีวิตมันก็คงไม่ได้ดีขึ้นก้าวกระโดดแบบ เปลี่ยนจากคนใช้ให้กลายเป็นซินเดอเรลล่าได้หรอก แต่มันก็เห็นได้ว่าเปลี่ยนอะ ลองเอาไปใช้ดูแล้วรู้สึกสนุกสนานกับการใช้ชีวิตมากขึ้นจุดติคงจะเนื่องมาจากหนังสือถูกแปลจากญี่ปุ่น ดังนั้นวัฒนธรรมอะไรต่างๆ ก็คงไม่สามารถเข้าใจได้โดยคนไทยทั้งหมดเสียทีเดียว แต่ก็มีแค่ส่วนเล็กน้อยในหนังสือเท่านั้น ไม่ได้มากมายจนน่ารำคาญแต่อย่างใด