Jump to ratings and reviews
Rate this book

How I Love My Mother

Rate this book
ความเรียงบันทึกเรื่องราวอบอุ่นหัวใจของนักเขียนใหม่ พาย จากเด็กสาวที่มีแม่คอยตามดูแลทุกฝีก้าว แต่วันหนึ่งชีวิตของพายก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อแม่ที่เป็นเสาหลักในครอบครัวเกิดล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ทำให้พายต้องรับบทบาทเป็นผู้ดูแลบ้านและดูแลแม่ตั้งแต่อายุ 16 แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่างานดูแลคนป่วยนั้นทั้งเหนื่อยและหนัก แต่พายก็เลือกมองและพูดถึงชีวิตของตัวเองกับแม่ในมุมที่ทำให้เราหัวเราะและยิ้มให้กับเรื่องที่น่าร้องไห้ได้อย่างไม่ยากนัก

219 pages, Paperback

Published March 1, 2016

2 people are currently reading
33 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
27 (49%)
4 stars
22 (40%)
3 stars
6 (10%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for Tiabtawan Limjittrakorn.
121 reviews34 followers
April 13, 2016
เป็นเรื่องของน้องที่คณะกับคุณแม่ที่ป่วย
น้องเก่งมากที่เลือกเขียนมุมดีๆ ให้เรื่องที่คนภายนอกคิดว่าต้องดราม่าแน่ๆ
ได้เห็นในความคิดบวกของน้องพาย
ใครคิดว่าชีวิตพัง หรือเหนื่อยแล้ว ลองอ่านดู
มีคนเหนื่อยกว่า ต้องใช้กำลังใจเยอะกว่าเราอีกเยอะ
Profile Image for Toeydongg Anusri.
8 reviews2 followers
August 31, 2020
เราเป็นอีกหนึ่งคนที่สนิทกับแม่มาก หนังสือเล่มนี้ทำให้อบอุ่นหัวใจมากค่ะ :) คุณพายเล่าเรื่องออกมาได้ครบทุกอารมณ์เลย มันไม่ได้รู้สึกเศร้าอย่างที่คนอื่นบอกจริงๆ แต่ว่ากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นใจ อ่านไปแล้วใจฟูไม่หยุด มีหลายเรื่องที่ทำให้กลับมานึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองใช้กับแม่และคนในครอบครัว ขอบคุณคุณพายที่ส่งต่อเรื่องราวดีๆผ่านหนังสือเล่มนี้ ชอบมากค่ะ
Profile Image for thekyle..
1 review
July 19, 2021
อยากจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับหนังสือ 2 เล่มนี้ 🌿
* how i love my mother
* how i live my life
สารภาพว่าครั้งแรกเห็นหน้าปกแล้วไม่กล้าอ่าน คิดว่าต้องมีซีนให้เรียกน้ำตาแน่นอน ส่วนตัวจะเซนซิทีฟกับเรื่องแบบนี้ เลยเลือกที่จะมองข้ามไป แต่ที่มาอ่าน 2 เล่มนี้ได้ก็เพราะลองเปิดใจอ่านแบบ preview ใน https://store.minimore.com/bunbooks แล้วรู้สึกว่าชอบภาษาที่ใช้ในการเขียนมาก มันได้ฟิลอบอุ่นบอกไม่ถูก อบอุ่นจนขอบตาร้อนผ่าวไปบ้าง อบอุ่นจนตามหางานเขียนเล่มอื่น ๆ ของคุณพาย ภาริอรฯ เกือบจะครบแล้ว 😂
.
เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องประสบการณ์ตรงของคุณพาย(นักเขียนท่านนี้) ว่าประสบพบเจออะไรมาบ้าง แต่เรื่องที่ประสบก็ไม่เท่ากับวิธีการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการคิด ทัศนคติในการมองโลกของคุณพาย จริง ๆ มันไม่ได้ดูสดใสนะ มันเป็นวิธีคิดของคนที่ผ่านโลกมาแล้วประมาณหนึ่ง ตกผลึกทางความคิดมาแล้ว ซึ่งคุณแม่ของคุณได้พูดประโยคนี้ไว้คือ “ชีวิตคนเราไม่ได้มีวันที่แย่หรอก
มีแค่วันที่ดีน้อยกับวันที่ดีมากเท่านั้นเอง” มันก็จริงนะ เวลาเรารู้สึกแย่มาก ๆ เราจะเหมารวมไปแล้วว่าทำไมวันนี้มันแย่อะไรได้ขนาดนี้ แต่จริง ๆ มันอาจจะมีเรื่องราวเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราในวันนั้นแล้วทำให้เรารู้สึกใจฟูขึ้นมาในเวลาเพียงชั่วครู่ แต่ถูกความรู้สึกที่แย่โดยส่วนใหญ่ กดทับไปจนหาไม่เจอ โดยที่เราเองก็ไม่อาจทันสังเกตได้เช่นกัน ,
.
โดยในหนังสือจะพูดถึงชีวิตของคุณแม่ และคุณพาย ที่อ่านแล้วรู้สึกชอบมากที่สุดคือบทสนทนาระหว่างคุณวิน(แฟนของคุณพายในขณะนั้น) กับคุณพาย เป็นซีนที่คุณพายนั่งกอดเข่า แล้วประโยคที่คุณวินปลอบแต่ละประโยค คือกินใจมาก อ่านแล้วรู้สึกโห พลังแบบนี้มันดีจังเลย ชอบมาก 🤍 เช่น “เรามีสิทธิ์ที่จะด่าชีวิตเท่าไหร่ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าเมื่อเราผ่านปัญหาครั้งนี้ไปได้ ก็อาจจะมีเรื่องดี ๆ เข้ามาทำให้กราฟความสุขของชีวิตเราทะยานขึ้นอีกครั้ง ชีวิตมันก็มีขึ้น ๆ ลง ๆ”
และ
“เราควรมีความหวังว่ากราฟมันจะกลับไปดีได้ใหม่ อย่างน้อยที่สุดการคิดอย่างมีความหวัง
ก็จะช่วยให้เราผ่านจุดที่แย่ที่สุดนี้ไปได้ก่อน สุดท้ายจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นตามหรือไม่ เวลาเรานั้นแหละจะเป็นคนตัดสินเองว่าจะไปต่อหรือจะพังทลายลงจริง ๆ ซึ่งถ้าเราผ่านตอนนี้ไป อนาคตจะมีเรื่องดี ๆ อย่างที่หวังไว้หรือไม่ โอกาสก็ยังเป็น 50:50 แต่ถ้าปล่อยใฟ้ตัวเองสิ้นหวังและพังลงตั้งแต่ตอนนี้ เราจะจมอยู่ตรงนี้ 100%”
เอ้าแล้วหนังสือสองเล่มนี้เล่าเรื่องของคุณแม่กับคุณพายไม่ใช่เหรอ ไหงมีคนอื่นล่ะ? 😂 จริง ๆ คนรอบตัวของคุณพายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคุณพายเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเพื่อน คนรัก หรือญาติที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด
.
ซึ่งไม่ว่าในช่วงชีวิตไหนของคุณพายที่กำลังเจอปัญหา แต่ด้วยวิธีคิดของคุณพายที่เป็นคนมองโลกในแง่บวกพร้อมบวกกับทุกอย่างในแบบของคุณพายที่ดูละมุนอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างในบางเรื่อง แต่ด้วยคนรอบข้างดี เป็น supporter ที่ดีสุด ๆ มันทำให้ทุกอย่าง ผ่านไปได้ด้วยดีในทุก ๆ ครั้ง และปัจจัยบางเรื่องในการใช้ชีวิตของคุณพายไม่ได้มีปัญหามากนักเท่าไหร่ กอปรกับสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทัศนคติในการใช้ชีวิตของคุณพายซึ่งเป็นไปในทางบวกมาก ๆ อ่านแล้วเหมือนถูกปลอบไปด้วย เข้าใจโลกมากขึ้นไปด้วย ซึ่งเราว่าสำหรับสิ่งที่คุณพายเจอ ถ้าทัศนคติของคุณพายติดลบ แน่นอนว่าการดำเนินชีวิตต่อไปของคุณพายจะยากขึ้นอีกเป็นสิบเท่า คุณพายอาจจะไม่ได้มาเล่าเรื่องของตัวเองเขียนเรียงผ่านเป็นตัวอักษรให้เราได้อ่านแน่นอน
.
พอคุณพายรับบทเป็น supporter คุณพายก็เป็น best version เช่นกัน ชอบมาก ๆ (ชอบอีกละ 55555) คือ ตอนคุณพายบอกกับคุณฝ้ายที่เป็นเพื่อนสนิทว่า “ฉันรัก sadness ในตัวเธอ” และเพื่อนของคุณพายก็ได้พูดถึงการเป็น sadness ว่า “การมีใครสักคนที่ไม่เคยปฏิเสธที่จะโอบกอดความเศร้าในตัวฉัน ทั้งยังรับได้และรักได้ใน sadness แบบที่ฉันเป็น ฉันว่านี่คือความโชคดีและเป็นสิ่งที่มีความหมายที่สุดในทุก ๆ ความสัมพันธ์เลยนะ” โคตรจะฮีลจิตใจ
.
และในพาร์ทที่คุณพายดูแลคุณแม่ คุณพายก็จะเล่าเรื่องต่าง ๆ ในการดูแลคนป่วย รวมถึงอุปนิสัยของตัวคุณพายเองตั้งแต่เด็กจนโต การใช้ชีวิตของคุณพายในขณะที่ต้องใช้ชีวิตของตัวเองคู่ขนานไปกับการดูแลคุณแม่ที่ป่วยอยู่ และอุปนิสัยของคุณแม่ก่อนป่วยและหลังป่วย จากคุณแม่ที่เป็นซิงเกิ้ลมัมคนเก่ง ต้องมาเป็นผู้ป่วยติดเตียง คุณแม่ก็สู้มาก ๆ เลย กำลังใจดีมาก ๆ ถึงจะงอแงไปบ้าง แต่อ่านไปแล้วก็ยังรู้สึกถึงความน่ารักในความดื้อดึงบ้าง และคุณพายยังเล่าถึงการเรียนรู้ที่มากขึ้น ทางด้านความคิด ด้านอารมณ์ในแต่ละช่วงวัยของคุณพายเอง และอาการเจ็บป่วยของคุณแม่ในแต่ละครั้ง จะเห็นพัฒนาการหลาย อย่างของคุณพายที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่สัมผัสได้จากการอ่านอีกอย่างก็คือ ลมหายใจเข้าออกของคุณพายคือคุณแม่ และลมหายใจเข้าออกของคุณแม่ก็คือคุณพาย เขามีกันแค่สองคนเป็นเหมือนทั้งชีวิตของเขาทั้งคู่ เป็นความรัก ความผูกพันที่ไม่ได้ทำให้เอียนในความรู้สึกนี้ ไม่ทำให้อึดอัด เพราะการเขียนของคุณพาย ไม่ได้อัดแน่นไปด้วยศีลธรรม หรือหน้าที่ตามจรรยาแต่อย่างใด
.
และในความเป็นมนุษย์ที่ positive thinking ของคุณพาย ถามว่าใช้ชีวิตมาแบบนี้จะมีวันที่รู้สึกหลุดจากสภาวะในความคิดบวกบ้างมั้ย ซึ่งมันก็มีให้เห็นจริง ๆ มีร่องรอยของการงอนกัน ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจ ดุบ้าง บ่นบ้าง ซึ่งเราเข้าใจว่ามันก็ถูกแล้ว เราก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่มีวันที่แสนจะเหนื่อย อิดโรย และอยากจะโกรธทุกอย่างรอบตัวบ้าง ที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตแบบที่เราอยากทำ หรืออยากใช้ แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยวความคิดที่พอฉุกคิดได้ก็เออ ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งในหน้งสือคุณพายเปรียบตัวเองเป็นด็อบบี้ ถ้าใครเคยอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็จะพอเข้าใจ ในคาแรคเตอร์ของเอลฟ์ประจำบ้านตัวนี้
.
ซึ่งพอมาขมวดเรื่องราวต่าง ๆ มันก็ทำให้เราเหมือนได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไปพร้อมคุณพายผ่านตัวอักษรแต่ละหน้า ที่ค่อย ๆ กลั่นกรองออกมาเป็นมุมมองที่อ่านแล้วก็ค่อนข้างจะเข้าใจแก่นแท้ของชีวิตมากขึ้น ทำให้เราตระหนักกับชีวิตของเรามากขึ้น ถูกปลอบประโลม ถูกกระทุ้งให้ตั้งคำถาม ทั้งที่ตัวอักษรในหนังสือของคุณพาย “ไม่ได้รับบทให้ถ่ายทอดสั่งสอนในเรื่องใด ๆ เลย”
.
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เข้าใจคุณพายผ่านตัวอักษรในหนังสือสองเล่มนี้ก็เพราะว่า แม่เราเองก็เคยประสบอุบัติเหตุเหมือนกัน และเราต้องเป็นคนดูแลแม่ และดูแลยายไปพร้อมๆ กัน แค่ 7 วันเราก็น็อคแล้ว นอน 5 ทุ่ม ตื่นตี 2 ตื่นอีกทีตี 5 ชีวิตวนลูปอยู่แบบนั้น นั่นขนาดเป็นอาทิตย์ที่เราลาทั้งอาทิตย์เพื่อมาดูแลเราร่างกายเรายังโอดครวญเลย แล้วคุณพายล่ะ
.
แต่ในความโชคดีของเราคือยังมีพี่สาวคอยซัพพอร์ทมาช่วยเรา ให้เราได้มีเวลาไปงีบพักบ้าง เราถึงได้เข้าใจคุณพายว่า ‘คนรอบข้างที่ดีมันเป็นปัจจัยที่สำคัญที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือใจของเราเอง และทัศนคติของเราเองในการดำเนินชีวิตแหล่ะที่สำคัญที่สุดไม่แพ้กัน’ :)
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for REMEMI3ER.
195 reviews12 followers
July 10, 2020
เป็นเรื่องราวความรักของพี่พายกับแม่ที่เราอ่านแล้วร้องไห้ตั้งแต่บทแรก เราไม่ได้ร้องไห้เพราะว่ามันเศร้าหรือหดหู่เลยแม้แต่น้อย แต่เราร้องไห้เพราะความรักที่บริสุทธิ์ของแม่กับพี่พายต่างหาก หลายเรื่องมันสะกิดใจให้เราต้องถามตัวเองว่า ถ้าเป็นเรา จะทำได้แบบนี้ไหม ถ้าเป็นเรา ทุกอย่างมันจะเป็นยังไง ถ้าเป็นเรา จะผ่านมันไปไหมนะ เราพ่ายแพ้ต่อการเสียน้ำตาให้กับความงดงามของความรักของแม่พี่พายและนับถือในความรักที่พี่พายมีให้แม่ สิ่งที่กระทบใจเรามากๆคือ สิ่งที่พี่พายเขียนถึงแม่แล้วมันกลายเป็นการสะท้อนกลับ โดยเฉพาะการสลับบทบาทกัน เมื่อตอนพี่พายเป็นเด็ก แม่ดูแลพี่พาย และเมื่อแม่พี่พายล้มป่วย พี่พายก็ดูแลแม่ เรื่องราวบางเรื่องสอนให้เราเห็นถึงคำว่า “ชีวิตมันก็เท่านี้เอง” มากขึ้น บางเรื่องก็ทำให้เราได้ยินบางประโยคที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต อย่างการมีหน้าที่เพื่อมีชีวิตอยู่เพื่อใครอีกคน ใครจะไปคิดว่า แค่การที่เรามีชีวิตอยู่ ก็นับเป็นหน้าที่อย่างนึงที่มีความหมายสำหรับใครบางคน ใครจะไปคิดว่าเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของใครสักคน อาจไม่ใช่บ้าน รถ ชื่อเสียง ร่ำรวย หรือการประสบความสำเร็จในชีวิต แต่อาจเป็นการได้ดูแลใครอีกคนไปเรื่อยๆตลอดชีวิต เราได้รู้จักความรักที่สวยงามมากๆของมนุษย์อีกรูปแบบนึงจากหนังสือเล่มนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ดีงามหรือความสุขเสมอไป ความผิดพลาด ความรู้สึกผิด ความทุกข์ ความยากลำบาก ก็นับเป็นความงดงามของชีวิตได้เหมือนกัน เหนือสิ่งอื่นใด เรานับถือจิตใจของพี่พายมากๆที่ผ่านทุกอย่างมาได้และก็ทำได้ดีมากๆด้วย เราเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า พี่พายได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของชีวิต ได้พบเจอสิ่งนั้นแล้วจริงๆ และที่สำคัญพี่พายก็ได้อยู่กับสิ่งนั้นแล้วด้วย ช่างโชคดีเหลือเกิน :)
Profile Image for moomooread.
172 reviews33 followers
July 4, 2017
คุณพายเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ทั้งการดูแลคุณแม่และการเล่าเรื่อง ปกติเวลาอ่านเรื่องการดูแลคนป่วยเราจะไม่ค่อยอิน และอ่านข้าม ๆ ไปเพราะรู้สึกไม่อยากรับรู้ แต่คุณพายทำให้เราตั้งใจอ่านหนังสือเล่มนี้จริง ๆ และทำให้เห็นอีกแง่ว่าการดูปลคนป่วย การที่ต้องอยู่กับเรื่องแบบนี้ไม่ได้มีแค่แง่ร้ายอย่างเดียว ทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจ หัวเราะ และน้ำตาซึมได้ในเล่มเดียว
ปล.วินน่ารักมากแงงง
ปล2.อ่านไปละรู้สึกว่าคุณแม่คุณพายโคตรเท่เลย555
ปล3.อ่านจบแล้วอยากวิ่งกลับบ้านไปกอดแม่เลย
Profile Image for PKG TRY TO READ.
67 reviews2 followers
November 18, 2017
ในชีวิตแม่-ลูก เราอาจจะทำอะไรตกหล่นไป เล่มนี้จะให้เก็บส่วนที่ขาดหายไปได้ครบถ้วนขึ้น
Profile Image for Tangmo Ncy.
108 reviews1 follower
June 25, 2018
สนุก อ่านง่าย ซาบซึ้งไปกับเรื่องราวธรรมดาของสองแม่ลูกโดยไม่รู้สึกเบื่อเลย ภาพประกอบก็น่ารัก เป็นหนังสือที่อบอุ่นมากๆค่ะ
Profile Image for Wannida.
125 reviews49 followers
November 5, 2016
อ่านแล้วคิดถึงแม่ เราดูแลแม่ได้ดีเหมือนพายรึเปล่านะ?
หนังสือเล่มนี้ทำให้อมยิ้มเป็นพักๆ สลับกับร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ให้กับความเข้มแข็ง เติมกำลังใจให้กัน และร่ำรวยอารมณ์ขันของแม่ลูกคู่นี้

บางทีเรื่องเศร้า เราก็ยิ้มให้กับมันได้
และบางที เราก็ไม่ได้ร้องไห้เพราะเรื่องเศร้าอย่างเดียวสักหน่อย เราร้องไห้กับความเป็นห่วง ความใส่ใจ ความรักในตัวใครสักคนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่างหาก
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,070 reviews179 followers
December 7, 2016
บางส่วนของคำนำนิยมบอกเราว่า
หนังสือเล่มนี้ทำเธอร้องไห้ตั้งแต่บทแรก
ไม่น่าเชื่อถือเลย จนกระทั่ง .. เราอ่านบทแรกจนจบ T----T
เป็นหนังสือที่ไม่ได้ดึงดราม่า
แต่ร้องไห้ให้กับความเข้มแข็งของพาย ร้องไห้ให้กับความจริงทั้งมวล
อ่านจบ ขึ้นทำเนียบหนังสือโปรดไปเลย
Displaying 1 - 10 of 10 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.