Jump to ratings and reviews
Rate this book

วินาทีที่เป็นอิสระ

Rate this book
"วินาทีที่เป็นอิสระ" เป็นผลงานของ 2 นักเขียน "นิ้วกลม" และ "โตมร ศุขปรีชา" ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ตื่นรู้อันเปี่ยมพลังของ "12 คุรุทางจิตวิญญาณ" ผ่านภาษาที่จับใจ พร้อมภาพประกอบจากปลายพู่กันของ "โลเล" หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พาใครไปพบพานอะไรแปลกประหลาด เพราะไม่มีอะไรเป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรสูงส่งหรือต่ำช้า สรรพสิ่งล้วนสิ่งสามัญธรรมดา เพียงแต่ในบางชั่วแวบ ม่านของจักรวาลก็เผยให้เราได้เห็นถึงบางสิ่งซึ่งอาจซุกซ่อนอยู่ในพรายฟองควอนตัม เหมือนกระดาษแผ่นนั้นฉีกขาดออก แล้วตัวการ์ตูนก็ร่วงหล่นลงไปในช่องว่างนั้นโดยไม่รู้ตัว ทว่าเพียงแวบเดียวมันก็กลับขึ้นมาใหม่ เพราะมันไม่อาจดำรงอยู่ได้ในที่ซึ่งเหนือพ้นไปจากความเป็นของตัวมัน ชั่วแวบนั้น มันอาจคิดว่าตัวเองได้พบพานสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ แต่แท้จริงก็คือสิ่งมีมีอยู่ เป็นอยู่ ไม่มีอยู่ ไม่เป็นอยู่ อย่างที่มันทั้งมีและไม่มี เป็นและไม่เป็น-มาชั่วกาล

192 pages, Paperback

First published April 1, 2016

8 people are currently reading
71 people want to read

About the author

12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา

1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย

2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี

3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’

4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย

5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน

6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย

7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น

8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล

9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม

10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...

11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง

12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
26 (34%)
4 stars
32 (42%)
3 stars
13 (17%)
2 stars
0 (0%)
1 star
4 (5%)
Displaying 1 - 13 of 13 reviews
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,075 reviews179 followers
April 20, 2021
เป็นหนังสือเล่มบางๆ เล่าเป็นตอนสั้นๆ
ดูเหมือนจะอ่านง่าย แต่อ่านเร็วไม่ได้เลย
Profile Image for nananatte.
442 reviews139 followers
July 23, 2016
ต้องแจ้งก่อนเลยว่า นี่เป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่ทุกคนจะอ่านได้ค่ะ ถ้าได้อ่านงานของอ.สม สุจิรา โอโช ริวโฮ กฤษณามูระติมาบ้าง... น่าจะเป็นแนวที่คุณอ่านเล่ม "วินาทีที่เป็นอิสระ" ได้จนจบเล่มค่ะ ถ้าไม่เคยอ่านงานที่เกริ่นมาก่อนเลย... เล่มนี้อาจจะอ่านยากอยู่สักหน่อยนะคะ

ตอนซื้อหนังสือเล่มนี้ที่ร้านซีเอ็ด พนักงานจัดมันไว้ในหมวดวรรณกรรม...(ก็จัดตามชื่อคนเขียนน่ะนะ) ถึงแม้มันควรจะถูกจัดอยู่ในหมวดศาสนา ไม่ก็ศาสนาประยุกต์เสียมากกว่า

สาวน้อยคนขายแจ้งว่า หนังสือเล่มนี้เป็นที่นิยมมาก ที่ร้านเหลือแค่ 2 เล่มเท่านั้น และจากการที่ฉันต้องเดินทางไปถึงซีเอ็ดสาขาไม่ใกล้บ้านเลยสักนิดเพื่อซื้อหนังสือเล่มนี้...ก็พอจะบอกได้ว่ามีคนสนใจอ่านงานเขียนเล่มนี้ของคุณโตมรและคุณนิ้วกลมอยู่มิใช่น้อย น่ายินดีค่ะ น่ายินดี

คำจำกัดความของหนังสือเล่มนี้คือ Introduction to 12 คุรุทางจิตวิญญาณค่ะ

สำหรับฉันผู้ศึกษาธรรมมะมาน้อย รู้จักคุรุคนสำคัญของโลกเพียงน้อยนิด จะนับประสาอะไรกับหลักคำสอนกับหลักการดำเนินชีวิตของคุรุเหล่านั้น... แต่หนังสือเล่มนี้ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีนะคะ มันคือ Introduction ไง ซึ่งมันก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก เราได้รู้จักคุรุที่คุณโตมรและคุณนิ้วกลมคัดสรรมานำเสนอ บางท่านเราก็เคยอ่านงานเขียนและคำสอนมาบ้าง หลายท่านเคยได้ยินแต่ชื่อเสียง มิเคยได้สัมผัสหลักคำสอน

ดังนั้น "วินาทีที่เป็นอิสระ" คือโอกาสดีๆ ที่นำพาเราไปพบปะคุณครูระดับปรมาจารย์จาก 12 สำนักผ่านการนำพาของ 2 สุดยอดนักเขียนแห่งยุคนี้!!

สำหรับบทที่ชอบเป็นพิเศษ เพราะรู้สึกผู้เขียนถ่ายทอดได้ดีมากๆ คือ จวงจื่อ, เขมานันทะ, นักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี, เพม่า โชดรัน และเฮอร์มานน์ เฮสเส

เนื่องจากหนังสือเล่มนี้เป็นงาน featuring ของคุณโตมรกับคุณนิ้วกลมภายใต้ธีมที่ถูกกำหนดมา ดังนั้น เทคนิคการเล่าของแต่ละคนในแต่ละบทมันก็เลยต่างคนต่างไปตามสไตล์ของแต่ละคนค่ะ

ส่วนตัวชื่นชอบการใช้ภาษาของคุณโตมรอยู่แล้วค่ะ
ยิ่งในเล่มนี้ จะสัมผัสการใช้ภาษาได้มีอิสระถึงขั้นอินทรีกางปีกโบยบิน แต่ก็เป็นอิสรภาพที่มีความเมตตาและความอบอุ่นแฝงอยู่แบบกรุ่นออกมาอย่างรู้สึกได้ ชวนให้นึกถึงงานแปลของกิมย้งโดยคุณว. ณ เมืองลุงอยู่เป็นระยะๆ ค่ะ

คำเตือนสำหรับมนุษย์ผู้ชื่นชอบการเสพย์ความเหงา.. บทหลังๆ ของเล่มที่เป็นฝีมือของคุณโตมร มันค่อนข้างจะเหงาเลยขีดสันโดษไปถึงขั้นเปล่าเปลี่ยวเลยล่ะค่ะ... รู้สึกอย่างนั้นกับบทชิโยโนะนะคะ

ฝั่งคุณนิ้วกลม บทแรกๆ อ่านยากเลยล่ะค่ะ
ฉันอาจจะยังติดภาพและพลังอุนนุนของคุณนิ้วกลมอยู่ นั่นพลอยทำให้รู้สึกว่าคุณนิ้วกลมใช้ภาษากับงานเขียนสั้นๆ กระชับๆ ได้ดีกว่างานเขียนประเภทความเรียงรึเปล่านะ? ยิ่งบทแรกๆ เหมือนเปลี่ยนสไตล์ไปเรื่อยๆ ในแต่ละบทด้วย พอเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องทุกครั้ง คนอ่านก็ต้องพลิกสมองจัดระเบียบความคิดกันใหม่เพื่อพยายามทำความเข้าใจไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณนิ้วกลมพยายามจะสื่อ เรายังต้องพยายามทำความรู้จักและทำความเข้าใจคำสอนของคุรุแต่ละท่านด้วย บทแรกๆ จัดว่าต้องใช้ความพยายามในการอ่านเลยล่ะค่ะ

...แต่พอครึ่งเล่มหลัง เมื่อคุณนิ้วกลมเปลี่ยนมา "เล่า" แทนการบรรยาย นั่นทำให้อรรถรสในการอ่านตีตื้นมาคู่คี่กับการเล่าเรื่องอย่างสวยงามเพริศแพร้วของคุณโตมร ...เรียกได้ว่า ตั้งแต่กลางเล่มไปจนจบ บทของคุณนิ้วกลมยิ่งอ่านยิ่งเพลิน ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ค่ะ ยิ่งบทโอโชนี่คืออึ้ง ฮา และขำเลยล่ะค่ะ 555

สรุปคือ "วินาทีที่เป็นอิสระ" เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่เนื้อหาไม่เล็กเลยสักนิด คุณจะได้รับการเชื้อเชิญจากนักเขียนคารมดีทั้งสองท่านให้ไปทำความรู้จักกับมหาคุรุผ่านสายตาและปลายปากกาของพวกเขา คนที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้คงรู้สึกไม่เหมือนกัน สำหรับฉัน คิดว่า next station ต้องได้ไปหางานของเฮอร์มานน์ เฮสเสมาอ่านแน่เลยค่ะ :-)
Profile Image for Araya Pichitkul.
172 reviews18 followers
April 15, 2018
12 คุรุทางจิตวิญญาณ แต่ละท่านมีแนวคิดที่แตกต่างแต่ในขณะเดียวกันก้อมีความสอดคล้องกันในเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน อ่านแล้วสงบเย็นดี
ตอนที่ชอบเป็นพิเศษ - เอ็กค์ฮาร์ท โทลเล
- เพม่า โชดรัน
Profile Image for กำพล สนธิเณร.
173 reviews4 followers
October 3, 2020
นักเขียน 2 คน สลับกันเล่าเรื่องขอคุรุทางจิตวิญญาณ 12 คน ตามมุมมองของนักเขียน เป็นหนังสือที่เหมาะกับการเป็นไกด์ สำหรับการหาหนังสือด้านจิตวิญญาณ ของคุรุแต่ละคนเพื่ออ่านต่อ เพื่อขยายขอบเขตของเนื้อหาตามแนวทางของคุรุแต่ละท่านที่เราสนใจ
Profile Image for Phat'Kul Silparat.
2 reviews
October 4, 2021
เจอหนังสือเล่มนี้ตอนมีเรื่องที่ต้องคิดเยอะๆ แล้วเป็นช่วงที่ต้องใช้ผิดชอบชั่วดีที่อยู่ในตัวมากๆ ขุดเค้นออกมา เพื่อพลิกแพลง ประคอง และรักษา หลายครั้งที่เราหลงลืม แต่หนังสือเล่มนี้ใช้คำง่ายๆ มาย่อย แล้วทำให้เราใช้ชีวิตผ่านหลายเรื่องราว ณ ช่วงนั้นๆ มาได้ ยังนึกขอบคุณอยู่เสมอเลยค่ะ :)
Profile Image for Puengmintz.
98 reviews2 followers
February 22, 2018
รวมคำสอนของนักคิด 12 คน
สรุป อยู่กับปัจจุบัน
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Donlawat.
112 reviews10 followers
May 15, 2023
วินาทีที่เป็นอิสระ

ถ้าให้เราเลือกระหว่าง “ความสุข” กับ “ความเป็นอิสระ” เราจะเลือกอะไร

มีความสุขมันก็ดีนะ แต่ถ้าสุขแบบไร้อิสระที่จะคิด ที่จะพูด หรือทำนั่นจะเรียกว่า ความสุข หรือไม่

กลับกัน ความเป็นอิสระ อาจจะสุขหรือทุกข์ เราเลือกได้ที่จะคิด พูด หรือทำ เมื่อสามารถเลือกได้ เราก็สามารถเผชิญความจริง มองเห็นทุกอย่างตามที่มันเป็น ไม่ยึดติดว่าจะทุกข์หรือสุข ก็สามารถดำรงอยู่ได้

พอคิดเช่นนี้ ถ้าให้เลือก เราคงเลือกความเป็นอิสระเป็นแน่แท้

หนังสือ วินา��ีที่เป็นอิสระ พาเราไปพบกับความเป็นอิสระทางความคิดและจิตวิญญาณ ผ่านเรื่องเล่า และประสบการณ์ของผู้เขียน 2 ท่าน โตมร และนิ้วกลม โดยถ่ายทอดผ่านคำสอนของคุรุทางจิตวิญญาณ 12 ท่าน พาเราไปสัมผัส คำสอนที่เน้นความเป็น “ปัจจุบัน” และปลดเปลื้องพันธนาการทางความคิดที่สำคัญ 3 อ. อันได้แก่ อัตตา (ความยึดมั่นถือมั่น) อดีต (ยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว) และอนาคต (ความคาดหวังในสิ่งที่ยังไม่เกิด) ซึ่ง 3 อ. นี้เองเรียกได้ว่าเป็น “อคติ” เป็นเหมือนม่านหมอกบังตา ไม่มองตามความเป็นจริง หรือเปรียบเหมือนเป็นโซ่ล่ามมิให้เราคิด ทำ หรือพูดได้อย่างเป็นอิสระ

เป็นหนังสือออกแนวธรรมะที่ถ่ายทอดโดยนักเขียนมือฉมัง สามารเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดและประสบการณ์ได้อย่างล้ำลึก ภาษาสละสลวย และเลือกคำสอนของคุรุทั้งหลาย ได้สอดคล้องกับแก่นของเรื่องเป็นอย่างดี

แม้เราจะไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการทางความคิดได้ตลอดเวลา ขอเพียงเศษเสี้ยววินาทีที่เป็นอิสระได้ ก็เพียงพอแล้วที่จะดำรงอยู่ในโลกที่แสนวุ่นวายนี้

สาธุ…
Profile Image for Petch Manopawitr.
122 reviews17 followers
September 7, 2016
วินาทีที่เป็นอิสระตอกย้ำคุณค่าของการอยู่กับปัจจุบัน ปล่อยวาง และเฝ้ามองสรรพสิ่งอย่างที่มันเป็น นักเขียนทั้งสองท่านสะท้อนมุมมองและหลักคิดของผู้นำทางความคิด12 คน คือ จวงจื่อ เอ็กค์ฮาร์ท โทลเล ติช นัท ฮันต์ เขมานันทะ ริค แฮนสัน เฮสเส โอโช นักบุญฟรานซิส กฤษณมูรติ เพม่า โชดรัน เดวิด โบห์ม ชิโยโนะ

บทความสั้นๆ แต่ละตอนมีความหมายซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด บางตอนเหมือนจงใจทิ้งให้คนอ่านได้ครุ่นคิด งุนงง สับสน เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ได้ลิ้มรส ความสดของความคิดที่วูบวาบ เปล่งประกายและดับสูญ เหมือนหิ่งห้อย

ความคิดของคนเรามักเป็นเช่นนั้น ชีวิตของคนเราก็เป็นเช่นนั้น เกิดขึ้นและดับสูญ การจะตื่นรู้ เบิกบานและเป็นอิสระได้ อาจต้องมองปรากฏการณ์ต่างๆ ให้เป็นเหมือนสายธารที่ไหลเลื่อนเคลื่อนไป ไม่หยุดนิ่ง

แต่ละบทค่อนข้างสั้น เป็นราวบทนำ บทบันทึกและความจำส่วนตัวองผู้เขียนต่อนักคิดคนนั้นๆ โหมโรงให้ผู้อ่านอยากไปค้นหาความหมายเพิ่มเติม

แม้จะเขียนโดยนักเขียนสองคน แต่แนวคิดของทั้งโตมรและนิ้วกลมก็สะท้อนออกมาได้อย่างกลมกลืน มีความต่างในความเหมือน ทั้งคู่ขยันตั้งคำถาม ชวนให้คิดและทิ้งพื้นที่มากมายให้ผู้อ่านได้หาคำตอบของตัวเอง

ไม่ตัดสิน ไม่ด่วนสรุป ไม่ต้องเชื่อ ความดี ความงาม ความจริง มีอยู่จริง แต่บางทีก็เป็นเรื่องที่สื่อสารไม่ได้ หากต้องรับรู้จากภายใน และช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราสัมผัส นั่นเองที่อาจเป็นวินาทีที่เป็นอิสระ
Profile Image for Kubpam So.
88 reviews11 followers
May 20, 2016
"...ในแง่นี้ การนั่งบนม้านั่งในสาธารณะจึงมิใช่แค่การผ่อนกาย แต่ยังเป็นการอาบน้ำให้จิตใจ และปล่อยให้สุนัขที่หิวโหยภายในใจเราได้พักผ่อนจากการวิ่งไล่ล่าความคิดลงบ้าง..." ทุกครั้งที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็เหมือนได้นั่งลงตรงม้านั่งที่โทลเลนั่งอยู่ ไม่ว่าจะนั่งหรือนอนอ่านอยู่ที่ไหน ไม่ใช่แค่บทที่นิ้วกลมเขียนถึงเขา แต่ทั้ง 12 บท ผมหยั่งมองความคิดตัวเองเงียบๆ ที่ผ่านมาคงผูกขาดไว้กับผู้นำ (ทางความคิด) เพียงไม่กี่คน แท้จริงแล้ว "วินาทีที่เป็นอิสระ" อยู่เหนือความเชื่อใดๆ
Profile Image for Kanin Nitiwong.
72 reviews44 followers
June 19, 2016
อินพาร์ทของนิ้วกลมมากกว่าโตมร
Profile Image for aida.
322 reviews21 followers
January 7, 2018
ชอบหลายบทเลย จะไปตามหาหนังสือของแต่ละคนมาอ่านต่อ
Displaying 1 - 13 of 13 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.