What do you think?


ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ
การที่เราทั้งสองจะได้เป็นคู่รักกันหรือไม่ ไม่มีความสำคัญใดเลย เพราะผมได้พบกับคุณแล้วในชีวิตนี้ และนั่น เป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล…
...ตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์เป็นสัญลักษณ์อันมีชีวิตซึ่งมนุษย์อุทิศให้แก่สันติภาพโลก มันสมควรที่จะเป็นอนุสาวรีย์แห่งสันติภาพโลก มันได้กลายเป็นตัวแทนแห่งความเชื่อในความเป็นมนุษย์ความต้องการในเกียรติยศของแต่ละบุคคล ความเชื่อในความร่วมมือกันของมนุษย์และความสามารถที่จะแสวงหาความยิ่งใหญ่จากความร่วมมือ ร่วมใจกัน...
ถ้อยคำของมิโนรุ ยามาซากิ (Minoru Yamazaki)
หัวหน้าสถาปนิกในการสร้างตึกเวิลด์เทรด...เซ็นเตอร์กล่าวขณะก่อสร้างตึกแฝดคู่นี้ในต้นปี พ.ศ. 2513
คืนที่ผมเขียนคำนำนี้เป็นคืนวันที่สิบกันยายน รุ่งเช้าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่สิบเอ็ดกันยายน- 9/11 สิบหกปี
...ตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์เป็นสัญลักษณ์อันมีชีวิตซึ่งมนุษย์อุทิศให้แก่สันติภาพโลก มันสมควรที่จะเป็นอนุสาวรีย์แห่งสันติภาพโลก มันได้กลายเป็นตัวแทนแห่งความเชื่อในความเป็นมนุษย์ความต้องการในเกียรติยศของแต่ละบุคคล ความเชื่อในความร่วมมือกันของมนุษย์และความสามารถที่จะแสวงหาความยิ่งใหญ่จากความร่วมมือ ร่วมใจกัน...
ถ้อยคำของมิโนรุ ยามาซากิ (Minoru Yamazaki)
หัวหน้าสถาปนิกในการสร้างตึกเวิลด์เทรด...เซ็นเตอร์กล่าวขณะก่อสร้างตึกแฝดคู่นี้ในต้นปี พ.ศ. 2513
คืนที่ผมเขียนคำนำนี้เป็นคืนวันที่สิบกันยายน รุ่งเช้าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่สิบเอ็ดกันยายน- 9/11 สิบหกปี
- GenresFiction
176 pages, Paperback
First published January 1, 2004
About the author
อนุสรณ์ ติปยานนท์
47 books121 followersอนุสรณ์ ติปยานนท์ เป็นนักเขียน นักแปลผู้น่าจับตามองในยุคปัจจุบัน โดยเขามีผลงานรวมเรื่องสั้นเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรท์ถึง 2 สมัย ได้แก่ รวมเรื่องสั้น เคหวัตถุ (พ.ศ. 2551) และนิมิตต์วิกาล (พ.ศ. 2554)
อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554).
เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น
อนุสรณ์เข้าเรียนที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (พ.ศ. 2526) ไปพร้อมๆกับ เข้าเรียนที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัดสินใจไม่ศึกษาต่อที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ยังคงตัดสินใจเรียนต่อเฉพาะที่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
เมืองเย็นเป็นผลงานเขียนเล่มแรกของเขา ผลงานที่สร้างชื่อให้กับอนุสรณ์ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนทั้งสิ้น อาทิ เมืองเย็น (บทกวี พ.ศ. 2534), ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ (นวนิยาย พ.ศ. 2547),H2O-ปรากฏการณ์แตกตัวของน้ำบนแผ่นกระดาษ (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2548),Soul Stimulate-ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (ความเรียงและเรื่องสั้น พ.ศ. 2548), 8 1/2 ริกเตอร์ การตามหาหัวใจที่สาบสูญ (นวนิยาย พ.ศ. 2549),เคหวัตถุ (Household Objects) และล่าสุดกับนิมิตต์วิกาล (รวมเรื่องสั้น พ.ศ. 2554).
เขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายฉบับว่า เริ่มต้นจับปากกาด้วยการเป็นนักแปล แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อเพื่อนสนิทของเขาจากไปในเหตุการณ์ 11 กันยายน อนุสรณ์ก็เลยมีความคิดอยากเขียนหนังสือเล่มเล็กๆ สักเล่มหนึ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อน แต่พอเขียนขึ้นมันกลับเพิ่มจำนวนยาวขึ้น
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 30 of 53 reviews
December 30, 2015
รู้สึกเคว้งคว้างไปเลยพออ่านเล่มนี้จบ เนื้อเรื่องไม่ใช่นิยาย แต่เหมือนกับบันทึกลับ พาเราเข้าไปสู่โลกแห่งความเหงา และความไม่แน่นอนของชีวิต ทุกอย่างดูไม่มีบทสรุป คลุมเครือ แต่นี่แหละที่เราว่าเป็นเสน่ห์ สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ คนๆนึงจะสามารถผูกพันกับใครสักคนได้ขนาดนั้นเชียวหรือ แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแล้ว และความสัมพันธ์ของมนุษย์นั้นลึกลับซับซ้อนเกินกว่าที่จะเข้าใจได้จริงหรือไม่ ถ้าให้เปรียบงานนี้เป็นอาหาร ก็ไม่ต่างจากของที่ชืดเย็น แต่รสชาติยังคงอยู่ แม้จะบางเบา แต่เมื่อเข้าปาก กลิ่นรสก็ชวนให้นึกถึงความทรงจำเก่าๆที่เราหลงลืม หรือพยายามที่จะลืม
July 16, 2020
เป็นเรื่องเล่ารำลึกความหลังผ่านผู้คนที่เคยพบ ผ่านเมืองที่เคยอยู่ ผ่านความหลังที่ผ่านไปไม่ย้อนคืน
เรื่องราวต่างๆ ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ มีหมอกบางๆบังอยู่ เหงา อ้างว้าง ความเศร้าที่ตกตะกอน จับต้องได้ไม่ชัดเจน ความบังเอิญที่ดูเหนือจริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ความจริง
พออ่านจบก็เหมือนตามที่หนังสือบอกไว้
“การที่เราทั้งสองจะได้เป็นคู่รักกันหรือไม่
ไม่มีความสำคัญใดเลย
เพราะผมได้พบกับคุณแล้วในชีวิตนี้
และนั่นคือสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล”
หักคะแนนเพราะเราไม่ค่อยชอบช่วงเรื่องราวของซึโยชิและรู้สึกแปลกๆไม่ชินกับการแทนตัวเองว่ากัน
กับอีกอย่างที่ขัดใจมาก เราซื้อเวอร์ชั่นเล่มสีดำ รูปเล่ม ปก กระดาษดีมาก แต่พิสูจน์อักษรผิดอย่างไม่น่าให้อภัย มีพิมพ์ตกมากกว่าสองแห่ง สำหรับเราสิ่งที่บ่งบอกความตั้งใจทำหนังสืออย่างแท้จริงคือการพิสูจน์อักษรให้ถูกต้องนี่แหละ
เรื่องราวต่างๆ ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ มีหมอกบางๆบังอยู่ เหงา อ้างว้าง ความเศร้าที่ตกตะกอน จับต้องได้ไม่ชัดเจน ความบังเอิญที่ดูเหนือจริงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ความจริง
พออ่านจบก็เหมือนตามที่หนังสือบอกไว้
“การที่เราทั้งสองจะได้เป็นคู่รักกันหรือไม่
ไม่มีความสำคัญใดเลย
เพราะผมได้พบกับคุณแล้วในชีวิตนี้
และนั่นคือสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล”
หักคะแนนเพราะเราไม่ค่อยชอบช่วงเรื่องราวของซึโยชิและรู้สึกแปลกๆไม่ชินกับการแทนตัวเองว่ากัน
กับอีกอย่างที่ขัดใจมาก เราซื้อเวอร์ชั่นเล่มสีดำ รูปเล่ม ปก กระดาษดีมาก แต่พิสูจน์อักษรผิดอย่างไม่น่าให้อภัย มีพิมพ์ตกมากกว่าสองแห่ง สำหรับเราสิ่งที่บ่งบอกความตั้งใจทำหนังสืออย่างแท้จริงคือการพิสูจน์อักษรให้ถูกต้องนี่แหละ
December 7, 2011
เหมือนดูหนังของ "หว่อง การ์ ไว" ที่เล่าเรื่องด้วยตัวอักษรแทนภาพ...ชอบครับ ^^
May 29, 2012
"It's so hard to forget pain, but it's even harder to remember sweetness. We have no scare to show for happiness, we learn so little from peace." - Chuck Palahniuk
"เป็นการยากที่จะลืมความเจ็บปวด แต่มันยากยิ่งกว่าที่จะระลึกถึงความอ่อนหวาน เราไม่มีรอยแผลที่จะบ่งบอกถึงความสุข เราเรียนรู้จากสันติได้น้อยเหลือเกิน" ชัค พอลลานิค
ผมนึกถึงประโยคนี้เมื่ออ่าน "ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ" จบลง เพราะตัวเอกของเรื่องถูกอดีตที่เจ็บปวดจากการสูญเสียเพื่อนสาวคนหนึ่งไปอย่างกระทันหัน ซึ่งตรึงเขาไว้กับวันวานอันข่มขื่น ต้องใช้เวลากว่าสองปีในการเติบโต ตามหา และเผชิญหน้า และก้าวข้ามมันไป
ถ้าจะสรุปหนังสือเล่มนี้ตามแค่ย่อหน้าบน ก็คงจะเป็นการลดคุณค่าของหนังสือเล่มบางๆเล่มนี้ไปซะจนหน้าตบ เพราะบรรกาสแห่งความเหงา และหมองมน ปนแฟนตาซี ที่คุณอนุสรณ์เขียน ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ขี้ๆเลยทีเดียว สมกับสมยานาม "มุราคามิ" เมืองไทย
"เป็นการยากที่จะลืมความเจ็บปวด แต่มันยากยิ่งกว่าที่จะระลึกถึงความอ่อนหวาน เราไม่มีรอยแผลที่จะบ่งบอกถึงความสุข เราเรียนรู้จากสันติได้น้อยเหลือเกิน" ชัค พอลลานิค
ผมนึกถึงประโยคนี้เมื่ออ่าน "ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ" จบลง เพราะตัวเอกของเรื่องถูกอดีตที่เจ็บปวดจากการสูญเสียเพื่อนสาวคนหนึ่งไปอย่างกระทันหัน ซึ่งตรึงเขาไว้กับวันวานอันข่มขื่น ต้องใช้เวลากว่าสองปีในการเติบโต ตามหา และเผชิญหน้า และก้าวข้ามมันไป
ถ้าจะสรุปหนังสือเล่มนี้ตามแค่ย่อหน้าบน ก็คงจะเป็นการลดคุณค่าของหนังสือเล่มบางๆเล่มนี้ไปซะจนหน้าตบ เพราะบรรกาสแห่งความเหงา และหมองมน ปนแฟนตาซี ที่คุณอนุสรณ์เขียน ทำให้หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ขี้ๆเลยทีเดียว สมกับสมยานาม "มุราคามิ" เมืองไทย
January 13, 2017
เรื่อง 'ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ' เป็นงานเขียนเรื่องแรกของคุณอนุสรณ์ ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 2547 เป็นงานเขียนที่สวย เยียบเย็น และลอยคว้างโดดเดี่ยวในอวกาศเพราะบางอย่างในตัวขาดหายไปตลอดกาล
ถ้าอ่านเรื่องนี้ก่อน 'เพลงรักนิวตริโน' รับรองว่าต้องหลงรัก 'ลอนดอนฯ' หัวปักหัวปำแน่ เพราะเขียนดีจริง งานสวยมาก (โลเกชั่นเปลี่ยนประเทศบ่อยได้อีก)
แต่เราดันอ่านงานล่าสุดอย่าง 'เพลงรักนิวตริโน' ก่อนมาอ่านงานเปิดตัว ฝีไม้ลายมือผู้เขียนก็งดงามขึ้นตามกาลเวลา เราก็เลยยังเทใจให้นิวตริโนฯ มากกว่าอยู่นะคะ
เล่มลอนดอนฯ มีความเบาบางเจือจางในความรู้สึกมากกว่า ขณะที่นิวตริโนฯ เข้มข้นคลั่กกว่านะ
แต่ถามว่างานสวยและสนุกไหม ก็ตอบได้เลยว่ามากค่ะ
ถ้าอ่านเรื่องนี้ก่อน 'เพลงรักนิวตริโน' รับรองว่าต้องหลงรัก 'ลอนดอนฯ' หัวปักหัวปำแน่ เพราะเขียนดีจริง งานสวยมาก (โลเกชั่นเปลี่ยนประเทศบ่อยได้อีก)
แต่เราดันอ่านงานล่าสุดอย่าง 'เพลงรักนิวตริโน' ก่อนมาอ่านงานเปิดตัว ฝีไม้ลายมือผู้เขียนก็งดงามขึ้นตามกาลเวลา เราก็เลยยังเทใจให้นิวตริโนฯ มากกว่าอยู่นะคะ
เล่มลอนดอนฯ มีความเบาบางเจือจางในความรู้สึกมากกว่า ขณะที่นิวตริโนฯ เข้มข้นคลั่กกว่านะ
แต่ถามว่างานสวยและสนุกไหม ก็ตอบได้เลยว่ามากค่ะ
February 28, 2022
เป็นนิยายขนาดสั้นที่เป็นเหมือนไดอารี่บันทึกเรื่องราวช่วงหนึ่งของชีวิต โดยใช้ไทม์ไลน์ในการเล่าเรื่องแบบสลับไปสลับมา ทำให้ชวนงงอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกับสำนวนเนิบและอ้อยอิ่งที่นักเขียนใช้ในการเล่าเรื่องแล้ว เล่าเรื่องแบบนี้ก็อาจจะดีกว่าการเล่าแบบเรียบง่ายตรงไปตรงมาที่อาจจะทำให้ดูจืดชืดเกินไป
เล่าเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 ที่ผู้เล่าเป็นเชฟในโรงแรมที่ลอนดอน ได้รู้จักกับสาวลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกันที่มีอาชีพทนายความและทำงานข้ามไปข้ามมาระหว่างลอนดอนกับนิวยอร์ก ทั้งคู่สานมิตรภาพต่อเนื่องและเข้ากันได้ดีจนฝ่ายสาวบอกชอบ แต่ฝ่ายชายเลือกปฏิเสธเพราะมองว่าการสานสัมพันธ์ฉันคู่รักในลักษณะนี้เป็นเรื่องยาก ฝ่ายสาวไม่ย่อท้อและขอให้เขาคิดอีกรอบ เธอจะกลับไปทำธุระที่นิวยอร์กแล้วจะกลับมาขอคำตอบจากเขาอีกรอบ แต่เธอก็ไม่ได้กลับมา เพราะเธออยู่ในตึกเวิล์ดเทรดในวันที่เครื่องบินพุ่งชนตึกในวันที่ 11 กันยายน 2001
เพราะผู้เล่าเป็นเชฟ นักเขียนจึงใส่รายละเอียดในการทำอาหารมาแบบแน่น ๆ และยังยั่วน้ำลายมาก แต่ก็เป็นจุดที่เรารู้สึกไม่เข้าพวกเท่าไหร่ ดูเป็นรายละเอียดที่เหมือนเป็นส่วนเกินของเรื่อง ส่วนเรื่องราวของเพื่อนสมัยเรียนที่ตัวผู้เล่าแวะหาที่ญี่ปุ่นก่อนเดินทางไปอเมริกานั้น ถ้าให้ตีความเองก็คิดว่ามันมีความหมายแฝงที่พูดถึงความทรงจำในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ความพารานอร์มัลที่ใส่เข้ามา เราตีความไม่ออกเลยว่าใส่เข้ามาทำไม
แต่ในส่วนที่ผู้เล่าเล่าถึงความติดค้างที่ยังคาใจ และมิตรภาพที่ยังตรึงอยู่ในความทรงจำระหว่างตัวผู้เล่ากับทนายความสาวนั้น เราชอบการบรรยายในจุดนี้มาก แม้ตัวเขาจะบอกว่าตัวเองมูฟออนผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไปเกือบ 3 ปีแล้ว แต่สุดท้ายแล้วจริง ๆ เมื่อเขาเดินทางไปถึงนิวยอร์ก ก็กลับทำใจไปเหยียบจุดที่เป็นกราวด์ซีโร่ไม่ได้อยู่ดี และช่วงที่ตัวผู้เล่าได้พบกับพ่อของทนายความสาว ก็เป็นช่วงที่สะเทือนอารมณ์มากเหมือนกัน
เป็นความเนิบนาบ อ้อยอิ่ง ที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ มีทั้งส่วนที่เรามองว่าเป็นส่วนเกิน แต่ก็มีส่วนที่เล่าได้แยบยล หม่นเศร้า และสะเทือนใจค่ะ
เล่าเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 ที่ผู้เล่าเป็นเชฟในโรงแรมที่ลอนดอน ได้รู้จักกับสาวลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกันที่มีอาชีพทนายความและทำงานข้ามไปข้ามมาระหว่างลอนดอนกับนิวยอร์ก ทั้งคู่สานมิตรภาพต่อเนื่องและเข้ากันได้ดีจนฝ่ายสาวบอกชอบ แต่ฝ่ายชายเลือกปฏิเสธเพราะมองว่าการสานสัมพันธ์ฉันคู่รักในลักษณะนี้เป็นเรื่องยาก ฝ่ายสาวไม่ย่อท้อและขอให้เขาคิดอีกรอบ เธอจะกลับไปทำธุระที่นิวยอร์กแล้วจะกลับมาขอคำตอบจากเขาอีกรอบ แต่เธอก็ไม่ได้กลับมา เพราะเธออยู่ในตึกเวิล์ดเทรดในวันที่เครื่องบินพุ่งชนตึกในวันที่ 11 กันยายน 2001
เพราะผู้เล่าเป็นเชฟ นักเขียนจึงใส่รายละเอียดในการทำอาหารมาแบบแน่น ๆ และยังยั่วน้ำลายมาก แต่ก็เป็นจุดที่เรารู้สึกไม่เข้าพวกเท่าไหร่ ดูเป็นรายละเอียดที่เหมือนเป็นส่วนเกินของเรื่อง ส่วนเรื่องราวของเพื่อนสมัยเรียนที่ตัวผู้เล่าแวะหาที่ญี่ปุ่นก่อนเดินทางไปอเมริกานั้น ถ้าให้ตีความเองก็คิดว่ามันมีความหมายแฝงที่พูดถึงความทรงจำในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ความพารานอร์มัลที่ใส่เข้ามา เราตีความไม่ออกเลยว่าใส่เข้ามาทำไม
แต่ในส่วนที่ผู้เล่าเล่าถึงความติดค้างที่ยังคาใจ และมิตรภาพที่ยังตรึงอยู่ในความทรงจำระหว่างตัวผู้เล่ากับทนายความสาวนั้น เราชอบการบรรยายในจุดนี้มาก แม้ตัวเขาจะบอกว่าตัวเองมูฟออนผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไปเกือบ 3 ปีแล้ว แต่สุดท้ายแล้วจริง ๆ เมื่อเขาเดินทางไปถึงนิวยอร์ก ก็กลับทำใจไปเหยียบจุดที่เป็นกราวด์ซีโร่ไม่ได้อยู่ดี และช่วงที่ตัวผู้เล่าได้พบกับพ่อของทนายความสาว ก็เป็นช่วงที่สะเทือนอารมณ์มากเหมือนกัน
เป็นความเนิบนาบ อ้อยอิ่ง ที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำ มีทั้งส่วนที่เรามองว่าเป็นส่วนเกิน แต่ก็มีส่วนที่เล่าได้แยบยล หม่นเศร้า และสะเทือนใจค่ะ
February 17, 2020
ตอนช่วงปีแรกๆที่หนังสือเล่มนี้ออกมา ไม่ได้เลือกมาอ่านเพราะไปอ่าน8 1/2ริกเตอร์แล้ว ไม่ได้ประทับใจอะไร ชื่อเรื่องก็ไม่เข้าทาง แถมยังมีคนมาเปรียบเทียบว่าเป็นมูราคามิเมืองไทย ซึ่งสำหรับเรา เวลาใครโดนเปรียบเทียบกับใครแบบนี้ คนที่มาที่หลังมักจะถูกตั้งความหวังไว้มากเกินไป แล้วพออ่านจบก็จะเสียใจและไม่ประทับใจ ทีนี้เดือนก่อนอ่านmy chefs และมันมีเรื่องราวทำให้เราอยากอ่านหนังสือต่ออีกหลายเล่ม เล่มนึงก็คือ kitchen confidential อีกเล่มก็คือนี่ ส่วนนึงเป็นเพราะbackground เป็นลอนดอนในช่วงเวลาเดียวกับที่เราใช้ชีวิตอยู่ อีกส่วนก็คือคำโปรยปกหลังปกนั้นช่างกระชาก พออ่านจบแล้วก็รู้สึกว่ามันดี อิน! เพราะส่วนใหญ่คล้ายจะเป็นmemoir จริงๆของคุณอนุสรณ์ มันเป็นเรื่องจริง แต่แค่ตอนที่เล่าถึงเพื่อนชาวญี่ปุ่นน่ะแหละ ที่ทำให้เรานึกถึงเรื่องสั้นบางเรื่องของมูราคามิ (จำไม่ได้แน่ๆว่าเรื่องอะไร แต่เหมือนเคยอ่านมาแล้วแน่ๆ-ความสามารถในการจำตอนนี้ต่ำมาก) เหมือนจนเรารู้สึกว่าเราเคยอ่านมันมาแล้วเหรอเนี่ย โดยรวมคุ้มค่า และติดหนึบ จบในเวลาอันรวดเร็วฮะ
December 24, 2015
ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ อนุสรณ์ ติปยานนท์
คือหนังสือที่ไม่แน่ใจว่าคือนิยายหรือบันทึก มันจริงเกินกว่าจะเป็นเรื่องฝัน เล่าอย่างฝันมากกว่าเล่าอย่างจริง
แต่ในเมื่อผู้เขียนบอกว่าช่างมันเถิด ผมก็...ช่างมันเถิด
อ่านลอนดอนฯ แล้วก็ทำให้รู้จักความรู้สึกแห่งการติดขัดในความสัมพันธ์ที่ค้างเติ่ง ระหว่างเพื่อน - คนรัก - มนุษย์สองคนที่ต่างก็ไม่สำเร็จธุระทางใจ แล้วก็ถูกถ่างกั้นไว้ตลอดกาลด้วยความตาย
ผู้เขียนเล่าเรื่องไม่เป็นลำดับ ราวกับเล่าฝันอันไม่ปะติดปะต่อ ทั้งหมดวนเวียนอยู่กับสูตรอาหารและเรื่องราวในครัว การเดินทางบินไปมาระหว่างสองสามมหานคร เพื่อนสาวที่ผู้เขียนเคยปฏิเสธรัก กับแรงขับและความคร้านที่จะสะสางธุระให้เสร็จสิ้น
ผมพลิกหน้าจบพร้อมๆ กับสัมผัสความรู้สึกอันเป็นภาพสะท้อนของชีวิต บางทีหนังสือและชีวิตก็จบอย่างง่ายดาย และความหมายของมันก็ไม่ได้หนักหน่วงเป็นชิ้นเป็นอัน บางทีเราได้เสพรสชาติของชีวิตไปแล้วโดยไม่รู้ตัวและเปล่าดาย
…รู้ตัวอีกทีก็เราก็พบหน้าสุดท้ายและปกหลังเข้าเสียแล้ว
คือหนังสือที่ไม่แน่ใจว่าคือนิยายหรือบันทึก มันจริงเกินกว่าจะเป็นเรื่องฝัน เล่าอย่างฝันมากกว่าเล่าอย่างจริง
แต่ในเมื่อผู้เขียนบอกว่าช่างมันเถิด ผมก็...ช่างมันเถิด
อ่านลอนดอนฯ แล้วก็ทำให้รู้จักความรู้สึกแห่งการติดขัดในความสัมพันธ์ที่ค้างเติ่ง ระหว่างเพื่อน - คนรัก - มนุษย์สองคนที่ต่างก็ไม่สำเร็จธุระทางใจ แล้วก็ถูกถ่างกั้นไว้ตลอดกาลด้วยความตาย
ผู้เขียนเล่าเรื่องไม่เป็นลำดับ ราวกับเล่าฝันอันไม่ปะติดปะต่อ ทั้งหมดวนเวียนอยู่กับสูตรอาหารและเรื่องราวในครัว การเดินทางบินไปมาระหว่างสองสามมหานคร เพื่อนสาวที่ผู้เขียนเคยปฏิเสธรัก กับแรงขับและความคร้านที่จะสะสางธุระให้เสร็จสิ้น
ผมพลิกหน้าจบพร้อมๆ กับสัมผัสความรู้สึกอันเป็นภาพสะท้อนของชีวิต บางทีหนังสือและชีวิตก็จบอย่างง่ายดาย และความหมายของมันก็ไม่ได้หนักหน่วงเป็นชิ้นเป็นอัน บางทีเราได้เสพรสชาติของชีวิตไปแล้วโดยไม่รู้ตัวและเปล่าดาย
…รู้ตัวอีกทีก็เราก็พบหน้าสุดท้ายและปกหลังเข้าเสียแล้ว
January 30, 2022
คุณอนุสรณ์ถักทอเรื่องราวทั้งหมดให้สามารถยึดโยงกลับไปหาหมุดหมายหนึ่งได้อย่างมหัศจรรย์ เรื่องราวหลายเรื่องมีลักษณะที่ stand alone อยู่ได้โดยตัวเอง แต่การเอามาจัดเรียงไว้ด้วยกันในเล่มนี้กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกเคอะเขิน ในทางตรงกันข้ามกลับให้ความรู้สึกที่ผสมกันระหว่างความอ้อยอิ่งขมุกขมัวในใจกับความสนุกที่อยากจะติดตามเรื่องต่อ
อีกจุดนึงที่ชอบมากคือการสรรคำและการออกแบบประโยคของคุณอนุสรณ์ อันนี้คือน่าทึ่งมาก ๆ ๆ ในเล่มนี้ หนสุดท้ายที่อ่านหนังสือภาษาไทยแล้วนึกถึงคนที่ใช้ภาษาให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ได้คือการอ่าน"สวนสัตว์กระดาษ" ของคุณเคนหลิว ที่แปลโดยคุณลมตะวัน อยากซื้ออีกเล่มมาไฮไลท์เฉพาะประโยคที่ชอบไว้จริง ๆ (ส่วนเล่มนี้เก็บ ถถ)
เกร็ดอาหาร ร้านอาหาร/ย่านเจ๋ง ๆ ในลอนดอนมาเต็มมากจนคิดว่าถ้าวันนึงได้ไปลอนดอนจริง ๆ การตามรอยสถานที่เหล่านี้โดยหยิบเล่มนี้ขึ้นมาเสพอีกครั้ง น่าจะทำงานกับเราในอีกรูปแบบที่สนุกไม่น้อย
ดีใจจังที่ได้อ่านเล่มนี้
อีกจุดนึงที่ชอบมากคือการสรรคำและการออกแบบประโยคของคุณอนุสรณ์ อันนี้คือน่าทึ่งมาก ๆ ๆ ในเล่มนี้ หนสุดท้ายที่อ่านหนังสือภาษาไทยแล้วนึกถึงคนที่ใช้ภาษาให้เกิดความรู้สึกแบบนี้ได้คือการอ่าน"สวนสัตว์กระดาษ" ของคุณเคนหลิว ที่แปลโดยคุณลมตะวัน อยากซื้ออีกเล่มมาไฮไลท์เฉพาะประโยคที่ชอบไว้จริง ๆ (ส่วนเล่มนี้เก็บ ถถ)
เกร็ดอาหาร ร้านอาหาร/ย่านเจ๋ง ๆ ในลอนดอนมาเต็มมากจนคิดว่าถ้าวันนึงได้ไปลอนดอนจริง ๆ การตามรอยสถานที่เหล่านี้โดยหยิบเล่มนี้ขึ้นมาเสพอีกครั้ง น่าจะทำงานกับเราในอีกรูปแบบที่สนุกไม่น้อย
ดีใจจังที่ได้อ่านเล่มนี้
Read
April 7, 2014ละมุน ลึกลับ
สร้างคำตรงข้ามที่ร้อยเป็นสร้อยให้เป็นตัวทดสอบความเข้าใจรหัสและระดับความลึกซึ้งในความสามารถของคนถอดความ
แต่ย่อหน้าสุดท้ายของบท นิวยอร์ก นครแห่งอนาคต นี่วางอย่างมักง่ายเกินไป เป็นจุดทำลายความละมุนและจังหวะที่กำลังดำเนินมาอย่างเข้ากันด้วยทริคที่ไม่คิดให้ดีก่อน (แบบเดียวกับตอนจบของ bel canto by Ann Patchett และชวนนึกถึงตอนสุดท้ายของ How I Met Your Mother ซีซั่นสุดท้าย ที่ใช้ทริคผิดที่ทำเอาตัวเองตายตอนจบ)
สิ่งที่ต้องโน้ตไว้คือความไม่ใส่ใจของกองบรรณาธิการ กับแค่หนังสือเล่มบางๆ โดยเฉพาะพิมพ์มารอบที่ 3 แล้ว แต่ก็ยังมีคำที่พิมพ์หายไป การจัดหน้าที่หลุดย่อหน้าไป ฯลฯ ที่มากเกินไป เสียดาย
สร้างคำตรงข้ามที่ร้อยเป็นสร้อยให้เป็นตัวทดสอบความเข้าใจรหัสและระดับความลึกซึ้งในความสามารถของคนถอดความ
แต่ย่อหน้าสุดท้ายของบท นิวยอร์ก นครแห่งอนาคต นี่วางอย่างมักง่ายเกินไป เป็นจุดทำลายความละมุนและจังหวะที่กำลังดำเนินมาอย่างเข้ากันด้วยทริคที่ไม่คิดให้ดีก่อน (แบบเดียวกับตอนจบของ bel canto by Ann Patchett และชวนนึกถึงตอนสุดท้ายของ How I Met Your Mother ซีซั่นสุดท้าย ที่ใช้ทริคผิดที่ทำเอาตัวเองตายตอนจบ)
สิ่งที่ต้องโน้ตไว้คือความไม่ใส่ใจของกองบรรณาธิการ กับแค่หนังสือเล่มบางๆ โดยเฉพาะพิมพ์มารอบที่ 3 แล้ว แต่ก็ยังมีคำที่พิมพ์หายไป การจัดหน้าที่หลุดย่อหน้าไป ฯลฯ ที่มากเกินไป เสียดาย
September 9, 2019
ความรักที่เปราะบาง เล่มนี้แสดงตัวตนอาจารย์ต้นชัดเจน เพราะแกรักใครยากมากๆ แม้สาวจะโปรไฟล์ดี หยิบยื่นมาแค่ไหนก็ตาม แกมักมีเหตุผลส่วนตัวดีดี ในการปฏิเสธ แต่กลับให้ความสำคัญกับความรู้สึกนั้นมากกกกกกกก ดูเผินๆเหมือนคนไม่เปิดใจยังไงไม่รู้ แต่ขอลำไยนิดนึงเพราะไม่ชอบไม่อยากอ่านวิธีปรุงอาหารต่างๆในเล่ม เข้าใจว่าmetafiction มันก็ต้องเล่าเรื่องนึงซ้อนทับอีกเรื่องเล่านึง หรือ! ความรักไม่เลือกสถานที่ เวลา ไม่มีสูตรตายตัว งี้หรอที่แกจะบอก
Read
November 12, 2024ภาษาสวย ไม่ฟุ่มเฟื่อย หยิบประเด็น 911 มาเล่นได้สวยงามมาก reflects ในเชิงการสูญเสียคนๆนึงไปจาหเหตุการณ์ ยังไม่เคยเจอนิยายเล่มไหนที่สะท้อนการสูญเสียคน (ไม่นับเหตุการณ์ ww2) เล่มนี้ทำได้ดีมาก การสร้างมิติของตัวละคอน หรือเเม้เเต่การวางโครงเรื่อง ทำให้เห็ยถึงความสัมพันธ์ ความผูกพันของตัวละคอนเเต่ละตัวที่ผูกกันไว้ เป็นการอ่านนิยายที่ให้ความรู้สึก เเตกสลายเเต่งดงาม
November 16, 2015
ละเมียดและเสียดแทงจิตใจแบบไม่ได้ตั้งตัว
ดีจนรู้สึกว่าพลาดที่เพิ่งได้อ่าน ทั้งที่มันพิมพ์มาสิบปีแล้ว...
...
ดีจนรู้สึกว่าพลาดที่เพิ่งได้อ่าน ทั้งที่มันพิมพ์มาสิบปีแล้ว...
...
February 18, 2017
การที่เราทั้งสองจะได้เป็นคู่รักกันหรือไม่
ไม่มีความสำคัญใดเลย
เพราะผมได้พบคุณแล้วในชีวิตนี้
และนั่น เป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล
-----
เรียบง่าย ลึกซึ้ง กินใจ ♡
ไม่มีความสำคัญใดเลย
เพราะผมได้พบคุณแล้วในชีวิตนี้
และนั่น เป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล
-----
เรียบง่าย ลึกซึ้ง กินใจ ♡
March 17, 2018
ก็ดีนะคะ มีความซึ้ง บางอย่างคล้ายมูราคามิไปหน่อย
ทำให้รู้สึกว่าขาดเอกลักษณ์ แต่ทั้งเล่มเป็นหนังสืออ่าน
สนุกลื่นไหลและสร้างบรรยากาศดี
ทำให้รู้สึกว่าขาดเอกลักษณ์ แต่ทั้งเล่มเป็นหนังสืออ่าน
สนุกลื่นไหลและสร้างบรรยากาศดี
June 21, 2024
เสมือนบันทึกที่มีรสชาติเปลี่ยวเหงาและจริงใจ ผู้คนเข้ามาและผ่านไป เพียงแต่พวกเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำและถูกบันทึกอยู่ในหนังสือเล่มนี้ตลอดไปตราบจนชั่วนิรันดร์
-ชอบดีเทลความอาหารมากๆ คือเราไม่ได้รู้จัก เข้าใจ หรือเห็นภาพตามทั้งหมด แต่มันเพลินมากๆ และเมนูหัวนกและความหมายของมันคือ ช่างแสนจะตราตรึง
-ดีเทลต่างๆในเล่มดีๆทั้งนั้น คุณต้นเก่งจัง เรื่องการหยิบจับรายละเอียดและความรู้แปลกๆรอบตัว ที่อาจจะหายไปและซ่อนเร้นไปแล้ว ขุดออกมาให้คนอ่านทึ่งตะลึงได้ดีเสมอ
-ภาษาและการเปรียบเปรยมันพอดี งดงาม ไม่เวิ่นเว้อเกิน รสชาติเต็มเปี่ยม
-ลิฟต์ที่กดไว้แล้วและมันจะหยุดก็ชอบมากๆ ครบรสในหลายๆด้านสุด
-พาร์ทเกียวโตเหมือนเครื่องเคียงที่อร่อย และเราอยากเติมอีก แต่แค่ถ้วยเดียวนั้นพอดีที่สุดตามหน้าที่ของมันอยู่แล้ว
-ชอบดีเทลความอาหารมากๆ คือเราไม่ได้รู้จัก เข้าใจ หรือเห็นภาพตามทั้งหมด แต่มันเพลินมากๆ และเมนูหัวนกและความหมายของมันคือ ช่างแสนจะตราตรึง
-ดีเทลต่างๆในเล่มดีๆทั้งนั้น คุณต้นเก่งจัง เรื่องการหยิบจับรายละเอียดและความรู้แปลกๆรอบตัว ที่อาจจะหายไปและซ่อนเร้นไปแล้ว ขุดออกมาให้คนอ่านทึ่งตะลึงได้ดีเสมอ
-ภาษาและการเปรียบเปรยมันพอดี งดงาม ไม่เวิ่นเว้อเกิน รสชาติเต็มเปี่ยม
-ลิฟต์ที่กดไว้แล้วและมันจะหยุดก็ชอบมากๆ ครบรสในหลายๆด้านสุด
-พาร์ทเกียวโตเหมือนเครื่องเคียงที่อร่อย และเราอยากเติมอีก แต่แค่ถ้วยเดียวนั้นพอดีที่สุดตามหน้าที่ของมันอยู่แล้ว
July 18, 2021
ไม่แน่ใจว่าหนังสือเล่มนี้เป็นนิยาย หรือเป็นบันทึกความทรงจำ แต่ก็พาเรากลับไปถึงช่วงต้นสหัสวรรษได้ดีมาก เรา-ที่เกิดปี1999 กว่าจะจำอะไรได้ก็ช่วง5-6ขวบแล้ว แต่มันก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าช่วงนั้น-ช่วงที่เรายังเป็นเบบี๋ มันเป็นประมาณไหน ข่าว911ที่เรารับรู้จากการอ่านย้อนหลัง ก็ได้มารู้จากมุมของคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ ในเรื่องของความสัมพันธ์นั้น ชอบทุกพาร์ทเลย รู้สึกว่านักเขียนให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ตรงหน้าตนเอง และก่อให้เกิดความทรงจำที่ดีเสมอ ข้อคิดที่ชอบมากๆ คือทุกคนในโลกมีเส้นทางของตัวเอง วันนี้อาจบังเอิญหมุนมาเจอกัน แต่สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายตามทางของตัวเอง มันแค่นั้นจริงๆ
January 29, 2026
เจ็บปวดเหลือเกินกับการจากลาทั้งที่ไม่ได้เตรียมใจ ความคั่งค้าง การรอคอยคำตอบ สุดท้ายแล้วเราต้องปิดฉากเรื่องราวอันแสนเจ็บปวดที่สวยงามนั้นด้วยตัวเราเอง
May 25, 2021
ง่าย ราบเรียบ ได้ผ่านมาพบกันแต่เป็นความทรงจำตลอดไป 🥲
June 23, 2025
เหมือนกองความคิดที่สะเปะสะปะมากองรวมๆกัน
แต่มันเรียลดีว่ะ มันก็เหมือนความคิดคนนี่แหละที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบหรอก
หลายๆที่เรื่องทรอดแทรกเข้ามาก็มีเรื่องที่คิดว่าแทรกมาทำไม แต่พออ่านจนจบก็รู้สึกว่ามันเหมือนเป็นเครื่องปรุงที่ทำให้แกงหม้อนี้อร่อยขึ้น เหมือนปูพื้นหลัง สภาพแวดล้อมให้เราเข้าใจต้นมากขึ้น
เอาจริงๆตอนแรกก็นึกว่าเรื่องนี้จะโรแมนซ์ขมปร่าไปเลย แต่ปรากฏว่าเหมือนเรามาไม่ทันแล้วต้องมากินข้าวก้นหม้อแทน555
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้เศร้ามาก ไม่ได้ร้องไห้น้ำตาท่วมจอ แต่ยอมรับเลยว่ามันเสียดแทงข้างใน แอบเจ็บแบบเยือกเย็น
เหมือนเหลือแค่เศษซากความทรงจำที่ลอยไปเหมือนฝุ่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเศษฝุ่นพวกนั้นมีค่าเหลือเกิน
ชอบพาร์ทซึโยชิแบบบอกไม่ถูก ถึงมันจะเป็นตอนที่ไม่รู้จะใส่มาทำไมแต่บทนี้ก็เหมือนเป็นความนัยสะท้อนเรื่องของต้นอีกที
และอีกข้อสงสัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้คือ เต้าเจี้ยวหัวนกดอง มีจริงไหม สงสัยจริงๆ
แล้วในช่วง50หน้าหลังถือว่าเป็นช่วงที่ทำให้ใจเราเต้นรัวมากขึ้นจริงๆ แอบรู้สึกว่าอยากให้ยาวกว่านี้ แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันจะไปทางไหนได้อีก บางทีการจบแค่นี้ก็คงสมบูรณ์ดีแล้ว
นี่อาจจะไม่ใช่หนังสือที่เราอ่านแล้วรู้สึกอินที่สุดแต่บอกเลยว่าอ่านจบแล้วเหม่อ เหมือนคนหมดสภาพจริงๆ มันโหแล้วโหอีก
ถ้าให้นิยามสั้นๆคง เหงา วันเก่าๆ อาหาร ความตาย และวัฒนธรรม
เราขอชื่นชมคุณอนุสรณ์อย่างแท้จริง ถึงจะผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ยังคงทำเอาเราใจเสียกับเหตุการณ์911ได้อีก และมันก็เหมือนเศษซากความคิดถึงที่มาสุมรวบกันจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ เราชอบหนังสือเล่มนี้จริงๆ
แต่มันเรียลดีว่ะ มันก็เหมือนความคิดคนนี่แหละที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบหรอก
หลายๆที่เรื่องทรอดแทรกเข้ามาก็มีเรื่องที่คิดว่าแทรกมาทำไม แต่พออ่านจนจบก็รู้สึกว่ามันเหมือนเป็นเครื่องปรุงที่ทำให้แกงหม้อนี้อร่อยขึ้น เหมือนปูพื้นหลัง สภาพแวดล้อมให้เราเข้าใจต้นมากขึ้น
เอาจริงๆตอนแรกก็นึกว่าเรื่องนี้จะโรแมนซ์ขมปร่าไปเลย แต่ปรากฏว่าเหมือนเรามาไม่ทันแล้วต้องมากินข้าวก้นหม้อแทน555
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้เศร้ามาก ไม่ได้ร้องไห้น้ำตาท่วมจอ แต่ยอมรับเลยว่ามันเสียดแทงข้างใน แอบเจ็บแบบเยือกเย็น
เหมือนเหลือแค่เศษซากความทรงจำที่ลอยไปเหมือนฝุ่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเศษฝุ่นพวกนั้นมีค่าเหลือเกิน
ชอบพาร์ทซึโยชิแบบบอกไม่ถูก ถึงมันจะเป็นตอนที่ไม่รู้จะใส่มาทำไมแต่บทนี้ก็เหมือนเป็นความนัยสะท้อนเรื่องของต้นอีกที
และอีกข้อสงสัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้คือ เต้าเจี้ยวหัวนกดอง มีจริงไหม สงสัยจริงๆ
แล้วในช่วง50หน้าหลังถือว่าเป็นช่วงที่ทำให้ใจเราเต้นรัวมากขึ้นจริงๆ แอบรู้สึกว่าอยากให้ยาวกว่านี้ แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันจะไปทางไหนได้อีก บางทีการจบแค่นี้ก็คงสมบูรณ์ดีแล้ว
นี่อาจจะไม่ใช่หนังสือที่เราอ่านแล้วรู้สึกอินที่สุดแต่บอกเลยว่าอ่านจบแล้วเหม่อ เหมือนคนหมดสภาพจริงๆ มันโหแล้วโหอีก
ถ้าให้นิยามสั้นๆคง เหงา วันเก่าๆ อาหาร ความตาย และวัฒนธรรม
เราขอชื่นชมคุณอนุสรณ์อย่างแท้จริง ถึงจะผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ยังคงทำเอาเราใจเสียกับเหตุการณ์911ได้อีก และมันก็เหมือนเศษซากความคิดถึงที่มาสุมรวบกันจนออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ เราชอบหนังสือเล่มนี้จริงๆ
September 15, 2024
สนุกมาก เป็นเล่มที่สองที่อ่านของอนุสรณ์ ติปยานนท์ เรื่องราวเหมือนกับเป็นการสะท้อนความรัก ประวัติศาสตร์การทำอาหาร การเดินทางรอบโลก คุณอนุสรณ์มีเอกลักษณ์การเขียนที่น่าประทับใจมาก เปิดเรื่องราวมาเหมือนกับนักเขียนไทยโดยทั่วไป แต่ลีลาการบรรยายในบทนำแทบทำให้เราวางไม่ลง เชื่อว่าคุณอนุสรณ์เป็นคนที่มีใจรักกับการทำอาหารจริงๆ เลยบรรยายทุกอย่างได้สร้างสรรค์มากในช่วงแรก นอกจากนี้ความโรแมนติกของหนังสือก็ยังตราตรึงกับคนอ่านสุดๆ
หนังสือเล่มนี้น่าจะเขียนมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ตอนเราอ่านกลับรู้สึกว่าแนวทางการเล่าเรื่อง ภาษา ลีลาทางการเขียนของคุณอนุสรณ์ไม่มีความล้าสมัยเลย ทุกอย่างยังคงเข้ากับบริบทในยุคปัจจุบัน ยกเว้นก็แต่เรื่องวินาศกรรม 9/11 และโทรศัพท์มือถือแบบเก่าที่ถูกพูดถึงตอนกลางเรื่อง
โดยรวมมีจุดที่ขัดอยู่นิดหน่อยคือการดำเนินเรื่องของคุณอนุสรณ์ที่ไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน มีองค์ประกอบเรื่องเล่าในแต่ละตอนที่คล้ายกับเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เจอพร้อมกันในช่วงสั้นแล้วเอามาผสมรวมกัน ทำให้เนื้อเรื่องในแต่ละตอนอาจจะมีดำเนินไปคนละบริบท รวมถึงประโยคคำพูดของตัวละครหญิงที่เป็นคนรักสองคนที่คล้ายกันมากราวกับเป็นคนเดียวกัน คิดว่าคุณอนุสรณ์น่าจะเขียนโดยไม่ได้วางแก่นเรื่องตรงกลางไว้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ลีลาการเล่าเรื่องและการใช้ภาษาก็ยังดีเยี่ยมสุดๆจนอ่านแล้ววางไม่ลง
หนังสือเล่มนี้น่าจะเขียนมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ตอนเราอ่านกลับรู้สึกว่าแนวทางการเล่าเรื่อง ภาษา ลีลาทางการเขียนของคุณอนุสรณ์ไม่มีความล้าสมัยเลย ทุกอย่างยังคงเข้ากับบริบทในยุคปัจจุบัน ยกเว้นก็แต่เรื่องวินาศกรรม 9/11 และโทรศัพท์มือถือแบบเก่าที่ถูกพูดถึงตอนกลางเรื่อง
โดยรวมมีจุดที่ขัดอยู่นิดหน่อยคือการดำเนินเรื่องของคุณอนุสรณ์ที่ไม่ค่อยปะติดปะต่อกัน มีองค์ประกอบเรื่องเล่าในแต่ละตอนที่คล้ายกับเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เจอพร้อมกันในช่วงสั้นแล้วเอามาผสมรวมกัน ทำให้เนื้อเรื่องในแต่ละตอนอาจจะมีดำเนินไปคนละบริบท รวมถึงประโยคคำพูดของตัวละครหญิงที่เป็นคนรักสองคนที่คล้ายกันมากราวกับเป็นคนเดียวกัน คิดว่าคุณอนุสรณ์น่าจะเขียนโดยไม่ได้วางแก่นเรื่องตรงกลางไว้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ลีลาการเล่าเรื่องและการใช้ภาษาก็ยังดีเยี่ยมสุดๆจนอ่านแล้ววางไม่ลง
May 19, 2025
อ่านคำโปรยแล้วดูเหมือนจะเป็นเรื่องของคน 2 คน แต่พอได้อ่านจริง ๆ แล้วมีเรื่องของใครต่อใครมากกว่านั้น ซึ่งนี่ค่อนข้างชอบเลย คือเรื่องของแต่ละคนไม่ได้ใส่มาแค่ให้รู้ว่าเป็นใครทำอะไรแค่นั้นอะ แต่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนในเส้นทางของชีวิตแต่ละคน เราที่เป็นผู้อ่าน ตกตะกอนอะไรบางอย่างได้จากเรื่องราวของแต่ละคนเสมอ (ของซึโยชิว้าวสุด นับเป็นสัจนิยมมหัศจรรย์มั้ยนะแบบนี้ แต่ใด ๆ ก็ยังชอบเรื่องราวของฮันฮีจุนที่สุดอยู่ดีแฮะ)
อีกอย่างที่ชอบคงเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง “ผม” กับคุณฮันฮีจุนนี่แหละ ชอบตรงที่ต่างคนต่างซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วอาจจะเพราะเราเพิ่งผ่านการสูญเสียมาหมาด ๆ ด้วย ช่วงท้ายของหนังสือก็เลยทำเราบ่อน้ำตาแตกไปอีกระลอกหนึ่ง
สนุกดี อ่านได้เพลิน ๆ แต่วางไม่ลง (ที่กินเวลาอ่านหลายวันเพราะติดไฟนอลน่ะ ㅠㅠ) อ่านแล้วก็ได้คิดอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ รวมไปถึงการสำรวจจิตใจผ่านความทรงจำ เหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วย เป็นอะไรที่รู้สึกว่าน่าสนุกดีเหมือนกัน
อีกอย่างที่ชอบคงเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง “ผม” กับคุณฮันฮีจุนนี่แหละ ชอบตรงที่ต่างคนต่างซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง แล้วอาจจะเพราะเราเพิ่งผ่านการสูญเสียมาหมาด ๆ ด้วย ช่วงท้ายของหนังสือก็เลยทำเราบ่อน้ำตาแตกไปอีกระลอกหนึ่ง
สนุกดี อ่านได้เพลิน ๆ แต่วางไม่ลง (ที่กินเวลาอ่านหลายวันเพราะติดไฟนอลน่ะ ㅠㅠ) อ่านแล้วก็ได้คิดอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ รวมไปถึงการสำรวจจิตใจผ่านความทรงจำ เหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วย เป็นอะไรที่รู้สึกว่าน่าสนุกดีเหมือนกัน
This entire review has been hidden because of spoilers.
August 29, 2018
ถ้าเปรียบหนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งความรู้สึกก็คงจะเป็นความรู้สึกเหงา ตั้งแต่เริ่มบทแรกจนจบบทสุดท้าย ย่อยง่าย เข้าใจง่าย หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่นิยายแต่เหมือนกับเป็นบันทึกของผู้เขียนจริงๆถึงช่วงเวลาที่ต้องอยู่คนเดียวในลอนดอน เหมาะสําหรับการอ่านในวันฝนตก และคงจะอินมากขึ้นถ้าคนอ่านไม่ได้อยู่เมืองไทย โดยส่วนตัวชอบความใส่ใจในรายละเอียดส่วนของอาหารของผู้เขียนเป็นพิเศษ
December 28, 2017
หนังสือเล่มเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วย ความรู้สึก คิดถึง ห่วงหา เหงา เปล่าเปลี่ยว ทุกช่วงชีวิตมีคุณค่าเสมอ อย่าได้ปล่อยให้ หล่นหายไประหว่างทาง เพราะเราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่านั่นคือช่วงเวลาสุดท้ายระหว่างเราหรือเปล่า
Read
September 29, 2021ลอนดอนกับความลับในรอบจูบ
ความรู้สึกหลังจากอ่านจบ ก็พบว่าความรักมันวิเศษยังไง การมีความรักทำให้วันที่เหี่ยวเฉากลับกลายเป็นวันธรรมดาที่แสนจะเบ่งบาน ความรักเป็นสิ่งที่วิเศษ เพราะมีความรักเราจึงคู่ควรที่จะมีชีวิตต่อบนโลกนี้ สมหวังหรือไม่สมหวังเป็นอีกเรื่องนึง อย่างน้อยก็เคยได้รัก :)
ความรู้สึกหลังจากอ่านจบ ก็พบว่าความรักมันวิเศษยังไง การมีความรักทำให้วันที่เหี่ยวเฉากลับกลายเป็นวันธรรมดาที่แสนจะเบ่งบาน ความรักเป็นสิ่งที่วิเศษ เพราะมีความรักเราจึงคู่ควรที่จะมีชีวิตต่อบนโลกนี้ สมหวังหรือไม่สมหวังเป็นอีกเรื่องนึง อย่างน้อยก็เคยได้รัก :)
November 3, 2015
และนั่น เป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล..
April 17, 2016
รื่นรมย์ไปกับภาษาที่งดงาม เนื้อเรื่องชวนติดตาม กระชับและน่าสนใจ
September 26, 2018
เรื่องนี้ทำให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง เข้าใจความคิดของผู้ไม่รับรัก แต่ก็รักไม่น้อย
December 13, 2019
เป็นนิยายที่ทำให้เราเห็นความไม่แน่นอนของชีวิต ความซับซ้อนและความผูกพันธ์ในความสัมพันธ์ การนึกถึงอดีตและการก้าวผ่านมัน มีเสน่ห์มาก
May 12, 2021
เป็นหนังสือที่เหมือนไดอารี่ของคนๆ หนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์เหงาและความคิดถึง พออ่านจบก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าวันหนึ่งต้องสูญเสียคนที่รักขึ้นมาจะเป็นยังไง...
Displaying 1 - 30 of 53 reviews





























