Jump to ratings and reviews
Rate this book

เพชรพระอุมา #9

เพชรพระอุมา เล่ม 9 ตอน จอมผีดิบมันตรัย

Rate this book
'มันตรัย' ราชปุโรหิต กิตติศัพท์เป็นที่ระบือก่องทั่วแผ่นดินใกล้ไกล เป็นผู้สามารถติดต่อเชื่อมถึงได้ไม่ว่าสวรรค์เบื้องบนและนรกเบื้องต่ำ เป็นผู้เต็มไปด้วยอำนาจกฤติยามนต์ มายามืด เป็นปราชญ์ของปราชญ์ เป็นพ่อมดของพ่อมด และเป็นแทบทุกอย่างในมหาอาณาจักร 'นิทรานคร' เว้นไว้แต่ประการเดียวเท่านั้น ที่มันตรัยไม่สามารถจะบันดาลได้ สิ่งนั้นคือ ไม่สามารถจเป็นที่เสน่หาของมกุฏราชกุมารี 'พันธุมวดี' ด้วยดวงจิตอันโลดเถลิงไปด้วยไฟโมหะและโลภะ กอปรไปด้วยความริษยาอาฆาต...ความล่อสลายแห่งนิทราครจึงอุบัติขึ้น! แลความอำมหิตแห่งมหิทธิฤทธิ์มืดมิด ยังครอบคลุมอีกพันหมื่นปี

400 pages, Paperback

Published January 1, 2004

3 people are currently reading
91 people want to read

About the author

พนมเทียน

194 books92 followers
ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ (23 พฤศจิกายน 2474 - 21 เมษายน 2563) นักเขียนนวนิยายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของไทย ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2540 เป็นเจ้าของนามปากกา พนมเทียน ผู้แต่ง เพชรพระอุมา

ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เกิดที่จังหวัดปัตตานี เป็นบุตรคนสุดท้องของขุนวิเศษสุวรรณภูมิ กับนางสะอาด รัตนกุล เริ่มเขียนนวนิยายเรื่องแรกตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เรื่อง “เห่าดง” ลงในสมุดอ่านกันเล่น เมื่อ พ.ศ. 2484 นอกจากเขียนนวนิยายแล้ว ฉัตรชัยยังเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความเกี่ยวกับอาวุธปืน ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารบางฉบับด้วย โดยใช้ชื่อจริง และนามปากกา "ก้อง สุรกานต์"

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
67 (71%)
4 stars
16 (17%)
3 stars
10 (10%)
2 stars
1 (1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 9 of 9 reviews
Profile Image for Clairdenoon.
1,953 reviews396 followers
June 2, 2024
[บันทึกการอ่าน]
#เพชรพระอุมา เล่ม9
#พนมเทียน


เย้ จบแล้ววว👏👏👏👏
Noteสั้นๆแบบรีบๆ(เดี๋ยวอ่านไม่จบภายในปีนี้😆)

-เล่มนี้เริ่มที่แงซายสร้างเรื่อง(จากเล่ม8) ไปยิงโดนต้นตะเคียนยักษ์เป็นแผลลึกจนยางไหลเป็นทางสีแดงคล้ายเลือด
แล้วนางตะเคียนก็มาแสดงอิทธิฤทธิ์เข้าสิงดารินที่ป่วยอยู่ จนสุดท้ายแงซายต้องไปจุดธูปขอขมาเจ้าแม่ตะเคียน เรื่องราวก็จบลงด้วยดี

-เล่มนี้ดารินกับมาเรียตัดผมสั้นแล้วจ้า ทรงเดียวกัน มาเรียขิงนิดๆว่าไซซ์หน้าอกใหญ่กว่าดาริน2นิ้ว

-รพินทร์เคยปล้ำจูบมาเรียจริง(สมัยที่ไปนำทางให้สองสามีภรรยา) เหตุเกิดเพราะมาเรียNakedแล้วยั่วๆบดๆพูดจาท้าทายด้านมืดของรพินทร์😆รพินทร์ก็ฟิวส์ขาดสติหลุด พอรู้ตัวก็รู้สึกผิดต่อสามีเขา รีบชิงขอถอนตัวคืนเงินแล้วหนีไปเลยไม่ทงไม่ทำแล้วงาน... จนกระทั่ง ได้มีโอกาสมาเจอกันโดยบังเอิญอีกในตอนนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้มาเรียก็มาเล่าให้เจ๊ดารินฟังด้วย เจ๊ดารินกับรพินทร์ก็เลยมีประเด็นกันอยู่หน่อยๆ แบบพยายามไม่พูดถึง

-มาเรียกับไชยยันต์มีซีนช่วยชีวิต(ไชยันต์ช่วยมาเรียจนบาดเจ็บ) มีความเห็นหน้าอกมาเรียวับๆแวมๆแล้วไชยยันต์วูบวาบ (((เจอเพื่อนสปอยล์มาว่าเขาทั้งสองจะมีอะไรๆแซ่บๆกัน🔞ในเล่ม10ด้วย🙊🙈ว้ายตาEแล่ววว)))

-ส่างปานวดน้ำมันถึงเนื้อถึงตัวมาเรีย ดารินเห็นแล้วเลยสงสัยถามไถ่ว่าแบบนี้จะดีเหรอ? มาเรียก็เลยบอกกล่าวดารินว่า ส่างปาคนรับใช้ส่วนตัวของมาเรีย...ฟีลขันธี..ไม่มีอวัยวะเพศ(ประสบเหตุโดนระเบิด)

-จากนั้นก็เจอผีกองกอย มารุมกินซากกวาง ซากกระทิง มีตัวอะไรบางอย่างที่น่าเกลียดน่าชังคล้ายซากศพลิงลม มาสะกดจิต(ด้วยการมองตา)ทำให้แงซายพูดอะไรแปลกๆออกมา(ตามชื่อตอนเลย) เพื่อจะให้ย้อนกลับไปทางตะวันตกเพื่อไปช่วยปลดปล่อยวิญญาณของพวกมัน แต่ทางคณะลงความเห็นกันว่าไม่ไปจะดีกว่าเพราะจะรีบเดินทางไปยังจุดหมายของตนเองไม่มีเวลามาพิรี้พิไรช่วยใคร...แต่ในคืนนั้นทุกคนก็โดนวางยาสลบหลับใหล..ตื่นมาพบความจริงว่า ...ไอ้ซากศพลิงลมนั้นหายตัวไปอย่างลึกลับ แงซายก็หายตัวไปด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด..แผนที่นำทางก็หายไปด้วยจ้าาา!!

-ไอเท็มสำคัญ!อย่างแผนที่หายไป ทั้งคณะก็เลยต้องมุ่งหน้าไปตามหาแงซายเพื่อเอาแผนที่กลับมา ตามติดกันแบบนิดเดียว เห็นรอยเท้าอยู่หลัดๆ แต่ก็มาเจออุปสรรคขวางทาง...ตะขาบยักษ์!!!(((กรี๊ดดดด นุกลัวตะขาบบ😭😭😭😭)))

-หลังจากยิงตะขาบยักษ์ตัวแรกที่ไม่มีพิษ์ได้(ดูตรงเขี้ยวทั้ง2ที่ไม่มีรู) กำลังตามติดเห็นหลังแงซายอยู่ไวๆ...ไชยยันต์จ้าา ไชยยันต์โดนตะขาบยักษ์กัด!!!(ตัวนี้เล็กกว่าตัวแรกนิดนึง) แล้วตัวนี้ดันมีพิษ!!!
คณะก็ต้องหยุดพักรักษาอาการปางตายของไชยยันต์กันก่อน พิษรุนแรงมากจนเซรุ่มที่ดารินเตรียมมาเอาไม่อยู่ เลยต้องลองใช้วิถีชาวบ้านสมุนไพรยางน่องของคะหยิ่นมาโปะแผล

....และสุดท้ายตัดจบเล่ม9ที่ไชยยันต์หน้าม่วง อาการวิกฤติสุดๆ ต้องไปลุ้นกันเล่ม10ว่าพี่เค้าจะรอดไหม?(รอดอยู่แล้ว😆) รอดได้อย่างไร?จะเจอแงซายกี่โมง?...Go! Go!
Profile Image for Namo.
388 reviews29 followers
May 12, 2020
***** 4.5/5
กลับมาอ่านเพชรพระอุมาหลังจากห่างหายจะวงการนี้ไปนานมาก ยังประทับใจเหมือนเดิม เนื้อเรื่องดำเนินได้ตื่นเต้นมาก so descriptive (in a good way)
รู้สึกเหมือนจะเคยอ่านเล่มนี้ไปแล้ว เพราะตอนอ่านรู้สึกคุ้นมากๆ แต่ก็ยังสนุกอยู่ดี
Profile Image for Pairash Pleanmalai.
400 reviews31 followers
January 14, 2019
ความสนุกยังเหมือนเดิม แต่เล่มนี้พระเอกเราจะดูงี่เง่าตอนท้ายๆ
ช่วงต้นกลิ่นอ่ายผีสางทำให้ระทึกดี
Profile Image for P.Chang.
150 reviews1 follower
October 3, 2023
ยังคงความสนุกไว้เหมือนเดิม ระทึก ตื่นเต้น ความลึกลับยังคงพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย เริ่มมีความแฟนตาซีมากขึ้น สัตว์ประหลาดมากขึ้น ผีสางมากขึ้น และอันตรายที่มากขึ้น....

การเขียน ดีเช่นเคย คงเส้นคงวา ทั้งการใช้คำ และจังหวะจะโคน

เนื้อเรื่อง เป็นการผจญภัยที่ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว แต่คณะเดินทางเข้าในป่าลึกมากขึ้น แล้วพบเจอสิ่งมหัศจรรย์มากขึ้น ความเชื่อที่ชาวกรุงอันศรีวิไลไม่คิดว่าจะได้พบเจอ ก็ได้มาพบเจอ ณ ที่นี้ ความอันตรายก็เพิ่มมากขึ้น แล้วทั้งคณะจะประสบพบเจอกับอะไรต่อไป...

#Panอ่าน
Profile Image for Woranart.
116 reviews
March 16, 2019
ครึ่งเล่มหลังกราฟความสนุกพุ่งขึ้น อัศจรรย์พันลึกดี
Profile Image for Tony.
126 reviews
December 26, 2020
พาเหรดกันมาทั้งนางตะเคียน ผีกองกอย ตะขาบยักษ์ ค้างคาวยักษ์​ แฟนตาซี​มากขึ้นเรื่อยๆ
Profile Image for Chiratikan Sanguancheep.
149 reviews11 followers
December 24, 2025
เล่ม 9 คือเล่มเปิดของตอนจอมผีดิบมันตรัยที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่า ป่ามีชีวิต มีระบบ มีเจ้าของ และกำลังกลายร่างเป็นภัยตรงหน้า บรรยากาศของเล่มนี้มันทั้งน่ากลัวและอึดอัด น่ากลัวเพราะว่ามันเต็มไปด้วยสิ่งที่คณะและคนอ่านไม่รู้ และอึดอัดเพราะรู้ว่าต่อจากนี้คือเส้นทางที่ย้อนกลับไปไม่ได้ ไม่มีอะไรให้วางใจ ไม่มีอะไรให้ยึดเกาะ นอกจากตัวเอง

เรื่องเริ่มจากนางตะเคียน ภูติแห่งไพรลึก และปิดเล่มด้วยตะขาบยักษ์ตัวเท่าท่อนซุง ซึ่งไม่ได้นำเสนอออกมาในแบบของเรื่องผี ความเชื่อ หรืออาถรรพ์ แต่มันคือการเอาชีวิตเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ต้อนรับมนุษย์ สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในเล่มนี้คือความไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะเจออะไร ไม่รู้ว่ามันจะจบตรงไหน และไม่รู้ว่าจะต้องแบกแรงกดดันนี้ไปอีกนานแค่ไหน ตัวละครอยู่ใน Survival Mode ตลอดเวลา จนคนอ่านเองยังต้องวางหนังสือลงเป็นระยะเพื่อพักหายใจ

ประโยคนึงในเล่มนี้ที่กระทบใจเรามากคือ "ชีวิตร่วมกันในป่านั้น จริงอยู่ อาจมีทางที่จะช่วยเหลือคุ้มครองกันได้เมื่อเกิดภัยขึ้น แต่จะไม่มีใครสามารถช่วยเหลือคุ้มครองใครได้ดีกว่าตัวเองทั้งสิ้น" มันเป็นประโยคที่ซื่อสัตย์และไม่ปลอบใจ แต่มันคือความจริงแบบเดียวกับคำว่า "ตนเป็น���ี่พึ่งแห่งตน" ที่ฟังดูเดียวดายแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จริงอยู่ว่าในชีวิตเราอาจจะมีเพื่อน มีครอบครัว มีคนรัก แต่สุดท้ายแล้วความรับผิดชอบต่อชีวิตมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถโอนให้ใครได้ เพราะถ้าเราไม่ยืนด้วยขาของตัวเอง ต่อให้มีคนมากมายล้อมรอบ เราก็ไม่รอดอยู่ดี

เล่มนี้สนุกแบบไม่ต้องคิด อ่านได้แบบลื่นไหล ติดหนึบ บีบหัวใจ
Displaying 1 - 9 of 9 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.