moomooread176 reviews33 followersFollowFollowMarch 28, 2021บาดแผลที่คนในครอบครัวสร้างมันสลักลึกลงในใจผู้เล่าเรื่อง ทุกตัวอักษรที่บรรยายผ่านสายตาตัวละครตัวนี้มันบาดลึก ทุกเหตุการณ์ที่เล่ากลายเป็นสิ่งที่กรีดย้ำความเจ็บปวด จนหลายครั้งผู้อ่านอย่างเราต้องพักสายตาและเบือนหน้าหนีภาพความรุนแรงที่อธิบายอย่างเถรตรงมันน่าสะอิดสะเอียน ทำให้เรารู้สึกรับไม่ได้ ทั้งที่มันก็ไม่ได้เกินจริงเลยความทรงจำเลวร้ายคอยหลอกหลอนผู้เล่าจนเธอค่อยๆ ชินชากับความรุนแรง จนท้ายที่สุดกลายเป็นคนที่โหยหาความเจ็บปวด เพราะมันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่แม้ตอนท้ายเรื่องเราก็ยังรู้สึกว่าผู้เล่าก็ยังติดอยู่ในความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่าง “ตายๆ ไปเสียได้ก็ดี” กับความหวังอันเลือนรางที่จะได้รับความรักและความเข้าใจจากครอบครัว “ทำไมรีบตายล่ะ ในเมื่อยังไม่เคยได้รับความรักเลยสักครั้ง” ปล. ชอบ dinamic ของความเจ็บปวดในเรื่องมาก มันผันเปลี่ยนไปตามฐานะของครอบครัวของตัวผู้เล่าเรื่อง จากช่วงแรกๆ ที่ให้ภาพความเจ็บปวดของคนชนชั้นล่าง สู่ช่วงท้ายที่กลายเป็นความหดหู่ของคนชนชั้นกลางระดับล่างแทน
Celine Pommie4 reviewsFollowFollowNovember 14, 2017โศกนาฎกรรมของชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมาโดยไม่ได้รับการยอมรับ และ สัมผัสกับรักที่แท้จริงน่าเศร้า ที่แม้แต่ผู้อ่านเองยังไม่ทราบแม้กระทั่งชื่อของตัวละคร
Klin กลินท์230 reviews15 followersFollowFollowMay 18, 2020“จะมีชีวิตทำไม ?” ,น. 170พ่อ แม่ ลูก ที่อาจไม่เพียงพอสำหรับนิยามและองค์ประกอบของ “สถาบันครอบครัว”แด่ความไม่รื่นรมย์และสุนทรีย์อันแดงฉานด้วยกลิ่นคาว เลือด หนอง คละคลุ้ง เหม็น เน่า โชย พะอืดพะอม ความเทาทึม ทึบ อึดอัด คับข้องใจ เงียบงัน กลวงเปล่า ตีบตัน หยดน้ำตา ขมเค็ม อับเฉา เกลียดชัง แข็ง เกร็ง รุนแรง ร้าวราน กระแทกกระทั้น กามารมณ์ กัญชา ยานอนหลับ เข็มฉีดยา ความมืดดำ จมลึก ดำดิ่งสนิท ความตายและจิตแพทย์ไปสู่ความเจ็บปวดอันสากลของความรักอันยิ่งใหญ่ เท่าที่ข้าพเจ้าจะจินตนาการไปถึงได้ด้วยวัยปัจจุบันที่พอจะผ่านโลกมาบ้างและการใคร่ครวญ ค้นหา เผชิญหน้ากับความหม่น มืดดำ เศร้าหมอง ความตาย การแตกสลายภายในจิตใจและชีวิตอีกด้านอื่น ๆ ของตนเอง กับหนังสือชื่อเรื่องยาวราวกับชื่อหนังสือวิชาการ“การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา”ของ อรุณวดี อรุณมาศ“ฉันเป็นคนดีมาตลอดไม่ใช่หรือ ฉันอดทนต่อทุกอย่าง พ่อฉันไม่รัก แม่ก็ยังไม่รักอีกคน แล้วชีวิตที่ไม่มีความรักมันจะอยู่ได้อย่างไร อยู่ได้สิ อยู่โดยไม่ต้องรักใครด้วยเหมือนกัน ต่อไปนี้ฉันจะไม่รักแม้แต่ตนเอง” ,น.156ที่พอจะสว่างไสวที่สุดแล้วในเล่ม เห็นจะเป็น“พ่อหายหน้าไปสองสามเดือนไม่กลับมาบ้านเลย จะมีก็แต่จดหมาย ฉันอ่านทวนแล้วทวนอีก เพียงแค่วรรคเดียวที่กล่าวถึงฉันมันไม่ได้บรรจุข้อความอะไรมากนัก แต่ก็ดีใจที่พ่อยังมีฉันอยู่ในใจบ้าง ฉันสอบเข้าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดได้ พอพ่อรู้ข่าวก็บอกให้แม่ซื้อจักรยานให้เป็นรางวัล ฉันดีใจ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ และไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นของขวัญชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่ฉันได้รับจากพ่อ...” ,น. 101นี่เรื่องจริงหรือฝันไป“ฉันกลายเป็นคนบ้าไปแล้วหรือจิตสำนึกของฉันมันอยู่เหนือการบังคับของสมอง สมองฉันสั่งให้ฉันทำสิ่งต่างๆ ขณะเดียวกันจิตสำนึกมันก็บังคับให้เลิก เลิกคิดว่าโลกนี้เป็นของฉัน”สำหรับงานชิ้นนี้ในเล่มเดียวกัน อ่านจากอีกด้านได้มีการแปลเป็นเวอรชันภาษาอังกฤษ ในชื่อ “The Blood Daughter” Fall of the House That Love Cannot Cure ,แปลโดย Krittaya Akannisdha อ่านหมายเลข ๓/๒๕๖๐ ลองหาอ่านดูครับ #การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา #อรุณวดีอรุณมาศ #TheBloodDaughter #KrittayaAkannisdha #อ่าน #อ่านแล้วอ่านเล่า #BooksBAR #ณอ่านTheReaderTheKlinLibrary #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand ป.ล. ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนังสือเล่มนี้ แม้จะตีพิมพ์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการตรวจทานทั้งการแบ่งวรรค แบ่งประโยคและการสะกดคำ อย่างไรก็ตามระหว่างทางของการอ่านทำให้สนุกสนานไปกับการตามหาร่องรอยของคำต่าง ๆ ในแต่ละหน้า แต่ละบรรทัด เท่าที่พบปรากฏ และน่าจะเป็นคำที่น่าจะถูกต้องดังนี้หน้า 8 : สู้ -> สู่, หน้า 9 : ยาก -> ยา, หน้า 11 :อก -> ออก, หน้า 13 สอสง -> สอง / สรพัด -> สารพัด, หน้า 14 สอน -> สิน, หน้า 15 บิ -> มิ /แต่ง -> แต่, หน้า 16 ถาม -> ถาก/ ดุ -> ดู, หน้า 18 เผ้า -> ผ้า/ มี -> ที /ผิด(ซ้ำ 2ครั้ง), หน้า 19 แปล -> เปล, หน้า 36 เณร(ซ้ำ 2ครั้ง)/ ต้อง(ซ้ำ 2ครั้ง)/ เป้น -> เป็น/ กับ -> กลับ, หน้า 37 กับ -> กลับ/ เตี่ยว -> เตี่ย/ ดดน -> โดน, หน้า 38 เตี่ยง -> เตี่ย, หน้า 47 หว่า -> กว่า, หน้า 48 ทำ (น่าจะเป็นคำเกินมา), หน้า 50 นั่ง -> นั้น, หน้า 51 เป็ด -> เป็น, หน้า 60 ค้น -> ค้อน, หน้า 61 มา -> มาก ลูก -> ลูบ ถุง -> ถุน, หน้า 62 ทั้ง(น่าจะเพิ่มคำว่า หลาย), หน้า 63 เอง -> เอา/ ตับ -> ตัว, หน้า 68 ลอย -> รอย/ เข็ม(ซ้ำ 2ครั้ง) /เข้า -> เช้า/ เปิด -> ปิด, หน้า 70 ถึง -> ถุง/ รู้ -> รู, หน้า 71 สู้ -> สู่, หน้า 72 กิน -> กลิ่น/ เกลา -> เลา มมี?, หน้า 73 ความ -> ควาย, หน้า 75 ฟัง -> ฟัน/ เออง -> เอง เข้า -> เขา, หน้า 77 ที่ -> ที/ และ ๆ -> เละ ๆ, หน้า 80 ล่วง -> ร่วง/ จะวาด -> ตวาด, หน้า 83 สาละวัน -> สาละวน, หน้า 85 ตม -> ตาม, หน้า 87 กลไกล -> กลไก, หน้า 88 ทัง -> ทั้ง/ ร้อย -> รอย/ ย่าง -> อย่าง, หน้า 90 นกกรอจอก -> นกกระจอก, หน้า 100 หน้า -> น่า, หน้า 115 เป้น -> เป็น, หน้า 116 ชื้อ -> ชื้น, หน้า 118 กลับ -> กลัว, หน้า 129 โชค -> โชก
Patrawan Dear1,467 reviews149 followersFollowFollowReadMarch 2, 2018#การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา / อรุณวดี อรุณมาศหนังสือเรื่องนี้พิมพ์เป็นครั้งที่ 14 แล้วค่ะ แถมยังเข้ารอบสุดท้ายรางวัลหนึ่ง ซึ่งถือเป็นงานประกวดผลรางวัลด้านวรรณกรรมที่ดีที่สุดของนิยายแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส ฟังดูแล้วน่าสนใจพอสมควรเลยทีเดียวผู้เขียนเดินเรื่องโดยใช้ตัวเอกเป็นผู้เล่าด้วยสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง ใช้บทบรรยายแบบบอกเล่ามากกว่าบทสนทนา สลับบทระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แต่ด้วยโทนอารมณ์ที่หมองหม่นมืดมัวจนเกินขีดจำกัดของเรา เราจึงไม่อิน ไม่สงสาร และไม่คล้อยตามใดใด นอกจากมีความสลดหดหู่และสิ้นหวัง ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยบทบรรยายที่โหดร้าย การทรมานสัตว์ การทรมานตัวเอง และการถูกโดดเดี่ยวจากคนรอบข้าง ดังหนึ่งผู้เล่าเรื่องไม่มีคุณค่าอะไรในสายตาใครแม้แต่ตัวเองไม่รู้จะแนะนำว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร แต่ที่แน่ ๆ คือ ไม่เหมาะสำหรับผู้กลัวเลือด และไม่ควรอ่านตอนใกล้เวลาอาหารค่ะ :)หมายเหตุ : ครึ่งเล่มหลังเป็นฉบับภาษาอังกฤษนะคะ สำนวนอ่านง่ายมาก และไม่ถึงกับแปลตรงตัวแบบเป๊ะ ๆ อ่านได้อรรถรสไปอีกแบบค่ะread-2018