What do you think?


ถอยก็ตาย วิกฤติยังไงก็ต้องสู้
จากประสบการณ์เข้มข้นกว่า 50 ปี เริ่มต้นจาก SMEs จนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก
อินาโมริ คาซึโอะ "เทพแห่งการบริหารที่ยังมีชีวิตอยู่" ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Kyocera และ KDDI
แม้ต้องเจอกับวิกฤติมากมาย แค่เคียวเซร่ากลับเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวทุกครั้งที่ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และตั้งแต่เปิดกิจการมา 54 ปี ไม่เคยขาดทุนเลยสักครั้ง
เรื่องราวและความคิดที่กลั่นจากประสบการณ์ในการทำงานของนักบริหารวัย 78 ปี ผู้ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจการบิน แต่พลิกฟื้น JAL ที่ล้มละลายให้กลับมาผงาดได้ราวปาฏิหาริย์ในระยะเวลาเพียง 3 ปี
อินาโมริ คาซึโอะ "เทพแห่งการบริหารที่ยังมีชีวิตอยู่" ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Kyocera และ KDDI
แม้ต้องเจอกับวิกฤติมากมาย แค่เคียวเซร่ากลับเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวทุกครั้งที่ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และตั้งแต่เปิดกิจการมา 54 ปี ไม่เคยขาดทุนเลยสักครั้ง
เรื่องราวและความคิดที่กลั่นจากประสบการณ์ในการทำงานของนักบริหารวัย 78 ปี ผู้ไม่มีความรู้และประสบการณ์ในธุรกิจการบิน แต่พลิกฟื้น JAL ที่ล้มละลายให้กลับมาผงาดได้ราวปาฏิหาริย์ในระยะเวลาเพียง 3 ปี
- GenresNonfiction
208 pages, Paperback
Published March 1, 2016
About the author
Inamori Kazuo (稻盛和夫)
116 books96 followersKazuo Inamori is a Japanese philanthropist, entrepreneur and the founder of Kyocera Corporation and KDDI Corporation. He is the chairman of Japan Airlines. In 2011, he received the Othmer Gold Medal for outstanding contributions to progress in science and chemistry.
Inamori is also a Zen Buddhist priest, established the Inamori Foundation in 1984, which awards the annual Kyoto Prize to honor those who have made "extraordinary contributions to science, civilization, and the spirituality of humankind."
Inamori is also a Zen Buddhist priest, established the Inamori Foundation in 1984, which awards the annual Kyoto Prize to honor those who have made "extraordinary contributions to science, civilization, and the spirituality of humankind."
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
November 24, 2018
ผู้เขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่น ในด้านการบริหารจัดการ จากเหตุการณ์พลิกฟื้นสายการบิน JAL จากการล้มละลาย ทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจสายการบินเลย ภายในเล่มสอดแทรกปรัชญาการบริหาร และความสำคัญของการสื่อสารปรัชญาองค์กรแก่คนทุกคนในองค์กร จะส่งผลอย่างไรต่อไป และเล่าถึงการบริหารตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท Kyocera และ KDDI
June 14, 2020
อ่านแล้วจะรู้สึกถึง "ไฟลุกโชน" ตลอดเล่ม คุณอินาโมริแกพลังเยอะจริงๆ คือพลังไม่มีแผ่วเลยตั้งแต่ต้นจนจบเล่ม
เล่มนี้จะเน้นอยู่ 3 ประเด็นคือ การทุ่มเทพยายามอย่างหนัก, จิตวิญญาณนักสู้, และเพื่อโลก เพื่อมนุษยชาติ
คำๆ หนึ่งที่เรารู้สึกได้ตลอดเวลาที่อ่านเล่มนี้คือคำว่า "วิสัยทัศน์"
เพราะนี่ไม่ใช่หนังสือที่พูดเรื่องธุรกิจเสียทีเดียว มันมีการวิเคราะห์เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา
ไปพร้อมๆ กับพูดเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม
เล่มนี้คนที่ควรอ่านคือคนที่เป็นผู้นำขององค์กร อ่านได้ทั้งผู้นำของรัฐและเอกชน
ควรอ่านตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. ผู้ว่า ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงของประเทศ เพื่อสัมผัสวิสัยทัศน์ของผู้นำระดับโลกว่าเค้ามองภาพได้เฉียบขาดขนาดไหน
ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ อ่านเล่มนี้น่าจะเติมไฟเพื่อสู้ต่อไปในวันพรุ่งนี้ได้ดีขึ้น
ถ้าเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน เราว่าเล่มนี้ช่วยขยายวิสัยทัศน์เช่นกัน
เราชอบส่วนที่คุณอินาโมริแนะนำว่าบริษัทควรทำอย่างไรในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
แกให้คำแนะนำมา 4 ข้อ บอกว่าวิกฤตคือโอกาสที่จะรวมใจพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียว
ตัวอย่างในเล่มสนุกดีและไม่ซ้ำกับหนังสือเกี่ยวกับคุณอินาโมริเล่มอื่นๆ ในท้องตลาด(เท่าที่มีแปลไทย)
ป.ล. ถ้าคิดจะอ่านว่าคุณอินาโมริกู้วิกฤต JAL อย่างไร เล่มนี้แทบไม่มีเขียนไว้
ให้ไปอ่านหนังสือ "องค์กรที่ทุกคนสร้างกำไร" โดยคุณโมริตะ นะโอยูกิ (เป็นคนที่คุณอินาโมริดึงให้เข้าไปช่วยกู้วิกฤต JAL)
เล่มนั้นจะบอกหมดทุกอย่างแบบละเอียดด้วย อ่านแค่บทที่ 1 กับบทที่ 2 ก็เข้าใจเรื่อง JAL แล้ว
เล่มนี้จะเน้นอยู่ 3 ประเด็นคือ การทุ่มเทพยายามอย่างหนัก, จิตวิญญาณนักสู้, และเพื่อโลก เพื่อมนุษยชาติ
คำๆ หนึ่งที่เรารู้สึกได้ตลอดเวลาที่อ่านเล่มนี้คือคำว่า "วิสัยทัศน์"
เพราะนี่ไม่ใช่หนังสือที่พูดเรื่องธุรกิจเสียทีเดียว มันมีการวิเคราะห์เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา
ไปพร้อมๆ กับพูดเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม
เล่มนี้คนที่ควรอ่านคือคนที่เป็นผู้นำขององค์กร อ่านได้ทั้งผู้นำของรัฐและเอกชน
ควรอ่านตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. ผู้ว่า ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงของประเทศ เพื่อสัมผัสวิสัยทัศน์ของผู้นำระดับโลกว่าเค้ามองภาพได้เฉียบขาดขนาดไหน
ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ อ่านเล่มนี้น่าจะเติมไฟเพื่อสู้ต่อไปในวันพรุ่งนี้ได้ดีขึ้น
ถ้าเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชน เราว่าเล่มนี้ช่วยขยายวิสัยทัศน์เช่นกัน
เราชอบส่วนที่คุณอินาโมริแนะนำว่าบริษัทควรทำอย่างไรในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
แกให้คำแนะนำมา 4 ข้อ บอกว่าวิกฤตคือโอกาสที่จะรวมใจพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียว
ตัวอย่างในเล่มสนุกดีและไม่ซ้ำกับหนังสือเกี่ยวกับคุณอินาโมริเล่มอื่นๆ ในท้องตลาด(เท่าที่มีแปลไทย)
ป.ล. ถ้าคิดจะอ่านว่าคุณอินาโมริกู้วิกฤต JAL อย่างไร เล่มนี้แทบไม่มีเขียนไว้
ให้ไปอ่านหนังสือ "องค์กรที่ทุกคนสร้างกำไร" โดยคุณโมริตะ นะโอยูกิ (เป็นคนที่คุณอินาโมริดึงให้เข้าไปช่วยกู้วิกฤต JAL)
เล่มนั้นจะบอกหมดทุกอย่างแบบละเอียดด้วย อ่านแค่บทที่ 1 กับบทที่ 2 ก็เข้าใจเรื่อง JAL แล้ว
April 12, 2020
หนังสือเล่มนี้บอกถึงการดำเนินธุรกิจในช่วงเวลาวิกฤตโดยให้คำนึงถึงจิตวิญญาณนักสู้ของชาวญี่ปุ่น ทุ่มเทในการทำงานคิดค้นจนออกมาเป็นผลลัพธ์ที่หาข้อติไม่ได้ การคำนึงถึงคุณธรรมของความเป็นมนุษย์ในการดำเนินธุรกิจ มองสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ทำเพื่อให้ผู้รับรับรู้ ซึ่งสิ่งต่างๆที่ได้รับสามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานหรือดำเนินชีวิตประจำวันได้
June 1, 2020
นานแล้วที่ไม่ได้ให้ห้าดาว ส่วนใหญ่จะแค่สี่ดาว จิตวิญญาณและใจสู้หลักง่าย ๆ แต่เต็มด้วยพลัง หนังสือให้แรงจูงใจและกำลังในการต่อสู้และทำงานมาก ๆ (อยากให้ผู้บริหารหรือระดับบริหารได้อ่านจริง ๆ) ทำให้ตั้งใจทำงานมากขึ้น
June 18, 2016
อ่านสนุกดี สรุปเรื่องการบริหารแนวทางแบบญี่ปุ่นแบบที่ควรจะเป็นว่า
ต้องทำเพื่อเพื่อนมนุษย์
มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่
ข้อเสียอย่างเดียวคืออธิบายเรื่อง การฟื้นฟู JAL น้อยไปหน่อย
ต้องทำเพื่อเพื่อนมนุษย์
มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่
ข้อเสียอย่างเดียวคืออธิบายเรื่อง การฟื้นฟู JAL น้อยไปหน่อย
December 24, 2016
อ่านแล้วเกิดกำลังใจในการพัฒนาองค์กร ผู้บริหารต้องเข้าถึงหน้างาน ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ชอบคำว่า ที่มีจิตใจลุกโชน
Displaying 1 - 6 of 6 reviews







