Jump to ratings and reviews
Rate this book

หมานคร

Rate this book
นวนิยายขนาดสั้น หรือเรื่องสั้นขนาดยาว ที่อ่านแล้ววางไม่ลง มันทั้งสนุก เสียดสี มี
อารมณ์ขัน มีจินตนาการเหลือกินเหลือใช้ เป็นนวนิยายขนาดสั้นที่เซอร์มากๆ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่เหลือเชื่อและเหนือจริง แต่กลับสามารถบอกเล่าเรื่องราวของคนเมือง
ได้อย่างชัดเจน ขณะที่กำลังอ่าน คุณอาจเผลอเอามือคลำก้นคุณ เพาะคุณจะรู้สึกอย่างที่เรารู้สึกแน่ๆ

199 pages, Paperback

Published January 1, 2003

2 people are currently reading
43 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
13 (34%)
4 stars
18 (47%)
3 stars
5 (13%)
2 stars
2 (5%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Pawarut Jongsirirag.
737 reviews148 followers
February 18, 2026
ขอสวีดัดชาวหมานคร ในวันเวลาเมื่อว่างเว้นก็นั่งคลำก้นหาหางขอตัวเองกันพัลวัน

ไม่รู้จะนิยามนิยายเล่มนี้ว่ายังไง รู้สึกว่าการจัดหมวดหมู่หรือการทำให้มันเข้าไปอยู่ในกรอบอะไรซักอย่าง มันคือบาปมหันต์ยังไงไม่รู้ หมานครเป็นนิยายที่บ้าบอคอแตก โคตรเพี้ยนโคตรบ้าที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมาเลย

สารภาพตามตรงว่า อ่านเรื่องนี้แบบไหลย้วยจัดๆ พยายามไม่คิดหาสัญลักษณ์หรือการเสียดสีสังคมชนชั้นกลางในเมืองใหญ่อะไรทั้งสิ้น คิดไว้ตลอดในหัวว่า ตรูจะมาเสพความสนุกความสนานล้วนๆ คลำก้นตัวเองไป ว่างๆก็ไปขึ้นรถเมล์ให้คนเบียด หรือแวะไปดูโรงงานปลากระป๋อง พร้อมแดรกข้าวในกล่องโฟม แถมท้ายก่อนนอนก็แวะไปปลูกต้นไม้ช่วยโลกซักหน่อย โอเคคืนนี้หลับฝันดีแล้ว แม้รู้สึกว่าจะมีจิ้งจกหน้าตาคล้ายปู่ยาตายายมาร้องทักอะไรซักอย่างก็ตามที

ภายใต้ความอิหยังวะ ตลกร้ายเฮฮา มันก็มีอะไรให้เราค่อยแกะคุ้ยถุยเขี่ยหาความหมายของมันอยู่เยอะแยะเลยนะครับ มันไม่ใช่นิยายเฮฮาไร้สาระไร้แก่นนสาร มันคือนิยายที่ยังคงทำงานวิพากษ์ "ความ" เป็นคนเมืองในโลกแปลกประหลาดใบนี้อย่างถึงรากมากๆ แต่ไม่รู้เพราะอะไร ขณะพยายามหานัยของมัน ก็มีพลังแปลกประหลาดคอยขัดขวางอยู่ตลอดเลย เหมือนมีเสียงลอยตามลมตดเข้ามาผ่านหูว่า

"อ่านไปเหอะ เยียดเปียด คิดไรเยอะแยะ ชีวิตมันสั้น ตายไปก็ไปเกิดเป็นอะไรไม่รู้ ตอนนั้นค่อยมานั่งหานัยของเรื่องมันก็ได้ คิดดูซิ มันเขียนมาตั้งแต่ปี 2547 มาอ่านตอนปี 2569 ไม่มีอะไรตกยุคพ้นสมัยเลย ทุกอย่างยังคงจริงและเห้เหมือนที่ถูกพูดถึงในหมานคร แล้วจะรีบตีความไปทำไมวะ มาเกิดใหม่เป็นจิ้งจกแล้วค่อยว่ากันใหม่ก็ได้ เวลาเหลือๆวะคุณ"

ผมเลยสำนึกขึ้นโดยพลัน

เสียงลอยตามลมอะไรวะ พูดยาวชิบหาย
Profile Image for Seamonkey.
179 reviews39 followers
December 26, 2019
เซอร์เรียลจริงๆ เหนือจริงขั้นหนัก ยอมใจคนเขียนที่ไหลไปเรื่อย แบบไหนๆ จะเละเทะแล้วก็เละเทะให้สุดๆ ไปเลย

เหมือนคนเขียนด้นไปเรื่อยๆ อ่านไปก็แอบคิดเหมือนกันว่าหรือจริงๆ แล้วคนเขียนก็ไม่รู้จะจบยังไงก็เลยร่ายยาวไปเรื่อยขนาดนี้ ดั่งเอาเรื่องราวอิหยังวะทั้งหลายแหล่มายำเข้าด้วยกัน

เออ แต่มันก็เซอร์แดกจริงๆ นะ (ฮา) คืออ่านแล้วก็ไม่ต้องคิดมากดี ปล่อยให้เรื่องมันพาไปเรื่อย อยากรู้เหมือนกันว่าจะไปจบลงที่ตรงไหน แต่ก็จบลงจนได้นะ

แต่ก็พูดกันตรงๆ ว่ามันก็ไม่ได้สนุกอะไรขนาดนั้นหรอกนะ 555

สิ่งหนึ่งที่รู้สึกเลยก็คือ เรื่องปัญหาขยะเนี่ยเราพูดกันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว แต่ผ่านมาจนป่านนี้ก็ยังไม่ไปถึงไหนกันเลย
Profile Image for TONG ..
298 reviews8 followers
January 31, 2026
#ShelfReview หมานคร (Citizen Dog)

ป๊อด หนุ่มโรงงานปลากระป๋องกับ จิน หญิงสาวเสื้อฟ้าพนักงานทำความสะอาด
20 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งถูกฉายและประสบความล้มเหลวสิ้นเชิง
20 ปีถัดมา ภาพยนตร์เรื่องนั้นถูกยกย่องให้กลายเป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุด
20 ปีผ่านไป กรุงเทพฯ ในสายตาของชาวหมานครยังคงวนอยู่จุดเดิม
20 ปีที่ผ่านมา เหล่าผู้คนและเหตุการณ์และเรื่องราวยังย่ำอยู่กับที่
20 ปีของหนังสือเล่มหนึ่งทำให้ได้เห็นมุมมองที่ตลกและเสียดสีที่หนักขึ้น
20 หน้าแรกของหนังสือก็ได้พาให้เราฮุคติดกับเรื่องราวของมันได้ตลอด
20 ปีแห่งหนึ่งในหนังสือที่ติสท์แตก ตลกร้าย และตอกย้ำคนไทยได้แสบ
20 ปีแล้ว เรียกว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่มาก่อนกาลก็ว่าได้ ควรค่าแก่การอ่าน

20/10 .
Profile Image for pk.
19 reviews
February 4, 2026
ไม่เคยอ่านหนังสือเล่มไหนจบแล้วเหม่อขนาดนี้มาก่อน เหม่อ แต่ดี ร้องเชี่ย (in a positive way) ไปหลายพาร์ทมาก มันแบบ เหนือจินตนาการ ขั้นกว่าของแฟนตาซี คาดเดาอะไรไม่ได้ และไม่ต้องเดา
5 reviews
April 10, 2026
เคยดูหนังมาก่อน เพิ่งรู้ว่าดัดแปลงมาจากหนังสือ พอเห็น อ่าน๑๐๑ ตีพิมพ์ใหม่ก็เลยสนใจมาก ได้มีโอกาสมาลองอ่านดู ชอบพอกับหนังเลยดีมาก ในหนังมีตัดบางส่วนออกไปบ้าง พอได้มาอ่านในหนังสือก็รู้สึกเติมเต็มมากขึ้น เป็นเรื่องที่รู้สึกไม่เก่าเลย(ไม่รู้ว่าไม่เก่า หรือประเทศไทยไม่ไปไหนเลย) แม้จะตีพิมพ์มาหลายปีและหลายครั้งมากแล้ว แต่เนื้อเรื่องก็ยังเข้าใจง่าย เสียดสีถึงการใช้ชีวิตเมืองกรุงได้ดีเหมือนเดิม
วิธีการเขียนคุณคอยนุชน่าสนใจ ไม่ได้อ่านยากแต่น่าติดตาม แล้วก็เข้าใจง่ายมาก ๆ ชอบวิธีที่เขียน การกระทำซ้ำไปซ้ำมา แต่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ซึ่งแบบเจ๋งดี มีสัญญะ การตีความเยอะแยะมากเลยในเรื่องนี้

พล็อตบ้าระเบิด ประเด็นเอาเรื่อง ชอบที่เสียดสีความศิวิไลซ์ของกรุงเทพนะ กรุงเทพมันไว ไม่เดินตามใคร เร่งรีบ ทุกคนเอาแต่ตัวเอง ไม่เหมาะกับคนเพ้อฝันล่ะมั้ง ตอนอ่านเรายัง-งงกับการมีหางนะ5555 แต่คิดว่าอาจจะหมายถึงทุนนิยมไหมนะ ทุกคนต้องการความสำเร็จ ความเปลี่ยนแปลง ความโดดเด่น คนที่ไม่มีหางคือคนธรรมดา พอทุกคนมีหางแล้ว กลายเป็นว่าการไม่มีหางคือความต้องการ ความโดดเด่นไปแทน แบบไม่มีหางแล้วเพราะเชื่อฟังนายทุน ทุนนิยมไม่แน่ใจเหมือนกัน
ชอบที่จินมีความฝัน เพ้อฝัน อยากรู้อยากเห็น เป็นมนุษย์ที่ใช้ชีวิตด้วยความฝัน ต่อให้เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างต้องการรู้ว่าเนื้อหาข้างในคือใคร และโว้คด้วยล่ะ(เพราะปีเตอร์5555)
ตอนที่ป๊อดสารภาพรักแล้วบอกป๊อดว่าคงทนไม่ได้ถ้าเห็นลูกไม่มีความฝันแถมก็เป็นคนจนกันทั้งสองคน ซึ่งมันก็จริงนะ ถ้าไม่รวยการมีลูกก็ถือว่าเป็นภาระ และยากมาก ๆ การที่ไม่มีทุนทรัพย์พอให้พิเลี้ยงลูกมันก็กลายเป็นลำบากเราแทน
ป๊อดมั่นคงในรักมาก ทำให้เพื่อคนรักได้ทุกอย่าง แบบadmire จนไป in love ได้จริง แม้ว่าบางเรื่องป๊อดก็อาจจะไม่ชอบแต่ก็ยอมเพราะนี่เป็นสิ่งที่จินชอบ จินจะเป็นยังไง ไม่ได้ชอบป๊อด แต่ป๊อดก็อยากให้จินมีความสุขเสมอ may this love found me… 
เรื่องฝนตกเป็นหมวกกันน็อคนี่หมายถึงการที่คนไม่ใส่หมวกกันน็อคไหมนะ จนสุดท้ายก็เสียชีวิตเพราะไม่มีอะไรกันช่วงหัวเอาไว้
น้องแหม่มกับธงชัยนี่อาจจะหมายถึงการที่เด็กพยายามจะโต พยายามจะแก่แดดขึ้น เพราะว่าไม่มีเพื่อนคุยด้วย เลยมีธงชัยอยู่เป็นเพื่อน แม้จะชอบละเลยก็เถอะ แล้วก็สะท้อรถึงความต้องการของเด็กนะ น้องแหม่มถูกเลี้ยงมาแบบ spoil และ babying อยู่เสมอ จนน้องอยากเป็นผู้ใหญ่ บวกกับเรื่องที่ที่บ้านเงียบมาก จนน้องต้องพูดตลอด้วลาเพราะที่บ้านไม่มีใครอยู��� ไม่มีใครพูด เพราะคิดงี้ก็แบบ เหงา ๆ แทนเลย
ยอดกับแหม่มนี่ มีความlove bombing(?)(มั่ว) ช่วงแรกรักมาก ไปมีอะไรกันอยู่ที่รถที่คนเยอะบ่อย ๆ แต่สุดท้ายก็โดนทิ้ง ยอดก็พยายามตามหาหมวย แม้สุดท้ายจะหาไม่เจอ นี่ชอบความคิดยอดที่บอกว่า ให้ลองอยู่นิ่ง ๆ แล้วมันจะมาหาเอง เป็นความคิดที่เหมาะกับคนขี้เกียจมากกก (ซึ่งบางครั้งก็อยู่นิ่ง ๆ แบบนั้นไม่ได้หรอก ต้องคว้ามาอยู่ดี)
ชั้นฮากากตอนได้เจอปีเตอร์แล้วปีเตอร์บอกความลับว่ะ แล้วทำไมจินไม่มาเป็นสาววายอีก ถ้านางอยู่ยุคนี้นางคงฟินในรอรเนอะ จะได้ไม่ต้องเดาว่าเนื้อเรื่องเดี่ยวกับอะไร
นี่คิดว่าฉากที่ยายกลายเป็นตุ๊กแก แล้วยายบอกว่าลืมยายไปแล้วเหรอ คงหมายถึงว่า คนเราพอไปทำงานที่กรุงเทพส่วนใหญ่ก็ทำที่นั่นนาน กว่าจะกลับมาก็ปีใหม่ พอเจอกันก็จะเห็นว่าคนที่อยู่บ้านเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้ แก่ขึ้นเยอะ แถมตอนที่ป๊อดกลับไปที่บ้านนอก ทุกอย่างก็ดูเชื่องช้า เวลาเดินช้ากว่าปกติ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ไม่รู้ว่าเพราะกรุงเทพมันเร็วเกินไป หรือบ้านนอกมันเชื่องช้า
มีสองตัวละครที่ไม่ได้พูดถึงในหนัง แค่มีในหนังสือ ก็คือจันกับนอย จันคือผู้หญิงที่ชอบป๊อด ชอบป๊อดมาก ๆ ๆๆๆ จนมากทมเพื่อมาบอกนรักป๊อดอีก จันรักป๊อดมากกว่าที่นี่คิดมาก เป็นตัวละครที่ may this love found me เหมือนกันตอนอ่าน 55556 น้อยคือกึ่งหญิงกึ่งชาย ฟีล intersex ไหมนะ? ชอบที่อธิบายน้อยตอนเข้าห้องน้ำว่าต้องรอให้เข้าคนเดียว เพราะผู้หญิงไม่ไว้ใจ ผู้ชายไม่ชอบ ผู้ชายไม่กล้าชวนไปเที่ยวกลางคืน ผู้หญิงไม่กล้าคุยเรื่องละครเพราะไม่รู้ว่าชอบรึเปล่า แค่อ่านก็รู้สึกความเหงาและอึดอัดแทน ซึ่งนี่ชอบมากนะ
เป็นเรื่องที่สนุกจริง ๆ ใช้เวลาอ่านแป๊บเดียวก็จบแล้ว ความสัจนิยมมหัศจรรย์ ในเรื่องที่อ่านแล้วอะไรวะเนี่ยก็ทำให้ประทับใจมาก แถมมีภาคผนวกที่ทำให้รู้จักกับสัจนิยมมหัศจรรย์มากขึ้น เป็นเรื่องควรได้ลองอ่านสักครั้งจริง ๆ
Displaying 1 - 6 of 6 reviews