What do you think?


ในความซ้ำซากของชีวิต
หนึ่งในเรื่องที่จำเป็นที่สุดสำหรับการใช้ชีวิต คือการตั้งคำถามต่อชีวิตที่ถูกใช้ ไม่ว่าจะในแง่เหลี่ยมมุมไหนก็ตาม การตรวจสอบและตั้งคำถาม ก็เป็นสิ่งสำคัญพอๆ กับการใช้จ่ายวันเวลาเพื่อแลกมากับคำว่าประสบการณ์
ในความซ้ำซากของชีวิต งานเขียนที่กลั่นออกจากปลายปากกาของนักเขียนหนุ่ม สหรัฐ พัฒนกิจวรกุล ซึ่งมีผลงานต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา งานเขียนของสหรัฐเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งวิธีคิดและการใช้ภาษา
สนพ.สมมติ มีความปรารถนาขั้นสูงสุดสำหรับการแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักงานเขียนชิ้นนี้ รับประกันว่าทุกหน้ากระดาษและทุกตัวอักษรของเล่มนี้ ไม่ธรรมดา!!!
นี่ไม่ใช่คำโฆษณา เพราะมันคือข้อเท็จจริง
ในความซ้ำซากของชีวิต
ร้อยแก้วเชิงกวีนิพนธ์ โดย สหรัฐ พัฒนกิจวรกุล
ในความซ้ำซากของชีวิต งานเขียนที่กลั่นออกจากปลายปากกาของนักเขียนหนุ่ม สหรัฐ พัฒนกิจวรกุล ซึ่งมีผลงานต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา งานเขียนของสหรัฐเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งวิธีคิดและการใช้ภาษา
สนพ.สมมติ มีความปรารถนาขั้นสูงสุดสำหรับการแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักงานเขียนชิ้นนี้ รับประกันว่าทุกหน้ากระดาษและทุกตัวอักษรของเล่มนี้ ไม่ธรรมดา!!!
นี่ไม่ใช่คำโฆษณา เพราะมันคือข้อเท็จจริง
ในความซ้ำซากของชีวิต
ร้อยแก้วเชิงกวีนิพนธ์ โดย สหรัฐ พัฒนกิจวรกุล
- GenresPoetry
168 pages, Paperback
First published March 1, 2016
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
March 5, 2020
ซื้อเล่มนี้มาแบบไม่ได้ตั้งใจเพราะเปิดไปเจอบทหนึ่ง
ความว่า
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความโลภ
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความโกรธ
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความหลง
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงปรารถนาทุกอย่างที่เป็นเจ้า-
คุ้นมาก มันอาจเป็นบทกวีอมตะหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ผมนึกไปถึงมังงะที่อ่านสมัยเด็ก Bleach ซึ่งบทเปิดทุกตอนจะมีบทกวีประมาณนี้ ที่จำได้อีกอันจะเป็น
หากไม่กุมดาบ ก็ปกป้องเธอไม่ได้
หากกุมดาบแล้ว ก็คงกอดเธอไม่ได้-
อ่านตอนแรกคือรู้สึกไปไกลมาก นี่ฉันอ่านอะไรอยู่ 55 ถือเป็นเอกลักษณ์ของบลีชเลยล่ะ
ส่วนเล่มนี้ ประมาณ 3/4 เป็นความเรียงที่พูดถึงความเหงาปล่าวเปลี่ยวที่แทรกอยู่ระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน หนึ่งบทมีความยาวหนึ่ง-สองหน้า 4-5 หน้าจะคั่นด้วยบทกวีเบียวๆ อย่างที่ยกตัวอย่างไปหนึ่งบทแล้วกลับเป็นความเรียงอีกครั้งสลับไปมาตลอดเล่ม
ที่จริงความเรียงส่วนใหญ่ในเล่มพูดถึงประเด็นที่คล้ายคลึงกัน และอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย ไม่ได้ใช้คำที่ซับซ้อนอะไร แถมถ้าได้วางไปสักครั้งกลับมาอ่านใหม่อาจจะสงสัยได้ว่า นี่ฉันอ่านบทนี้ไปแล้วรึเปล่าหว่า (ฮา) กระนั้น ผมก็ยังชอบบทนึง น่าจะบทที่ 40+ ประมาณว่า
เราเป็นคนใหม่ในทุกวัน แต่ความเคยชินทำให้เราจมจ่อมอยู่กับความจำเจที่ความจำเป็นของชีวิตลากจูงเราด้วยหน้าที่ ภารกิจ และความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะต่อตัวเองหรือสังคม-
ถ้าคนเราสามารถทิ้งอดีตแล้วเป็นคนใหม่ได้ในทุกวันก็คงดีไม่น้อย ไม่สิ ดีมากเลยต่างหาก หลุดจากความจำเจซ้ำซากของชีวิตนี้ได้ น่าจะเป็นสุข
สุดท้ายขอฝากความเบียวอีกบทหนึ่งไว้ในอ้อมใจ
อย่าได้ล้วงความลับจากริมฝีปากข้าฯ
ด้วยลิ้นของเจ้าเชียว-
งิน ฝันดีนะ / ทดลองเป็นรันงิคุ
ความว่า
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความโลภ
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความโกรธ
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความหลง
เพราะมีความรัก ข้าฯ จึงปรารถนาทุกอย่างที่เป็นเจ้า-
คุ้นมาก มันอาจเป็นบทกวีอมตะหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ผมนึกไปถึงมังงะที่อ่านสมัยเด็ก Bleach ซึ่งบทเปิดทุกตอนจะมีบทกวีประมาณนี้ ที่จำได้อีกอันจะเป็น
หากไม่กุมดาบ ก็ปกป้องเธอไม่ได้
หากกุมดาบแล้ว ก็คงกอดเธอไม่ได้-
อ่านตอนแรกคือรู้สึกไปไกลมาก นี่ฉันอ่านอะไรอยู่ 55 ถือเป็นเอกลักษณ์ของบลีชเลยล่ะ
ส่วนเล่มนี้ ประมาณ 3/4 เป็นความเรียงที่พูดถึงความเหงาปล่าวเปลี่ยวที่แทรกอยู่ระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน หนึ่งบทมีความยาวหนึ่ง-สองหน้า 4-5 หน้าจะคั่นด้วยบทกวีเบียวๆ อย่างที่ยกตัวอย่างไปหนึ่งบทแล้วกลับเป็นความเรียงอีกครั้งสลับไปมาตลอดเล่ม
ที่จริงความเรียงส่วนใหญ่ในเล่มพูดถึงประเด็นที่คล้ายคลึงกัน และอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย ไม่ได้ใช้คำที่ซับซ้อนอะไร แถมถ้าได้วางไปสักครั้งกลับมาอ่านใหม่อาจจะสงสัยได้ว่า นี่ฉันอ่านบทนี้ไปแล้วรึเปล่าหว่า (ฮา) กระนั้น ผมก็ยังชอบบทนึง น่าจะบทที่ 40+ ประมาณว่า
เราเป็นคนใหม่ในทุกวัน แต่ความเคยชินทำให้เราจมจ่อมอยู่กับความจำเจที่ความจำเป็นของชีวิตลากจูงเราด้วยหน้าที่ ภารกิจ และความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะต่อตัวเองหรือสังคม-
ถ้าคนเราสามารถทิ้งอดีตแล้วเป็นคนใหม่ได้ในทุกวันก็คงดีไม่น้อย ไม่สิ ดีมากเลยต่างหาก หลุดจากความจำเจซ้ำซากของชีวิตนี้ได้ น่าจะเป็นสุข
สุดท้ายขอฝากความเบียวอีกบทหนึ่งไว้ในอ้อมใจ
อย่าได้ล้วงความลับจากริมฝีปากข้าฯ
ด้วยลิ้นของเจ้าเชียว-
งิน ฝันดีนะ / ทดลองเป็นรันงิคุ
November 22, 2021
เป็นคนชอบอ่านอะไรฟุ้งๆ เพ้อๆ โดดเดี่ยว เดียวดาย อ้างว้าง เลยชอบความเรียงเล่มนี้มากเป็นพิเศษ เหมือนเราได้อ่านความรู้สึกของตัวเอง
March 3, 2026
หนังสือวรรณกรรม ที่เล่าถึงความซ้ำซากในชีวิตที่คนเราต้องเจอ ที่ความซ้ำซากของชีวิตจะดำรงอยู่ตราบเท่าที่เรายังมีความสามารถลืมตาตื่น และตระหนักถึงการมีอยู่ของชีวิต
เป็นหนังสือที่หยิบมาอ่านบ่อยมาก แค่ละหน้าอ่านไปรู้สึกสัมผัสกับความหมายแต่ละคำที่อ่าน ดำดิ่งกับหนังสือเล่มนี้มาก เป็นเล่มโปรดมาหลายปี
เป็นหนังสือที่หยิบมาอ่านบ่อยมาก แค่ละหน้าอ่านไปรู้สึกสัมผัสกับความหมายแต่ละคำที่อ่าน ดำดิ่งกับหนังสือเล่มนี้มาก เป็นเล่มโปรดมาหลายปี
July 20, 2018
ระหว่างอ่านคิดหลายรอบมากว่าจะอ่านต่อดีไหม
หนังสือเป็นรวมๆ ข้อความที่ไม่ยาวนัก (ไม่เกิน 2 หน้า) จึงไม่ได้มีความเชื่อมโยงและสร้างแรงให้อ่านต่อ
หนังสือเนื้อเรื่องตามชื่อเรื่อง เป็นความเรียงที่ดูลึกซึ้ง เก๋ๆ เกี่ยวกับความว่างเปล่า ซ้ำซากในชีวิต ซึ่งถ้าอ่านเพียงไม่กี่ข้อความอาจจะร้อง ว้าว เขียนได้โดนใจจัง การใช้ข้อความสวย สละสลวย แต่เมื่ออ่านข้อความที่ฟิลลิ่งหมองหม่น ไร้ซึ่งแรงใจไปนานๆ ติดต่อกัน รู้สึกไม่ดีต่อสุขภาพจิต
เหมาะสำหรับคนชอบแนวหมองหม่น สำหรับซากิไม่ค่อยชอบ เพราะโอเค เรารู้ล่ะว่าโลกมันหมองหม่น หนังสือที่ใช่น่าจะสร้างแรงใจ มากกว่าตอกย้ำความรู้สึกแย่ๆ ที่จริงอยากอ่านให้จบ จะได้รีวิวลงเพจ แต่สุดท้ายก็... พอละ อ่านไป 3/4 ก็พอกันที (แถมยืมห้องสมุดมา ไม่ได้ซื้อ ไม่เสียดายเงินเมื่ออ่านไม่จบ)
ไม่ก็คนที่ยังไม่รู้สึกถึงความว่างเปล่าของชีวิต ถ้าอ่าน อาจจะเข้าใจชีวิตในแง่ความว่างเปล่า ซ้ำซาก ไร้แก่นสารมากขึ้น
หนังสือเป็นรวมๆ ข้อความที่ไม่ยาวนัก (ไม่เกิน 2 หน้า) จึงไม่ได้มีความเชื่อมโยงและสร้างแรงให้อ่านต่อ
หนังสือเนื้อเรื่องตามชื่อเรื่อง เป็นความเรียงที่ดูลึกซึ้ง เก๋ๆ เกี่ยวกับความว่างเปล่า ซ้ำซากในชีวิต ซึ่งถ้าอ่านเพียงไม่กี่ข้อความอาจจะร้อง ว้าว เขียนได้โดนใจจัง การใช้ข้อความสวย สละสลวย แต่เมื่ออ่านข้อความที่ฟิลลิ่งหมองหม่น ไร้ซึ่งแรงใจไปนานๆ ติดต่อกัน รู้สึกไม่ดีต่อสุขภาพจิต
เหมาะสำหรับคนชอบแนวหมองหม่น สำหรับซากิไม่ค่อยชอบ เพราะโอเค เรารู้ล่ะว่าโลกมันหมองหม่น หนังสือที่ใช่น่าจะสร้างแรงใจ มากกว่าตอกย้ำความรู้สึกแย่ๆ ที่จริงอยากอ่านให้จบ จะได้รีวิวลงเพจ แต่สุดท้ายก็... พอละ อ่านไป 3/4 ก็พอกันที (แถมยืมห้องสมุดมา ไม่ได้ซื้อ ไม่เสียดายเงินเมื่ออ่านไม่จบ)
ไม่ก็คนที่ยังไม่รู้สึกถึงความว่างเปล่าของชีวิต ถ้าอ่าน อาจจะเข้าใจชีวิตในแง่ความว่างเปล่า ซ้ำซาก ไร้แก่นสารมากขึ้น
January 9, 2023
เราใช้ความพยายามในการอ่านเล่มนี้ 3 ครั้งกว่าจะอ่านจบ ไม่รู้ว่าเราอาจจะอ่านหนังสือไม่แตกหรืออ่านไม่ตั้งใจพอ แต่ทุกครั้งที่เราพลิกอ่านบทต่อไป เรายังคงงงอยู่กับบทที่พึงอ่านจบอยู่ บางประโยคเราว่ามันเพราะ บางการเปรียบเปรยเราว่ามันดี แต่ท้ายสุดแล้วเราไม่สามารถสรุปได้ว่าบทนี้ต้องการพูดเรื่องอะไรหรือจะชี้เราไปทางไหนกันแน่
แต่ถึงอย่างนั้นบางบทหรือบางประโยคในเล่มก็งามแสนงาม เช่น
04-เราป่วยไข้จากความเป็นมนุษย์
19-เราเป็นเพียงมนุษย์เปราะบางคนหนึ่ง คนซึ่งต้องการความรัก คนซึ่งต้องการรู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่ในโลกนี้
40-เราหลับเพื่อตื่น เราเกิดเพื่อตาย เราเจ็บปวดเพื่อจะถูกรัก
81-ความโศกเศร้าที่เราจินตนาการนั้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของหยดน้ำตาที่เรารู้สึก
นั้นแหละ สุดท้ายแล้วความรู้สึกเดียวที่เหลือหลังความสับสนก็คือความรู้สึกที่ว่า หนังสือเล่มนี้ “เกือบดี” สำหรับเรา
แต่ถึงอย่างนั้นบางบทหรือบางประโยคในเล่มก็งามแสนงาม เช่น
04-เราป่วยไข้จากความเป็นมนุษย์
19-เราเป็นเพียงมนุษย์เปราะบางคนหนึ่ง คนซึ่งต้องการความรัก คนซึ่งต้องการรู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่ในโลกนี้
40-เราหลับเพื่อตื่น เราเกิดเพื่อตาย เราเจ็บปวดเพื่อจะถูกรัก
81-ความโศกเศร้าที่เราจินตนาการนั้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของหยดน้ำตาที่เรารู้สึก
นั้นแหละ สุดท้ายแล้วความรู้สึกเดียวที่เหลือหลังความสับสนก็คือความรู้สึกที่ว่า หนังสือเล่มนี้ “เกือบดี” สำหรับเรา
Displaying 1 - 5 of 5 reviews






