top.510 reviews116 followersFollowFollowMarch 6, 2020ซื้อเล่มนี้มาแบบไม่ได้ตั้งใจเพราะเปิดไปเจอบทหนึ่งความว่าเพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความโลภเพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความโกรธเพราะมีความรัก ข้าฯ จึงมีความหลงเพราะมีความรัก ข้าฯ จึงปรารถนาทุกอย่างที่เป็นเจ้า-คุ้นมาก มันอาจเป็นบทกวีอมตะหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ผมนึกไปถึงมังงะที่อ่านสมัยเด็ก Bleach ซึ่งบทเปิดทุกตอนจะมีบทกวีประมาณนี้ ที่จำได้อีกอันจะเป็น หากไม่กุมดาบ ก็ปกป้องเธอไม่ได้ หากกุมดาบแล้ว ก็คงกอดเธอไม่ได้-อ่านตอนแรกคือรู้สึกไปไกลมาก นี่ฉันอ่านอะไรอยู่ 55 ถือเป็นเอกลักษณ์ของบลีชเลยล่ะส่วนเล่มนี้ ประมาณ 3/4 เป็นความเรียงที่พูดถึงความเหงาปล่าวเปลี่ยวที่แทรกอยู่ระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน หนึ่งบทมีความยาวหนึ่ง-สองหน้า 4-5 หน้าจะคั่นด้วยบทกวีเบียวๆ อย่างที่ยกตัวอย่างไปหนึ่งบทแล้วกลับเป็นความเรียงอีกครั้งสลับไปมาตลอดเล่มที่จริงความเรียงส่วนใหญ่ในเล่มพูดถึงประเด็นที่คล้ายคลึงกัน และอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย ไม่ได้ใช้คำที่ซับซ้อนอะไร แถมถ้าได้วางไปสักครั้งกลับมาอ่านใหม่อาจจะสงสัยได้ว่า นี่ฉันอ่านบทนี้ไปแล้วรึเปล่าหว่า (ฮา) กระนั้น ผมก็ยังชอบบทนึง น่าจะบทที่ 40+ ประมาณว่าเราเป็นคนใหม่ในทุกวัน แต่ความเคยชินทำให้เราจมจ่อมอยู่กับความจำเจที่ความจำเป็นของชีวิตลากจูงเราด้วยหน้าที่ ภารกิจ และความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะต่อตัวเองหรือสังคม-ถ้าคนเราสามารถทิ้งอดีตแล้วเป็นคนใหม่ได้ในทุกวันก็คงดีไม่น้อย ไม่สิ ดีมากเลยต่างหาก หลุดจากความจำเจซ้ำซากของชีวิตนี้ได้ น่าจะเป็นสุขสุดท้ายขอฝากความเบียวอีกบทหนึ่งไว้ในอ้อมใจอย่าได้ล้วงความลับจากริมฝีปากข้าฯ ด้วยลิ้นของเจ้าเชียว-งิน ฝันดีนะ / ทดลองเป็นรันงิคุ
MonoNoAware266 reviews36 followersFollowFollowNovember 26, 2021เป็นคนชอบอ่านอะไรฟุ้งๆ เพ้อๆ โดดเดี่ยว เดียวดาย อ้างว้าง เลยชอบความเรียงเล่มนี้มากเป็นพิเศษ เหมือนเราได้อ่านความรู้สึกของตัวเองnon-fiction poetry
Saki Rook a Bead81 reviews15 followersFollowFollowJuly 20, 2018ระหว่างอ่านคิดหลายรอบมากว่าจะอ่านต่อดีไหมหนังสือเป็นรวมๆ ข้อความที่ไม่ยาวนัก (ไม่เกิน 2 หน้า) จึงไม่ได้มีความเชื่อมโยงและสร้างแรงให้อ่านต่อหนังสือเนื้อเรื่องตามชื่อเรื่อง เป็นความเรียงที่ดูลึกซึ้ง เก๋ๆ เกี่ยวกับความว่างเปล่า ซ้ำซากในชีวิต ซึ่งถ้าอ่านเพียงไม่กี่ข้อความอาจจะร้อง ว้าว เขียนได้โดนใจจัง การใช้ข้อความสวย สละสลวย แต่เมื่ออ่านข้อความที่ฟิลลิ่งหมองหม่น ไร้ซึ่งแรงใจไปนานๆ ติดต่อกัน รู้สึกไม่ดีต่อสุขภาพจิตเหมาะสำหรับคนชอบแนวหมองหม่น สำหรับซากิไม่ค่อยชอบ เพราะโอเค เรารู้ล่ะว่าโลกมันหมองหม่น หนังสือที่ใช่น่าจะสร้างแรงใจ มากกว่าตอกย้ำความรู้สึกแย่ๆ ที่จริงอยากอ่านให้จบ จะได้รีวิวลงเพจ แต่สุดท้ายก็... พอละ อ่านไป 3/4 ก็พอกันที (แถมยืมห้องสมุดมา ไม่ได้ซื้อ ไม่เสียดายเงินเมื่ออ่านไม่จบ)ไม่ก็คนที่ยังไม่รู้สึกถึงความว่างเปล่าของชีวิต ถ้าอ่าน อาจจะเข้าใจชีวิตในแง่ความว่างเปล่า ซ้ำซาก ไร้แก่นสารมากขึ้น
Afew*192 reviews29 followersFollowFollowJanuary 9, 2023เราใช้ความพยายามในการอ่านเล่มนี้ 3 ครั้งกว่าจะอ่านจบ ไม่รู้ว่าเราอาจจะอ่านหนังสือไม่แตกหรืออ่านไม่ตั้งใจพอ แต่ทุกครั้งที่เราพลิกอ่านบทต่อไป เรายังคงงงอยู่กับบทที่พึงอ่านจบอยู่ บางประโยคเราว่ามันเพราะ บางการเปรียบเปรยเราว่ามันดี แต่ท้ายสุดแล้วเราไม่สามารถสรุปได้ว่าบทนี้ต้องการพูดเรื่องอะไรหรือจะชี้เราไปทางไหนกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้นบางบทหรือบางประโยคในเล่มก็งามแสนงาม เช่น 04-เราป่วยไข้จากความเป็นมนุษย์19-เราเป็นเพียงมนุษย์เปราะบางคนหนึ่ง คนซึ่งต้องการความรัก คนซึ่งต้องการรู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่ในโลกนี้40-เราหลับเพื่อตื่น เราเกิดเพื่อตาย เราเจ็บปวดเพื่อจะถูกรัก81-ความโศกเศร้าที่เราจินตนาการนั้นไม่ถึงครึ่งหนึ่งของหยดน้ำตาที่เรารู้สึกนั้นแหละ สุดท้ายแล้วความรู้สึกเดียวที่เหลือหลังความสับสนก็คือความรู้สึกที่ว่า หนังสือเล่มนี้ “เกือบดี” สำหรับเรา