What do you think?
Rate this book


320 pages, Paperback
Published September 1, 2016
หากหนังสือเล่มนี้จะถูกจัดอยู่ในหมวดประวัติศาสตร์ย่อมไม่แปลก เพราะมันคือบันทึกเหตุการณ์สมัยมัธยมของบุรุษหัวก้าวหน้าแห่งยุค ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นนักเรียน "อันตราย" ทั้ง ๆ ที่ เนติวิทย์ ไม่เคยทำร้ายใคร หากเขาจะเป็นอันตราย คงมีเพียงระบบการศึกษาคร่ำครึ ระบบอำนาจนิยม เผด็จการเท่านั้นแหละที่เขาอยากทำให้มันพังพินาศ ด้วยอุดมการณ์อันสูงส่งเช่นนี้เอง จึงทำให้เขากลายเป็น "นักเรียนเลว" ในระบบการศึกษา "แสนดี"
เราเริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะเกิดความสนใจในตัวเนติวิทย์ อยากรู้จักคนผู้นี้ให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเนติวิทย์เป็นคนเก็บตัว ไม่นิยมออกสื่อ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนึ่งในช่องทางไม่มากที่จะสามารถรทำความรู้จักคนผู้นี้ได้
ความรู้สึกระหว่างอ่านคือ ยิ่งอ่านยิ่งทึ่ง นอกจากความกดดันเรื่องการเรียน ยังมีครูใจแคบที่ไม่น่าเคารพหลาย ๆ คนผู้ซึ่งนอกจากไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้นักเรียนได้แล้ว ยังตั้งตัวเป็นศัตรูกับลูกศิษย์ของตนเอง เพียงเพราะความเห็นต่าง อีกทั้งการปะทะกับนักเรียนด้วยกันเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปสรรคนานัปการต่อความพยายามอภิวัตน์การศึกษาไทยที่เนติวิทย์ในวัยมัธยม ต้องเผชิญ ด้วยเหตุนี้จึงยิ่งรู้สึกนับถือใจคนคนนี้เป็นอย่างสูง เข้าทำนองนิยายกำลังภายในว่า เด็กคนนี้ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร จึงได้มีความกล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้
หนังสือเล่มนี้แบ่งหมวดโดยเอาเนติวิทย์เป็นศูนย์กลาง จึงแบ่งเป็น
- นักเรียนเลวกับโรงเรียน
- จดหมายของนักเรียนเลว
- นักเรียนเลวกับครูของเขา
- นักเรียนเลวกับระบบการศึกษาแสนดี และ
- นักเรียนเลวกับอนุทินชีวิตใน Facebook
เราไม่ได้อ่านตามลำดับ แต่เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจก่อน นั่นคือ "นักเรียนเลวกับอนุทินชีวิต" ซึ่งเป็นส่วนที่เรารู้สึกว่าได้สัมผัสความรู้สึกกดดันของเนติวิทย์อย่างที่สุด ผ่านข้อความที่เขาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าเขาโดนดูถูก เหยียดหยาม เยาะเย้ย ข่มขู่ คุกคาม แต่เราไม่เคยเห็นเนติวิทย์แสดงความอ่อนแอ ท้อถอยเลยแม้แต่น้อย เขายังคงมุ่งมั่นดำเนินตามแนวทางที่ตนเองคิดว่าถูกต้องอย่างองอาจ
อย่างไรก็ดี เมื่อได้อ่าน "จดหมายของนักเรียนเลว" กับ บทความและปาฐกถาใน "นักเรียนเลวกับระบบการศึกษาแสนดี" เราก็ไม่แปลกใจสักนิด หากจะมีคนจำนวนไม่น้อยหมั่นไส้ และรู้สึกต่อต้านเขา นั่นก็เพราะข้อความของเขาเต็มไปด้วยความอวดดี เย่อหยิ่ง ทะนงตนและไม่ประนีประนอมอย่างที่ผู้น้อยในสังคมไทยควรจะเป็น!
อนึ่ง เราคิดว่าหากเนื้อหาของหนังสือเล่าเรื่องตามลำดับเวลาและสอดแทรกบันทึกและเอกสารต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์จะทำให้ผู้อ่านได้รับอรรถรสมากขึ้นไปอีก
ไม่ว่าจะเป็นวิชาภาษาไทยหรือสังคมนักเรียนไทยไม่ค่อยมีโอกาสได้เรียนรู้ หรือสัมผัสเรื่องราวหรือประสบการณ์ของคนตัวเล็กตัวน้อยผู้ซึ่งพยายามยืดหยัดต่อสู้ความอยุติธรรมในสังคมสักเท่าไร คุณูปการของหนังสือเล่มนี้คือวัตถุดิบชั้นดี คือบทเรียนแห่งชีวิต คือบันทึกที่ว่าด้วยการต่อสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลง หากจะยกให้หนังสือเล่มนี้เป็นตำราประวัติศาสตร์เล่มแรกที่บันทึกเรื่องการเคลื่อนไหวต่อสู้ของนักเรียน คงไม่ถือว่าเป็นการเลยเถิดนัก