What do you think?


EARLY DESIRE ประวัติศาสตร์ใต้สะดือ
รู้ไหมว่าเรื่องเซ็กซ์สุดสัปดนนั้นมีมาตั้งแต่โบราณกาล ‘โตมร ศุขปรีชา’ จะพาคุณไปขุดคุ้ยเรื่องสยิวและตีแผ่ประเด็นทางเพศเมื่อครั้งก่อนประวัติศาสตร์จวบกระทั่งเมื่อแรกเริ่มเมื่อมีการบันทึกใน ‘EARLY DESIRE ประวัติศาสตร์ใต้สะดือ’ ตั้งแต่ปริศนาของดิลโด้ว่ามีมานานแล้วจริงหรือเปล่า บรรพบุรุษของเราเคยทรีซัมกันบ้างไหม แล้วเรื่องที่มีการพบอสุจิในช่องทวารของมัมมี่ล่ะเชื่อได้แค่ไหน ไปจนถึงคำถามที่ว่าอำนาจสูงสุดในสังคมโบราณคืออำนาจของเพศชายแค่เท่านั้นหรือ
- GenresNonfiction
160 pages, Paperback
Published October 1, 2016
About the author
โตมร ศุขปรีชา
79 books412 followers12 เรื่อง ที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ โตมร ศุขปรีชา
1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย
2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี
3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’
4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย
5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน
6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย
7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น
8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล
9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม
10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...
11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง
12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ
1. เขาเป็นคนเกลียดกลัวแมลงสาบอย่างยิ่ง เพราะค่ำคืนหนึ่ง มีผู้ทำกระป๋องยาฆ่าแมลงหกลงไปในกล่องลึกลับใกล้ห้องนอน ในกล่องนั้นเป็นที่สิงสถิตของแมลงสาบ พวกมันจึงกรูกันออกมาในยามค่ำคืนขณะที่เขานอนหลับ พวกมันไต่หน้า แขน ตัว ยั้วเยี้ยอยู่ในความมืด เขาต้องเอาผ้าห่มมาคลุมตัว แล้วร้องตะโกนให้คนมาช่วย
2. หนังสือเล่มแรกของเขา มีชื่อว่า 'กาแฟและชา หมาและแมว' รวบรวมงานเขียนยุคแรกของเขาเอาไว้ ตั้งแต่ก่อนหน้าจะมาเป็นบรรณาธิการนิตยสาร GM อยู่นานถึง 13 ปี
3. เขาชอบการเดินทางและสังเกตสังกาชีวิตผู้คน หนังสือที่เขาเขียนจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางอยู่หลายเล่ม อาทิเช่น 'ผู้ปูโต๊ะกับลมหมอ : การเดินทางธรรมดาในห้าทวีป' 'เดินทางระหว่างหู' แต่ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เขียนขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นสารคดีกึ่งเรื่องแต่งที่พาไปสำรวจวิธีคิดของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ชื่อ ‘ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น’
4. งานเขียนที่เขาชอบเขียนอีกประเภทหนึ่ง คืองานว่าด้วยชีวิต จึงมีหนังสืออย่าง 'Mailbox' ที่เขาเขียนจดหมายถึงผู้คนมากมาย หรือ 'วาระสุดท้าย' ที่พาผู้อ่านไปสำรวจช่วงสุดท้ายในชีวิตของผู้คนและสิ่งต่างๆ นอกจากชีวิตผู้คน เขายังชอบสังเกตชีวิตสัตว์ และมีผลงานรวมเล่มสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์อย่าง 'โลกใหญ่ใบมด' ที่เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 หนังสือดีในทางวิทยาศาสตร์ด้วย
5. Genderism เป็นงานเขียนอีกเล่มหนึ่งที่ผู้อ่านหลายคนชื่นชอบ งานชุดนี้เกิดขึ้นเพราะคำท้าทายของบรรณาธิการอย่างอธิคม คุณาวุฒิ ว่าเขาจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆของสังคมไทยโดยผ่านกรอบการมองเรื่องเพศได้ไหม เขารับคำท้านั้น จึงก่อให้เกิดคอลัมน์ชื่อเดียวกัน และกลายมาเป็นหนังสือชื่อเดียวกัน
6. ดูเหมือนเขาจะเขียนงานแนว Non Fiction มามาก ในบรรดาหนังสือที่เขาเขียนทั้งหมด มีเพียงเล่มเดียวที่เป็นรวมเรื่องสั้น มีชื่อว่า ‘หญิงสาวผู้ตกหลุมรักฯ’ ชื่อเต็มๆของหนังสือเล่มนี้คือ หญิงสาวผู้ตกหลุมรัก 'พระพุทธเจ้าฯ' ซึ่งหมายถึงหญิงสาวผู้ตกหลุมรักหนังสือชื่อ The Buddha of Suburbia อันเป็นหนังสือของฮานิฟ คุเรชิ โดยเนื้อหาของเรื่องสั้นในเล่ม เกี่ยวพันกับความรักต้องห้ามอันหลากหลาย
7. นอกจากงานเขียน เขาทำงานแปลมากเล่ม ตั้งแต่ผลงานเล่มแรกอย่าง Kitchen Confidential ของเชฟแอนโธนี บอร์เดน, South of the Borders, West of the Sun (การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก) ของฮารูกิ มุราคามิ, One Flew Over the Cuckoo's Nest (ข้ามผ่านพันธนาการ) ของเคน คีซีย์, An Edible History of Humanity (ประวัติศาสตร์กินได้), Onward (ถอยไปข้างหน้า) ของโฮเวิร์ด ชูลทซ์, The Sense of an Ending (ณ ที่สิ้นสุดของบางสิ่ง) ของจูเลียน บาร์นส์ เป็นต้น
8. เขาไม่เคยตอบได้เลยว่าชอบทะเลหรือภูเขามากกว่ากัน เขาเคยคิดว่าถ้าตายไป อยากถูกฝังเอาไว้บนภูเขาที่มีหน้าผาอยู่ติดกับทะเล แต่เขารู้ว่ามันคงไม่อาจเป็นจริงได้ เนื่องจากที่ดินประเภทที่ว่า คงราคาแพงมหาศาล
9. เขาคิดว่าชีวิตนั้น ยิ่งอยู่ก็ยิ่งตระหนักว่ามันมีเหตุผลในตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ แต่บางเหตุผลที่ยังเหลืออยู่ คือการมีชีวิตอยู่เพื่อเล่นบอร์ดเกม
10. ช่วงขวบปีหลังๆ เขาหันมาทำงานโทรทัศน์ อย่างรายการ 'วัฒนธรรมชุบแป้งทอด' ทางช่อง ThaiPBS ซึ่งได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ทำให้บางครั้งเขาก็คิด-ทำหนังสือมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้รับรางวัลอะไรเลย เป็นแต่กรรมการ (เช่น รางวัลวรรณกรรมเยาวชนแว่นแก้ว, รางวัลเซเวนบุ๊คส์, รางวัลซีไรต์) แต่พอทำโทรทัศน์เพียงปีเดียว ก็ได้รับรางวัลเลย เช่นนี้หมายความว่า...
11. กีฬาที่เขาชอบที่สุด ไม่ว่าจะเล่นหรือดู คือเทนนิส นักเทนนิสที่เขาโปรดปรานมากที่สุด คือกุยเยร์โม คอร์เรีย ชาวอาร์เจนตินา เป็นนักเทนนิสที่เก่งคอร์ตดินที่สุดในยุคก่อนนาดาล เฟรนช์โอเพ่นปี 2004 คือฝันร้ายของเขา เพราะคอร์เรียเข้าชิงกับแกสตอง เกาดิโอ ทุกคนในโลกเชื่อว่าคอร์เรียชนะแน่นอน เขาถ่างตาดู แต่แล้วคอร์เรียก็เจ็บ ทำให้พ่ายแพ้ไป คืนนั้นเขานอนไม่หลับ ถ้าหลับเมื่อไหร่ก็ฝันร้าย เขาจึงหลับๆตื่นๆจนถึงเช้า และเสียใจยิ่งนักที่คอร์เรียมา ‘แขวนแร็กเก็ต’ ด้วยการเล่นที่เมืองไทย แต่เขาไม่รู้ข่าว เลยไม่ได้ไปดู แต่แอบเชื่อว่าที่คอร์เรียเลือกมาแขวนแร็กเก็ตที่เมืองไทย เพราะเขาเคยเขียนอีเมลไปให้กำลังใจและบอกว่าเป็นแฟนเทนนิสจากไทย แต่ที่จริงคอร์เรียอาจอยากมาเที่ยวพัทยาก็ได้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้เขาใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ เลิกใช้รถยนต์ และหันมาวิ่งอย่าง (ค่อนข้าง) จริงจัง
12. ตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาไม่ชอบเชียงใหม่เลย แต่ตอนนี้ เขากลับปลูกบ้านไว้ที่นั่น (โดยไม่รู้ว่าบ้านอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนของแผ่นดินไหว) อยากไปนั่งๆนอนๆอยู่ที่นั่น แต่พอไปแ
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 16 of 16 reviews
October 22, 2016
รวมบทความสั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ก่อนประวัติศาสตร์ หนังสือเล่มบางที่ชวนให้อ่านรวดเดียวจบ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผม ก็อดไม่ได้ที่จะลอง search ข้อมูลอ่านเทียบเคียง
น่าเสียดาย อยากให้มี References เยอะมากกว่านี้อีกสักหน่อย อาจจะเป็นรูปภาพหรือลิ้งค์จะเพิ่มออรถรสไม่ใช่น้อย
น่าเสียดาย อยากให้มี References เยอะมากกว่านี้อีกสักหน่อย อาจจะเป็นรูปภาพหรือลิ้งค์จะเพิ่มออรถรสไม่ใช่น้อย
January 14, 2018
Pocket book เล่มนี้ เล่าเรื่องเพศ และเกร็ดประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน
หนังสือเล่มนี้เป็นคนละสไตล์กับหนังสือ Genderism ของผู้แต่ง
นอกจากได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยมีใครเอาออกมาเล่าในกระแสหลักแล้ว ยังได้เห็นวิวัฒนาการของการ "มีเพศ" ไปในตัว และยังได้เห็นของความสัมพันธ์ของ "เพศ" ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของคนในประวัติศาสตร์ ที่ผูกชิดติดกันอย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน
เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านสนุก อ่านจบได้รวดเดียวโดยไม่หลับไปก่อน
อย่างไรก็ตาม โตมร ศุขปรีชา ใช้การเล่าด้วยภาษาไม่เป็นทางการ จนบางครั้งก็ใส่สำนวนภาษาพูดเข้ามาเยอะไปหน่อย
หนังสือเล่มนี้เป็นคนละสไตล์กับหนังสือ Genderism ของผู้แต่ง
นอกจากได้ความรู้เชิงประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยมีใครเอาออกมาเล่าในกระแสหลักแล้ว ยังได้เห็นวิวัฒนาการของการ "มีเพศ" ไปในตัว และยังได้เห็นของความสัมพันธ์ของ "เพศ" ที่มีต่อการดำเนินชีวิตของคนในประวัติศาสตร์ ที่ผูกชิดติดกันอย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน
เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่อ่านสนุก อ่านจบได้รวดเดียวโดยไม่หลับไปก่อน
อย่างไรก็ตาม โตมร ศุขปรีชา ใช้การเล่าด้วยภาษาไม่เป็นทางการ จนบางครั้งก็ใส่สำนวนภาษาพูดเข้ามาเยอะไปหน่อย
November 28, 2021
สนุกดีค่ะ อ่านเพลินๆ มีความรู้แนวเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยค่อนข้างเยอะเลย แต่เล่มนี้ยังถือว่าสู้เล่มอื่นๆที่เราเคยอ่านไม่ได้ในเรื่องของสำนวนการเขียน อันนี้รู้สึกว่าไม่ได้ลื่นไหลมากค่ะ
July 12, 2026
เรื่องที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มเล็ก..สำหรับทุกค้นนน
ผู้เขียนยกเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเพศ และเรื่องราวถูกยกมาตั้งแต่สมัยก่อนจะเป็นมนุษย์อย่างเราๆในปัจจุบันนี้เสียอีก เขาช่างค้นคว้าหาข้อมูล แต่ก็น่าเห็นใจที่เรื่องเพศเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการยอมรับเสียเท่าไหร่ วัตถุทางประวัติศาสตร์น่าจะมีอยู่บ้าง แต่กลับถูกผู้ขุดพบหรือผู้มีอำนาจปกปิดไว้
แน่นอนว่าด้วยความพยายามของผู้เขียน เขาจึงนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาให้ผู้อ่านได้รับความรู้และได้รับการเฉลยความใคร่รู้ของผู้อ่าน โดยเรื่องราวที่ผู้เขียนค้นคว้ามา ได้แก่เรื่องประวัติศาสตร์ของ ความรักของเพศเดียวกัน , การร่วมรักกันของคนสามคน , ดิลโด้ และเรื่องราวอื่นๆอีก
ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของความตีความและวิเคราะห์วัตถุพยานแวดล้อม ดังนั้นคงจะฟันธงให้ชัดเจนไปไม่ได้ แต่มันก็ไม่ผิดที่จะตีความในทางกว้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกปกปิดเช่นเรื่องทางเพศ
ผู้เขียนยกเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเพศ และเรื่องราวถูกยกมาตั้งแต่สมัยก่อนจะเป็นมนุษย์อย่างเราๆในปัจจุบันนี้เสียอีก เขาช่างค้นคว้าหาข้อมูล แต่ก็น่าเห็นใจที่เรื่องเพศเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการยอมรับเสียเท่าไหร่ วัตถุทางประวัติศาสตร์น่าจะมีอยู่บ้าง แต่กลับถูกผู้ขุดพบหรือผู้มีอำนาจปกปิดไว้
แน่นอนว่าด้วยความพยายามของผู้เขียน เขาจึงนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาให้ผู้อ่านได้รับความรู้และได้รับการเฉลยความใคร่รู้ของผู้อ่าน โดยเรื่องราวที่ผู้เขียนค้นคว้ามา ได้แก่เรื่องประวัติศาสตร์ของ ความรักของเพศเดียวกัน , การร่วมรักกันของคนสามคน , ดิลโด้ และเรื่องราวอื่นๆอีก
ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องของความตีความและวิเคราะห์วัตถุพยานแวดล้อม ดังนั้นคงจะฟันธงให้ชัดเจนไปไม่ได้ แต่มันก็ไม่ผิดที่จะตีความในทางกว้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกปกปิดเช่นเรื่องทางเพศ
July 10, 2017
หนังสือเล่มนี้พาเราไปสำรวจพฤติกรรมและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศๆ ของมนุษย์ในยุคโบราณ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สำนวนเหมือนผู้เขียนไปอ่านมาแล้วมาเล่าให้เราฟัง กระนั้นก็นำมาซึ่งข้อด้อย คืออ่านๆ ไปแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยมีเนื้อเท่าไหร่ เหมือนสั่งเกาเหลาชั้นเลิศมากินแล้วให้น้ำมาเยอะเกินไป แม้เนื้อจะดีแต่ควานหาเจอยากเหลือเกิน กระนั้น สิ่งที่ชอบมากๆ คือ key message ของหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้เราตระหนักว่าเราไม่ควรเอากระบวนทัศน์ วิธีคิด หรือสภาพสังคมในปัจจุบันไปตัดสินอดีต
February 17, 2019
หนังสือรวมบทความสั้นๆเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ (ทั้งในความหมายของเพศ เพศสภาพ และกิจกรรมทางเพศ) ในยุคก่อนและยุคประวัติศาสตร์ อ่านง่ายและเพลินดี ที่หักออกสองดาวเพราะ 1.คิดว่าจะมีเรื่องราวอึ้ง ทึ่ง เสียว มากกว่านี้แต่ไม่ได้ว้าวเท่าที่คาดไว้ และ 2.อยากให้มี reference งานวิจัยต่างๆเพื่อที่ผู้อ่านจะได้รู้ว่าอ้างอิงข้อมูลตัวนี้มาจากที่ไหน และเป็นข้อมูลที่มีขึ้นเมื่อไหร่ เพื่อการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
September 20, 2017
อ่านแล้วสนุกดี เน้นความสนุก ไม่ได้ลึกซึ้งหนักวิชาการหรือซีเรียสขนาดนั้น สามารถอ่านเพลินๆมีเกล็ดความรู้ชวนคิดได้เรื่อยๆ
April 1, 2022
เซ็กซ์ + ประวัติศาสตร์
ที่อ่านเอาบันเทิงก็ดี อ่านเอาสาระก็ได้
ที่อ่านเอาบันเทิงก็ดี อ่านเอาสาระก็ได้
February 24, 2026
อ่านได้สนุกๆเพลินๆ
June 9, 2026
อ่านเพลินรวดเดียวจบเลยค่ะ บอกเล่าเรื่องราวเรื่องของเพศตั้งแต่ยุคโบราณ ได้รู้เกร็ดเล็ดเกร็ดน้อยเยอะดี
January 8, 2017
อ่านแล้วเขินเบาๆ
February 15, 2017
ในหนังสือประวัติศาสตร์ใต้สะดือเล่มนี้ โตมร ศุขปรีชา จะพานักอ่านทุกท่านย้อนเวลากลับไปในอดีตตั้งแต่มนุษยชาติได้ถือกำเนิดขึ้นไล่มาจนถึงยุคกลาง แต่มีใจความหลักไปที่ช่วงสมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นสำคัญ ย้อนกลับไปทำไมน่ะหรือ? ก็ไปสำรวจเรื่อง SEX น่ะสิ! ในสมัยก่อนบรรพบุรุษของเรา ๆ มีอวัยวะเพศเป็นอย่างไร เค้ามีเพศสัมพันธ์กันเหมือนเรา ๆ ในปัจจุบันหรือไม่ การขุดค้นพบศพแบบทรีซัมเป็นอย่างไร คุณโตมรจะนำมาชี้แจงแต่อาจไม่แถลงไขในเล่มนี้ เพราะอย่างที่กล่าวมา สิ่งที่เรากำลังศึกษานั้นล้วนเป็นสิ่งที่เกิดมาแล้วหลายสหัสวรรษ เทคโนโลยีของนักโบราณคดียังไม่สามารถระบุทุกอย่างได้หนึ่งร้อยเปอร์เซนต์ สิ่งที่น่าสนใจในเล่มอีกอย่างคือแนวคิดของคุณโตมรเอง ที่เปิดรับกับความน่าจะเป็นทุก ๆ ประการที่สามารถเป็นไปได้ และนำเสนอข้อถกเถียงทางวิชาการออกมาอย่างไม่มีอคติ แม้เราอาจจะไม่ได้รับคำตอบอย่างที่หวังไว้ แต่อย่างน้อยการศึกษาสิ่งเหล่านี้ นอกจากจะได้ความรู้อันเป็นหัวใจหลักของการอ่านหนังสือแล้ว เรายังจะได้ปลดล็อคความคิดในสมอง เปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และคิดตามอย่างมีเหตุผลอีกด้วย
October 30, 2016
อ่านแล้วหลับ สำนวนผู้เขียนเยิ่นเย้อไป อ่านแล้วจับประเด็นยาก
เนื้อหาบางตอนไม่เกี่ยวกับธีมหนังสือ เนื้อหาที่เล่าในแต่ละตอนบางพาร์ทก็ไม่เกี่ยวกับชื่อตอน เหมือนเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่ารวมๆ กัน
ชอบที่มีภาพของจริงให้ดู แต่น้อยไปหน่อย มีตอนละภาพเดียว
เนื้อหาบางตอนไม่เกี่ยวกับธีมหนังสือ เนื้อหาที่เล่าในแต่ละตอนบางพาร์ทก็ไม่เกี่ยวกับชื่อตอน เหมือนเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่ารวมๆ กัน
ชอบที่มีภาพของจริงให้ดู แต่น้อยไปหน่อย มีตอนละภาพเดียว
November 27, 2016
'เหตใดเราจึงกลายเป็นมนุษย์สายพันธุ์เดียวที่หลงเหลืออยู่บนโลก?'
นี่คือคำถามที่สงสัยไม่ต่างหลังจากที่อ่านจบ เรื่องเซ็กส์ในอดีตกาลกลายเป็นประเด็นรองทันที
เนื้อหาว่าน่าสนใจ แต่สำนวนการเขียนทำให้น่าสนใจมากขึ้น
หลายประเด็นทำให้เกิดความฉงนใจ และแอบทึ่งในความรอบรู้และการรวบรวมข้อมูลของผู้แต่ง
นี่คือคำถามที่สงสัยไม่ต่างหลังจากที่อ่านจบ เรื่องเซ็กส์ในอดีตกาลกลายเป็นประเด็นรองทันที
เนื้อหาว่าน่าสนใจ แต่สำนวนการเขียนทำให้น่าสนใจมากขึ้น
หลายประเด็นทำให้เกิดความฉงนใจ และแอบทึ่งในความรอบรู้และการรวบรวมข้อมูลของผู้แต่ง
December 10, 2016
ปกสีสันน่ารัก 55555
สำนวนการเขียนของพี่หนุ่ม โตมร ยังสละสลวยเหมือนเดิม บางครั้งอ่านไปเคลิ้มไป (ใกล้จัหลับแล้ว)
เป็นหนังสือที่เล่าไปและทำให้เราฉุกคิดไปด้วย ไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องเซ็กส์เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยเช่นกัน
เป็นการเปิดประเด็นที่แปลกใหม่ดีค่ะ
สำนวนการเขียนของพี่หนุ่ม โตมร ยังสละสลวยเหมือนเดิม บางครั้งอ่านไปเคลิ้มไป (ใกล้จัหลับแล้ว)
เป็นหนังสือที่เล่าไปและทำให้เราฉุกคิดไปด้วย ไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องเซ็กส์เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยเช่นกัน
เป็นการเปิดประเด็นที่แปลกใหม่ดีค่ะ
December 21, 2016
ประวัติศาสตร์น่าสนใจ เนื้อหายังขาดๆ อ่านไม่สุด
แต่ก็ได้ความรู้พอสมควร
แต่ก็ได้ความรู้พอสมควร
Displaying 1 - 16 of 16 reviews
















