Jump to ratings and reviews
Rate this book

ทาง

Rate this book
อารัมภบท (จากผู้เขียน):

พุทธศักราช 2516 ขบวนนักศึกษาพร้อมด้วยประชาชนไทยไม่ต่ำกว่าห้าแสนคน ได้พร้อมใจกันลุกขึ้นขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหารซึ่งครองอำนาจอย่างต่อเนื่องมากว่าสิบห้าปี ต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเรียกขานว่า ‘การต่อสู้ 14 ตุลาฯ’ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ มันเป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นตัวทางการเมืองอย่างกว้างขวางของมวลชนทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรรมกร ชาวนา ตลอดจนมวลชนผู้ยากไร้ที่ถูกกดขี่ข่มเหงมาเนิ่นนาน

ท่ามกลางกระแสการเคลื่อนไหวของประชาชนจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและต่อต้านการขูดรีดของชนชั้นที่ได้เปรียบ ขบวนนักศึกษาไทยเลือกที่จะยืนอยู่ข้างผู้ทุกข์ยาก และเริ่มสนใจใฝ่หาระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมในฐานะทางเลือกใหม่สำหรับประเทศไทย

การหันเหแนวคิดไปทางซ้ายของขบวนนักศึกษาได้สร้างความวิตกกังวลให้บรรดาชนชั้นนำและผู้ได้ผลประโยชน์จากสภาพเดิมเป็นอันมาก ยิ่งสงครามอินโดจีนสิ้นสุดลงในปี 2518 ด้วยชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม ลาวและกัมพูชา ความวิตกก็ได้เปลี่ยนเป็นความกลัวว่าประเทศไทยอาจจะเป็นรายต่อไปที่ถูก ‘ปลดแอก’

วันที่ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2519 ในที่สุดการบดขยี้ขบวนนักศึกษาก็เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุมประท้วงระบอบเผด็จการเมื่อสามปีก่อน ณ ที่นั้นและในวันนั้น นักศึกษาประชาชนที่กำลังชุมนุมโดยสันติ ถูกเจ้าหน้าที่รัฐและมวลชนฝ่ายขวาบุกเข้าเข่นฆ่าด้วยวิธีการทารุณ จนกระทั่งทั่วอาณาบริเวณของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยร่างจมเลือดของผู้เสียชีวิต... ร่างของเยาวชนผู้ฝันถึงสิ่งที่ดีกว่าให้กับบ้านเกิดเมืองนอน

ความคับแค้นใจจากการถูกสังหารหมู่อย่างไร้ความปรานี ผนวกกับการติดตามกวาดล้างฝ่ายซ้ายโดยระบอบเผด็จการที่หวนคืนมา ทำให้นักศึกษาและประชาชนที่รอดตายหลายพันคนพากันหลั่งไหลไปเข้าร่วมขบวนการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธในเขตป่าเขา ซึ่งถูกจัดตั้งและนำพาอยู่ก่อนแล้วโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้สงครามประชาชนขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง การปะทะระหว่างนักรบจรยุทธ์กับทหารรัฐบาลเกิดขึ้นในมากกว่า 50 จังหวัด ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพเกิดสงครามกลางเมือง ยามนั้น บรรดานักศึกษาปัญญาชนที่เข้าป่าจับปืนต่างก็มีศรัทธาเชื่อมั่นว่าขบวนปฏิวัติจะสามารถยึดอำนาจรัฐได้ในเวลาอีกไม่นาน

อย่างไรก็ดี บนยอดกระแสสูงของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของฝ่ายซ้ายในประเทศไทย เส้นทางเดินประวัติศาสตร์กลับเปลี่ยนทิศไปทางอื่นโดยไม่มีใครคาดถึง

เริ่มด้วยจีนซึ่งเคยประกาศตัวเป็นป้อมปราการของขบวนปฏิวัติทั่วโลกได้หันมาคบค้าสมาคมกับสหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนแนวคิดจาก ‘ซ้ายจัด’ ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมมาเป็นเดินหนทางทุนนิยม

ในเวลาใกล้เคียงกัน เวียดนามซึ่งยังไม่หายบอบช้ำจากสงครามกู้เอกราชที่ยาวนานก็ได้บุกเข้าโค่นรัฐบาลเขมรแดงซึ่งใกล้ชิดไปทางจีน และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับเวียดนามขึ้นมา ในต้นปี 2522 ทหารจีนจึงได้รุกเข้าโจมตีบริเวณชายแดนทางเหนือของเวียดนาม โดยอ้างว่าเป็น ‘สงครามสั่งสอน’ เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างอดีตประเทศพี่น้องบานปลายออกไป

ลาวถูกบีบให้เลือกข้างเวียดนาม ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยถูกกดดันให้เลือกข้างจีน โดยยอมตัดความสัมพันธ์กับลาว รวมทั้งยืนยันสนับสนุนฝ่ายเขมรแดงซึ่งถอยร่นมาตั้งแนวต่อต้านเวียดนามอยู่ชิดชายแดนไทย กล่าวสำหรับขบวนปฏิวัติไทย การตัดสินใจของฝ่ายนำในสถานการณ์นี้นับเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวงในทางยุทธศาสตร์ เพราะตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ลาวเป็นแนวหลังที่สำคัญ เป็นทั้งเส้นทางลำเลียงอาวุธจากจีนและความช่วยเหลือจากเวียดนาม เป็นคลังเก็บอาวุธที่รัฐไทยเข้าไม่ถึง เป็นที่ตั้งของหน่วยงานที่ไม่ได้สู้รบโดยตรง ตลอดจนเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล การเปลี่ยนลาวเป็นศัตรูทำให้ฐานที่มั่นสงครามจรยุทธ์ในภาคเหนือภาคอีสานตกอยู่ในวงล้อมของกองกำลังที่ไม่เป็นมิตร ด้านหนึ่งคือกองทัพของรัฐบาลไทย อีกด้านหนึ่งเป็นกองทัพประชาชนลาว แม้ว่าการรบกับฝ่ายหลังจะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง แต่ก็ทำให้ทางหนีทีไล่ที่มีอยู่เดิมหายไปจนหมดสิ้น ประหนึ่งทำศึกสองหน้าในเวลาเดียวกัน

ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ จีนซึ่งคอมมิวนิสต์ไทยมีความสนิทแนบแน่นและถือเป็นพี่ใหญ่ในโลกของฝ่ายซ้าย มาถึงเวลานี้กลับให้ความสำคัญกับการมีไมตรีกับรัฐบาลทหารของไทยมากกว่าหนุนช่วยขบวนปฏิวัติในเขตป่าเขา

ในข้อตกลงร่วมมือกันระหว่างจีนกับรัฐบาลไทย มีข้อหนึ่งที่ระบุว่าจีนจะต้องเลิกสนับสนุนการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพื่อแลกกับการใช้ดินแดนไทยส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับเขมรแดง กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ จีนยินดีขายขบวนปฏิวัติไทยเพื่อสนองนโยบายเฉพาะหน้าของตน ในเมื่อสภาพเป็นเช่นนี้แล้ว พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยและขบวนต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธของประชาชนไทยจึงเท่ากับถูกลอยแพโดยทุกฝ่าย ซึ่งทำให้เสียเปรียบฝ่ายรัฐไทยในทุกประตู

ดังนั้น เหตุการณ์จึงลุกลามไปสู่วิกฤตศรัทธาและความแตกร้าวในขบวนปฏิวัติไทย และนำไปสู่การล่มสลายของกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ตลอดจนตัวพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเองในที่สุด

ภายในปี 2522 นักศึกษาและปัญญาชนบางส่วนที่เข้าป่าจับปืนเริ่มตั้งคำถามต่อฝ่ายนำของพรรคคอมมิวนิสต์ จำนวนหนึ่งหลบหนีออกจากฐานที่มั่นไปอยู่ทางฝั่งลาว ต่อมาในปี 2523 ความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาปัญญาชนกับผู้ปฏิบัติงานรุ่นเก่าของพรรคก็ยิ่งแพร่ลามไปตามเขตงานต่างๆ ทั้งนี้เนื่องจากทางฝ่ายนำไม่เคยมีคำอธิบายอะไรที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกับขบวนปฏิวัติไทย หากยังคงยืนยันศรัทธาที่มีต่อประเทศจีน และเห็นการต่อต้านเวียดนามเป็นภารกิจอันสำคัญ

ในที่สุด คนหนุ่มสาวก็เริ่มทยอยออกจากป่าอย่างต่อเนื่องด้วยความรู้สึกสิ้นหวังและพ่ายแพ้ ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ทางฝ่ายรัฐบาลทหารก็ได้ประกาศใช้นโยบาย 66/2523 ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การไม่เอาผิดกับนักศึกษาประชาชนที่เคยเข้าป่าจับอาวุธ ถ้าหากพวกเขาตัดสินใจเลิกร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์และออกมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่...

200 pages

Published October 1, 2016

16 people want to read

About the author

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 นักเขียนรางวัลศรีบูรพา เคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยมีชื่อจัดตั้งว่า "สหายไท" ในช่วง พ.ศ. 2518 - 2523 เสกสรรค์มีความเห็นขัดแย้งหลายประการกับกรรมการกลางของพรรคฯ และต่อมาได้แยกตัวออกจากพรรค ฯ และได้รับนิรโทษกรรมในเวลาต่อมาจากคำสั่งที่ 66/2523 ในขณะที่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
8 (33%)
4 stars
9 (37%)
3 stars
6 (25%)
2 stars
1 (4%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 3 of 3 reviews
Profile Image for Suphap Duangsan.
141 reviews13 followers
September 29, 2019
"...แค่โลกเปลี่ยนผมไม่ได้ ผมก็ชนะแล้ว ส่วนที่ผมเปลี่ยนโลกไม่ได้ แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ส่วนตัว เราแพ้กันทั้งขบวนด้วยเงื่อนไขเสียเปรียบนานาประการ (มีทำผิดทำพลาดเองด้วย แต่พวกเราไม่อยากพูดถึงด้านนี้) ในฐานะกลุ่มก้อน เดี๋ยวนี้คนรุ่นผมที่เคยรบกับอำนาจรัฐล้วนแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ผมเพียงแต่มีหน้าที่ดูแลชิ้นของผม…"

แผลใหม่

_________________________

ทาง
รวมเรื่องสั้นชุด 'ซ้ายผ่านศึก'
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เขียน

สำนักพิมพ์สามัญชน

_________________________

หลังจากที่รัฐบาลป๋าเปรมออกนโยบาย 66/23 ชีวิตของนักรบทั้งซีก 'ซ้ายผ่านศึก' รวมไปถึง 'ซ้ายอกหัก' ต่างก็มี 'ทาง' ที่พวกเขาต้องเดินกันต่อไป

หลายคนในปัจจุบันอาจถึงขั้นสลับขั้วอุดมการณ์ที่เคยยึดถืออย่างแรงกล้ากลายมาเป็นชนชั้นอำนาจรัฐเสียเองก็มี

รวมเรื่องสั้นชุดนี้ทำให้นักอ่านที่เกิดหลัง 'เหตุการณ์ตุลาคม' อย่างผมปะติดปะต่อภาพจิ๊กซอว์ของเหล่าอดีตสหายเหล่านั้นได้บางเสี้ยว บางมุมมอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมดหรอก แต่อย่างน้อยเรื่องสั้นในสายตาของนักเขียนที่อยู่ในเหตุการณ์ตุลาคมทั้งสองเหตุการณ์ ผมก็ยังสามารถซึมซับลมหายใจของสหายที่ยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันได้บ้าง

หลังเหตุการณ์กีฬาสีกลางเมืองทั้งสองสี แน่นอนว่าอดีตซ้ายเหล่านั้นย่อมแบ่งขั้วตามอุดมการณ์ที่ตนเองต่างก็ยกออกมากล่าวอ้างกันทั้งสองฝั่ง

สิ่งใดหรือเหตุผลใดที่เปลี่ยนใจเหล่าสหายบางกลุ่มที่เคยยึดผลประโยชน์ของประชาชนชั้นกรรมกรเป็นลมหายใจแห่งอุดมการณ์ของตน

ทุกเส้นทางย่อมมีทางแยกให้ต้องเลือก เป็นสัจธรรมอยู่เสมอไม่ใช่หรือ?
Profile Image for Nhischarnun Nunthadsirisorn.
126 reviews49 followers
November 9, 2016
นี่เป็นงานเสกสรรค์เล่มแรกที่ฉันได้อ่าน แล้วก็อ่านจบได้อย่างไม่ยากเย็น อาจเพราะว่าฉันสนใจประวัติศาสตร์และเรื่องราวเกี่ยวกับคนเดือนตุลาเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วด้วยมั้ง, รวมเรื่องสั้นเล่มนี้นำเสนอมิติที่หลากหลายของคนฝ่ายซ้าย, ตอกย้ำบาดแผลของฝ่ายซ้ายที่เข้าป่า ขณะเดียวกันก็กลับสะท้อนให้ฉันเข้าใจบาดแผลของฉันเอง ... ความสิ้นหวัง ว่างโหวง กลวงเปล่า ... อันเกิดจากการที่สูญสิ้นสิ่งที่เชื่อมั่นศรัทธาเสียเหลือเกิน ... ฉันชอบเรื่อง ภาพฝัน คืนฝนพรำ และแผลใหม่ ... ชอบคืนฝนพรำมากที่สุด ;) ... เล่มนี้ควรค่าแก่การเก็บสะสม มันไม่ใช่แค่เรื่องสั้น แต่เป็นบันทึกชีวิตและความคิดของเสกสรรค์ด้วย ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ ... บางทีหากมีเวลา ฉันจะหาอ่านเล่มอื่นๆของเขาอีก ฉันชอบเวลาที่ตัวละครของเขาคิดคำนึง ... เหมือนฉันได้เห็นตัวเองดี อิพวกชอบคิด ชอบเพ้อ และชอบฟุ้งซ่านน่ะ
Profile Image for PKG TRY TO READ.
67 reviews2 followers
October 20, 2018
ลึกซึ้ง และซ่อนเร้น แฝงไว้ด้วยนับยะบางอย่างของการค้นหาอดีตของการเมืองสมัยนั้น
Displaying 1 - 3 of 3 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.