Jump to ratings and reviews
Rate this book

หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้ : สวนญี่ปุ่น

Rate this book
เมื่อไปชมสวน คนญี่ปุ่นจะพูดว่า ไปชมหิมะ พระจันทร์และดอกไม้ หนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปรู้จัก ไปรู้สึกและไปหลงรักสวนญี่ปุ่น อย่างที่คนจำนวนมากในโลกรู้จัก รู้สึกและหลงรักมาแล้ว

‘หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้ สวนญี่ปุ่น’ เขียนโดย ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ ซึ่งได้ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาต่อสาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ ได้รับปริญญา Doctor of Architecture เมื่อปี 2005 และเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับศิลปะและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นในสถานศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นต้น

408 pages, Hardcover

Published March 1, 2014

6 people are currently reading
23 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
6 (85%)
4 stars
1 (14%)
3 stars
0 (0%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 4 of 4 reviews
Profile Image for nananatte.
438 reviews139 followers
December 4, 2018
หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้: สวนญี่ปุ่น โดย ชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์ สนพ.สารคดีภาพ (2557)

สงบนิ่งและดำดิ่งเข้าไปในตัวหนังสือค่ะ ไม่ว่าจะมอสส์ที่เกาะตะเกียงหินริมทางเดิน หรือพระจันทร์ที่เห็นผ่านหน้าต่างห้องอ่านหนังสือ

แต่ขณะเดียวกัน ก็ใจเต้นแรงมากกับสีสันพร่าตาของฤดูกาล เมเปิล กิงโกะ พวงดอกฟุจิ มวลหมู่อะเซเลีย หรือเกล็ดหิมะสะท้อนประกายแดดบนต้นสน...

ภาษาของอ.ชัยยศงดงามราวกับบทกวี

“หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้: สวนญี่ปุ่น” เป็นผลงานเขียนสารคดีฝีมือคนไทยที่ยอดเยี่ยมและงดงามที่สุดชิ้นหนึ่งที่ชีวิตนี้เคยอ่านค่ะ

ถ้าหากบนชั้นหนังสือที่บ้านมี 1) หนังสือแห่งชา 2) เยิรเงาสลัว 3) มูซาชิ (ฉบับอ.สุวินัย ภรณวลัย) ก็ควรกระเถิบชั้นให้ว่างเพิ่มขึ้นอีกสักหนึ่งนิ้ว เพื่อจัดหา “หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้: สวนญี่ปุ่น” ไปวางเคียงกัน เหมาะมีไว้อ่านเพื่อเพลิดเพลินกับสุนทรียะแบบญี่ปุ่น รวมทั้งเหมาะมีไว้เพื่อสะสมค่ะ การจัดหน้า การเข้าเล่ม ภาพถ่าย ทุกอย่างในเล่มนี้งดงามค่ะ

หากให้อธิบายหลวมๆ หนังสือเล่มนี้คือแนว ZEN, ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออก, และการออกแบบสวน ส่วนตัวคิดว่าถ้าอ่านเล่มนี้จะทำให้เข้าใจ “หนังสือแห่งชา” กับ “วะบิสะบิ” ดีขึ้นเพราะอ.ชัยยศอธิบายเข้าใจง่าย มีการไล่เรียงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาประกอบ ทำให้เข้าใจหลักการและเหตุผลได้กระจ่างขึ้น

หนังสือแบ่งเป็น 3 ส่วน

ส่วนที่ 1 อธิบายสุนทรียภาพแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมแบบต่างๆ
เนื้อหาส่วนนี้จะทำให้เราเข้าใจแง่งามแบบญี่ปุ่น เพราะทุกคอนเซ็ปท์ที่ยกมาอธิบายเป็นแนวคิดที่ไม่มีในชาติตะวันตกหรือวัฒนธรรมไทย เช่น

“Mono no Aware คือความงามอันเกิดขึ้นจากความเศร้าลึกๆ
ประสบการณ์ในสวนญี่ปุ่น ช่วยทำให้เราตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต ชวนให้ย้อนเพ่งพิศถึงสภาวะของตัวเราเอง นักท่องสวนในปัจจุบันยังไม่สามารถหลีกหนีความรู้สึกดังกล่าวได้ ยิ่งเมื่อเพ่งพิจารณาร่องรอยที่ธรรมชาติและกาลเวลาได้กลืนกินสรรพสิ่ง ยิ่งทำให้ความรู้สึกนี้ค่อยๆ ซึมเอ่อขึ้นทีละน้อย กระทั่งท่วมท้นพื้นที่หัวใจ

ก้อนหิน ต้นไม้ สายน้ำ ถูกพิจารณาว่ามีชีวิตและความรู้สึกของตนเอง และในเมื่อชีวิตมีแต่เรื่องไม่แน่นอน จึงช่วยไม่ได้ที่ความรู้สึกเศร้าลึกๆ จะเกิดขึ้น กลายเป็นสุนทรียภาพประจำชาติ”

เนื้อหาส่วนนี้ยังมีสุนทรียภาพแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจ เราชอบเรื่องมุโจ(ความไม่เที่ยง) ความเงียบ ความว่างกับจินตนาการ ความทรงจำ ที่จริงคือชอบทุกคอนเซ็ปท์ในเล่มเลย มันงดงามจริงๆ อ่านไปก็ต้องหยุดดื่มด่ำกับความงามที่อาจารย์บรรยายมาเป็นระยะๆ


ส่วนที่ 2 เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับวิวัฒนาการของสวน พร้อมตัวอย่างและภาพประกอบมากมาย

ยุคหลักๆ ที่พูดถึงคือเฮย์อัน(ยุคเฟื่องฟู รุ่งเรืองทุกด้าน รับอิทธิพลจากจีนมาก) ยุคคามาคุระ(นักรบขึ้นมามีอำนาจเหนือขุนนาง) ยุคมุโรมาจิ ยุคเซ็นโกะคุ(ยุคสงครามทั่วประเทศ) ยุคเอโดะ(ยุครวมชาติ)

ตั้งแต่ยุคคามาคุระเป็นต้นมา ชนชั้นนักรบให้ความสนใจกับพุทธศาสนานิกายเซน จึงมีการสร้างวัดเซนกันแพร่หลาย ซึ่งนิกายเซนนี้เองที่มีบทบาทต่อศิลปะวัฒนธรรมญี่ปุ่นในแทบทุกด้าน รวมถึงการจัดสวนด้วย

สวนในยุคก่อน(ตั้งแต่ยุคนารามาเลย) จะเป็นสวนที่พยายามจำลองอุดมคติของศาสนาและการสวดมนต์ภาวนาเพื่อหลีกหนีจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า แต่เมื่อนิกายเซนเข้ามามีบทบาท สวนจึงได้เปลี่ยนจากแนวคิดไปหาแสวงหาสุขาวดีภายภาคหน้า หันมาใส่ใจสภาวะธรรมชาติและชีวิต ณ ปัจจุบัน

มีการอธิบายสวนญี่ปุ่นไว้ 5 ลักษณะ คือ
1.สวนสุขาวดี
2.สวนเดินชมธรรมชาติ
3.สวนทิวทัศน์แห้ง(ใช้หินและกรวด)
4.สวนโระจิ(สวนตามทางเดินเพื่อนำไปสู่ห้องชุมนุมชา)
5.สวนทอดน่อง(คล้ายสวนเดินชมยุคก่อนหน้า แต่ขนาดกว้างขึ้นมาก แลละความหมายของตำแหน่งสระ ต้นไม้ ก้อนหิน อาคารชา ความหมายทั้งหมดเปลี่ยนไปแล้ว)

เนื้อหาในส่วนนี้ยังรวมถึงคำถามน่าสนใจหลายข้อ เช่น
-ทำไมเซนจึงได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นนับรบของญี่ปุ่น?
-ทำไมวัดเซนจึงกระตุ้นศิลปะญี่ปุ่นได้มากขนาดนี้?
-ชนชั้นพ่อค้าเกี่ยวข้องอะไรกับสวนโระจิและห้องชุมนุมชา?
-ทำไมต้องวะบิสะบิ?
-หรือแม้กระทั่งวะบิสะบิเอง ก็มีพัฒนาต่อเป็นคิเระอิสะบิด้วย
พออ่านเรียงตามไทม์ไลน์แล้ว ทำให้ลำดับความคิดง่ายดี และสนุกด้วยค่ะ :-)

ส่วนที่ 3 องค์ประกอบและเทคนิคการจัดสวนที่ถูกพูดถึงบ้างในเนื้อหาสองส่วนก่อนหน้า แต่จะมาเล่าแบบลงรายละเอียดทีละเรื่อง เช่น หิน สระ น้ำตก ต้นไม้ รั้ว ตัวไล่กว่าง(ไม้ไผ่กระดกรองน้ำที่มีเสียงป๊ก) เทคนิคการยืมทิวทัศน์ มิตะเตะ(ใช้ของอย่างหนึ่งมาทำหน้าที่อีกอย่าง เช่น ใช้ตะกร้าชาวประมงมาเป็นที่จัดดอกไม้ ทำให้ได้กลิ่นอายความเป็นทะเล เป็นต้น)

"หิมะ พระจันทร์ ดอกไม้: สวนญี่ปุ่น" เป็นหนังสือที่อ่านแล้วชอบมาก
ดีใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้เจอหนังสือดีๆ แบบนี้ ที่สำคัญ เป็นฝีมือคนไทยเขียนด้วยค่ะ!

“สถาปัตยกรรมตะวันตกต้องการความสง่างามอลังการจากแรกเห็น ย่อมช่วยให้เกิดความประทับใจแต่แรก...
ในโลกตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่น พื้นที่สวนแทบไม่เคยถูกออกแบบให้เกิดการนำเสนอแบบนั้นเลย การหักเลี้ยวในแง่มุมที่ไม่คาดคิด เส้นทางที่วกวน มุมมองที่ถูกบดบัง เห็นไม่ไกลไปกว่าระยะสั้นๆ ข้างหน้า ไม่แน่ใจว่าจุดหมายจะอยู่ตรงไหน

ผลลัพธ์ของความทรงจำที่เกิดขึ้นในพื้นที่คือการอยู่กับตัวเองมากขึ้น
การใช้เวลา ทำให้ได้พื้นที่มากขึ้นในเชิงประสบการณ์ ความทรงจำเป็นกุญแจในการทำความเข้าใจพื้นที่และตัวเราเอง
ในการเยี่ยมชมสวนญี่ปุ่น แม้ในปัจจุบัน เราจะไม่มีวันพบเส้นทางตรงแน่วแน่จากปากประตูเห็นตรงไปยังเป้าหมายเลยแม้แต่ส่วนเดียว”
Profile Image for MonoNoAware.
268 reviews36 followers
May 9, 2021
ไม่มีคำใดจะเอื้อนเอ่ย นอกจากคำว่า “มันดีงามมากๆ” อ่านแล้วอยากไปญี่ปุ่นอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว
แต่อยากไปดื่มด่ำในความรู้สึก
Profile Image for Makmild.
807 reviews222 followers
March 17, 2021
มายไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยค่ะ (มีแต่คนตกใจ 5555 ตอนสมัยมหาลัยเพื่อนคือทำหน้าแบบ มึงพูดจริงๆ ใช่มั้ย) แต่มีความรู้ด้านสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจากในมังงะและนิยายเลยสามารถพูดเป็นคุ้งเป็นแควได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปเลย (ย้ำแล้วย้ำอีก อยากไปญี่ปุ่นแล้วเด้อ)

ยิ่งเวลาอ่านพวกมังงะหรือนิยายแนวแฟนตาซีนะคะ (โชเน็นองเมียวจิ/นูระ หลานจอมภูติ) มายเนี่ยสงสัยมาตลอดเลยว่าไอ้พวกทิศ พวกเทพเนี่ยมันมีที่มายังไง แล้วทำไมธรรมชาติถึงมีความสัมพันธ์กับคนญี่ปุ่นขนาดนั้�� แล้วเวลาดูซีรี่ย์หรืออนิเมะมักจะเห็นสวนสวยๆ ตลอด หรือเวลาไปเดทกันก็ไปเดทที่สวน โดยเฉพาะสวนเซนเนี่ย มันมีที่มายังไงนะ ทำไมต้องเป็นสวนหิน แล้วทำไมต้องมีทราย คือตอนเด็กๆ ดูอะ ไม่สงสัยหรอก พอโตมาก็เริ่มแบบ เออ ทำไมนะ (แล้วยิ่งเรียนสถาปัตย์มาก็จะยิ่ง เออ ทำไมออกแบบแบบนี้นะ)

พออ่านเล่มนี้ (บวกกับอ่านวะบิซะบิมาก่อนหน้า) ก็พอจะเข้าใจแนวคิดขึ้นมาเลยค่ะว่าเขาเอาปรัชญา ศาสนา วัฒนธรรม มาหลอมรวมให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมได้อย่างไร มายชอบญี่ปุ่นเพราะเขาเก่งที่ทำให้รูปธรรมกลายเป็นนามธรรมได้เนี่ยแหละค่ะ

นอกจากจะได้รู้แนวคิดแล้ว ยังเข้าใจด้วยอีกว่า "อาชีพจัดสวน" เนี่ยมันมีรายละเอียดเยอะมากเลยนะ ด้วยความที่เรียนออกแบบอาคารมา มายไม่ค่อยเข้าใจว่าแลนด์สเคป ไปจนถึง นักจัดสวน เขามีความแตกต่างกันอย่างไร (ตอนนี้ก็ยังไม่รู้) แต่ก็ได้รู้ถึงความสำคัญว่าการออกแบบสวนให้สวยงามไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่ยากกว่าออกแบบให้สวนคือออกแบบให้คำนึงถึงลักษณะการใช้งานผ่านวันเวลา

สวนญี่ปุ่นสวยมากเพราะคำนึงเรื่องวัน เวลา สถานที่ มาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะดูในฤดูไหนก็สวยไปเสียหมด (ยังไม่เคยไปค่ะ ย้ำอีกที) การได้อ่านเล่มนี้ก่อนได้ไปเยี่ยมชม (ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มแล้ว) ทำให้มายยิ่งอยากไปมากขึ้นไปอีกค่ะ



กลับมาที่บริบทประเทศไทย เนื่องจากเล่มนี้คนไทยเป็นคนเขียน (สุดยอดมากๆๆๆๆๆๆๆๆ) และคุณชัยยศยังได้กล่าวคำตามไว้อย่างน่าสนใจด้วยค่ะว่า วัฒนธรรมไทยเองก็ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องธรรมชาติแฝงอยู่ในเกือบทุกสรรพสิ่ง แต่น่าเสียดายที่ความเชื่อเหล่านี้กลายเป็นไสย และมีความหมายในด้านลบ ทำให้เราไม่ได้ดึงจุดเด่นเหล่านี้เข้ามาประยุกต์ใช้เหมือนกันวัฒนธรรมญี่ปุ่น (แต่ในเชิงสถาปัตยกรรมก็มีเอาเข้ามาใช้นะคะ แนะนำให้อ่าน ศิลปะ-สถาปัตยกรรมคณะราษฎร: สัญลักษณ์ทางการเมืองในเชิงอุดมการณ์ ค่ะ) ซึ่งมายก็เห็นด้วยมากๆ เลย แต่ในช่วงหลังๆ มานี้เราก็ได้เห็นการผสมผสานทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ไปกันกับ product (อย่าง เสื่อ pdm) มากขึ้นแล้วค่ะ มายคิดว่า การที่เข้าใจแนวคิดและแก่นพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรานำไปประยุกต์ได้อีกหลายอย่างเลย และเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งเล่มที่อธิบายเรื่องแก่น แนวคิด รูปธรรมให้เป็นนามธรรมได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

ปล. ไม่ต้องกังวลนะคะว่าจะอ่านยากมาก ภาษาสวยและอธิบายเข้าใจง่ายมากค่ะ

ปล2. รูปสวยมากมากมาก เป็นหนังสือที่จัดรูปเล่มได้ดีมากเลยค่ะ ประทับใจ
Profile Image for Araya Pichitkul.
172 reviews18 followers
February 28, 2019
กิจกรรมคลายเครียดสมัยเรียน นอกจากคีบตุ๊กตา ร้องเกะ ดื่มเบียร์แล้ว สวนญี่ปุ่นก้อเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชอบไปเวลาเครียดจัดๆ ใกล้ๆมหาลัยจะมีสวนญี่ปุ่นเล็กๆอยู่สวนนึง สวนถูกจัดไว้เป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารของโรงแรม ซึ่งวัตถุประสงค์ของสวนจริงๆคงไว้ต้อนรับลูกค้าของโรงแรมเป็นหลัก ในสวนมีต้นไม้นานาพันธุ์(ซึ่งก้อไม่รู้จักชื่อ) สะพานไม้ขนาดเล็ก มีบ่อน้ำใสๆ และก้อนหิน เรียกว่าครบองค์ประกอบสวนญี่ปุ่น ชอบความงามของสวนที่เปลี่ยนไปในแต่ละฤดูกาล ที่ชอบมากคือบรรยากาศที่เงียบสงบ เพราะแทบจะไม่ค่อยมีคน เหมาะแก่การอยู่กับตัวเองเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เดินเล่นชมสวนครบ 1 รอบ ความเครียดก็ค่อยๆมลายหายไป ธรรมชาติช่วยเยียวยาจิตใจได้ดีจริงๆ คิดถึงสวนนั้นจัง
อ่านแล้วอยากไปชมสวนญี่ปุ่นในเกียวโต 😍
Displaying 1 - 4 of 4 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.