Ning2,520 reviews203 followersFollowFollowNovember 17, 2017บอกตากตรงว่า แอบหวั่นใจตอนอ่านคำนำนะคะ เพราะเคยเจอมาหลายเรื่องแล้ว ที่ว่าจะเขียนแนวๆนี้ (นางเอกโดนพระเอกทำร้าย) แล้วแบบจะให้ พระเอกได้เรียนรู้ไรงี้อ่ะนะ แต่ทำไม่ถึงสักราย ผิดหวังทุกเล่มไปถ้าจะพูดว่า เล่มนี้เป็นแนวดราม่านะ ก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียน้ำตาขนาดนั้น (บอกเลยว่า น้ำตาไม่หยด มีแค่ซึมๆ) แต่มันคือนิยายรัก? ก็ไม่ใช่อีก แต่ไม่ว่ามันจะแนวอะไร มันก็อ่านได้เพลินๆดีค่ะ คนเขียนเก่ง ที่ทำให้ เรารู้สึก จาก "ไอ้เนี่ยอ่ะนะ พระเอก" เป็น ช่วยๆ รักกันไปสักทีเห๊อะ เห็นใจละเนี่ย.. ซึ่ง.. ไม่ง่ายนะ บอกเลย(สำหรับคนเรื่องมากอย่างเรา)เราไม่แน่ใจในเรื่องจิตวิทยานะ ว่าจริงๆแล้วมันจะออกมาแนวแบบนี้จริงหรือเปล่า แต่ถ้าทำใจแล้วปล่อยวางการจับผิด มันจะอ่านได้เพลินมากๆเลยทีเดียวลังเลระหว่าง 4-5 ดาว แต่พอมองเห็นความตั้งใจของคนเขียน ก็มอบมงให้นางไปค่ะ เต็มๆ 5 ดาวthai-novel
Patrawan Dear1,467 reviews155 followersFollowFollowReadFebruary 17, 2017#น้ำค้างเปื้อนสี/ภาพิมลเป็นหนังสือที่ดีงามค่ะ กระทบใจตั้งแต่คำนำนักเขียน และยึดครองหัวใจเราไปได้เพียงแค่ 200 หน้าแรก ถ้าหนังสือเล่มนี้ถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธมาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเหตุผลว่าไม่ใช่แนวตลาด ก็อยากขอบคุณนักเขียนที่พิมพ์เองออกมา เพราะถ้าพลาดไป...จะเสียดายอย่างแรงค่ะขอเน้นว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะกับสายหวานมุ้งมิ้งนะคะ แต่ดราม่าสายแข็งน่าจะถูกใจ เพราะพล็อตหนักหน่วง สำนวนดี ดำเนินเรื่องด้วยจังหวะจะโคนที่เหมาะสมลงตัว มีประเด็นให้คนอ่านเก็บกลับไปคิดต่ออยู่หลายจุด แม้จะหนาถึง 885 หน้า แต่ก็เป็น 885 หน้าที่หนัก หน่วง หนึบ และบีบคั้นหัวจิตหัวใจมากมาย ตัวละครหลักแต่ละตัวมีที่มาที่ไปของการกระทำชัดเจน นางเอกเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร แต่ก็มีความพยายามในการก้าวข้ามสิ่งเลวร้ายออกมา ที่ชอบมากคือจุดเปลี่ยนของพระเอกที่นักเขียนค่อยๆพาเราไปสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของเขา ทำให้เราอดเห็นใจและเอาใจช่วยเขาไปตลอดเรื่องไม่ได้จะว่าไปเรื่องนี้หลักๆก็เป็นเรื่องของเด็กสองคนที่ถูกนำมาเลี้ยงคู่กันโดยผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจเด็ก เห็นแก่ประโยชน์และความพอใจส่วนตนเป็นที่ตั้ง หากใครต้องเลี้ยงเด็ก ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ได้โปรดใช้ความใส่ใจ อย่าให้เกิดเรื่องราวบานปลายอย่างในเรื่องนี้ขึ้นเลย เพราะแค่เป็นเพียงเรื่องสมมติ ก็ปวดร้าวใจมากจนเกินพอแล้วค่ะให้ห้าดาวเป็นเล่มแรกสำหรับปีนี้นะคะ พล็อตหลักแข็งแรงมาก ส่งเสริมสิทธิเด็กและสตรี ดีงามจนลืมเรื่องคำผิดหรืออะไรอื่นใดไปหมด ชอบจริงชอบจังค่ะ :)
Clairdenoon2,063 reviews427 followersFollowFollowFebruary 20, 2017...ถามเองตอบเอง....เมื่อได้อ่าน*น้ำค้างเปื้อนสี*/ของ/ภาพิมล●●เบื้องต้น:●●●ปุจฉา(น้ำเสียงดี๊ด๊า):คิดจะอ่านเรื่องนี้เพราะอะไรแจ๊ะยูววว?^0^~☆●วิสัชนา(น้ำเสียงเคลิ้มๆ):ได้ยินเสียงของความดีงาม เป็นนิยายที่ดีมีสาระ ให้แง่คิด สะท้อนปัญหาสังคม..แต่จุดใหญ่ใจความที่*ดึงดูด*คนนิยมเสพโรมานซ์จัดๆและแสวงหาแต่ความหวาน.ฟิน.มุ้งมิ้งในนิยายอยู่เป็นนิจอย่างเราก็คือ~พระเอกเรื่องนี้คือดี!คือใช่!คือแบดบอยกลับใจ!!..มีหัวใจหนักแน่นมั่นคงในรักและรักนางเอกมว๊ากกกกก.รักคนเดียวแบบไม่มีตาไว้แลใครได้อีก..เป็นแนวพระเอกชีวิตนี้หัวใจนี้มีไว้เพื่อเธอเท่านั้น...ถ้าไม่ใช่เธอ...ก็ไม่มีวันที่จะรักใคร...โอ้วววว...นี่แหละพระเอกที่สังคมต้องการ!!♡○♡~☆●●ท่ามกลาง:●●●ปุจฉา(น้ำเสียงห่วงใยจริงจัง):อาร์-ยู-โอ-เค๊?!?●วิสัชนา(น้ำเสียงสั่นเครือระดับ8.5-10..ริกเตอร์~):อ๊ากกกกกกกกกส์สสสสสสส ฮืออออออออออออ ToT~โอยยยยยยยยยยยบ ฮือออออๆๆๆๆๆ ม่ายยยยยยย ได้โปรดดดดดดดด ฮือออออออ.อย่าาาาานะม่ายยยย.....โหยยยยหวนนนนนน..ฮือๆๆ...ดราม่าหนักหน่วงฮาร์ดคอร์มากกกกToT~ไรท์เขียนได้เรียลจริงอะไรจริงจนน่าขนลุก..ปูพื้นเพ,ความรู้สึกนึกคิดลึกล้ำของตัวละครสีเทาๆที่มีทั้งดีและเลวมาตีแผ่แบบแน่นปึ๊ก!!เปิดเปลือยความจริงความมืดดำในใจคนที่มีกิเลสตัณหาได้เรียลจนเค้าเหวอ!!!อึ้ง!!!สะเทือนใจ!!!...เค้าอยากเลิกอ่านแล้วหนีไปตั้งหลัก...แต่...ไม่ทันละ...ฮืออออออ..มันหยุดอ่านไม่ได้!!!!ถ้าไม่รู้จุดจบทุกสิ่งอย่าง!!!!ฮืออออๆ..●ปุจฉา(น้ำเสียงตกใจระคนสมน้ำหน้า):เฮ้ย!!!ใจเย็น!!...ไหวมั้ยเนี่ย!!?!!?อาการหนักนะ!!?!!5555●วิสัชนา(น้ำเสียงแหบพร่า..เหมือนคนปวดอึแต่ไม่ได้อึ):หวายยยย...แต่..จริงๆก็ม่ายยยหวายยยย+0+~ฮือออ ยิ่งเจอเรื่องพี่ธามนี่ เค้าแทบกระอักเลือด...แต่ตราบใดที่พระเอกนางเอกยังไม่ลงเอย..ดรัณ(พระเอกเรื่องนี้)ยังเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วง แอบรอคอย แอบห่วงใยอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ...ชีวิตน้ำหนึ่ง(นางเอกเรื่องนี้)ยังค่ดbud-sobสิ้นดี..หาจุดยืนที่ทำให้มีความสุขอย่างแท้จริงไม่ได้...เค้าจะไม่หนีหายไปอ่านเรื่องอื่นอย่างสบายใจคนเดียว..เป็นตายร้ายดีเราก็ไม่หยุดอ่าน!!!!ฮึ่ม!!! ~ก็ได้แต่รัน.รัน.และรัน.ต่อไป...ฮืออออT.T~●●บั้นปลาย:●●ปุจฉา(น้ำเสียงแผ่วๆ):...ยังมีชีวิตอยู่มั้ย??วิสัชนา(น้ำเสียงเหมือนทหารผ่านศึกมาหมาดๆที่กำลังจะได้กลับบ้าน^^):...ยัง!!ยังไม่ตาย!!!แต่วู้ๆๆๆๆดีใจๆๆๆๆ...อ่านจบแล้ว!!!!จบดีลงเอยกันดี!!เย้ๆๆรอดแล้วเรา!!☆○☆~♡เย้ๆๆๆๆปุจฉา:อ่านจบ..อยากบอกอะไรกับไรท์เตอร์?วิสัชนา:ขอบคุณที่มาเตือนใจไม่ให้เราเสพติดความสุขจนหลงระเริงค่ะ...ไรท์แต่งได้ดีบีบคั้นอารมณ์มากๆค่ะ...กรีดหัวใจสุดๆไปเลย>○<แทบไม่รอด!!..ขอบคุณที่พาน้ำหนึ่งกับดรัณมาให้รู้จัก..พร้อมตีแผ่ปัญหาในสังคมให้แง่คิดและมุมมองที่น่าทึ่งค่ะ..น้ำหนึ่งแข็งแกร่งมากกกก..เราเจออย่างหนึ่งคงไม่เป็นผู้เป็นคนไปแล้ว(เอ๊ะ!ปกติเป็นผู้เป็นคนมากกก..ว่างั้น :p)5555..แล้วก็ขอบคุณเป็นพิเศษอีกทีที่พาเค้ามาให้รักให้ฉงฉานให้เห็นใจให้กรีดร้องเอาใจช่วยค่ะ...รันอ่ะค่ะ♡...สำหรับเรารันคือโอเอซิสของเรื่องนี้เลย♡○♡~ปุจฉา:สุดท้าย..อยากบอกอะไรกับท่านผู้ชมทางบ้านที่ยังไม่เคยอ่าน?วิสัชนา:นิยายดีไม่จำเป็นต้องฟินทั้งเรื่องฉันใด..นิยายดราม่าก็ใช่ว่าจะต้องเศร้าเกินไปฉันนั้น...อยากสนุกแบบเจ็บปวด...ฟินแบบเลือดตาแทบกระเด็น..ดราม่าฮาร์ดคอร์จัดหนัก..นางเอกเข้มแข็งเป็นเพชรน้ำหนึ่งที่ต่อให้เจออุปสรรคมากมายแค่ไหนเพชรก็ยังเป็นเพชร พระเอกมั่นคงรักเดียวใจเดียวท่วมท้นล้นหัวใจ..รักแบบที่ไม่หวังครอบครอง(ทั้งที่ต้องการเธอแทบบ้า)รักที่หวังเพียงให้เธอมีความสุข(แม้ว่าความสุขนั้นคือการไม่มีเขาอยู่ข้างๆ) ซาบซึ้งใจกับการรอคอยที่หอมหวาน...ความรักแท้ที่เอาชนะทุกสิ่ง.....อยากปลุกความมาโซคิสม์หวามไหวในตัวคุณ....เชิญมาอ่านนิยายดีมีสาระพระเอกค่ดน่าร๊ากกกน่าหลงเรื่องนี้เลยค่ะ^3^♡...*ปล.ปุจฉา:ไหนบอกนิยายดีงั้นดีงี้ทำไมให้4☆ล่ะ?วิสัชนา:ถามมากจังวุ้ย=_=...ถ้าอยากรู้ก็ขอให้เปิดสปอยล์ดูจ้ะ^^************☆☆☆***********สปอยล์นะจ๊ะสปอยล์~~~เฮ้ออออ...ชีวิตนางเอกกับพระเอกมันbud-sobหน่วงหัวใจเกินไปค่ะ(สำหรับเรา...แทบไม่รอด)ตัวละครทุกตัวเป็นสีเทา..มีทั้งมุมดีและเลวคละเคล้าพ่อแม่นางเอกตาย..ต้องมาอยู่กับป้าที่มีความอิจฉาน้องสาวตัวเอง(แม่นางเอก)อยู่ในใจลึกๆมาโดยตลอดจึงเลี้ยงนางเอกแบบให้ได้ดังใจตัวเองเพื่อปรนเปรอความต้องการของตัวเอง...เรื่องยิ่งแย่เมื่อคนรักใหม่ของป้าก็ขอพาลูกชาย(ซึ่งก็คือพระเอก)มาอาศัยอยู่ด้วย~นางเอกประสบอุบัติเหตุเพราะมีเรื่องบาดหมางเข้าใจผิดกับพระเอกจนต้องตัดมดลูกและรังไข่ทิ้ง!!!!โอ้ววววก็อชชชช~เท่านั่นไม่พอ..มันหนักตรงป้านางเอกในวัย50อัพ..คิดเกินเลยฉันท์ชู้สาวกับพระเอก..แบบอยากได้พระเอก(ที่เป็นเด็กคราวหลาน)เป็นปั๋วจริงจังOMG!~พ่อพระเอกก็เอาหน้าและรูปร่างนางเอกไปจินตนาการเวลาxxxกับป้านางเอก..โอยยย..~พ่อพระเอกตายโดยยังมีความเข้าใจคลุมเครือว่าพระเอกเป็นชู้กับเมียตัวเอง...×0×~นางเอกรักและเลือกแต่งงานกับคนที่ไม่ใช่พระเอกก็ค่ดเจ็บแล้ว...อีพี่ธามที่นางเอกแต่งงานด้วยดันนอกใจไปกับเพื่อนที่มาเป็นแม่อุ้มบุญ...โอยยย..ประเด็นนอกใจนี่รับไม่ได้ทุกกรณี...เฮ้ออออ.ถึงพระเอกจะรักนางเอกมากมายแทบตาย...แต่.กว่าพระเอกนางเอกจะลงเอยนี่คนอ่านอย่างเราบอบช้ำสะบักสะบอมมาก...ดีงามยังไงก็เจ็บปวดเกินไปค่ะ..จนตั้งใจว่าจะอ่านรอบเดียว...5555และนี่คือที่มาของ4ดาว...จบเนอะ..แฮ่ๆ..^0^dark-dark deep-bond drama-mak-mak ...more
kunaom164 reviews33 followersFollowFollowApril 14, 2017น้ำค้างเปื้อนสี เป็นเรื่องราว 'ชีวิต' ของเด็กสองคนที่จำต้องมาเติบโตด้วยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นลูกหลานติดกันมา เมื่อผู้ปกครองของพวกเขาตกลงจะสร้างครอบครัวร่วมกัน สิ่งที่เราจะเห็นเด่นชัดมากๆคือพัฒนาการความเป็นไปของเด็กๆ จากการไม่รู้ความในวัยเยาว์ จากการขาดสติรู้คิดของวัยรุ่น จนไปถึงการสำนึกเรียนรู้ถูกผิดและสติมากขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่ คนเขียนถ่ายทอดช่วงเวลาต่างๆเหล่านั้นได้...ดีมากๆและมีมิติมากๆ ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของเหตและผล เหมือนคนเขียนแค่วางเหตุไว้แค่ตอนต้น แล้วค่อยๆปล่อยให้ผลเลื่อนไหลไป ให้วงล้อของชะตากรรมหมุนไปด้วยตัวของมันเอง เหมือนระเบิดที่ถูกจุดด้วยระเบิด... ลูกแล้วลูกเหล่าแล้วคุณจะเชื่อไหมว่าจุดเริ่มต้นของระเบิดทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องของ 'เด็กตีกัน' เราจะเห็นเด็กสองทะเลาะกัน อิจฉากัน หมั่นไส้กัน ไม่อยากเข้าใกล้กัน ต่างต้องการเอาชนะกันและกัน เป็นอะไรที่เด็กมากๆ ตอนอ่านยังรู้สึกเลยว่าเล็กน้อยมากๆ ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นนะ ทำไมต้องทำ'เรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่' ด้วยนะ ทำไมคนเขียนต้องใส่ใจขนาดนั้น?นั้นก็เพราะเราถูกทำให้ลืมไปจริงๆนั่นแหละ เราถูกทำให้มองว่าเรื่องใหญ่นั้นเป็นเรื่องเล็ก เราถูกนิยายประโลมโลกหรือละครทีวี หรือถูกกระแสสังคมหล่อหลอมความคิด ว่าการที่พระเอกจะจู่โจมกอดจูบนางเอกนิดๆหน่อยๆมันดี มันจิ้น มันฟินเว่อร์ แต่แล้วจู่ๆนิยายเรื่องนี้กลับกระชากเราขึ้นมา ต้องเรียกได้ว่าคนอ่านเกิดอาการผวาตื่นขึ้นมาทีเดียว ให้พบว่าเราไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าผู้ชายคนไหนคือพระเอกในชีวิตจริง หากเป็นเรื่องจริงคุณจะขำไม่ออก ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณถูกล่อหลอก ถูกข่มแหง ถูกรังแก หรือแม้แค่ถูกขมขู่...นั่นก็หมายถึงจุดเริ่มต้นของคุกคาม เป็นจุดเริ่มต้นการเกิดบาดแผลของคนที่เคยประสบมาเท่านั้นจึงจะเข้าใจน้ำค้างเปื้อนสี กำลังบอกให้เราอย่าลืม อย่าละเลยสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเอง เป็นทางออกที่ถูกควรมากกว่าการหนีปัญหาเพราะความอาย หรือต้องการตัดปัญหาให้จบๆไปเพราะเห็นแค่เป็น...เรื่องเล็กน้อยนอกจากการสะท้อนความเป็นไปของเด็กๆ สิ่งที่ทำให้เด็กต้องเป็นไป สาเหตุที่แท้จริงแล้วมาจากผู้ใหญ่ คนคนแรกที่กำลังแต่งแต้มสีลงไป จะเป็นใครได้นอกจากคนในครอบครัว เราจะได้เห็นถึงกระบวนการ 'สร้าง' คำว่าครอบครัว หากแต่จุดเริ่มต้นของการสร้างมาจากคนที่ขาด คำว่าครอบครัวถูกนำมาเป็นสิ่งเติมเต็มของคนเป็นผู้นำ ความรักถูกส่งออกมาในรูปแบบของการคาดหวัง กำเนิดกรอบ กำเนิดความกดดัน ตัวเด็กถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างหน้าตา มันน่าเศร้าสะเทือนที่นิยายได้เปรียบความรักในรูปแบบนั้นว่าเป็นดั่งการเลี้ยงสุนัขสวยงามไว้เพื่อส่งประกวด ไว้พื่ออวดใครๆ ถามใจคุณดู... ว่าคุณกำลังเลี้ยงลูกให้ภูมิใจในตัวเอง หรือเพียงเพื่อความภูมิใจของคุณเพียงคนเดียวและด้วยความที่ตัวเนื้อหานิยายค่อนข้างเข้มขนสะท้อนชีวิตจริง จนคนอ่านอาจลืมไปว่ามีเรื่องรักซ่อนอยู่ คนเขียนกล่าวในคำนำว่านี่เป็นนิยายรักดราม่า ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะที่เรามองดูเด็กสองคนเติบโตกันมาแบบนั้น ชีวิตต่างแตกแยกกันไปแบบนั้น ชีวิตที่ดูไม่น่าบรรจบกัน ก็ใครจะคิดว่าคนเขียนจะหักหาญโลกของพวกเขาแบบนั้น มันมีสายใยบางเบาส่งผ่านถึงกัน ส่งผ่านมาให้เราร่วมทุกข์ไปกับพวกเขาด้วย หากนิยายรักมากมายสื่อให้เราเห็นว่าคนเรารักกันเพราะการเกื้อหนุน เทิดทูน ส่งภาษาหวานล้ำต่อกันอย่างไร นิยายเรื่องนี้ก็กำลังให้เห็นว่าคนสองคนสามารถรักกันด้วยความทุกข์ เพราะอาจไม่มีใครเข้าใจทุกข์ของเราได้เท่ากับคนที่ร่วมสร้างความทุกข์ด้วยกันกับเรา แล้วเราจะพบว่าความรักที่เกิดจากความทุกข์ทนขื่นขมนั้น สามารถความโรแมนติกได้มากมายอย่างไร น้ำค้างเปื้อนสี อาจเป็นนิยาย'น้ำดี' ที่ดูสะท้อนสังคมมากจนเกินไป จนหลายสนพ.ไม่กล้าแตะต้อง จนเนื้อหาไม่เหมาะที่จะสร้างละครเรียกเรตติ้งก็เป็นได้ ต้องเรียกว่าเป็นนิยายที่ไม่ตอบโจทย์ 'กระแสสังคม' แต่เนื้อหาทั้งหมดในนั้นได้สะท้อนสังคมทุกๆด้านเอาไว้ อย่างที่สังคมควรหันกลับมามอง เราเองอ่านจบแล้วยังรู้สึกทึ่งว่าคนเขียนสามารถประกอบเอาทั้งหมดนั้นเข้าด้วยกันได้อย่างไร ที่บรรยายไปข้างบนนั้นยังไม่ครบทุกด้านที่เขานำเสนอเลย ต้องใช้ความเข้าใจขนาดไหนถึงจะเขียนออกมาได้ขนาดนั้นกัน
Nonnin407 reviews5 followersFollowFollowOctober 23, 20225/5 ขอบคุณนักเขียนที่ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมา11:03 อ่านจบแล้วจ้าread-2022 thai-novel
Lily 百合花1,485 reviews109 followersFollowFollowApril 17, 2018ชื่อเรื่อง – น้ำค้างเปื้อนสี ผู้แต่ง – ภาพิมลตัวละครน้ำหนึ่ง รุจิประภาส (หนึ่ง) อายุ 12 ปี ⇒ 14 ปี ⇒ 16 ปี ⇒ 18 ปี ⇒ 24 ปี ⇒ 26 ปี ⇒ 27 ปี ดรัณ (รัน) อายุ 14 ปี ⇒ 16 ปี ⇒ 18 ปี ⇒ 20 ปี ⇒ 26 ปี ⇒ 28 ปี ⇒ 27 ปีรีวิวหลังอ่านอ่านเรื่องนี้ก็เหมือนได้ตามติดชีวิตตั้งแต่เด็กยันโตของสองหนุ่มสาวที่โตขึ้นมาในบ้านเดียวกัน แต่เพราะเหตุการณ์หลายๆ อย่างก็ได้พัดพาให้ชีวิตของหนุ่มสาวคู่นี้ ไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ หลายๆ เรื่องราวร้ายๆ ที่พบเจอ เราอ่านไปเราก็เห็นใจดรัณนะ ดูเหมือนฮีจะไม่ได้ตั้งใจเลย แต่ก็กลายเป็นปมฝังลึกในในของน้ำหนึ่งไปแล้ว สำหรับเราคิดว่าเรื่องนี้ดราม่าพอสมควร อ่านแล้วหยุดอ่านไม่ได้จริงๆ อยากจะรู้ต่อไปว่า แล้วน้ำหนึ่งกับดรัณจะเป็นยังไงต่อนะ เรื่องราวจะลงเอยยังไง และเพราะได้อ่านเรื่องราวตั้งแต่เด็กยันโต ก็เลยเหมือนรู้สึกผูกพันกับตัวละครอย่างบอกไม่ถูก ถือเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ให้แง่คิดดีๆ หลายอย่าง ได้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ของคนหนึ่ง แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำให้กลายเป็นปมในใจของอีกคนหนึ่งได้ การที่กล้าที่จะสู้กับปมในใจของตัวเองนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเราก็คิดว่ากว่าน้ำหนึ่งกับดรัณจะก้าวข้ามจุดนั้นมาได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน แต่เมื่อก้าวพ้นมาแล้วนั้น ปล่อยวางมันไป และเดินหน้าต่อไป ชีวิตก็คงจะมีอะไรดีๆ ให้เราได้พบเจอต่อไปอย่างแน่นอน ^^ [สปอยล์]น้ำหนึ่งเป็นเด็กที่ป้าชื่อกุสุมารับมาเลี้ยงดู หลังจากที่พ่อแม่เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ป้าปรนเปรอให้ทุกอย่าง เพราะมีฐานะหลังจากที่สามีที่ชื่อสากลเสียชีวิต กุสุมาคบกับดัสกร พ่อของดรัณ และให้ดัสกรชวนดรัณมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเดียวกัน น้ำหนึ่งพยายามผูกมิตรกับดรัณ มีเรียกพี่รันด้วยนะ แต่เพราะดรัณหมางเมินใส่ เลยทำให้ไม่เข้าไปยุ่งด้วยอีกเลย น้ำหนึ่งรักเรียนสุดๆ ส่วนดรัณก็เรียนๆ เล่นๆ ไป วันหนึ่งดรัณแอบจุ๊บป้าของเธอ เธอเห็นเข้า (ส่วนป้าจริงๆ ก็รู้ แต่แกล้งหลับไง แล้วตอนดรัณโตแล้ว ก็อยากให้ดรัณรักเธอแบบหญิงสาว) ต่อมามีอยู่ครั้งทั้งสองเถียงไรกันนี่แหละ ดรัณจูบน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งโกรธและรู้สึกเหมือนถูกย่ำยีศักดิ์ศรี เลยพุ่งไปมูลนิธิของคุณหญิงแสงสุดา (โลกกลมอีก เป็นน้องสาวของสากล และเป็นแม่ของธาม) บอกเรื่องที่โดนดรัณจูบ แล้วก็แจ้งความ พอเรื่องราวใหญ่โต ดรัณยอมรับ น้ำหนึ่งก็ถอนแจ้งความ ตอนเรียนจบมัธยม มีการฉลองด้วยการไปเที่ยวพัทยากันกับเพื่อนๆ รวมถึงกุสุมา ดัสกร และดรัณ ดัสกรทำเป็นหาที่พักแบบห่วยๆ ทำให้กุสุมาอยากไปพักโรงแรมดีๆ แล้วก็จัดฉากให้น้ำหนึ่งกับดรัณมานอนห้องเดียวกัน โดยไม่รู้ตัว แล้วเมาอีก ตื่นมาน้ำหนึ่งตกใจคิดว่ามีอะไรกันแล้ว (จริงๆ คงแค่จูบมั้ง เราก็ไม่รู้อ่ะ เห็นตอนหลังจากนั้นหลายปี ดรัณบอกว่าคืนนั้นไม่มีอะไร) น้ำหนึ่งขับรถหนีไปจนโดนสิบล้อชน บาดเจ็บสาหัสจนต้องผ่าเอารังไข่กับมดลูกออกไป ไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป ดรัณรู้สึกผิดที่ทำให้น้ำหนึ่งเป็นแบบนี้ เขาออกจากบ้าน เลิกเรียนมหาลัย เขาชอบถ่ายรูปเลยเช่าห้อง แล้วก็ทำงานถ่ายรูปจนได้ดี น้ำหนึ่งตอนแรกอยากเรียนหมอ ต่อมาอยากเป็นนักเปียโน แต่พอเกิดเรื่องร้ายขึ้น ป้าก็ส่งเธอไปเรียนต่อที่อังกฤษ เธอเลยได้ไปเรียนต่อด้านจิตวิทยา ที่นั่นทำให้ได้เจอกับธาม ลูกของแสงสุดา แล้วก็ปิ๊งกันเป็นแฟนกัน ธามจบเอก เธอจบโท กลับมาไม่นานป้าก็เริ่มยุให้รีบแต่งงานเลย ทั้งๆ ที่น้ำหนึ่งไม่พร้อมอ่ะนะ ดัสกรขับรถคว่ำตายไป โดยก่อนหน้านั้นพบว่าคนที่กุสุมาไปไหนมาไหนด้วยคือลูกชายตัวเอง แถมโดนเพื่อนสืบจนรู้ และบอกว่าจะจัดการชู้ของกุสุมาให้ไรงี้ กุสุมาพอไม่มีดัสกร ใจก็ร่ำหาแต่ดรัณที่จากบ้านหลังนี้ไปนานแล้ว แวะมาแค่เดือนละครั้งไรงี้ สื่อรักของน้ำหนึ่งกับดรัณมีแค่ตะโก ลูกแมวจรที่เขาพบเข้านั่นแหละ น้ำหนึ่งแต่งงานกับธาม คืนแรกที่เข้าหอพอมีอะไรกัน น้ำหนึ่งกลัวและเกร็งมาก ไม่เคยบอกธามเรื่องมีลูกไม่ได้ ธามสังเกตเห็น หลังจากนั้นเลยห่างเหินกันไป ต่อมาได้เจอกับกะรัต ลูกพี่ลูกน้องของน้ำหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนกับธามตั้งแต่ประถม น้ำหนึ่งทำใจกล้าสารภาพความจริงเรื่องมีลูกไม่ได้ ธามเลยหาข้อมูลให้แม่อุ้มบุญไรงี้ กะรัตรู้เข้าก็อาสา (นี่เรายังสงสัยว่า ลูกแฝดของกะรัต ใช่มาจากไข่ของกะรัตด้วยไหม) สุดท้ายน้ำหนึ่งบอกความจริงกับแสงสุดา แล้วก็บอกว่าตัดสินใจจะให้กะรัตอุ้มบุญ ระหว่างนั้นกลายเป็นว่าธามรู้ตัวว่ารักกะรัต หมดรักน้ำหนึ่งแล้ว น้ำหนึ่งเองก็สังเกตเห็น รวมถึงดรัณมีใจให้น้ำหนึ่ง จนวันหนึ่งน้ำหนี่งตัดสินใจหย่ากับธาม หลังจากที่ป้าป่วยเป็นมะเร็งและจากไป บ้านหลังที่ป้าอยู่ก็คืนให้กับคุณหญิง (เหมือนจะรับคืนในตอนพิเศษ) น้ำหนึ่งกลับบ้านที่ขอนแก่น บ้านตายายนี่แหละ ไปสร้างมูลนิธิ ส่วนดรัณก็เป็นช่างกล้องไป ทั้งสองรักกัน และตัดสินใจคบกันไปแบบนี้ก่อนแหละ Start 12.01 น. Sat 14 Apr 2018End 0.33 น. Mon 16 Apr 2018Review Date 10.47 น. Tue 17 Apr 20182018-read ebook novel ...more
พอลลี่408 reviews38 followersFollowFollowMarch 30, 20174.5 ค่ะ เรื่องแรกของภาพิมล กว่าจะกดซื้อ เพราะรีวิวบอกว่าแนวดราม่า ไอ้เราคอ คอเมดี คอโรมานซ์ เลยรีๆรอๆ แต่เค้ารีวิวว่าต้องอ่าน เลยเอาตอนพิเศษมาอ่านก่อน (เพราะฟรี ฮี่ๆ)แล้วชอบวิธีการเขียน ไม่รุงรังมาก เรียบลื่น ไม่มี Love scene โจ๋งครึ่มแต่ให้มโนต่อเอง (ชอบอ่ะแนวนี้ ไม่ชอบแบบอล่างฉ่าง ขอฟินเอง มโนเอง) เลยกดซื้อ แล้วพอได้อ่าน ก็บอกตัวเองว่าไมเริ่มอ่านช้าจุง สามทุ่ม วันอาทิตย์วันต่อมาวันจันทร์ วันทำงาน อยากอ่านจนจบ ปกตินิยายสนุกๆจะอ่านรอบเดียวจบ เพราะไม่อยากค้างคา แต่ดูเวลามันหกทุ่มครึ่งแล้ว อ่านไปรันทดไป สงสารรันไป ชื่นชมพัฒนาการความหล่อฮีไปร้องไห้ น้ำตาท่วมที่นอนไป (เช้ามาตาบวมมาก) เลยจำใจปิดเครื่องนอน ปรากฏว่าวันต่อมาไม่เป็นอันทำงาน คิดถึงรันมากรันทำไรอยู่ จะทำงาน จะประชุม จะขับรถ ก็อยากเจอรัน (บ้ามาก ขอบอก)จนต้องแอบอ่านในมือถือก็เอา (ปกติสายตายาว อ่านในไอแพด) เปิดอ่านตอนรถติดบ้าง มันแบบวางไม่ลงจริงๆ มันหนึบหน่วง ลุ้น อยากรู้ รู้สึกว่าตอนต้นเรื่องจนถึงกลางเรื่อง ชอบมาก อินมาก ทั้งเรื่องจะแนวบรรยายความรู้สึกอารมณ์ตัวละครเสีย 70% บทพูดน้อย นั่นคงเป็นวิธีที่ไรต์ทำให้เราอินไปกับตัวละครกระมัง มันได้ผลนะ แต่พอช่วงหลังก็มีอ่านข้ามๆบทบรรยายอารมณ์ไปบ้างแหละเพราะบางทีเรารู้ว่าอารมณ์มันประมาณนี้แล้วแหละ ข้ามไป 1-2 พารากราฟ ก็ยังจับใจความได้อยู่ (อารมณ์ประมาณสอบ TOIEC ตอน Reading ที่ต้องอ่านให้เร็ว รวบแต่จับใจความให้ได้ เหอๆ อ่านนิยายนะ Nony) แต่ก็มีไม่ชอบนิดส์นุง ตอนที่รันของชั้น โกรธธามแล้วพูดไม่เราะมากๆขึ้น กูมึงกับธามตอนที่ไปขอให้กลับมาคืนดีกับหนึ่ง ธามดูสงบนิ่งกว่ารันด้วยตอนนั้น จากที่แรกเรื่องรักรันสงสารรันมาตลอดเลยดรอบลงเลยนิดส์นึงอ่ะจริงๆ ส่วนตัวอ่านจนจบเรากลับไม่รู้สึกว่าธามกะกั้งผิดอย่างคนอื่นๆเค้ารีวิวกันนะ เพราะว่าทั้งธามและกั้งนั้นเค้าได้พยายามในส่วนของเค้าอย่างเต็มที่แล้วที่จะไม่หวั่นไหวต่อกัน ถึงจะหวั่นไหวไปแล้วก็ยังพยายามเก็บไว้ในใจ และกั้งเองก็พยายามที่จะให้ธามคืนดีกะหนึ่งตลอด ไม่เคยได้เสียกัน แล้วพอหลังคลอดเค้าก็ไม่ยอมอยู่ด้วยกันเพราะเกรงสังคมและเกรงใจหนึ่ง จนหนึ่งต้องมาบอกว่าสงสารเด็กให้มาอยู่ด้วยกันนั่นแหละถึงยอมมาอยู่ด้วยกันได้ เค้าทำดีที่สุดแล้ว น่าสงสารออกสัจธรรม(ส่วนตัว)คนมีครอบครัวถ้าไม่รักกันมาก(ต้องมากจริงๆ)และตกลงกันตั้งแต่ตอนเป็นแฟนไปเลยว่าไม่อยากมีลูกเราจิอยู่กัน 2 คนดีไหมเอาให้เคลียร์เห๊อะ เพราะมองในส่วนธามเรากลับเข้าใจเค้านะว่าเค้าเต็มที่แล้วจริงๆ กะรัตเองก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะแย่งสามีน้อง แต่อย่างว่านะคนอุ้มท้องลูก (ใครไม่เคยอุ้มท้อง ไม่รู้หรอกค่ะ ยิ่งพอคลอดออกมาผ่านไปสักสองสามเดือนจะรู้ว่าความรักที่มีในตัวทั้งหมด คือตัวเล็กๆที่อยู่ในอ้อมกอดเรานั่นเอง จากคุณแม่ลูก2 อิอิ) กั้งเธอก็พยายามเต็มที่ที่จะให้เค้าคืนดีกัน แต่วาสนา พรหมลิขิต โอกาส มันพูดยาก เรามองต่างจากคนอื่นนะที่ว่าธามกับกั้งก็เป็นคนธรรมดาเราดีๆนี่แหละ แต่ไม่ใช่คนเลว รีวิวส่วนใหญ่เกลียด 2 คนนี้ อยากให้ได้รับโทษที่สาสมกว่านี้ แต่เราไม่นะกลับสงสารเค้า 2 คนมากกว่า เราว่าหนึ่งเสียอีกที่ปกปิดธามแต่ต้น เป็นคนผิด(นั่น ว่านางเอกผู้น่าสงสารของคนทั้งโลกได้อีกนะนั่น) เราว่านางเอกอ่อนแอเกินไป อะไรกระทบนิดหน่อย ก็หวั่นไหวจนโลกสะเทือน คิดมาก เวิ่นเว้อ คล้ายคนประสาทนิดๆ(เฮ้ยนั่นน่ะนางเอกนะนางเอก) แต่สำหรับเราแล้วรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ตอนที่รันแค่แกล้งจุ๊บ(ต้องบอกว่าจุ๊บ เพราะต่างจากจูบ) กับนอนกอดตอนเมาเฉยๆ นางตื่นมาเจอรันนอนกอด ก็ระทมระทวยนึกว่าโดนข่มขืน เสียอกเสียใจซะมากมายขนาดนั้นเชียว ถ้าตื่นมานั่งนึกดีๆ หนึ่งน่าจะรู้ว่าการเสียสาวมันควรจะรู้สึกอย่างไรนะ ดูนางโง่บริสุทธิ์เกินไปจนทำให้เรื่องมันเลวร้ายไปหมด (รู้สึกว่าเราจะไม่ค่อยชอบนางเอกไปปะเนี่ย) ก็เห็นเค้ารีวิวกันว่านางเอกเข้มแข็ง อย่างนั้น เด็ดเดี่ยวอย่างนี้ เราว่าไม่ นางเป็นคนเปราะบางเกินไปตะหาก โลกนี้ไม่ได้สวยงามเสมอไปนะน้ำหนึ่ง ส่วนรันผู้แสนดีที่สุดในสามโลกของเรานั้น (ซึ่งคงไม่มีจริงในโลกแบนๆใบนี้) รันผู้เก็บกด ผู้แอบรัก และรอคอยอย่างอึด อดทนเป็นหมามองเครื่องบินมานานนนนนตั้งหลายปี รันผู้แอบอยู่หลังเสา คอยดีใจที่คนรักมีความสุข ขอรักอยู่ห่างๆแบบห่วงๆ ว่างั้น ดีแท้ (มีอีกไหม ขอคนซิ) เลยขอกดไลค์รัวๆกับคำพูดของเพื่อนมิคในงานศพป้าที่บอกให้รันไปบวชเสียเถอะ ถ้าจะแสนดีขนาดนี้ เหอๆ และกดรัวอีกครั้งกับแป้งที่โผล่มา 2 หน้าท้ายๆแต่แป้งที่ทำให้รันตื่นขึ้นมากล้าจีบตรงๆเสียทีเถอะ รำคาญว่าฮั๊น (ถูกใจไลค์รัวๆ เพราะความอึมครึมๆกันของพระนางเลยเกือบพันหน้านี่แหละ) ทำไมแป้งไม่โผล่มาต้นเรื่องนะ มันคงไม่ดราม่าขนาดนี้ถ้ามีแป้งดึงสติรัน แงๆๆๆๆ แป้งมาช้า (อินมาก)บทที่ 41 ที่หน้า22 กับคำพูดรันที่ว่า "ให้รันรักหนึ่งได้รึยัง" นั้นอยู่ตรงนี้เอง แต่ทำไมไม่รู้สึกรู้สาเท่ากับตอนแรกช่วงที่รันแอบรักหนึ่ง ตอนนั้นนะอ่านไปนึกถึงคำโปรยนี้ที่ไรต์เขียนไว้หลังปก น้ำตาร่วงตลอดเลย สงสารรันนิยายมันอิน ฟินมากจน มองข้ามเรื่องเคาะบันทัดผิด หรือคำผิดเล็กๆน้อย แต่นิดนึงค่ะไรต์คะ จะเริ่ดมาก หากจะรบกวนทำตัว Bold หรือ Tall man อักษรตัวแรกให้คนอ่านได้รู้ว่าขึ้นตอนใหม่แล้วได้ไหมคะ ก็ไม่งงหรอกนะคะแต่มันขัดใจเพราะบางทีอ่านเพลินๆอยู่ มาบรรทัดใหม่ อ้าวเป็นอีกตอนดอกรึนี่ และขออีกนิดนะคะ ทั้งเรื่องนี่รักพี่นี สาวใช้นางเอก พระเอกจังอ่ะ หาสาวใช้แบบนี้ได้ที่ไหนคะ รัก หวังดี จริงใจ ใส่ใจ เข้าใจ ได้ขนาดนี้ มีที่ไหนขอคนนะ พอละค่ะ ลงซะทีเหอะ บอกตัวเอง แต่รวมๆแล้วชอบ อิน ฟิน แนะนำค่ะ คอดราม่าคงให้ 5 ดาว คอตลกโรมานซ์แบบเราให้ 4.5 กะความเวิ่น หน่วง ไม่ชัดเจนของพระนาง ให้ลุ้นนานไปว่างั้นเลยหัก 0.5 คะแนนค่ะ แต่อ่านเหอะ (จริงๆถ้าไม่มีตอนพิเศษนี่ โกรธจริงๆนะ เพราะมันตัดจบจริงๆ)
Nichada95 reviewsFollowFollowMay 21, 2017ชอบภาษาของคุณแพรวอยู่แล้วค่ะ เล่มนี้เราประทับใจช่วงที่พระเอกนางเอกเพิ่งเจอกันมากนะ มันเหมือนต่างคนต่างเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ต่างคนต่างต้องมารับมือกับคนใหม่ๆ ในชีวิต ในวัยที่รู้ไม่ทันอะไรเลยแม้แต่ความต้องการจริงๆ ของตัวเอง หรือไม่รู้ว่าความรู้สึกบางอย่างนั้นเรียกว่าอะไร แล้วก็ไม่สามารถอธิบายเรื่องในใจในวิธีที่สามารถสื่อให้ผู้ใหญ่สามารถรับสารได้ มันเหมือนเป็นทั้งช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างสังคมที่แต่ละฝ่าย-ทั้งสี่คนที่มีอยู่ร่วมบ้าน มันเป็นช่องว่างของเจตนาแอบแฝง ของเป้าหมาย การเรียกร้อง การรับฟัง แล้วในช่องว่างพวกนั้นมันก็ไม่มีจังหวะหรือระยะเวลาที่เหมาะในการจะปรับตัว หรือถึงมี ความสมดุลของการปรับตัวของทั้งสี่คนก็เป็นไปไม่ได้โดยธรรมชาติที่ปูมาของทั้งสี่คน...(หลังจากนี้รู้สึกจะสปอยล์เบาๆ)จุดแรกที่นางเอกสู้มันเหมือนการพลิกบุคลิกอย่างหนึ่งของนางเอก รวมถึงพระเอกก็ได้รับผลกระทบไปด้วย คือถ้าไม่มีตรงนี้ก็อาจจะเขียนพระเอกให้เป็นพระเอกไม่ได้เลย ตัวประกอบที่เข้ามาผลักดันให้ไปในทางที่ดีก็คล้ายบทบาททางสังคมอีกแบบที่ค่อนข้างจะตรงข้ามกับฝั่งผู้ใหญ่ในบ้าน ถ้าตามชื่อเรื่องแล้วก็อาจเหมือนสีอีกสี สีที่เติมลงไปตัดน้ำค้างที่เริ่มหม่นและสับสนให้สดใสและชัดเจนขึ้น แต่ชีวิตมันยาวไกลกว่านั้น อุปสรรคนางเอกเยอะมากกก รับบทหนักมาก จนบางนิสัยที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นบางทีอ่านก็หงุดหงิดค่ะ แต่มันก็จริงน่ะ โดนขนาดนั้นแล้วจะต้องรับได้ขนาดไหนกัน ถ้าจะปัดกรอบนิยายรักออกไปแล้วไม่ต้องมีพระเอกยังได้เลย.นิยายเล่มนี้รีวิวยากจัง พิมพ์ๆ ต่อไปเดี๋ยวได้เล่าทั้งเรื่อง (ฮา) ช่วงท้ายๆ เล่มจะมีบรรยากาศความกดดันฝั่งนางเอกค่อนข้างมากค่ะ เป็นความกลัวความสับสนที่ต่อให้คนโดยรอบจะดีด้วยแค่ไหน แต่เหมือนมันมีเรื่องฝังใจทำให้ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง เหมือนนางเอกกลับไปเป็นเด็กแล้วกลัวพระรองเหมือนที่เคยกลัวน้าตัวเอง เลยกลายเป็นว่าช่วงท้ายๆ จะมีโซนให้พระเอกได้ทำคะแนนกับนักอ่านขึ้นมาบ้าง.ชอบที่ตัวละครทั้งหมดไม่ได้ร้ายขนาดนั้น ดีขนาดนั้น หรือเก่งขนาดนั้น ก็เทาเข้มเทาอ่อนคละกันไป อ่านแล้วอินแบบบอกไม่ถูก คือมันไม่ได้อินแบบว่า ตอนตัวร้ายตายแล้วสะใจ หรือตอนนางเอกได้รับผลอะไรๆ แล้วสงสาร อินแบบใจด้านชายังไงชอบกล (ฮา) ช่วงท้ายเรื่องในแง่ความสัมพันธ์ของนางเอกกับญาติกับพระรอง เราก็บิลด์ตัวเองไม่ค่อยถูก เพราะผู้หญิงแต่ละคนก็เจ็บหมด แต่ใจก็ค้านว่านางก็ไม่ได้ถูก นั่นแหละ คือเทาเท่าๆ กัน มันไม่รู้สึกเชียร์ต่อให้เป็นนางเอก แล้วก็ไม่ได้รังเกียจการกระทำของตัวรองแต่ละคนขนาดนั้น น่าจะใกล้เคียงความรู้สึกอึดอัดเหมือนเวลาเจอเรื่องของคนจริงๆ มากกว่าจะอินกับการอ่านนิยายที่มีตอนจบให้น่ะค่ะ.เป็นเรื่องที่อ่านแล้วก็นึกขึ้นมาบ่อยๆ ว่า ที่อ่านแล้วรู้สึกอย่างนี้เพราะหล่อนรู้เรื่องทั้งหมดนะ ถ้าหล่อนรู้ฝ่ายเดียวหล่อนอาจจะไม่คิดอย่างนี้ก็ได้ ประมาณนั้นค่ะ
Niyay Sale27 reviews2 followersFollowFollowApril 5, 2020นิยายดราม่าสุดๆ แต่สนุกมากเขียนได้หน่วง อ่านแล้วไม่ได้ร้องไห้แต่รู้สึกเจ็บปวดแทนนางเอก เจ็บปวดที่สุดก็เรื่องของธาม ตอนที่อ่านแล้วรู้สึกได้ว่าธามเริ่มเปลี่ยนไปเพราะคนใกล้ตัวนางเอก รู้สึกรับไม่ได้และเจ็บปวดแทนนางเอกจนต้องอ่านข้ามไป ทั้งๆที่ไม่เคยเชียร์ธามเลยแต่สงสารนางเอกมากๆ และเกลียดธามสุดๆต่างจากรันอ่านตั้งแต่ตอนแรกก็ลุ้นผู้ชายคนนี้สุดใจให้รักนางเอกเสียที พอรักแล้วก็ลุ้นสุดๆให้นางเอกเห็นรันอยู่ในสายตาบ้างเห็นความดีของรันบ้าง ลืมความเลวร้ายในวัยเด็กของรัน แต่ความตั้งใจก็ไม่เป็นผลสักที นางเอกไม่เคยเห็นความห่วงใยและความรักที่รันมีให้ กว่าจะเห็นก็อ่านไปเกือบห้าร้อยกว่าหน้า สงสารพระเอกมากๆ เป็นพระเอกที่มั่นคงและเท่ห์สุดเพราะบุคลิกอันธพาลหน่อยๆน่ามั่นไส้ของรัน เรื่องนี้เริ่มเรื่องคิดว่าดราม่าครอบครัวธรรมดา พระเอกตอนเด็กเลวร้ายกับนางเอกมาก แต่เพราะถูกเลี้ยงมาในบ้านหลังเดียวกันเราก็อ่านแบบสนุกคิดว่ามาแนวนี้ต้องหวานมากแน่ๆ พออ่านถึงตอนที่สายตาของรันเอาแต่มองหานางเอกนี่ทำนองเพลงโรแมนติกขึ้นมาในหัวเลย แต่ที่ไหนได้ดราม่าบีบหัวใจมาก คนเขียนจะเขียนฉีกให้ดราม่าหวานๆก็ได้เพราะปูมาให้นางเอกพระเอกถูกเลี้ยงมาด้วยกัน แต่คนเขียนกลับเขียนแบบดราม่าเฉือนใจเราแหว่งเลย เสียใจจากที่คิดว่าเริ่มจะหวานกลายเป็นขมเมื่อธามเข้ามา และยิ่งทำร้ายนางเอกขนาดนั้นยิ่งรับไม่ได้ อ่านแล้วไม่มีน้ำตาแต่เจ็บอ่ะ แต่ยังดีที่สุดท้ายพระเอกที่เริ่มต้นจากตัวร้ายได้กลายเป็นพระเอกจริงๆในตอนจบ
Hyde ladypinth10 reviews2 followersFollowFollowJanuary 12, 2018อ่านจบแล้วไม่รู้จะรีวิวอะไรเพิ่มเติม คนอื่นได้พูดแทนความรู้สึกไปหมดแล้วค่ะ เรื่องนี้เหมาะกับคอดราม่าขนานแท้ มีทั้งอารมณ์หน่วงหนึบ กดดัน และมีความเรียลที่สัมผัสจับต้องได้ ชอบมากๆค่ะ ชอบจนกลับไปอ่านนิยายลูกกวาดไม่สนุกเอาซะเลยสรุปว่าเป็นนิยายทรงคุณค่าและตราตรึงใจมากๆเล่มหนึ่ง ประทับใจมากๆค่ะอยากแนะนำให้เปิดใจและมองให้เห็นถึงสารที่ผู้เขียนต้องการสื่อแล้วคุณจะหลงรักน้ำค้างเปื้อนสีเหมือนที่หลายๆคนกำลังเป็นอยู่ค่ะ
อ่านไปเรื่อยเรื่อย23 reviews2 followersFollowFollowAugust 28, 2021ชอบตอนที่คุยกับนักจิต นักเขียนตั้งใจมากๆ ภาษาสวย มันเย็นนิ่ง ขณะเดียวกันก็รู้สึกร้อนๆเพราะใจคนไม่เคยนิ่งเลย กลัวว่ามันจะเป็นอย่างที่คิดเพราะรู้ว่ามันไม่ถูก กลัวเหมือนรันที่ไม่เคยกลัวอะไรเลยแต่มากลัวใจหนึ่ง โอ้ววว ทั้งพ่อ ป้า พี่สาว พี่ธาม คุณหญิง นักจิต หนึ่งกะรัน มันเรียล ตำ!
Chompoo Choti279 reviews30 followersFollowFollowFebruary 23, 2017อ่านเรื่องนี้จบด้วยหัวใจหน่วงหนึบไม่ได้เศร้าขนาดที่แบบว่าเรียกว่าดาร์คสุดๆ แต่เพียงว่า#เรื่องนี้มันถ่ายทอดออกมาได้เรียลเกินคาด เราเคยอ่านงานของนามปาก “ภาพิมล”มาก่อนแต่ก็เป็นแนวทั่วไปที่อ่านได้แล้วชอบตามปกติแต่ว่าพอมาเล่มนี้ต้องบอกเลยค่ะว่าเป็นการฉีกจากงานที่เคยอ่านมาก่อนอย่างชนิดที่ว่าไม่มีเค้าเดิมกันเลยทีเดียวแถมฉีกแล้วดันเป็นงานคุณภาพจ๋าเสียด้วยนะคะแต่ว่าก็ต้องออกตัวก่อนเลยว่าค่อนข้างเป็นงานเรียลแล้วไม่ได้มุ้งมิ้งเลยค่ะ งานดราม่าเรียลแบบนี้ไม่ค่อยได้อ่านกันบ่อยๆ แน่นอนว่าคนเขียนก็ต้องทำการบ้านอย่างดีเพราะเป็นเรื่องของปัญหาเด็กและปัญหาครอบครัว ซึ่งจะว่าไปบอกมาแบบนี้บางคนอาจจะบอกว่าก็มีเยอะแล้วไงมันจะน่าสนใจอย่างไร แต่เรากำลังจะบอกค่ะว่ามันก็ต้องมีวิธีการในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจสิและเรื่องนี้ก็ต้องขอชมเลยนะคะว่าคนเขียนทำงานได้ดีเลยคือการร่ายมนตร์เป็นตัวหนังสือให้คนอ่านต้องจมไปกับเรื่องราวของตัวละครอย่างชนิดที่ว่าไม่ได้เรียกร้องให้อยากรู้แบบก้าวกระโดดแต่เป็นการลากจูงให้คนอ่านต้องอ่านไปเรื่อยๆ จนถึงกับดำดิ่งลงไปกับตัวละครแต่ละตัวที่มีที่มาที่ไปชัดเจน-มีหลักเกณฑ์และเหตุผลของตัวเองกันทุกตัว ไม่มีใครมาลอยๆ ไม่มีใครมาแบบใสซื่อมือสะอาดแต่กลับเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาแบบมีเลือดเนื้อมีชีวิตติดตราม่ากันทุกคนโดยเฉพาะตัวของ นางเอก – น้ำหนึ่ง พระนางของเรื่องนี้ขอบอกว่าสะบักสะบอมกับชีวิตมากอ่านแล้วเหมือนถูกจับเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาซึ่งจะมองว่าสบายมันก็สบายแต่ว่ามองอีกด้านความสบายมันก็ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่อยากมีอยากเป็นเสมอไป ตัวละครพระนางซึ่งก็คือ น้ำหนึ่ง และดรัณ คือ ตัวแทนของเด็กสองคนที่เหมือนมีอะไรขาดหายไปแต่แล้วก็กลับมีมือของผู้ใหญ่ค่อยลากคอยจูงให้พบเจอแสงสว่าง แต่แสงสว่างที่ว่าดันเป็นแสงสว่างที่ถูกกำกับอยู่ เบื้องหน้าอาจจะมองว่ามันดีงามแต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังแล้วมันไม่ใช่สิ่งที่เราเห็นเสมอไปเพราะเมื่อไหร่ที่มันแทนที่ด้วยการถูกจับลากจูงตั้งวางในที่ที่ไม่ต้องการและทดแทนด้วยคำว่า “ถูกรัก” ในแบบหนึ่งเพื่อให้เป็นสิ่งหนึ่งแลกเปลี่ยนมันก็ไม่ใช่ความรักที่บริสุทธิ์ใจนั่นเองแล้วแบบนี้มันจะเรียกว่าความสุขได้อย่างไร น้ำหนึ่ง แม้ว่าจะได้รับความเมตตาจากป้าแท้ๆ มาดูแลกันหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตไป เธอโชคดีที่ป้ามอบความรักความมั่งมีเงินทองการส่งเสียแต่มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เธอต้องการเสียทั้งหมดเพราะแท้จริงลึกๆ แล้วเธอก็ยังคิดว่าเธอเองก็ไม่ได้รับความรักที่เหมาะสมนั้นๆ อยู่ดี ดรัณ ... ลูกชายของผู้ชายคนใหม่ของป้าน้ำหนึ่ง การที่ถูกนำมาเลี้ยงดูในบ้านหลังเดียวกันโดยได้รับความเอาใจใส่ไม่ผิดเพี้ยนจากหลานสาวแท้ๆ อย่างน้ำหนึ่งเขาก็ยังคงเป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความขบถลึกๆ ในตัวเอง เด็กชายที่เข้ามาอยู่บ้านเดียวกับเด็กหญิงที่มันน่าจะมีความรักให้กันและกันได้ไม่ยากเพราะต่างคนต่างเข้ามาและต่างคนต่างขาดมาอยู่ร่วมกันแต่มันสมัครสมานกันได้แต่มันกลับทำได้ยากเพราะคนเราต่างที่มา ต่างจิตใจ ต่างการเลี้ยงดู และต่างก็มีปฏิกิริยา – ต่อต้านต่างกัน เมื่อมาอยู่ร่วมกันสิ่งง่ายก็กลายเป็นสิ่งยากเสมอและมันก็กลายเป็นสิ่งใหญ่และมันก็ค่อยๆ เป็นรอยแยกที่ค่อยๆเติบโตกับความสัมพันธ์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้นเองใครที่ชอบงานเรียล ดราม่า ดำเนินเรื่องและกระจายเรื่องราวได้อย่างลงตัวและน่าสนใจ งานชิ้นนี้คิดว่าน่าลองเป็นอย่างยิ่งค่ะเพราะว่ามันเรียลเสียจนแทบจะคิดว่าถ้ามีลูกมีหลานเราคงต้องเอาใจใส่เขาให้มากๆ และจะไม่ให้เขาต้องผ่านช่วงเวลาแห่งความสงสัยในเรื่องของความรักจนกลายเป็นสิ่งที่จะมาทำร้ายเค้าในอนาคตได้ค่ะ งานดีแนะนำเลยค่ะ
Phenphan Punlertwongsakul30 reviewsFollowFollowJanuary 14, 2019นิยายน้ำดีแง่คิดเพียบเหมาะกะการเป็นหนังสืออ่านนอกเวลามากๆ