What do you think?


ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน
ผู้เขียนให้ความสำคัญกับการวางโครงเรื่องการจัดองค์ประกอบเรื่อง การตัดต่อบรรยากาศภาพแบบภาพยนตร์ การตัดปะเชื่อมร้อยแบบจิตรกรรมร่วมสมัย โดยเฉพาะการจัดฉาก นับเป็นความชาญฉลาดในการใช้ความจริง มาอิงความลวง สร้างบรรยากาศกึ่งฝันกึ่งพิศวงโน้มนำให้ผู้อ่านพลัดหลงเข้าไปในเรื่องเล่าเก่าก่อนที่ซ้อนเข้ามา ตำนานปรัมปราที่ผูกเรื่องวิทยานิพนธ์ ผู้คนพื้นเมืองข่าวหนังสือพิมพ์ รูปธรรมของสถานที่ที่มีอยู่จริง เพื่อนำไปสู่แก่นของเรื่องที่ผู้เขียนซ่อนไว้อย่างมีชั้นเชิง
293 pages, Paperback
Published December 1, 2016
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
April 19, 2017
ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน
นฤพนธ์ สุดสวาท
สำนักพิมพ์ผจญภัย
ตามชะตากรรมของเรื่องสั้นทั่วไป ย่อมได้ลงตีพิมพ์ตามนิตยสารอื่น ๆ มาก่อนหน้านี้ เรื่องสั้นของนฤพนธ์ก็เช่นกัน และรวมเรื่องสั้น ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน ก็ได้ลงรายละเอียดทั้งเดือนปีที่เขียน ที่ได้ตีพิมพ์ครั้งแรก และการปรับปรุงครั้งถัด ๆ มา การทำเช่นนี้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาวรรณกรรมไทยอย่างยิ่ง เพราะทำให้ได้เห็นเส้นทางของเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ๆ และหากเวลาผ่านไปในอนาคต คนที่มาศึกษาก็ไม่ต้องสืบค้นให้วุ่นวายว่าแต่ละเรื่องพิมพ์เมื่อใดที่ใด นี่คือข้อดีประการแรกของหนังสือเล่มนี้ที่ฉันเห็นได้อย่างชัดเจน
เรื่องสั้นทั้ง 8 เรื่อง ล้วนบรรจุบรรยากาศประวัติศาสตร์ไทยที่ติดต่อสัมพันธ์กับคนชาติต่าง ๆ ภูเก็ต สองแคว ปัตตานี ปีนัง นฤพนธ์ไม่ได้นำประวัติศาสตร์มายัดใส่ปากตัวละคร แต่พรรณนาฉากและบรรยายเหตุการต่าง ๆ พอให้ผู้อ่านได้กลิ่นอ่อน ๆ เท่านั้น ขณะที่นฤพนธ์ประดับประดาให้เรื่องสั้นของเขามีสีสันด้วยเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่ค่อนไปทางคำบอกเล่าและตำนาน
แนวเรื่องสำคัญที่ปรากฏให้เห็นแทบทุกเรื่องจากรวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือ ความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งมีส่วนประกอบของการจากพรากและการรอคอย ตัวละครของนฤพนธ์มีบุคลิกหลากหลาย ทั้งเด็ก หนุ่ม แก่ ปนเปกันไป แต่ตัวละครแทบทุกตัวมีสิ่งที่เหมือนกัน คือการมีชีวิตอยู่กับการรอคอย รอว่าใครคนนั้นจะกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พ่อ" เป็นตัวละครที่นฤพนธ์เอ่ยถึงบ่อยครั้งในหลายเรื่องหลายสถานการณ์ ลักษณะเช่นนี้ชวนให้นึกถึงคาฟคากับพ่อของเขาด้วย ดูเหมือนว่าโดยทั่วไปแล้วนักเขียนมักจะมีก้อนความคิดจำเพาะที่มันจะกล่าวถึงออกมาโดยไม่รู้ตัว และเราสามารถเห็นได้ชัดจากการอ่านรวมเรื่องสั้นของพวกเขา
อย่างไรก็ดี นฤพนธ์ยังมีแนวการเขียนคล้ายนักเขียนไทยร่วมสมัยคนอื่น ๆ ด้วยในแง่ที่เขาเว้นพื้นที่เบลอ ๆ ไว้ให้ผู้อ่านปะติดปะต่อและจินตนาการเพิ่มเติม กระนั้นช่องว่างหรือความเบลอที่นฤพนธ์ได้สร้างขึ้นก็ไม่ได้มีมากเสียจนกลายเป็นเรื่องเล่าที่ไม่รู้เรื่องหรือเข้าใจยาก ฉันว่าร่องรอยเบลอ ๆ ของหนังสือเล่มนี้พอเหมาะพอดีแล้ว
นอกจากนี้ ฉันคิดว่ารวมเรื่องสั้นเล่มนี้ ไม่จำเจ เพราะมีสีสันบรรยากาศต่างประเทศ ต่างจังหวัด ทั้งต่างพื้นที่และต่างเวลา ไม่จำเจจำกัดกรอบเรื่องไว้แต่เพียงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯหรือช่วงเวลาปัจจุบันเท่านั้น ส่วนภาษาที่ใช้ก็กระชับสั้น สื่อรายละเอียดได้โดยไม่ต้องประดิษฐ์ถ้อยคำเกินจำเป็น
ส่วนเรื่องปก ฉันคิดว่าน่าสนใจในแง่ที่ว่าวรรณกรรมไทยมีชื่อเรื่องและชื่อผู้แต่งเป็นภาษาอังกฤษอยู่บนปกด้วย และอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน เทียบเท่ากับชื่อเรื่องและชื่อผู้แต่งในภาษาไทยด้วย ดังนั้นหน้าปกจึงยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างต่างชาติต่างภาษาซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง ทั้งยังอาจหมายถึงการที่สำนักพิมพ์ผจญภัยตั้งใจโปรโมตให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักแก่ผู้อ่านชาวต่างชาติด้วยก็เป็นได้
นฤพนธ์ สุดสวาท
สำนักพิมพ์ผจญภัย
ตามชะตากรรมของเรื่องสั้นทั่วไป ย่อมได้ลงตีพิมพ์ตามนิตยสารอื่น ๆ มาก่อนหน้านี้ เรื่องสั้นของนฤพนธ์ก็เช่นกัน และรวมเรื่องสั้น ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน ก็ได้ลงรายละเอียดทั้งเดือนปีที่เขียน ที่ได้ตีพิมพ์ครั้งแรก และการปรับปรุงครั้งถัด ๆ มา การทำเช่นนี้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาวรรณกรรมไทยอย่างยิ่ง เพราะทำให้ได้เห็นเส้นทางของเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ๆ และหากเวลาผ่านไปในอนาคต คนที่มาศึกษาก็ไม่ต้องสืบค้นให้วุ่นวายว่าแต่ละเรื่องพิมพ์เมื่อใดที่ใด นี่คือข้อดีประการแรกของหนังสือเล่มนี้ที่ฉันเห็นได้อย่างชัดเจน
เรื่องสั้นทั้ง 8 เรื่อง ล้วนบรรจุบรรยากาศประวัติศาสตร์ไทยที่ติดต่อสัมพันธ์กับคนชาติต่าง ๆ ภูเก็ต สองแคว ปัตตานี ปีนัง นฤพนธ์ไม่ได้นำประวัติศาสตร์มายัดใส่ปากตัวละคร แต่พรรณนาฉากและบรรยายเหตุการต่าง ๆ พอให้ผู้อ่านได้กลิ่นอ่อน ๆ เท่านั้น ขณะที่นฤพนธ์ประดับประดาให้เรื่องสั้นของเขามีสีสันด้วยเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่ค่อนไปทางคำบอกเล่าและตำนาน
แนวเรื่องสำคัญที่ปรากฏให้เห็นแทบทุกเรื่องจากรวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือ ความสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ ซึ่งมีส่วนประกอบของการจากพรากและการรอคอย ตัวละครของนฤพนธ์มีบุคลิกหลากหลาย ทั้งเด็ก หนุ่ม แก่ ปนเปกันไป แต่ตัวละครแทบทุกตัวมีสิ่งที่เหมือนกัน คือการมีชีวิตอยู่กับการรอคอย รอว่าใครคนนั้นจะกลับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "พ่อ" เป็นตัวละครที่นฤพนธ์เอ่ยถึงบ่อยครั้งในหลายเรื่องหลายสถานการณ์ ลักษณะเช่นนี้ชวนให้นึกถึงคาฟคากับพ่อของเขาด้วย ดูเหมือนว่าโดยทั่วไปแล้วนักเขียนมักจะมีก้อนความคิดจำเพาะที่มันจะกล่าวถึงออกมาโดยไม่รู้ตัว และเราสามารถเห็นได้ชัดจากการอ่านรวมเรื่องสั้นของพวกเขา
อย่างไรก็ดี นฤพนธ์ยังมีแนวการเขียนคล้ายนักเขียนไทยร่วมสมัยคนอื่น ๆ ด้วยในแง่ที่เขาเว้นพื้นที่เบลอ ๆ ไว้ให้ผู้อ่านปะติดปะต่อและจินตนาการเพิ่มเติม กระนั้นช่องว่างหรือความเบลอที่นฤพนธ์ได้สร้างขึ้นก็ไม่ได้มีมากเสียจนกลายเป็นเรื่องเล่าที่ไม่รู้เรื่องหรือเข้าใจยาก ฉันว่าร่องรอยเบลอ ๆ ของหนังสือเล่มนี้พอเหมาะพอดีแล้ว
นอกจากนี้ ฉันคิดว่ารวมเรื่องสั้นเล่มนี้ ไม่จำเจ เพราะมีสีสันบรรยากาศต่างประเทศ ต่างจังหวัด ทั้งต่างพื้นที่และต่างเวลา ไม่จำเจจำกัดกรอบเรื่องไว้แต่เพียงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯหรือช่วงเวลาปัจจุบันเท่านั้น ส่วนภาษาที่ใช้ก็กระชับสั้น สื่อรายละเอียดได้โดยไม่ต้องประดิษฐ์ถ้อยคำเกินจำเป็น
ส่วนเรื่องปก ฉันคิดว่าน่าสนใจในแง่ที่ว่าวรรณกรรมไทยมีชื่อเรื่องและชื่อผู้แต่งเป็นภาษาอังกฤษอยู่บนปกด้วย และอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน เทียบเท่ากับชื่อเรื่องและชื่อผู้แต่งในภาษาไทยด้วย ดังนั้นหน้าปกจึงยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างต่างชาติต่างภาษาซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง ทั้งยังอาจหมายถึงการที่สำนักพิมพ์ผจญภัยตั้งใจโปรโมตให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่รู้จักแก่ผู้อ่านชาวต่างชาติด้วยก็เป็นได้
October 16, 2020
ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้อ่านวรรณกรรมไทยนานมาก และเป็นคนอ่านเรื่องสั้นไม่เก่งด้วย ดังนั้นพอได้อ่าน 'ร้านหนังสือแมวฮกเกี้ยน' เลยรู้สึกถูกเบิกเนตรกลายๆ ว่านักเขียนไทยก็มีแบบนี้ด้วยนะ
ไม่ใช่วรรณกรรมตามขนบจ๋าๆ แต่มีความไซไฟ การเมือง หลงทาง ความเขลา ความดื้อรั้น และโรแมนติกแบบคนหนุ่ม ทุกเรื่องตัวละครคล้ายจะดูแข็งแกร่ง แต่ภายในเห็นแต่ความใกล้แหลกสลายเต็มที
เราอาจไม่ถนัดการเดินเรื่องแบบฉับๆๆ และต้องตั้งสติในการอ่านมากขนาดนี้ ถ้าเป็นภาพ เรานึกถึงงานคอลลาจเลย ถ้าใครชอบงานเน้นเสพย์ประสบการณ์ ชอบสาย exotic เราว่าเล่มนี้ตอบโจทย์
Must Read ของเล่มยกให้ 'ไปเก็บปลาดาว' ดีงาม อ่านง่าย(ที่สุดในเล่ม) พล็อต 10 คะแนนเต็ม และรสชาติหลังอ่านจบ... คุณไม่มีทางลืมมัน คะแนนความคิดสร้างสรรค์ให้ 10 เต็มด้วย บวกคะแนนพิเศษเพิ่มให้ เพราะนำเสนอเรียบง่ายด้วย
เกือบทุกเรื่องชูความดิสโทเปียของประเทศไทย อำนาจ ความเหลื่อมล้ำ ชนชั้นกลาง ชนชั้นล่าง ความยากจน สงครามที่ไม่มีวันจบ การเดินวนอยู่กับที่
สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษในเล่มนี้ ยกไว้ความคิดสร้างสรรค์และลูกเล่นเรื่องประสาทสัมผัส เพราะทุกเรื่องมีการผสมองค์ประกอบที่... ไม่น่าจะหยิบมายำรวมกันได้เลยให้กลายออกมาเป็นเรื่องไซไฟ เหนือจริง ด้วยฉากหลังเป็นประเทศไทยอีกต่างหาก(มีปีนัง มาเลเซียเรื่องนึง) การใช้สีและบรรยากาศในเล่มโดดเด่นมาก ส่งให้ 'ร้านหนังสือฮกเกี้ยน'มีรสชาติเฉพาะตัว แบบที่ไม่รู้สึกว่าเคยอ่านอะไรทำนองนี้มาก่อนเลย
และปกสวยมากกกกก แต่น้องแมวในเล่มไม่ใช่แมวฟูอ้วนน่ารักหรอก จัดว่าแสบและดุ มีแมว 1 เรื่อง ส่วนอีก 7 เรื่องที่เหลือไม่มีแมวค่ะ
ไม่ใช่วรรณกรรมตามขนบจ๋าๆ แต่มีความไซไฟ การเมือง หลงทาง ความเขลา ความดื้อรั้น และโรแมนติกแบบคนหนุ่ม ทุกเรื่องตัวละครคล้ายจะดูแข็งแกร่ง แต่ภายในเห็นแต่ความใกล้แหลกสลายเต็มที
เราอาจไม่ถนัดการเดินเรื่องแบบฉับๆๆ และต้องตั้งสติในการอ่านมากขนาดนี้ ถ้าเป็นภาพ เรานึกถึงงานคอลลาจเลย ถ้าใครชอบงานเน้นเสพย์ประสบการณ์ ชอบสาย exotic เราว่าเล่มนี้ตอบโจทย์
Must Read ของเล่มยกให้ 'ไปเก็บปลาดาว' ดีงาม อ่านง่าย(ที่สุดในเล่ม) พล็อต 10 คะแนนเต็ม และรสชาติหลังอ่านจบ... คุณไม่มีทางลืมมัน คะแนนความคิดสร้างสรรค์ให้ 10 เต็มด้วย บวกคะแนนพิเศษเพิ่มให้ เพราะนำเสนอเรียบง่ายด้วย
เกือบทุกเรื่องชูความดิสโทเปียของประเทศไทย อำนาจ ความเหลื่อมล้ำ ชนชั้นกลาง ชนชั้นล่าง ความยากจน สงครามที่ไม่มีวันจบ การเดินวนอยู่กับที่
สิ่งที่เราชอบเป็นพิเศษในเล่มนี้ ยกไว้ความคิดสร้างสรรค์และลูกเล่นเรื่องประสาทสัมผัส เพราะทุกเรื่องมีการผสมองค์ประกอบที่... ไม่น่าจะหยิบมายำรวมกันได้เลยให้กลายออกมาเป็นเรื่องไซไฟ เหนือจริง ด้วยฉากหลังเป็นประเทศไทยอีกต่างหาก(มีปีนัง มาเลเซียเรื่องนึง) การใช้สีและบรรยากาศในเล่มโดดเด่นมาก ส่งให้ 'ร้านหนังสือฮกเกี้ยน'มีรสชาติเฉพาะตัว แบบที่ไม่รู้สึกว่าเคยอ่านอะไรทำนองนี้มาก่อนเลย
และปกสวยมากกกกก แต่น้องแมวในเล่มไม่ใช่แมวฟูอ้วนน่ารักหรอก จัดว่าแสบและดุ มีแมว 1 เรื่อง ส่วนอีก 7 เรื่องที่เหลือไม่มีแมวค่ะ
May 22, 2024
เป็นรวมเรื่องสั้น 8 เรื่องที่ธีมชัดเจน เกาะกลุ่มกันไปแนบแน่น แทบไม่มีเรื่องสั้นเรื่องไหนแตกแถวออกจากเลนที่สร้างเอาไว้เลย
ธีมหลักของทุกเรื่อง กล่าวถึงความปวดร้าวจากอดีตที่ทำให้ตัวเอก ต้องออกเดินทางเพื่อ "ตามหา" อะไรบางอย่าง อาจจะเป็นใครซักคนที่เขานึกถึง สถานที่บางแห่งที่ติดอยู่ในความทรงจำ หรือแม้กระทั่งไม่ได้หาอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องการหาความเงียบเพื่อขบคิดถึงสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดจนต้องหลีกลี้ออกมา
เนื้อเรื่องที่แท้จริง หาใช่การตามหา แต่กลับเป็นผลที่เกิดขึ้นของการออกตามหา ว่าสุดท้ายแล้วจะนำพาตัวเอกไปในทิศทางใด เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางของถนนเส้นนั้นคือการเยียวยา การทิ่มแมงย้ำลงบาดแผล หรือความว่างเปล่าภายในอกที่ถ่างกว้างขึ้น
ภายใต้กระบวนการเพื่อไปถึงจุดหมาย ก็มีการสอดแทรกการเมือง ไซไฟ เรื่องเล่า ตำนาน ประวัติศาสตร์ ในแบบน้ำจิ้มข้างเคียงที่ไม่ได้รบกวนรสชาติของเรื่องเล่า เป็นเพียงส่วนเสริมเพิ่มเติมรสชาติให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
เอาเข้าจริงผมว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกนำเสนอแบบไม่ได้ชัดเจนนัก อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น เป็นการนำเสนอถึงสภาวะของคนที่กลับก็ไม่ได้ แต่ให้ก้าวไปต่อข้างหน้าก็ไม่มีความกล้าพอ เป็นสภาวะของการติดอยู่ในห้วงเวลาที่รู้สึกว่า ณ ตอนนี้่เวลนี้ มันไม่ใช่สถานที่ของตนเอง ไม่อาจคงอยู่บบเดิมโดยไม่ได้ทำอะไรได้ แต่หากจะให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข ก็กลัวเกินกว่าจะลงมือทำ เพราะไม่อาจแน่ใจได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะตามมามันจะดีขึ้นหรือเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่นี้
ความคิดและสภาวะแบบนี้แหละครับที่ผมว่ามันทำงานกับคนยุคปัจจุบันได้ดี (หากเราเห็นภาพสังคมทุกวันนี้ในแบบเดียวกัน) และอาจทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำเมื่อเวลาข้างหน้าได้เดินทางมาถึง
ช่วงเวลาที่สังคมและผู้คนเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเราจะตั้งตัวได้ทัน แล้วเราจะทำอะไรได้มากไปกว่าออกตามหาอะไรบางอย่างเพื่อยึดตัวเองไว้ไม่ให้ถูกเหวี่ยงออกไปจนเท้าไม่อาจแตะพื้น...
ธีมหลักของทุกเรื่อง กล่าวถึงความปวดร้าวจากอดีตที่ทำให้ตัวเอก ต้องออกเดินทางเพื่อ "ตามหา" อะไรบางอย่าง อาจจะเป็นใครซักคนที่เขานึกถึง สถานที่บางแห่งที่ติดอยู่ในความทรงจำ หรือแม้กระทั่งไม่ได้หาอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ต้องการหาความเงียบเพื่อขบคิดถึงสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดจนต้องหลีกลี้ออกมา
เนื้อเรื่องที่แท้จริง หาใช่การตามหา แต่กลับเป็นผลที่เกิดขึ้นของการออกตามหา ว่าสุดท้ายแล้วจะนำพาตัวเอกไปในทิศทางใด เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางของถนนเส้นนั้นคือการเยียวยา การทิ่มแมงย้ำลงบาดแผล หรือความว่างเปล่าภายในอกที่ถ่างกว้างขึ้น
ภายใต้กระบวนการเพื่อไปถึงจุดหมาย ก็มีการสอดแทรกการเมือง ไซไฟ เรื่องเล่า ตำนาน ประวัติศาสตร์ ในแบบน้ำจิ้มข้างเคียงที่ไม่ได้รบกวนรสชาติของเรื่องเล่า เป็นเพียงส่วนเสริมเพิ่มเติมรสชาติให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
เอาเข้าจริงผมว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกนำเสนอแบบไม่ได้ชัดเจนนัก อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น เป็นการนำเสนอถึงสภาวะของคนที่กลับก็ไม่ได้ แต่ให้ก้าวไปต่อข้างหน้าก็ไม่มีความกล้าพอ เป็นสภาวะของการติดอยู่ในห้วงเวลาที่รู้สึกว่า ณ ตอนนี้่เวลนี้ มันไม่ใช่สถานที่ของตนเอง ไม่อาจคงอยู่บบเดิมโดยไม่ได้ทำอะไรได้ แต่หากจะให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข ก็กลัวเกินกว่าจะลงมือทำ เพราะไม่อาจแน่ใจได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะตามมามันจะดีขึ้นหรือเลวร้ายกว่าที่เป็นอยู่นี้
ความคิดและสภาวะแบบนี้แหละครับที่ผมว่ามันทำงานกับคนยุคปัจจุบันได้ดี (หากเราเห็นภาพสังคมทุกวันนี้ในแบบเดียวกัน) และอาจทำงานได้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำเมื่อเวลาข้างหน้าได้เดินทางมาถึง
ช่วงเวลาที่สังคมและผู้คนเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเราจะตั้งตัวได้ทัน แล้วเราจะทำอะไรได้มากไปกว่าออกตามหาอะไรบางอย่างเพื่อยึดตัวเองไว้ไม่ให้ถูกเหวี่ยงออกไปจนเท้าไม่อาจแตะพื้น...
March 21, 2018
ไม่เลวค่ะ 3.5/5 ไม่รู้เพราะเพิ่งไปอ่านสิงโตนอกคอกที่แย่มากมาหรือเปล่า
ทำให้เรื่องนี้ดีกว่าไปเลย เรื่องแรกๆ จะดีมาก มีสไตล์ดี ชอบนะ
น่าเสียดายพอช่วงกลางถึงหลังจะรู้สึกยืดน่าเบื่อไปหน่อย พลังตก
แต่ถือว่าน่าสนใจค่ะ น่าติดตามผลงานต่อไป
ทำให้เรื่องนี้ดีกว่าไปเลย เรื่องแรกๆ จะดีมาก มีสไตล์ดี ชอบนะ
น่าเสียดายพอช่วงกลางถึงหลังจะรู้สึกยืดน่าเบื่อไปหน่อย พลังตก
แต่ถือว่าน่าสนใจค่ะ น่าติดตามผลงานต่อไป
October 22, 2017
รวมๆก็อ่านสนุกดีเลย
อินเพิ่มนิดหน่อยกับเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมภาคใต้ที่พอจะนึกภาพตามได้อยู่บ้าง
อินเพิ่มนิดหน่อยกับเรื่องราวเกี่ยวกับสังคมภาคใต้ที่พอจะนึกภาพตามได้อยู่บ้าง
February 6, 2018
ชอบเรื่องแรกๆของเล่มมาก
เสียดายว่าเรื่องกลางๆ ที่เอาเรื่องสั้นหลายเรื่องมารวมกัน
มันสับสนอยู่สักหน่อยแทนที่จะออกมาดี
เสียดายว่าเรื่องกลางๆ ที่เอาเรื่องสั้นหลายเรื่องมารวมกัน
มันสับสนอยู่สักหน่อยแทนที่จะออกมาดี
February 17, 2018
เนื่องจากไม่ค่อยว่างอ่าน จึงอ่านๆหยุดๆ พอมีเวลาได้อ่านต่อเนื่องยาวๆ วางไม่ลงเลย เหมือนดูหนังผจญภัยอะไรบางอย่าง บางตอนดูเหงา เศร้า และหดหู่ ขนาดรูปเล่มพอดีมือมากชอบเป็นการส่วนตัวเลย
June 3, 2021
พล็อทไม่ได้เด่นโดน แต่ชอบบรรยากาศของทุกเรื่องเลย
Displaying 1 - 8 of 8 reviews









