Jump to ratings and reviews
Rate this book

As it is in heaven ขอสวรรค์จงมาถึง

Rate this book
ไม่อาจรัก หรือเกลียดชัง
สิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างหมดจิตหมดใจได้อีกแล้ว

ในโลกที่ไม่อาจรักหรือเกลียดชังสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างหมดจิตหมดใจ ในความทรงจำที่ไม่เคยหายไปต่อจูบแรกของชีวิต ชายคนหนึ่งออกเดินทางเพื่อตามหาความหมายของคำว่าบ้าน บนเส้นทางซึ่งจะเปิดเผยเรื่องราวของเขากับคนรักเก่าที่หายตัวไป ‘ขอสวรรค์จงมาถึง’ นวนิยายของ ‘ฆนาธร ขาวสนิท’ นักเขียนหนุ่มผู้หยิบจับความรวดร้าวและสับสนของชีวิตมาถ่ายทอดผ่านสำนวนอันลุ่มลึกและแสนคมคาย

256 pages, Paperback

Published March 1, 2017

3 people are currently reading
24 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
7 (14%)
4 stars
8 (16%)
3 stars
23 (46%)
2 stars
8 (16%)
1 star
3 (6%)
Displaying 1 - 12 of 12 reviews
Profile Image for Arthit Thamachart.
15 reviews4 followers
December 3, 2018
“มีวิธีเดียวที่จะทำให้ความโรแมนติกคงอยู่ชั่วนิรันดร์ นั่นคือใครสักคนต้องหายตัวไป ..ตายจากไป ในขณะที่ความเกลียดชังระหว่างคนสองคนยังไม่เกิดขึ้น”

AS IT IS IN HEAVEN ขอสวรรค์จงมาถึง
ฆนาธร ขาวสนิท - เขียน
-------

กลับมาทำความฝันหนึ่งเพื่อพบกับความจริงว่าความฝันหนึ่งหายไป…

หนึ่งในฝันที่ผมกลับมาทำคือ การอ่านหนังสือให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งเล่ม หลังๆ มานี้พบว่าตัวเองมีจำนวนหนังสือที่อ่านจนจบเล่มน้อยถึงน้อยมาก ไม่นับต้นฉบับที่ต้องอ่านเพราะงานที่ทำอยู่ น่าอายเหลือเกินที่อยู่ในแวดวงหนังสือแท้ๆ แต่กลับมีข้ออ้างมากมายให้ไม่ได้อ่านหนังสือ และ “AS IT IS IN HEAVEN ขอสวรรค์จงมาถึง” เล่มนี้คือเล่มแรกที่ตะลุยอ่านจนจบลงหลังหมุดหมายความตั้งใจเริ่มขึ้น

ตลกร้ายก็คือ หนังสือเล่มนี้ดันทำให้อีกฝันหนึ่งของผมถูกพับ ผมฝันไว้ว่าอยากจะเขียนนิยายสักเรื่องโดยมีฉากหลังเป็นเพลง “ฉันจะฝันถึงเธอ” ของ “สุภัทรา อินทรภักดี” แต่เพลงนี้ถูกใช้ไปเสียแล้ว เป็นความเศร้าซึมลึกเมื่ออ่านถึงข้อความที่ชื่อเพลงปรากฏบนหน้ากระดาษ เรามาช้าไป การไม่ใช่คนแรกของสิ่งใด การทำซ้ำเหมือนใครและใครไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีเลย หากวันหนึ่งลงมือเขียนของตัวเองให้เสร็จจริงๆ เพลงนี้จะไม่มีวันถูกเลือก

กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าผู้เขียนใช้ "ฉันจะฝันถึงเธอ" ในจังหวะเหมาะเจาะเหมาะสมกับเนื้อหาดียิ่ง ทุกคราที่เขาเล่าเรื่องโดยมีมันเป็นส่วนประกอบช่างสวยงามลงตัว ร่วมด้วยเพลงอื่นอีกสองสามเพลงแล้วยิ่งขับชัดว่าขณะนั้น ภาพ เสียง บรรยากาศ ความรู้สึกของตัวละครเป็นอย่างไร ซึ่งนี่ถือเป็นข้อดีหนึ่งในไม่กี่ข้อของนิยายเรื่องนี้ที่ผมรู้สึก ขออภัยที่พูดตรง

นอกนั้นก็ไม่ถือเป็นข้อเสีย เพียงแต่เป็นข้อที่ไม่เป็นเป็นมิตรต่อคนอ่านสักเท่าไหร่ ข้อใหญ่สุดคือการที่ผู้อ่านต้องใช้ความพยายามในการตามเรื่องอย่างยิ่ง ทั้งเหตุการประหลาดๆ ไม่สมเหตุสมผล ข้อมูลที่มากระจัดกระจาย การยัดเยียดความรู้สึกให้รู้สึก ขณะอ่าน ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของผู้เขียนที่หมายใจจะสื่อสารกับคนเพียงคนเดียว สิ่งใดสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่สนใจคนอ่านอื่นใดเลย พูดได้ว่าเหตุการณ์ องค์ประกอบ บทพูด สัญลักษณ์ ทุกอย่างเกิดจากเศษส่วนความทรงจำของผู้เขียนเอง เป็นเหมือนประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องจริงส่วนตัวที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องแต่งโดยไม่บิดดัด เติมรายละเอียด ไม่คลี่คลาย เอาแต่ขมวดทิ้งไว้เป็นจุดๆ โดยอาจรู้หรือไม่รู้เลยว่าคนอ่านไม่ได้มีความเข้าใจโครงสร้างเรื่องโดยสมบูรณ์ทั้งหมดแบบเจ้าของเรื่อง นั่นทำให้คนวงนอกที่ไม่มีประสบการณ์ร่วมต้องเผชิญกับความยากลำบากในการตัดสินใจว่าจะตามต่อดีหรือไม่ จะตามก็เป็นไปแบบหน่ายๆ ไม่ตามก็กลัวพลาดอะไรดีๆ ไป

ผมอาจเข้าใจผิดก็ได้ แต่ยอมรับว่ารู้สึกแบบนั้นจริงๆ บวกกับเส้นเรื่องไม่กระตุกกระตุ้น ไม่ลาก ไม่จูง เป็นไปแบบเอื่อยไหลเนิบนิ่ง และที่สำคัญคือการอัดใส่บทสนทนาและท่อนความคมคายที่ไม่มีทางพบเจอได้ในชีวิตประจำวันเข้ามามากเกินจะรับไหว ยิ่งทำให้อยากวางมันลงหลายครั้งเหลือเกิน แต่ก็มีหลายท่อนเหมือนกันที่สมควรขีดเส้นใต้ไว้อ่านอีกครั้งเพราะมันกระตุกให้รู้สึกได้ ยกตัวอย่างเช่นที่จั่วหัวไว้บนสุด กับบางส่วนข้างล่างนี้

"ไม่อาจรัก หรือเกลียดชังสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างหมดจิตหมดใจได้อีกแล้ว"

“มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ลุ่มหลงตัวเองอย่างร้ายกาจนะเจ้าเหมียว ถ้าไม่ลุ่มหลงตัวเอง เราคงไม่มีวันกรีดน้ำตามาบอกเล่า ไม่มีวันทำตัวเบื้อใบ้ไม่รู้สึกรู้สา หลังหัวใจเพิ่งแหลกสลาย เฉไฉออกนอกเรื่อง เมื่อถูกถามถึงความเศร้าสร้อยที่ปรากฏอยู่ในแววตา ทั้งที่อยากให้ใครสักคนเอ่ยปากซักไซ้แทบขาดใจ เหมือนที่ฉันยังไปทำงานทุกวันหลังแกตาย ‘ดีดีดี’ ฉันมักตอบใครต่อใครแบบนี้ ทำราวกับชีวิตเป็นปกติ แต่ก็ยังลักลอบนำเศษซากของความอาลัยมาบิผสมลงไปในมวลอากาศทีละนิด เพื่อให้ใครสักคนรับรู้ว่าฉันกำลังเศร้า”

“เวลาเป็นเรื่องลึกลับพอๆ กับความรัก ทั้งสองสิ่งสัมพัทธ์กับความรู้สึกอย่างไม่อาจแยกขาด การปิดตาหลับใหลโดยไร้ฝันยาวนานสักยี่สิบปี อาจสั้นแสนสั้นยิ่งกว่าวินาทีที่คนคนหนึ่งฝันสลาย”

ฯลฯ

นอกเหนือจากไฮไลท์เชิงความสัมพันธ์และความรู้สึกที่ว่านั่นแล้ว สิ่งที่ทำให้รู้สึกสงสัยอย่างมากเป็นท่อนความต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเรื่องเกี่ยวกับงานเขียน งานศิลปะ เหมือนจะสื่อกับตัวละครในเรื่อง ขณะเดียวกันก็สื่อกับคนอ่านที่กำลังตั้งข้อสังเกตในนิยายเรื่องแรกของเขาไปด้วยในคราวเดียวกัน เช่น คำพูดจากปากบรรณาธิการสาวของพระเอกที่ว่า “จงอย่าเขียนนิยายที่ตัวละครไม่มีชื่อ เพราะมันจะไม่มีวันทำให้ใครร้องไห้” เป็นต้น ใช่ ผู้เขียนไม่เลือกตั้งชื่อให้ตัวละครตัวใดเลยนอกจากชื่ออุปโลกน์อย่าง กาตารีนา การไม่ตั้งชื่อบวกกับการไม่อธิบายบุคลิกลักษณะใดๆ ยิ่งทำให้เราไม่มีภาพในหัวให้จินตนาการถึงเลย ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยสรรพนามแทนตัว แทนคนอื่น แทนสิ่งอื่น นี่ไม่น่าใช่ความอ่อนด้อยที่ไม่คาดคิดของผู้เขียน กลับกัน ทั้งเรื่องถูกวางอย่างจงใจ ใส่ใจ พอใจให้เป็นแบบนั้น ไม่ต้องมีชื่อ ไม่ต้องบอก ไม่ต้องตามก็ได้ เป็นความพอใจที่จะเขียนแบบนี้ แค่นี้ บางทีอาจพูดแรงกว่านั้นว่ากูไม่ได้คุยกับมึง เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่มีข้อความดักคอแฝงบอกประมาณนี้ปรากฏมากมายทั้งเรื่องเป็นแน่ ยกตัวอย่างบางส่วนข้างล่าง

“งานศิลปะที่ดี จะถูกสร้างขึ้นต่อเมื่อคุณรู้ว่าต้องการสร้างมันให้ใครดู แต่งานศิลปะที่ยอดเยี่ยม จะถูกสร้างขึ้นได้ต่อเมื่อคุณปรารถนาจะอุทิศมันให้แก่ใครสักคน”

“และที่สำคัญ ไม่ควรเขียนนิยายที่ตัวเอกเป็นนักเขียน กวี ศิลปิน หรืออะไรทำนองนั้น เพราะคุณจะไม่มีทางหลีกหนีรอยยิ้มเหยียดหยามจากคนอ่านได้เลย”

“นิยายรักของคุณคงไม่ใช่นิยายรักที่ดีนัก พูดให้ชัด คงเข้าขั้นน่าเบื่อ”

เป็นต้น

ความรู้สึกหลังอ่านเป็นไปแบบแปลกแปร่ง โหวงหวิวพิลึก แต่ไม่ติดใจติดค้าง จบแล้วจบกัน แม้จะมีเส้นเรื่องและข้อความที่กระตุ้นให้ผมหรือใครที่ได้อ่านคิดถึงใครสักคนที่พลัดหายไปจากชีวิตอยู่ตลอดเรื่อง กระนั้นก็ไม่มากขนาดที่สามารถผูกโยงร่วมตามไปด้วยความรู้สึกที่ว่า “ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน” “ฉันก็เคยเจอแบบเธอ” ไม่เลย เป็นเพียงสะเก็ดที่สะกิดเป็นครั้งๆ แล้วผ่านไป ไม่เกี่ยว ไม่เชื่อมโยง เหมือนนั่งดูเรื่องส่วนตัวของคนอื่นที่ส่วนตัวมากๆ แล่นไป แรกๆ อาจอยากรู้อยากเห็น แต่พอเห็นบางส่วนแล้วก็หน่ายจนหมดความสนใจเพราะมันไม่ได้น่าสนใจอะไรนัก

ถามว่าหากมีผลงานของนักเขียนท่านนี้ออกมาอีกจะตามไหม คำตอบคืออยากลองอ่านในวันที่เขาเขียนเรื่องที่สื่อสารกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนเพียงคนเดียวดูสักครั้ง เพราะส่วนตัวเชื่อว่า ด้วยทักษะที่มีและฉายชัดอยู่ในหลายรายละเอียดของเรื่อง แสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะเขียนเรื่องดีๆ ที่เมื่ออ่านจบแล้วจะตกค้างติดอยู่ในใจคนอ่านได้ในสักวันหนึ่ง

สำหรับเล่มนี้ น่าเสียดายที่สวรรค์ไม่มาถึง
แต่ปกโคตรสวยเลยพับผ่า

#อาทิตย์ละเล่ม
Profile Image for top..
510 reviews116 followers
January 29, 2020
ผู้เขียนใช้สำนวนการเขียนที่บางครั้งทำให้นึกถึงไส้เดือนฯ แต่ไม่พริ้วเท่า เอาแค่บางครั้งเราอ่านเจอลูกเล่นการซ้ำประโยค เช่น เป็นประวัติศาสตร์ นิทานปรัมปรา ที่ไม่ถูกจดจาร ฯลฯ เราก็แทบจะวางเพราะรำคาญ (โดยเฉพาะเมื่อมันออกมาจากปากผู้ชายนิสัยแบบในเรื่อง) ไม่มานั่งละเลียดอ่านเอาความทีละประโยคๆ เหมือนเล่มอื่นสักเท่าไร

นอกจากภาษาที่เยอะ ตัวเรื่องยังระดมอัดสตอรี่ไร้เหตุผลที่มาจากมหาศาลตัวละคร จนเราจับจุดไม่ถูก ตอนนี้ก็ยังงงอยู่ว่าตกลงใครเลี้ยงดูตัวละครเอกตอนเด็กฟะ และเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร a b c d ที่โผล่มานิดหน่อยแค่เป็นสีสัน (แต่ก็ดันมาเพิ่มความสับสนในเรื่องเข้าไปอีก) สำหรับเรามันให้ความรู้สึกเหมือนผู้เขียนเสียดายไอเดีย เลยยัดมาใส่แบบไม่มีเบรก เล่ามาทั้งพ่อ แม่ ปู่ ย่า อา ลูกสาวอา แฟนลูกสาวอา พี่ชาย แฟนสาว แม่ของแฟนสาว ผัวของแม่ของแฟนสาว แฟนคนแรกของแฟนสาว แฟนเก่า แฟนของแฟนเก่า อาจารย์มหาลัย เจ้านาย ฯลฯ จนนี่โฟกัสไม่ถูกละจ้า

อย่างไรก็ดี แม้จะเหนื่อยกับการอ่าน แต่เราก็รู้สึกมาสนุกในช่วงท้ายๆ (สารภาพว่าช่วงกลางอ่านแบบกวาดตาหาเส้นเรื่องอย่างรวดเร็ว) คิดว่าถ้าทำให้เรื่องกระชับขึ้น ลดทอนเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผลหลายๆ อย่างน่าจะทำให้ภาพรวมหนังสือออกมาดีกว่านี้ครับ

ปล. ที่จริงก็ชอบหลายวรรค แต่ขี้เกียจเปิดหามาพิมพ์ลง เหนื่อยอ่าน
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books109 followers
May 10, 2017
ชื่นชมความพยายามของผู้เขียน แต่บอกตามตรงว่าไม่ชื่นชอบสไตล์ iNovel และการกระทำกับผู้หญิงที่เป็นเพียงวัตถุแวดล้อมของตัวเอง
Profile Image for Bighead_Monster.
338 reviews
August 28, 2023
นิยายปกสวยแสนดึงดูด #ขอสวรรค์จงมาถึง จะพาเราเข้าไปสู่โลกของชายผู้ซึ่งออกเดินทางเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต+เรื่องราวความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมาถ่ายทอดผ่านเส้นเรื่องพร่า ๆ เลือน ๆ แต่ดำเนินไปด้วยสำนวนแพรวพราวบนเหตุการณ์ที่ดูเหมือนความจริงปะปนความฝัน
---
เรื่องราวของชายผู้หนึ่งที่มีสิ่งติดตรึงในความทรงจำ+ความสับสนภายในใจ เริ่มจากการออกเดินทางกลับบ้าน ไปงานศพญาติผู้ใหญ่ สถานที่เก่า ละแวกบ้านวัยเด็ก-วัยรุ่น คนรักที่หายตัวไป รักแรก จูบแรก ฯลฯ เปิดเผยเรื่องราวทั้งเรื่องของอดีต+ปัจจุบัน ตามหาความหมายของชีวิต เพื่อเคาะตะกอนความทรงจำของตน

การเล่าจะแบ่งออกเป็นตอน ๆ พอให้ค่อย ๆ ได้ซึมซับเหตุการณ์ ให้ได้ดำดิ่งไปกับความคิดและความทรงจำ ได้สะสมเรื่องราวของตัวละครเหมือนไล่ดูนิทรรศการงานศิลป์ เพราะภาษาสละสลวยแถมยังอ่านง่าย ศัพท์แสงไม่ได้เข้าใจยาก แต่สิ่งที่เข้าใจได้ยาก คือส่วนของการดำเนินไทม์ไลน์เนื้อเรื่องและปมของเรื่อง

เนื้อเรื่องดำเนินเหมือนเพลงแจ๊สบรรเลงเรื่อยในท่อนซ้ำ ๆ ฟังได้แต่อาจจับใจความไม่ได้ทั้งหมด มีเพียงทางเดียวคือต้องไหลไปตามตัวอักษรเหล่านั้น เป็นนิยายที่เน้นขับเคลื่อนด้วยการบรรยาย ในส่วนของบทสนทนาทั้งที่พูดกับตัวเองและพูดกับตัวละครอื่น ๆ ก็ดูเหนือจริง ฟุ้งบ้าง เรียลบ้าง ไล่ระดับเปลี่ยนเนื้อหาไปเรื่อย

อ่านไปช่วงแรกชอบเพราะสำนวนแพรวพราว นั่งจับประเด็นเรื่องราวความทรงจำของตัวละครไม่มีชื่อมาเล่าเรื่องระหว่างความจริงกับความฝัน(แรก ๆ หนุกหลัง ๆ ล้าละ) ฟีลเหมือนอ่านนิยายลุงมูราคามิผสมกับคุณวีรพร กลิ่นอายลูกผสมของหนังสือทั้งสองท่าน แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ดีหรือไม่ดี มันขึ้นอยู่กับคนที่อ่านด้วยว่าชอบหรือไม่ชอบ

โดยรวมแล้วยังไม่ลึกพอจะให้อินถึงอารมณ์ของเหตุการณ์ องค์ประกอบเชิงสัญลักษณ์ล้วนกระจัดกระจายเหมือนถูกจับมาเล่าเรื่อย ๆ จากเศษเสี้ยวความทรงจำ แล้วนำมาถ่ายทอดให้เกิดบรรยากาศ ตัวละครก็เยอะแต่ท้ายสุดแล้วจะไม่สามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องราวเหล่านั้น ขมวดปมทิ้งไว้หลายจุดแต่ก็ทิ้งไปซะอย่างนั้น
Profile Image for Anness.
111 reviews46 followers
February 22, 2018
หลังจากได้อ่าน the otherness เราก็ไปควานหางานเล่มอื่นๆ ของนักเขียนคนนี้มาอ่านต่อ
หลายคนแนะนำเล่มนี้ และเราก็ชอบเล่มนี้กว่า the otherness ด้วย
เราว่าแพงเหมาะกับการเขียนเรื่องยาว ต้องดำดิ่งไปเลย เพราะเแค่รื่องสั้นไม่พอจริงๆ
ซึ่งฆนาธรก็พิสูจน์ให้เราเห็นว่าเขามีของจริงจากเล่มนี้ ใส่มาทุกอย่างจนบางครั้งดูล้นแต่ก็เต็มไปด้วยพลัง
จะว่าแพรวพราวมากไหม ก็ใช่ แต่เราเข้าใจได้ว่าการเขียนหนังสือแต่ละเล่ม
จะมายั้งๆ ก็เสียดาย เกิดหนังสือเล่มนั้นเป็นเล่มสุดท้ายจะทำยังไง

นอกจากสำนวนภาษาที่เก่าฉกาจแล้ว ประเด็นเรื่องการปะติความทรงจำ ตัวละครไร้ชื่อ ภาวะกะพร่องกะแพร่งของความจริงกับความฝัน การซ้อนทับทับซ้อนของอดีตและปัจจุบัน ก็ทำให้กวนแกว่งความทรงจำเราขึ้นมาได้เยอะ
อ่านแล้วรีเลทเป็นบ้า ใครที่อายุ 20 กว่าๆ น่าจะอินได้มากๆ
ถือว่าเข้าลิสต์หนังสือที่ชอบมากๆ ไปเลย อ่านแล้วให้ vibe ของไส้เดือนตาบอดฯ
แต่เป็นจากฝั่งผู้ชาย ที่ใช้ ‘ผม’ เป็นคนเล่าเรื่อง
เราชอบที่มีการหยิบจับเอาประวัติศาสตร์ทรงจำของตัวละครมาปะปนกับสิ่งสมัยใหม่อย่างโซเชียลฯด้วย
ยิ่งพอรู้ว่าคนเขียนอายุ 20 กลางๆ ก็อยากไปเจอเขาเพื่อบอกคำชื่นชม
มาร์กชื่อ ฆนาธร ขาวสนิท ในลิสต์นักเขียนที่ชอบไว้ในใจเรียบร้อย
Profile Image for Innerpeace.
39 reviews3 followers
June 12, 2017
เราเสียดายมากเลยอ่ะ ปกสวย ชื่อดี เราซื้อมาอ่านพร้อมกับเรื่องสั้นของผู้เขียนท่านเดียวกัน แล้วเจอปัญหาเหมือนกัน คือเป็นคนแพรวพราวและตั้งใจพลังงานเยอะเราอ่านแล้วสามารถมองออกเลยนะ แต่มันขาดความลึกจริงๆ อย่างเช่นการฆาตกรรมแมวในเรื่องอ่ะใครทำและทำไปทำไม สุดท้ายมันกลายเป็นว่าตั้งโจทย์มาให้ดูแปลกแต่ไม่ค่อยได้ใส่ใจมันจริงๆ คือเราเป็นกำลังใจให้นะเชื่อว่าผู้เขียนต้องพัฒนาไปได้มากกว่านี้แน่ในอนาคต
Profile Image for ppanicha.
32 reviews18 followers
May 18, 2019
เลือกซื้อเพราะชื่อหนังสือ,ปกและคำแนะนำด้านหลัง. เป็นหนังสือที่ดี เนื้อเรื่องในตอนปรกช่วนอ่านและน่าติดตาม. การตั้ฃโจทย์และตีโจทย์แตกบ้างไม่แตกบ้าง ไม่ได้น่าเบื่อแ��่ก็มีความไม่ประติดประต่อ
การปฏิบัติต่อตัวละครหญิง ทำให้เกิดความติดลบ บ้าง
บรรยากาศที่สร้างทำให้นึกถึงหนังสือของมารุกิ มูราคามิ อยู่นิดๆ
โดยรวมถือว่าดีครับมีความพยายามนำเสนอ
ตัวละครมีความค่อยๆแสดงออกถึงโรคซึมเศร้า ที่สุดท้าย ผมยอมรับการจุดยืนเรื่องการอัตวินิบาตกรรม
“ผมไม่อาจรักหรือเกลียดสิ่งใดอย่างหมดจิตหมดใจได้อีก”
Profile Image for Kumlaifact.
12 reviews2 followers
June 21, 2018
คิดว่าน่าจะเป็นนิยายเล่มแรกของผู้เขียน
เราว่าเขียนดีนะคะ น่าจะพัฒนาได้อีกเยอะ
อย่างน้อยตอนนี้เรื่องภาษาการบรรยายสร้างบรรยากาศ
ทำให้เราอินกับเรื่องได้ระดับนึงเลย ให้ 4 ดาวเป็นกำลังใจ
และติดตามผลงานชิ้นต่อไปค่ะ
Profile Image for Whale Read.
414 reviews33 followers
August 8, 2019
feeling เหมือน norwegian wood มากๆ
เนื้อเรื่องไม่ชัดเจนขนาดหนัก
จบแล้วยังไม่เคลียร์
เป็นปมซ้อนปมที่หนักหน่วง
จบด้วยการฆ่าตัวตาย

งง สัด

"นิยายประกอบสร้างความทรงจำของมนุษย์ที่ไม่อาจรักหรือเกลียดสิ่งใดๆได้อีก"

สำนวนดีแต่จุดอ่อนคือเนื้อเรื่อง

ฉากแมวถูกตัดหัวคือน่ากลัวสัด
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Savagerecore.
17 reviews3 followers
July 28, 2018
2.5-3 ดาว

หลายจุดยังเพ้อไปนิดโดยไม่จำเป็น
Profile Image for Suhaila Binyoh.
128 reviews4 followers
May 1, 2018
As It Is In Heaven ขอสวรรค์จงมาถึง

นวนิยาย ที่กว่าจะอ่านจบ ทำเอาปาดเหงื่อ
ใน ความเรียบง่าย มี ความซับซ้อน เต็มไปหมด 😓
“...แต่ถ้าลองเป็นเฟรนด์กันในเฟซบุ๊คดู สัมผัสความหลงตนอันน่ารังเกียจของมนุษย์
ท่านอาจพบว่า เราจะไม่อยากหยิบหนังสือของพวกเขาขึ้นมาอ่านอีกแล้ว”

ประโยคที่ชวนให้นึกถึง ใครบางคน ><"
Displaying 1 - 12 of 12 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.