นิยายเรื่องยาว เน้นว่ายาวจริง ๆ เพราะนอกจากจะหนาถึง 618 หน้าแล้ว ผู้แต่งใช้เวลายาวนานข้ามปี กว่าเราจะได้หนังสือสวย ๆ เล่มนี้มาเชยชม จะว่าไปแล้วแอบคิดถึงฝีมือคุณสุชาคริยา เพราะเรื่องนี้ทิ้งห่างเรื่องล่าสุดคือ สาปหฤหรรษ์เกือบ ๆ 2 ปี แต่ยังไงก็ไม่ลืมนักเขียนมากฝีมือคนนี้ นาน ๆ ทีก็ควักเอาพักตร์อสูรกับม่านลวง สองเรื่องโปรดขึ้นมาอ่านระหว่างรอพอให้หายคิดถึงได้หน่อยนึง
พูดถึงปกก่อน ที่ต้องบอกว่า สวยมาก คลาสสิค ลายพิมพ์สปอตยูวีเป็นตัวนูน งามแต๊งามว่า
แม้ว่าตัวเล่มหนาแล้วก็หนักไปนิด แต่เพราะได้เตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ เลยฟิตกำลังแขนไว้ล่วงหน้า สบายใจหายห่วง นอนอ่านรวดเดียวยันเช้าโดยไม่ปวดแขนแต่อย่างใด
*****
เรื่องนี้เขียนโดยอ้างอิงข้อมูลตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณ มีตัวละครค่อนข้างเยอะ และสารพัดเทพ ผู้แต่งมีสรุปภาพเทพเจ้ากรีกในตำนานไว้ทั้งด้านหน้าเล่ม และเชิงอรรถท้ายเล่ม
นางเอก : ขวัญจิตสรวง นักจิตเวทหญิงไทย ซึ่งโดนคนไข้โรคจิตบีบคอจนตาย วิญญาณข้ามภพข้ามมิติไปเข้าร่างองค์หญิงไซคี ธิดากษัตริย์แห่งเมืองสกาติร่าในยุคกรีกโบราณ
พระเอก : เอียรอส เทพผู้สร้างความรัก (กามเทพ) แต่กลับไม่สามารถเข้าใจความรักอันลึกซึ้ง
รูปงามเหนือผู้ใด ไม่นิยมปรากฏกาย ฉลาดเฉลียว มีชื่อเสียงครองตนได้ดีงามที่สุดในบรรดาเทพบนโอลิมปัส เป็นเทพผู้มีประวัติลึกลับซับซ้อน
ตัวละครหลักอื่น ๆ : (อยากจะเรียกว่าตัวร้ายทั้งหมดยกเว้นพ่อพระเอก)
-มหาเทพซุส ราชาแห่งโอลิมปัส เทพแห่งสายฟ้า ปู่ของเทพเอียรอส หลงใหลคลั่งใคล้ไซคีและอยากได้นางมาครอบครองจึงต้องแก่งแย่งกับเทพโพไซดอนซึ่งเป็นพี่ชายของตนเอง
-มหาเทพีเฮร่า ราชินีแห่งโอลิมปัส เทพีแห่งการวิวาห์และการกำเนิด ย่าของเทพเอียรอส ครองตำแหน่งสุดยอดเมียขี้หึงมหาโหดที่สุดบนโอลิมปัส
-อโฟรไดต์ เทพีแห่งความงามและความใคร่ แม่ของเทพเอียรอส ขี้อิจฉาผู้หญิงทุกคนที่สวยกว่าตนเอง
-ฮีฟีสทัส เทพแห่งช่าง พ่อของเทพเอียรอส เป็นผู้สร้างอาวุธให้กับเทพเจ้าทั้งหมด
-โพไซดอน เทพเจ้าแห่งมหาสมุทร ครอบครองทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนียน เราตั้งสมญานามว่า ‘เทพบ้ากาม’ เพิ่มให้อีกตำแหน่งนึง เพราะเจ้าชู้และเสเพลแบบไม่แคร์ศีลธรรม ลูกเขาเมียใครข้าไม่สน คลั่งไคล้หลงใหลอยากได้ไซคี เจ้าเล่ห์ร้ายกาจแบบหน้าไม่อาย หาทางขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มมหาอำนาจในสภาเทพแห่งโอลิมปัสแทนมหาเทพซุส
-อเธน่า เทพีแห่งปัญญาและสงคราม หลงรักเทพเอียรอส ร่วมมือกับโพไซดอนเพื่อหาทางกำจัดไซคีให้พ้นทาง
ผู้ช่วยพระเอก :
-แอนเดรอัส ธนูทองคำช่างจ้อ เป็นข้ารับใช้ของไซคี
-อีราสตัส ธนูแห่งความรัก สุภาพเรียบร้อย เป็นอาวุธคู่กายของเอียรอส
-เมลน่า พี่เลี้ยงของเอียรอส เป็นฮาร์พี (อสูรผู้รับใช้เทพซุส ตัวเป็นคน มีปีกเหมือนนก มีความสามารถในการส่งข่าวสารได้รวดเร็ว จับตามองเหยื่อได้เก่งมาก)
****
เรื่องย่อ แบบมีสปอยล์เล็กน้อย ไม่ต้องห่วงจะเสียอรรถรส เพราะเนื้อหาในเล่มเหลืออีกเพียบ
ยามองค์หญิงไซคีถือกำเนิด พระบิดาคือกษัตริย์เกิดนิมิตถึงแผ่นดินสกาติร่าโดนทำลายล้างอย่างน่าสะพรึงกลัว โดยนิมิตล้วนเกี่ยวพันกับองค์หญิงไซคี
แม้แต่ยามเป็นทารกหญิงที่ความงามมีชื่อเสียงระบือไกล ทำให้เป็นที่ริษยาจากบรรดาเทพี ยิ่งคนสรรเสริญความงาม อาการป่วยของนางก็ยิ่งกำเริบ สกาติร่าก็ยิ่งพบภัยพิบัติมากมาย ประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคประหลาด ท้องทะเลคุ้มคลั่ง ตลอดหลายปีหลังจากนั้นสกาติร่าเป็นเหมือนนครต้องสาป
จนองค์หญิงอายุได้ 16 ปีจึงมีคำทำนายให้มอบองค์หญิงเป็นเครื่องสังเวย ให้เข้าพิธีวิวาห์กับอสูรเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข นางจึงฆ่าตัวตายเพื่อหนีการแต่งงาน
กษัตริย์จึงรีบทำพิธีสลับวิญญาณผู้อื่นที่เหมาะสมมาเป็นตัวแทนเจ้าสาวของอสูร เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ขวัญจิตสรวงซึ่งถูกคนไข้โรคจิตของตัวเองบีบคอจนตาย วิญญาณข้ามมิติมาเข้าร่างองค์หญิงไซคี แต่เกิดความผิดพลาดเพราะเมื่อไม่มีร่างใหม่ แทนที่จะสลับวิญญาณกัน วิญญาณขององค์หญิงไซคีจึงดับสลาย ดังนั้นความทรงจำ อากัปกิริยา ท่าทาง ความรู้ ตัวตน การแสดงออกขององค์หญิงไซคีถูกส่งต่อให้กับวิญญาณของขวัญจิตสรวงจนหมดสิ้น
เมื่อเสร็จพิธีองค์หญิงไซคีถูกนำไปทิ้งไว้ที่ยอดผาเพื่อให้อสูรมารับไปเป็นชายาตามคำทำนาย
เอียรอส...เทพเจ้าแห่งความรัก มองเห็นปัญหาและความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดเพราะไซคีเป็นที่ต้องการของทั้งมหาเทพซุสและโพไซดอน รวมถึงเทพีขี้อิจฉาอีกสามองค์ เขาจึงร่วมมือกับเทพอพอลโลสร้างอุบายเรื่องคำทำนายให้มอบไซคีเข้าวิวาห์กับอสูร โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเอียรอสสวมรอยเป็นอสูรนั้น และรับไซคีมาไว้ในปกครองของตนเอง ซึ่งเป็นเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อความสงบสุขของส่วนรวม
เอียรอสแสดงตัวเป็นอสูรอัปลักษณ์ล่องหนคู่วิวาห์ของไซคี ตอนที่มาเจอกับไซคี เขาสัมผัสได้ว่านางไม่เหมือนไซคีที่ตนเคยเจอ แต่ก็ไม่ได้เอะใจ เพียงแต่ข่มขู่ให้ไซคีไม่กล้าดื้อรั้นหนีไป และให้พี่เลี้ยงคือเมลน่าเป็นผู้ตามดูแล
เทพทั้งหมดพุ่งเป้ามาที่เอียรอสเมื่อรู้ว่าไซคีถูกนำไปสังเวยแก่อสูร ล้วนคิดว่าเอียรอสต้องมีส่วนรู้เห็น ซุสกับโพไซดอนโกรธที่เอียรอสไม่นำไซคีมาให้ตน แล้วยังไม่รู้ว่าไซคีถูกอสูรตนไหนพาตัวไป ประมาณว่าหากรู้ก็จะตามไปชิงตัวกลับมา
7 เดือนผ่านไป สถานการณ์มีแต่จะเลวร้ายลง เอียรอสเห็นว่าคงไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ จึงตัดสินใจเข้าหามหาเทพีเฮร่าผู้เป็นย่า (ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่กรณีคนสำคัญที่ต้องการกำจัดไซคี) ให้เป็นผู้ประทานสมรสให้ตนกับไซคี
ตรงนี้มีการชิงไหวชิงพริบ หยั่งเชิงกัน วางอุบายแย่งชิงความเป็นต่อ
เมื่อกลับมาหาไซคี เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจากความเป็นคนมีจิตใจอันดีงาม มีเพียงความบริสุทธิ์ใจและความปรารถนาดีมอบให้ผู้อื่นเสมอ จึงยิ่งถูกดึงดูดให้เข้าใกล้
เอียรอสซึ่งช่วงแรกเย็นชา พอกลับมาคราวนี้ก็เริ่มจีบ กรุ้มกริ่ม ขยันหยอด หยอกเย้า วนเวียนโปรยเสน่ห์ เอ่ยปากฝากรัก แม้คิดว่าตนเองไม่สามารถรู้สึกถึงคำว่ารักที่แท้จริง แต่ก็ตั้งใจจะซื่อสัตย์และอุทิศตนเพื่อปกป้องไซคีและทุกคนที่ตนเองรัก
เอียรอสวางเงื่อนไขกับไซคีว่า ‘จงอย่าหาวิธีใด ๆ เพื่อให้เห็นใบหน้าของข้า มิฉะนั้นจะได้รับโทษทัณฑ์อย่างหนัก’
ไซคียอมวิวาห์เป็นชายาอสูร ไม่รังเกียจที่มองไม่เห็น และยอมรับเอียรอสได้ทุกอย่าง
เอียรอสซึ่งแม้เป็นเทพแห่งความรัก แต่เพราะมีเบื้องหลังและความเป็นมาอันสูงส่ง ทำให้มีชีวิตที่เหมือนทั้งพรและคำสาป คือ ไม่สามารถอยู่ใกล้คนที่มีจิตใจร้ายกาจ เพราะจะได้กลิ่นความเลวร้ายของจิตใจ กลิ่นริษยาอาฆาตมาดร้าย ทำให้ต้องอยู่ห่างทุกคน แม้แต่แม่ของตนเอง
แม้อยากจะรัก...แต่กลับไร้ความรู้สึกรัก
แม้อยากเข้าใกล้...แต่กลับไร้ความเสน่หาเช่นบุรุษผู้พร้อมพลีกาย
อยากเชยชมสตรีใด...แต่ครั้นพบ...ต้องถูกทรมานจากกลิ่นอายเหม็นจัดเสียดจมูกของจิตใจและจากการกระทำของผู้คน
คิดว่าตนเองไม่สามารถรัก ไม่ต้องการความรัก แต่หารู้ไม่ว่าตนเองตามหาจิตวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งอันบริสุทธิ์ซึ่งคอยส่งเสริมเคียงข้างและเข้ามาเติมเต็ม...สตรีผู้คู่ควรเพียงหนึ่งเดียว
ความฟินเริ่มต้นหลังจากแต่งงาน ฉากเข้าหอของสองมือใหม่ที่อ่อนหวานและฟินจนน่าอิจฉา เอียรอสที่ยิ่งหลงใหลในความรักซึ่งตนเองไม่เคยคิดว่าจะมีได้
ในขณะที่ฝ่ายเทพและเทพีอื่นยังไม่ยอมวางมือทั้งจากความปรารถนาในตัวไซคีและความริษยาจึงพากันลงมืออย่างหนัก ในที่สุดเอียรอสก็พลาดท่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ไซคีต้องเสียสละตนด้วยความยากลำบากเพื่อพาเอียรอสไปรักษา จนเสียทีให้กับอโฟรไดต์ แม่สามีขี้อิจฉาและเกลียดชังลูกสะใภ้
จากนี้ไปจะเป็นบทพิสูจน์ความรักแท้ของมนุษย์และเทพเจ้าซึ่งถูกลิขิตให้เป็นคู่นิรันดร์ สุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร
ไปจนถึงการแก่งแย่งอำนาจของเทพผู้ยิ่งใหญ่ ความหึงหวงและริษยาของสตรี
ความขัดแย้งทั้งหมดเริ่มต้นจากสตรีมนุษย์ตัวเล็ก ๆ นางหนึ่ง ไซคีคือหมากที่ถูกวางไว้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือตั้งแต่ยามนางแรกเกิดจะถูกเฉลยตอนท้ายเรื่อง รวมถึงที่มาของเอียรอสว่าแท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน
จบท้ายด้วยตอนพิเศษสั้น ๆ เป็นบทของเทพเจ้าแต่ละองค์ ทำให้เราเห็นมุมมองความคิดของทุกตัวละครในตอนสรุปท้ายอีกครั้ง
*****
ไซคี เป็นงานเขียนในแนวบรรยายพรรณนาที่ไม่ใช่โวหาร ภาษาสละสลวยสไตล์โบราณ การใช้ภาษายังเต็มไปด้วยสัมมาคารวะ คำพูดแบบผู้น้อยต่อผู้ใหญ่ ยังคงแสดงความเคารพยกย่องให้เกียรติตามสมควรแก่เนื้อหา ต่างกับหนังสือแปลแนวเทพเจ้าส่วนใหญ่ที่เราเคยอ่าน ซึ่งการใช้คำพูดมักจะออกแนวโอหัง ซึ่งเทพเจ้ากรีกเป็นเทพที่กิเลสและอีโก้สูง มองมนุษย์ต่ำต้อย
ลักษณะงานเขียนเป็นการบรรยายความคิดค่อนข้างเยอะ บทสนทนาจะไม่ได้เป็นแบบโท่ง ๆ ตรงไปตรงมา แต่จะเป็นการซ่อนความหมาย หยั่งเชิงความคิด เพราะฉะนั้นอ่านแล้วจึงต้องค่อย ๆ คิดตาม
โดยส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านงานแนวเทพนานาชาติอยู่แล้ว เคยอ่านงานแปลสไตล์เทพเจ้ากรีกมาค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังบอกได้ว่าไซคีเป็นงานคุณภาพจริง ๆ เพราะข้อมูลทั้งกว้างและละเอียด มีหลายจุดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ถือว่าเปิดหูเปิดตาเป็นความรู้ใหม่ เห็นถึงความตั้งใจเต็มร้อยของผู้เขียนและการทำการบ้านหาข้อมูลนั้นเยี่ยมมาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเรื่องนี้ใช้เวลาปีกว่าถึงจะเขียนจบ
เรื่องนี้อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบหนังสือแนวอ่านง่าย อ่านไปเฉลยไป เพราะมีการซ่อนปมไว้ตอนแรกเพื่อไปเฉลยในตอนถัด ๆ ไป เนื้อเรื่องผูกเชื่อมกันไว้ทั้งโครง แม้เป็นเรื่องยาวแต่เป็นเนื้อเน้น ๆ แบบเกาเหลาพิเศษ ที่มีน้ำขลุกขลิกพอให้คล่องคอ ผู้เขียนคุมเรื่องได้ดีตลอดเส้นทาง ไม่นอกลู่นอกทางแหวกกรอบออกทะเล
การผูกเรื่องทำได้น่าสนใจ แนวคิดซับซ้อนที่เปิดอ่านแล้วต้องเดาทางไปเรื่อย ๆ หากเป็นคนที่ไม่เคยได้ยินเรื่องตำนานเทพเจ้ากรีกมาก่อน อ่านครั้งแรกอาจมีงงเล็กน้อย แนะนำให้ตั้งสติใช้สมาธิค่อย ๆ อ่าน แต่รับรองได้ว่าพอเสพเข้าไปแล้วจะรู้เลยว่า คำว่าละเมียดคืออะไร
ประโยคของพี่เอียรอสที่ขอเก็บเอาไปฝันหวานก่อนนอน
“ข้ารู้รสรักก็เพราะเจ้า ข้างดงามได้มากก็เพราะเจ้า”
อื๋ยยยย อ่านแล้วบิดเป็นเลขแปดแทนไซคี นี่ยังเด็ก ๆ นะ เฮียมีปล่อยหมัดเด็ด หวานกว่ากินอมยิ้ม ความละเมียดละไมของรสรักละมุนเกินร้อย สาวกแนวโรแมนติคไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง