Jump to ratings and reviews
Rate this book

Maria & Ren #1

ジェリーフィッシュは凍らない

Rate this book
第26回鮎川哲也賞受賞作
特殊技術で開発された、小型飛行船〈ジェリーフィッシュ〉。その発明者であるファイファー教授を中心とした技術開発メンバー6人は、次世代型ジェリーフィッシュの長期航空試験に臨んでいた。ところがフライト中に、密室状態の艇内でメンバーの一人が死体となって発見される。さらに、自動航行プログラムが暴走し、彼らは試験機ごと雪山に閉じ込められてしまう。脱出する術もない中、次々と犠牲者が……。精緻な筆致で描く本格ミステリ、新時代の『そして誰もいなくなった』登場!

340 pages, Hardcover

First published January 1, 2016

11 people are currently reading
156 people want to read

About the author

Yuto Ichikawa

9 books1 follower

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
38 (13%)
4 stars
112 (40%)
3 stars
107 (38%)
2 stars
16 (5%)
1 star
5 (1%)
Displaying 1 - 30 of 75 reviews
Profile Image for Phu.
788 reviews
July 6, 2022


2.75

"Tôi là một con sứa - ý nghĩ này bắt đầu từ khi nào?
Nó không có sức mạnh để chống lại dòng chảy cũng như một bộ xương rắn chắc, nó sẽ chỉ mang lại đau đớn cho những ai chạm vào nó, và cuối cùng tan biến trong biển và biến mất trong cô độc."


The Jellyfish Never Freezes xen kẽ giữa Quá khứ và Hiện tại, kết hợp giữa các yếu tố Trinh thám và Khoa học - Kỹ thuật.
• Quá khứ (Con tàu Jellyfish). Một nhóm nghiên cứu sinh và cựu giáo sư, đang tiến hành cho bay thử con tàu bay Jellyfish II. Tuy nhiên, một người trong nhóm bị đầu độc và chết, con tàu Jellyfish bỗng dưng hạ cánh đột ngột tại núi tuyết hiểm trở.
• Hiện tại (Trên mặt đất). Hai vị cảnh sát Maria và Ren, đang bắt đầu điều tra về vụ rơi của con tàu Jellyfish - toàn bộ người thiệt mạng. Tuy nhiên, những cái xác có biểu hiện kỳ lạ: bị cháy đen, bị chặt phanh thây.

Như mình đã nói, cuốn sách này một phần là Sci-fic nên nó sở hữu một lượng thông tin đồ sộ về Khoa học - Kỹ thuật, và đương nhiên đối với mình đó là một phần nhàm chán. Chủ yếu mình thích sự căng thẳng ở phần Quá khứ, mình tò mò rất nhiều về những gì sẽ xảy ra trên con tàu Jellyfish. Kể cả cảm xúc của người kể ẩn danh về nàng Rebecca cũng khiến mình tò.

Điều mà mình thấy hầu như ai cũng giống như mình, cảm thấy phần Hiện tại nhàm chán. Việc điều tra kết hợp với những thông tin nhàm chán, khó hiểu, cách kể chuyện dài dòng và cũng kỳ lạ với mình.
Có hai điều - một mình đã đoán ra , một mình không đoán được và ngạc nhiên. . Khi tới Chương cuối thì càng mệt mỏi, dù thủ thuật trong vụ án rất này nọ, nhưng mình mệt quá và chỉ mong kết thúc mẹ cho rồi.
Profile Image for ไม้ไต่คู้.
145 reviews67 followers
March 22, 2019
- ชอบทริค

- หนังสือเป็น format ญี่ปุ่น (ปกหน้าเปิดจากขวาไปซ้าย) แต่เวลาอ่าน อ่านจากซ้ายไปขวาแบบไทยตามปกติ (ie. ต้องเปิดอ่านจากปกหลังมาปกหน้า) ซึ่งส่วนตัวมองว่าพิลึก แต่ได้ยินมาว่าทางญี่ปุ่นไม่อยากให้ภาพปกต้องสลับซ้าย-ขวา ผลเลยออกมาเป็นงี้

- มีส่วนที่น่าเบื่ออยู่เยอะเหมือนกัน (โดยเฉพาะภาคพื้นดินที่เป็นเรื่องราวคู่หูตำรวจ)

- หนังสือหนาสามร้อยหน้า เพราะมีรายละเอียดจุกจิกเยอะมาก (มากจนอ่านแล้วงง) และสารภาพตามตรงเลยว่า ผมอ่านรายละเอียดเชิงเทคนิคเกี่ยวกับยานเหาะไม่รู้เรื่องเลย

- เกลียดวิธีเล่าเรื่องและรูปแบบการบรรยายในเล่มนี้มาก มันทั้งแปลก ทั้งอ่านยาก ทั้งอ่านงง

ตัวอย่างเช่น

ในกรณีของนิยายทั่วๆ ไป หากซีนนั้นตัวละครมี "บทพูด" ยาวเกินหนึ่งย่อหน้า รูปแบบปกติที่ทำกันคือ นักเขียนจะเปิดเครื่องหมาย " ไว้หน้าบทพูดของ 'ทุกๆ พารากราฟ' และจะใส่เครื่องหมาย " ปิดไว้ใน 'พารากราฟสุดท้าย' ของบทพูด

แต่ในเล่มนี้ นักเขียนจะใส่เครื่องหมาย " ไว้แค่ 'ตอนต้นพารากราฟแรก' กับ 'ตอนจบพารากราฟสุดท้าย' เท่านั้น (ซึ่งบางซีน ตัวละครพูดยาวหลายพารากราฟ จนอ่านแล้วงงว่าตกลงพารากราฟที่อ่านอยู่เป็นบทพูดหรือบทบรรยาย)

และสิ่งที่ทำให้รูปแบบข้างต้นอ่านยากขึ้นไปอีก คือการที่ผู้เขียนทำให้มุมมองการเล่าเรื่องในแต่ละพารากราฟมันต่างกัน เช่น ในพารากราฟแรก ผู้เขียนอาจเล่าเรื่องในมุมมองพระเจ้า แต่พารากราฟถัดมา กลับเปลี่ยนไปใช้มุมมองบุคคลที่ 1 ซะอย่างงั้น (ครับ อ่านไม่ผิดครับ สลับระหว่างพารากราฟครับ ไม่ใช่สลับระหว่างบท)

เมื่อสองอย่างนี้มาผนวกรวมกัน มันเลยทำให้รู้สึกหุดหิดประมาณหนึ่ง
Profile Image for nananatte.
438 reviews139 followers
May 20, 2019
Very satisfied ค่ะ อ่านแล้วนึกถึงคินดะอิจิคดีซับซ้อนจัดๆ ผสมเจมส์ บอนด์ที่ลบฉากแอ็คชั่นออก

ยิ่งฉากหลังเป็นภูเขาหิมะขาวโพลน มีแนวต้นสนเนียะ... มันเจมส์ บอนด์หลายภาคมากนะ อาจเพราะตัวละครเป็นฝรั่งประเทศ A หมดเลย มีแค่ผู้ช่วยสารวัตรที่เป็นหนุ่มประเทศ J ล่ะมั้ง ก็เลยให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังฮอลีวู้ดอยู่ แต่รสชาติความขมแบบเศร้าๆ นิ่งๆ แบบนี้... ก็มีแต่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้

เราอ่านรวดเดียวจบได้ใน 5 ชั่วโมง ก็คิดว่าควรหาเวลาแล้วอ่านยิงยาวจะเหมาะกว่าละเลียดอ่านค่ะ

ที่แนะว่าควรอ่านรวดเดียวเพราะแมงกะพรุนฯ ใช้วิธีเล่าจากหลายมุมมองตัวละครและเล่าจากหลายจุดของไทม์ไลน์ด้วยค่ะ ขึ้นบทใหม่ทุกทีเค้าเลยจะต้องมีวันที่กำกับไว้ เราก็จะรู้ว่าเหตุการณ์นี้ถูกเล่าจากมุมมองตัวละครตัวไหน เล่าจากปัจจุบัน จากอดีต1 หรืออดีต2

คำแนะนำคือ อย่าคิดอะไรมากกับบทแรก เจอศัพท์เคมีกับตัวละครเยอะๆ ก็ช่างมันเถอะ อ่านต่อไปแล้วจะดีเอง เล่มนี้ซับซ้อนได้ใจ เราเดาตัวคนร้ายถูก แต่ใช้ทริคสามล้านชั้นแบบนี้... ใครจะไปรู้วิธีการได้ล่ะฮึ!

ต้องชมอิจิคาวะ ยูโตะ คนเขียนเลย เขียนเก่งมากๆ ต้องชมคุณอิศเรศ คนแปลด้วย กราบเลยค่ะ ศัพท์ที่ต้องแปลมีทั้งสายวิศวะ สายเคมี อ่านแล้วนับถือใจคนแปลเลยจริงๆ

เล่มนี้เน้นพล็อตมากกกกก ไม่มีเรื่องอารมณ์เลยค่ะ ถ้าชอบพวกไซโคเมทเลอร์เอย์จิ เล่มนี้ให้ฟีลประมาณนั้นค่ะ

4.5/5.0
Profile Image for Mook Woramon.
901 reviews202 followers
May 20, 2019
ให้ 3.5 ดาว
ปกหนังสือสวยและเก๋ คงไว้ซึ่งรูปภาพต้นฉบับ
ในส่วนเนื้อเรื่องถือว่าทำได้ดีสำหรับนักเขียนหน้าใหม่ น่าจะพัฒนาไปได้ไกล เรื่องโครงเรื่องหลักถือว่าโอเคน่าสนใจ ฆาตกรรมในห้องปิดตาย การแก้แค้น การสืบสวน

แต่ในการเล่าเรื่องนี่เวียนหัว ฮึดฮัดขัดใจมาก เล่าสลับไปมานี่โอเคไม่งงเข้าใจได้ แต่มีวันที่ที่ไม่แน่ใจว่าแปลผิดรึตั้งใจ กระโดดจากวันที่ 12 ไป 20 แล้วกลับมา 15,16 งงไปเลย

บทสนทนาก็แปลก ไม่เหมือนคนพูดกันจริงๆ เหมือนยัดคำพูดใส่ปากให้เรื่องดำเนินไป ตัวละครดูสุภาพกันเกินพูดครับตลอดเวลาแม้ในสถานการณ์เคร่งึก็ยังครับกันอยู่นั่นแหละ

ตรงเฉลยก็ดูอ่อนๆ ปล่อยไปเฉยๆ อ่านไปบ่นไป
Profile Image for Kamons.
1,295 reviews69 followers
May 8, 2019
ให้ประมาณ 3.5 ดาวค่ะ

ช่วงนี้อ่านหนังสือที่มีพล็อตเรื่องคล้ายกันสองเรื่องคือเล่มนี้ “แมงกะพรุนไม่เป็นน้ำแข็ง”กับ “เกาะล้างแค้น(Ten)” ซึ่งที่จริงไม่ควรจะจับมาเปรียบเทียบ แต่…สองเล่มนี้ถูกเคลมว่าเป็นสุดยอดแบบเดียวกับ And then there were none ของ อกาธา คริสตี้ (เว่อมั้ย) ดังนั้นถ้าคุณเคยเจอปัญหาเดียวกันกับเราว่าจะอ่านเล่มไหนดี มาเราจะบอกให้ (คร่าวๆ) ทั้งสองเล่มถึงจะมีแกนอยู่ที่คนจำนวนหนึ่งถูกขังอยู่ในสถานการณ์ปิดตายและเริ่มมีคนตาย แต่ก็คนละบรรยากาศ ในขณะที่เกาะล้างแค้นจะคล้ายหนังแนว thriller -คือจะรอดตายจากสถานการณ์นี้ยังไง แต่แมงกะพรุนไม่เป็นน้ำแข็งน่าจะค่อนไปทาง Mystry -สืบหาความจริงเสียมากกว่า ดั���นั้นถ้าเน้นอ่านเพลินเกาะล้างแค้น แต่ถ้าอยากอ่านอะไรที่สืบสวน ค้นหาความจริงควรจับเล่มนี้ค่ะ

สำหรับเล่มนี้ส่วนตัวเราว่าค่อนข้างเฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้น ไม่ว้าวอะไร คงเพราะเนื้อเรื่องหลักๆ เราค่อนข้างรู้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ แนวนี้มันจะดำเนินไปแบบไหนก่อน แม้ว่าจะมีการตัดสลับฉากระหว่างเหตุการณ์ในเรือกับการสืบสวนหาความจริง จะมารู้สึกพีคๆ ก็ตอนที่คิดว่าเราก็เดาคนร้ายผิด โว้ๆๆๆๆๆ นี่มันอะไรกันเนี่ย
แต่หลังจากนั้นก็กลับมาเรื่อยๆ อีกเหมือนเดิม ขนาดเฉลยทุกอย่างแล้วเราก็ยังรู้สึกว่าไม่ว้าวเลย

สรุปว่าจากคำชมหน้าปกแล้วพอมาอ่านจริงมันไม่โดนเท่าที่คิดค่ะ
Profile Image for Mori.
85 reviews5 followers
September 9, 2019
ถือสนุกใช้ได้อยู่นะ

ช่วงเกริ่นอืดไปหน่อย กับการแบ่งตอนที่เวลาไม่ได้ต่อเนื่องกัน นี่อ่านไปต้องเปิดกลับไปกลับมาตลอดเวลา แต่พอเข้าเรื่องปุ๊ปคือสนุกเลย
เราชอบเรื่องสืบสวนแบบนี้ คือสืบ วิเคราะห์แบบบุคคลภายนอกจริงๆ มองครบทุกความเป็นไปได้ ไม่ชี้นำ เฉลยรายละเอียดได้จากข้อมูลแวดล้อมที่หลายๆเรื่องเราได้รับพร้อมกับตัวละคร
บางอันคือหนังสือก็ให้เรารู้เรื่องก่อนแล้วรอดูว่าฝั่งตำรวจวิเคราะห์ยังงัย
เสียดายตอนจบเบาไปหน่อย เลยไม่ได้ทำให้ประทับใจมาก
Profile Image for Mirai.
595 reviews129 followers
April 16, 2022
"รู้ไหม แมงกะพรุนน่ะ ว่ายน้ำในทะเลที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้นะ ต่อให้แข็งตัวเป็นน้ำแข็ง แต่ถ้าอุ่นขึ้น ก็จะคืนชีพขึ้นมาใหม่" — หน้า 313

เกิดเหตุไม่คาดฝัน อากาศยาน 'เจลลี่ฟิช' ตกอยู่กลางเทือกเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะ ผู้โดยสารด้านในยานถูกพบเป็นศพรวมทั้งสิ้น 6 ราย ถึงรูปคดีจะดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ แต่สองคู่หูตำรวจสายสืบ 'มาเรีย' และ 'เรน' กลับปักใจเชื่อว่านี่คือการฆาตกรรมในห้องปิดตาย

เอาจริงงงงงง ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามร่ำลือถึงความสนุกของเล่มนี้มานานมากๆ เลยมีโอกาสได้หยิบขึ้นมาอ่านสักทีหลังจากปล่อยให้มันนอนแห้งอยู่ในกองดองนานหลายปี 55555

อ่านเรื่องย่อ/คำโปรยปกก็ดูออกว่านี่คือแนวสืบสวน แต่เป็นสืบสวนที่อัดแน่นไปด้วยวิทยาศาสตร์หนักมากกกกกกกกกก รู้สึกเหมือนผู้เขียนจะหั่นบทเรียนบางส่วนมาใส่แทรกตามเนื้อเรื่องเลยก็ว่าได้ 5555

คดีมีความซับซ้อนพอสมควร บวกกับเป็นแนวสืบสวนที่มีวิทยาศาสตร์เข้มข้น เราในฐานะเด็กสายศิลป์ที่ลาจากวิชาวิทย์มานานเลยรู้สึกว่าอ่านยากนิดหน่อย เพราะตามไม่ทัน แต่ก็พออ่านได้แม้จะไม่ได้เข้าใจหลักวิทยาศาสตร์ในเรื่องอย่างถ่องแท้หรือลึกซึ้ง

ผู้เขียนเดินเรื่องเร็วพอสมควร ใช้การเล่าเหตุการณ์สลับไปมาโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน — Interlude : ชายนิรนามที่เล่าถึงรักแรกของเขา / เหตุการณ์บนเจลลี่ฟิช ก่อนที่จะเกิดโศกนาฎกรรม / การสืบคดีของมาเรียและพวก ซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังเกิดเหตุไปแล้ว

ตัวละครเยอะจัดๆ แต่เพราะแต่ละคนมีเอกลักษณ์พอตัว เราเลยจำได้สบาย เบาะแส/คำใบ้มีเรี่ยรายตามทาง ค่อยๆ เก็บทีละนิด แต่เราอ่านยังไม่ทันถึงครึ่งเรื่องก็เดาตัวคนร้ายได้แล้ว และพอเฉลยก็ถูกด้วย 5555

ถึงเนื้อเรื่องนี้จะสนุก แต่เรากลับไม่ชอบตัวละครฝั่งทีมตำรวจเท่าไหร่ ตำรวจที่รับผิดชอบคดีอุตส่าห์เป็นตำรวจหญิงทั้งที แต่เหมือนผู้เขียนจะวางบทให้มาเป็นคนรับมุกไงไม่รู้ เหมือนมีไว้เพื่อต่อบทสนทนากับ เรน ตำรวจคู่หูอีกนาย เพื่อให้สามารถแทรกความรู้วิทยาศาสตร์หรืออธิบายอะไรยาวๆ ได้ ช่างเป็นอะไรที่น่าอึดอัดและไม่แนบเนียนเอาเสียเลย 5555

แต่ความน่าหงุดหงิดของตัวละครก็ทำอะไรความสนุกของเรื่องไม่ได้ ติดเรื่องนี้หนักมาก อ่านแล้วแทบวางไม่ลง
Profile Image for Thanawat.
441 reviews
August 7, 2019
อ่านจบในรวดเดียว

วรรณกรรมสืบสวนสอบสวนฝีมือนักเขียนญี่ปุ่นเล่มนี้ ให้กลิ่นอายของอดีตยุคสงครามเย็น
ด้วยการวางเรื่องลงในปี 197x-198x แถมยังใส่รสชาติของความหวาดระแวง และการจารกรรมลงไปผสม

“เจลลี่ฟิช” เป็นอากาศยานสุดล้ำที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีระดับสุดยอด
ทั้งการคิดค้นวัสดุและการออกแบบที่แทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ นั่นคือเทคโนโลยี “บอลลูนสุญญากาศ” ทำให้เจลลี่ฟิช ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ราวกับแมงกะพรุนกระเพื่อมอยู่ในท้องทะเล

เรื่องเปิดด้วยการทดลองเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของเจลลี่ฟิช
ปรากฏว่าลูกเรือทั้งหกคนตายเรียบ
สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมไปด้วยหุบเขาและหิมะ
เจลลี่ฟิชไฟไหม้วอดทั้งลำ
แต่ลูกเรือถูกฆาตกรรมก่อนที่ไฟจะไหม้ทั้งหกคน

คนลงมาสืบเป็นหน่วยตำรวจในท้องที่นำโดยสารวัตรหญิงสุดเฉียบ เอาใจสายเฟมินิสต์

หนังสือเล่มนี้เดินเรื่องตัดสลับได้น่าสนใจ คือตัดสลับทั้งเหตุการณ์ปัจจุบันของฝ่ายสืบสวน เหตุการณ์ในอดีตที่ไม่ไกลนักของเหล่าลูกเรือเจลลี่ฟิช และเหตุการณ์ในอดีตที่เป็นมูลเหตุจูงใจของการฆาตกรรม

ผู้เขียนสร้างความงุนงงให้คนอ่านว่า “อ้าวเฮ่ย แล้วใครฆ่า?”
เพราะการดำเนินเรื่องในช่วงของลูกเรือที่มาร่วมกันทดสอบเทคโนโลยีใหม่ แล้วทะยอยตายไปทีละคนๆ ไม่เปิดช่องโหว่ให้คิดได้เลยว่าฆาตกรโผล่มาตอนไหน และหายไปได้อย่างไร ทิ้งไว้แค่เหยื่อกับซากเจลลี่ฟิช

กะจะหยิบมาเริ่มๆ อ่านตอนหัวค่ำ แต่ก็เผลออ่านรวดเดียวจนจบ
ตอนเฉลยก็จัดเต็มแบบต้องอ่านต่อเนื่องจนเฉลยจบ
เอาเป็นว่าทั้งๆ ที่รู้ว่าคนนี้แหละคือฆาตกร แต่ก็ไม่รู้ว่าคนนี้คือคนไหน
จนต้องรอเฉลยท้ายเล่ม

ชอบกลิ่นอายของอดีตที่ผู้เขียนใส่ลงมา ที่รู้สึกได้ทั้งเล่มเมื่อปรายตาไปเห็นปีที่ดำเนินเรื่อง หรือแม้กระทั่งอักษรย่อของประเทศในเรื่อง ที่ดูรู้ทันทีว่าประเทศไหน
มันชวนจินตนาการภาพออกมาเป็นสีออกจะซีเปียนิดๆ มันให้ความรู้สึกคลาสสิกดี
Profile Image for Iggyizzy2000.
196 reviews10 followers
May 10, 2019
แม้นิยายจะมีการเล่าเรื่องที่ไม่สับสน
เทคนิคและทริคที่น่าสนใจในช่วงท้าย
ดูมีลักษณะของการผสมผสานการเล่าเรื่องแบบนิยายสืบสวนยุคคลาสิค ใส่รายละเอียดแบบนิยายสมัยใหม่
แต่ผมกลับรู้สึกไม่อินกับเรื่องเท่าไหร่
ช่วงท้ายสนุกก็จริงแต่ก็แอบรำคาญการการทีเล่นทีจริงของตัวละครนักสืบ 2 คนที่ดูเป็นการ์ตูนเข้าไปทุกที (เข้าลักษณะสาวมั่นกับหนุ่มเนิร์ด)
แต่โดยภาพรวมก็มีบทสรุปที่เขียนออกมาได้ดีสมเหตุสมผลไม่ลอยตัวและเอาตัวรอดไปได้

ส่วนจะเทียบกับ ‘And Then There Were None’ แล้วละก็ผมว่ายังห่างๆกันอยู่ในการเป็น Page Turner
แต่ก็พออ่านเป็นแนวทางเดียวกันพอได้หากคิดถ���งพล็อตลักษณะแบบนี้จริงๆ
Profile Image for tangmxx.
26 reviews3 followers
February 6, 2022
2.5/5 วิธีเล่าเป็นซีนๆกับพวกเรื่องสารเคมีน่าสนใจดี แต่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันการ์ตูนมากกก ความสาวมั่นกับหนุ่มเนิร์ด คาแรคเตอร์มาเรียเวลามองนู่นนี่แล้วอยู่ๆก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาคือขัดใจม้าก ทริคในเรื่องซับซ้อนดี but that's it and nothing more🥲 ไม่ค่อยรู้สึกว่าผูกพันกับตัวละครหรือมีอะไรให้ตกตะกอนความคิด ตอนจบก็เหมือนจะพยายามให้���หตุผลกับคนร้ายแต่ก็งงๆ คอนเนคชั่นเบา


spoiler :
ชอบทริคที่เป็นพลาสติกแข็งตัวหลัง reaction แต่ทริคหลักส่วนตัวเฉยๆ รวมๆโอเคแต่ไม่ใช่ page turner เท่าไหร่
Profile Image for Dive.
72 reviews1 follower
June 24, 2022
I really don't understand the hype for this book. "And Then There Were None of the 21st century"? Haha I don't think so. The mechanics of how-do-they-do-it are the best part of this book, but other than that, this book is full of unnecessary sexism and mansplaining. The author unnecessarily describes the female main character's boobs on many occasions and it doesn't lead to anything at all, romantically or story-wise. Describing boobs just for the heck of it, like the author can't resist being a weirdo about a person's anatomy.

Characters here are like flat archetypes with no dynamic whatsoever. It's so hard to distinguish between them sometimes because they all blend together as a group of weird male researchers and one token slutty female.

Also, the thing with weird paragraphs? I still don't get the point. If anyone does, please explain because I kinda wanna know.
Profile Image for loonchies.
240 reviews26 followers
February 25, 2022
ไขคดีฆาตกรรมอำพรางบนเรือเหาะปิดตาย “เจลลี่ฟิช” ที่ตกค้างอยู่บนภูเขาหิมะระหว่างทดสอบบิน

——-

เรื่องดำเนินตัดสลับไปมาระหว่าง 3 ฝั่ง 3 ช่วงเวลา ~ เรื่องราวก่อนเจลลี่ฟิช~มุมมองของฆาตกร, ก่อนเกิดเหตุบนเจลลี่ฟิช, การตามสืบของคู่หูสายสืบมาเรียและเรน
แต่ละส่วนก็ค่อย ๆ เปิดเผยหย่อนข้อมูลมาเรื่อย ๆ เหมือนค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์จากแต่ละมุมเข้ามา

เพราะคำนำเลยอยากรู้ว่าทำไมต้องแมงกระพรุน ทำไมมันไม่เป็นน้ำแข็ง แล้วการย่อหน้าแปลก ๆ ที่พูดถึงมันอยู่ตรงไหนนั้นจะสื่ออะไรกันแน่

ถามว่าได้คำตอบไหม … ก็ได้แต่ไม่ถูกใจ
สุดท้ายพอเรื่องราวคลี่คลายแล้วก็รู้สึกว่าวางโครงเรื่องมาดีแหละ
ปมซับซ้อนวางแผนดำเนินเรื่องได้น่าสนใจ
แต่ว่าอาจจะเพราะเราอ่านเล่มนี้ตอนที่ยุ่ง ๆ
เนื้อเรื่องดี แปลกใหม่ไม่ซ้ำ แต่เรากลับรู้สึกว่ามันเฉย ๆ ซะงั้น

จะรีวิวยังไงไม่ให้สปอย ถ้าพูดถึงต้องสปอยแน่ ๆ
ก็ดีในแง่ทำให้เราอ่านจนจบได้เพราะอยากรู้ว่าสุดท้ายตายกันยังไง ทำไปเพื่ออะไร

“การจะเป็นหรือไม่เป็นฆาตกรน่ะ มันต่างกันแค่เส้นบาง ๆ ไม่ว่าใครต่างก็มีคนที่อยากจะฆ่าทิ้งด้วยกันทั้งนั้นแหละ ฉันเองก็มีตั้งหลายคน แต่ที่ไม่ฆ่าคนเหล่านั้นน่ะ ไม่ใช่เพราะชั้นฉลาดหรอกนะ แต่แค่มันเป็นไปเอง”

ส่วนที่ดำเนินเรื่องด้วยมุมมองฆาตกร ตัดอารมณ์กันได้ดีผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ และมุมมองการตามสืบก็คือการตามสอดรู้เรื่องของคนอ่านอย่างเรา แต่ละมุมมองเขียนได้ออกมาคนละอารมณ์ดี
ถึงกระนั้นมันก็ยังรู้สึกเฉย ๆ อยู่ดี

_____

มุกอาร์คิมิดีสตัดหัวลอยน้ำ หัวเธอไม่จม นี่ คิดได้ไง อาจจะเป็นคำด่าที่เจ็บแสบพิลึก มุก geek เราก็ชอบ แต่เล่นได้น่ากลัวพิลึก

———-

ก็น่าสนใจระดับนึง
Profile Image for Thitima KT.
153 reviews30 followers
February 24, 2022
เกือบดีแล้ว เสียอย่างเดียว เล่นเฉลยตู้มเดียวตอนท้ายเรื่อง
Profile Image for Kitti.
66 reviews
July 11, 2025
บก.กับพิสูจน์อักษรทำงานด่วน เขียนผิดเยอะแปลก ๆ จนนึกว่าหนังสือหลุด qc
Profile Image for Pete WK..
78 reviews1 follower
December 29, 2019
ต้องเริ่มตรงไหนดี?

เกริ่นก่อนละกัน

พยายามอ่านแล่มนี้ด้วยความไม่คาดหวังนะ
เพราะเราเข็ดกับการเปรยหนังสือว่ามันดีแบบนัึ้นแบบนี้มาเยอะ

สำหรับเล่มนี้ ยอมรับว่าอ่านเพลินมาก
ไอศัพท์เทคนิค การอธิบายกลไลของเจลลี่ฟิช ที่หลายๆคนบ่น
กันว่ามันงงและไม่เข้าใจ สำหรับเรามันไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่
เพราะเราจะอ่านแล้วก็อ่านไปเลย ไม่มีการมาทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น
อีกวิธีนึงคือเราจะจำลองว่าตัวเองเป็น 1 ในตัวละครของเรื่อง ซึ่งมันก็จะมี
ตัวละครที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจแบบที่เราเป็นนั่นแหละ เราก็แค่คิดว่าเรารู้แค่ที่ตัวละครตัวนี้
รู้ แค่นี้ก็จบ

และในเล่มนี้ สารวัตรสาวมาเรีย(ชื่อนี้ใช่มะ)ของเรา เค้าก็แสดงออกชัดเจน
ว่าเค้าไม่เข้าใจกลไลของเจ้าเรือเหาะชิ้นนี้ -- ปัดปัญหานี้ทิ้งไป


ต่อมาคือเรื่องการจัดย่อหน้า
เล่มนี้มีการจัดย่อหน้าที่ค่อนข้างประหลาด อย่างที่หลายๆคนบ่นกัน
แต่เราก้ไปเห็นคำอธิบายจาก สนพ แล้วว่าเป็นการตั้งใจทำให้เหมือน
ต้นฉบับญี่ปุ่น ก็เลยไม่ได้ขัดใจอะไรมาก และถ้าจำไม่ผิด ก็มีเรื่องกุหลาบเลือด
ของอิมะมุระ อายะ ที่สนพ Hummingbooks เอามาแปล ก็มีการจัดย่อหน้า
แนวๆนี้ แต่เราคิดว่าอันนี้น่าจะเป็นความผิดพลาดมากกว่า เพราะ ในบทคำพูด
จะมีเครื่องหมายคำพุด(") แค่ด้านหน้าประโยค แต่ท้ายประโยคกลับไม่มี

เช่น(ขอเอาข้อความข้างบนมาเป็นตัวอย่าง)
"สำหรับเล่มนี้ ยอมรับว่าอ่านเพลินมาก
ไอศัพท์เทคนิค การอธิบายกลไลของเจลลี่ฟิช ที่หลายๆคนบ่น
กันว่ามันงงและไม่เข้าใจ สำหรับเรามันไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่
เพราะเราจะอ่านแล้วก็อ่านไปเลย ไม่มีการมาทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น
เราก็ไม่รู้ว่าเป็นการทำตามทาต้นฉบับญี่ปุ่นรึเปล่า

-- จบประโยคคำพูดปุ๊ป กลับไม่มี " ปิดท้าย --
ประมาณนี้

และมีอีกเรื่องคือชื่อของบทแต่ละบท มันจะมีการควบคู่
กันไประหว่างช่วงวันเวลาที่อยู่ในเรือเหาะ กับ วันเวลาที่
อยู่ภาคพื้นดิน เช่น

บทที่ 1
บนเรือเหาะ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 1983
ภาคพื้นดิน วันที่11 กุมภาพันธ์ 1983
บทที่ 2
บนเรือเหาะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1983
ภาคพื้นดิน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1983
บทที่ 3
บนเรือเหาะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1983
ภาคพื้นดิน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1983

แต่บทถัดมาที่มันควรจะเป็น
บนเรือเหาะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1983
ภาคพื้นดิน วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1983

มันดันเขียนว่าภาคพื้นดินเป็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1983
และบทถัดมากลับเขียนว่า ภาคพื้นดิน เป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1983
ถ้าตัดชื่อบท และวันที่ออก เนื้อเรื่องมันก็จะเรียงต่อกันอยู่แล้ว
มาเห็นชืิ่อบทที่มันข้ามไปข้ามมา เลยงงว่าเป็นการทำตามต้นฉบับ
หรืิอเป็นข้อผอดพลาดกันแน่


อืม... เกริ่นยาวเนอะ 55555

เข้าเรื่อง

สำหรับเล่มนี้ เราอ่านสนุกมาก ที่จริงตั้งใจจะอ่านให้จบในวันที่ 31 ธันวาคม
แต่สุดท้ายก็ทนสงสัยอยากรู้่อยากเห็นว่ามันจะเป็นยังไง ก็เลยอ่านจนก่อนกำหนด

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าการอธิบายเรื่องฟิสิกส์เคมีอะไรพวกนี้ เราไม่ได้สนใจเท่าไหร่
เลยอ่านได้สนุกมาก ไม่มีชะงักมางงอะไรทั้งนั้น
เราคืดว่าเรื่องนี้ทำปมออกมาได้น่าติดตามมาก ว่า คน 6 คน บนเรือเหาะ
ที่ผ่าพิสูจน์แล้วว่าทั้ง 6 คนนัึ้นถูกฆ่าตาย ไม่ใช่จากอุบัติเหตุยานระเบิด
และสถานที่ๆยาน���กก็เห็รนบนเทือกเขาที่ต่อให้ปีนเขาเก่งแค่ไหน
ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลงจากเขามาได้

ปมนี้เองที่ทำให้เราอ่าน 3 รวดจนจบ แต่ แต่........
แต่พอเฉลยมา เอาตรงๆเรายังงงอยู่ ว่า ฮ๊ะ ? อะไรนะ?
ซึ่งคนเขียนเค้าก็เข้าใจดีว่าคนอ่านคงงงเลยมาอธิบายตอนท้ายซะยืดยาว
สำหรับทริคที่ว่า มันก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายอะไรหรอก มันก็ยังอยู่บน
พื้นฐานที่คนพอจะเดากันได้ แต่มันจะออกมาแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับคนเขียนนี่แหละ


สรุป
สนุก อ่านเพลินมาก เพราะอยากรู้ว่า 6 ศพ ที่อยูู่บนยานมันตายเพราะใคร
และ คนที่ 7 มันออกมาจากพื้นที่ปิดตายอย่างเทิอกเขาสูงแบบนั้นมาได้ยังไง
แต่นั่นแหละ เราว่ามันเป็นการขึ้นรถไฟเหาะอะ หระหว่างที่ขึ้นไปนั้น มันสนุกสุดเหวี่ยงมาก
แต่พอตอนลง มันกลับดูดรอปๆ ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่



Profile Image for moomooread.
172 reviews34 followers
August 28, 2020
จบแล้ว นี่ไม่ได้ว้าวขนาดนั้นอะ ชอบวิธีการเล่าเรื่องแบบตัดสลับ
โครงเรื่องก็ดูเก็บครบดี แต่ไม่ได้รู้สึก “แปลกใหม่” (เอาจริงมันใหม่จริงคงไม่มีคนเทียบหรอกว่าเป็น And Then There Were None เวอร์ชันญป.) ถามว่าสนุกไหมก็เอ่อ ไม่แย่นะ แต่จะพูดว่าสนุก
ก็พูดได้ไม่เต็มปาก อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นเลย
แถมรู้สึกว่าเรื่องมันกระชับได้กว่านี้อีกถ้าตัดส่วนเทคนิคออกไป
คือถ้าใส่ก็ใส่มาให้พอดี ใส่เยอะอธิบายละเอียดยิบมันไม่ได้มีผลต่อ
โครงเรื่องเลยอะ แทนที่จะอธิบายการผสมสารและกระบวนการอย่างละเอียด ถ้าโฟกัสที่ผลแล้วเน้นจุดต่างเรื่องมันก็ไปต่อได้แล้วอะ

แถมความสัมพันธ์ของคนร้ายกับคนคิดค้นเจลลี่ฟิชก็ดูเบาไปหน่อย
ไอ้การที่อยู่ดี ๆ มีเรื่องที่ชวนให้นึกถึงคนนั้นทั้งที่ไม่ได้เจอกันนานมาก
แถมเรื่องที่ผูกโยงกันก็มีแค่นี้ดดดเดียว ละอยู่ ๆ ก็กลับมาวางแผนทั้งหมดเพื่อคนคนนั้นมันแบบ เชื่อไม่ค่อยลง

ละเราก็แอบเซ็งเรื่องสไตล์การเขียนด้วย คือหลายฉากผู้เขียนบรรยายฉากละเอียดเกินจำเป็น แต่บางช่วงก็แทบจะมีแต่บทพูดและความคิดของแต่ละคน คือมันไม่บาลานซ์ใดใดเลยย และเราเบื่อไอ้การใส่ความคิดในหัวตัวละคร esp ตัวละครภาคพื้นดินมองเห็น X แล้วชวนนึกถึง YZ ที่ไม่ได้ส่งผลต่อโครงเรื่อง และไม่ได้ขยายหรือขยี้ลักษณะตัวละครที่กำลังคิดแต่อย่างใด

อะสุดท้ายจริง ๆ ที่เราไม่ว้าวและรู้สึกไม่ค่อยสนุกเพราะผู้เขียนไม่ได้จงใจละเมียดละไมใส่หลักฐานมาในเรื่อง แต่บิดไปมาและอยู่ดี ๆ ก็มาบู้ม เฉลยในตอนท้ายซึ้งเป็นการรวบเรื่องเข้าด้วยกันมัน เอ่อ ก็คนเขียนไม่ได้ใบ้ (ถึงทริกสุดท้าย) อะไรขนาดนั้นไง มันเลยหักมุมแบบเดาทางไปก็ไปข้อสรุปตอนจบเรื่องไม่ได้หรอก

ปล. ขอเพิ่มเรื่องเครื่องหมาย “ ด้วย คือโมโหมากที่จัดหน้ากระดาษแบบใช้ “..” แค่ต้นและท้ายคำพูดของตัวละคร คือบางครั้งทั้งหน้าไม่ได้มีบรรยายฉากเลย มีแต่บทพูดของคนคนเดียวที่ประกอบด้วยย่อหน้าย่อย ๆ หลายย่อหน้า คงามจริงใส่ “...” ต้น-ท้ายย่อหน้าย่อย ๆ ก็ไม่ผิดแปลกอะไร แถมยังช่วยให้ผู้อ่าน track ได้เรื่อย ๆ ว่าเออนี่คือบทพูด เห็นสนพ.เกริ่นไว้ว่าคงย่อหน้าตามแบบฉบับญี่ปุ่น เพราะเชื่อว่าผู้เขียนน่าจะอยากสื่ออะไรในแต่ละย่อหน้าที่คงไว้ แต่เท่าที่อ่านก็ยังจับอะไรไม่ได้ว่าสื่ออะไร? จังหวะในการเล่า? ถ้าเป็นเรื่องจังหวัในการเล่าเราว่าเรื่องนี้เว้น spacing เพื่อคั่นบทพูด-ฉาก-ความคิดน้อยไปด้วยซ้ำ บางครั้งอ่านแล้วงงมาก ฉากเอย บทพูดเอย ความคิดในหัวเอย ทุกอย่างมันไหลมากองรวมกันหมด

ปล2. แต่ไม่มั่นใจเรื่องการใช้ “ ว่าต้นฉบับก็ทำแบบนี้หรือเปล่า ถ้าต้นฉบับทไแบบนี้ก็ขอแบ่งความหงุดหงิดไว้ที่ผู้เขียน 50% แต่ถ้าไม่สนพ.ก็สามารถทำให้มันเป็นมิตรกับผู้อ่านได้มากกว่านี้อะ และยังยืนยันว่าจะคงต้นฉบับก็ช่วยบอกที่ว่าการเว้นย่อหน้าแบบนี้ และการใช้ “ แบบนี้มันทำให้อ่านสนุกขึ้น หรือมี easter egg ในเล่มเพิ่มเติมยังไงบ้าง
Profile Image for mahwayji.
11 reviews
June 27, 2025
2.25/5 This book is fun, but I don't love this book. It's have too many flaws that I can't even give them the average score... So below will be my thought on this book (which I try to include some spoiler as least as possible). I haven't write a review for so long, so please don't mind my ass writing.

# Plot
I might say that this is one of the strongest point in this story. The author is doing the research pretty good (I think). This book is gonna be focusing on science, especially 'Chemistry' which the worst one out of three, just kidding. The plot is the thing that keep me up with this book.

## The Investigating
The investigating part is the plot that i like the most. We will try to figuring out what was happened to the 'Jellyfish crew' with our 2 detectives the clues will keep popping up for us time by time. It's fun to try to think about the case with them, and trying to understand the chemistry process that the author try to told in the book (I don't even know if it's reliable, but I'll just trust the author).

## The what was happened
And for the 'Jellyfish Crew' side we will see on 'what has happened' on the Jellyfish ship. This part is the **only** part that I can see why they are calling this book the '21st century And Then There Were None'. The paranoia, the 'AMONG US' things, and also some of the murder that low-key remind me of ATTWN. It's this part fun? I might say, it's more just bland... This part just be here to reveal what was happened. The trilled in this part that supposed to be here, is not even do the thing.

# Character
The character in this book is not bad, but not good either. It's just 'yeah' for me. Most of the characters are don't have any of the characteristic. I can see that the author trying give them a personality, but I don't think the result is good... The characterize in this book can be categorize to 2 type.

## Forgettable Character
First, forgettable character. I can say that **All** of the 'Jellyfish Crew' or the researcher (I don't know what they were called in ENG) is forgettable. They got their trope and the execute is pretty bad. There is 'the pretty girl who's like attention', 'A looking like a good guy but nah', and more (they are that forgettable LMAO). there not really much to say, I'm just gonna say that other than the next type of character, they all are forgettable.

## TOO MUCH TROPEY
Now, this is what I wanted to talk about. I don't hate when characters have trope, it's can help reader easy and fast to digest of what these characters are. But sometimes, it's was done pretty bad. Our main detectives Maria and Ren. Maria is the hotted-head girls who is not good with *thing that uses knowledge* but have a great intuition. And Ren is the sidekick who is a cooled-head and smart guy (That pretty much all of his personality). This might seem pretty much like the first type we have talking about, **BUT** the author given them these characters to a max level that they can be. It's become *too much*. The author focusing too much on Maria the 'not good with thing that uses knowledge*'. He make her don't know anything about the science (including some most basic) including other things too!, just to make her keep yelling, and have Ren explain to her what that things she don't know are (for some reason he know everything). Then she just figured something out at the at of each chapter. It's too much that make her become a dumb character, which is sad, I think he can do it better.

# Writing
I don't hate how this book is narrated. I like that we get to switch between two scene, and see what are the police are thinking compared to what was really happened. But there is also a lot of flaws that contain in the writing.

## The revealing culprit
I think this part is not bad. It's fun and have a reasonable explanation. The little bad part is pretty much all of the mystery is got explain at the last chapter (55 pages). Which can be excited, but it's only give me that exciting for just a few pages. Some of the revealing is making me go wow, but some also just okay. So, overall the pacing of the story progression can be fun and exciting, but some part also too long, and that making it become boring.
## Unnecessaries & Sexualizing
This book can be a lot shorter. Some of the talking and description is unnecessaries and have nothing to do or affect to the plot. **Especially** the females description. There will be 3 females characters in this book that will have a plot significance, and for some reason, the author give them a *exhausively* details about them. Their body shape, face, boob-size, and for a male character is just 'Oh, this guy have black hair and wear glasses'. It's okay give a detail about particular character, but not when you sexualize them. 3 of them got written so bad that make me don't like this book. First girl, our detective, she got sexualize a lot. I will give some example: The author describe she's not dressed properly and her cleavage is shown just for the spicy, or the guy told her she need to be more beware of herself (because he saw her inner thigh/ underwear?). The other girl got seen as just a slut/pick me girl (???). The last girl is the victim, and how to make it's more tragic??? make her get raped... Yeah, I think the author seems to hate women or just see them as a sex object.

I am not shading the author, but the writing is giving me this opinion. He sexualize the female characters too much and the male just got normal treatment for some reason. If the author given these description to male character too, I might be more okay than this because at least it's might mean that he just love given details to his character.

P.S. His dialogue is weird sometime T-T. Like, why is this guy talking in a paragraph writing.
# Overall
I'm not despise this book. It's a fun read but I don't like this book. It's also have some part that make this book got lower score than it's should be. You can read this book if you are interested in the sci-fi 19xx part, but would I recommended this book to others? No.
Profile Image for Guts.
153 reviews27 followers
July 18, 2019
Feels very chuunibyou especially the way the two detectives are written (sarcastic man and a hot-headed tsundere woman lol) The killer is in no way believable and it seems like the author spent his time coming up with a cool trick more than coming up with a deep, believable and interesting characters. None of the characters are likable or relatable and you don't really feel any attachment to them. The manic pixie dream girl trope strikes once again, and not to mention rape trope because of course a girl has to be raped since that's the worst possible fate for any female character *sigh*

I bought the Thai version and I hate HATE HATE HATE the fact that they made it looks like the book is printed in Japanese format (reading right to left) but turns out it's just the cover. To read the book, you have to start from the backcover. Ugh.
Profile Image for Michael Zhu.
18 reviews
May 13, 2018
Nice tribute to And There Was None, yet kept its own merits. Beautifully structured, the novel delivered exactly as it was meant to. The main characters are, however, thin and pale, while the nice touch was in fact achieved elsewhere in the book. (So hard not to become a spoiler if I had to dig into details to elaborate this).

Overall 3 stars for the first half and 4.5 to the concluding part. Very neat and clever attempt at genuine detective plot in the most old fashioned way, yet with a nice twist. The core mystery is so intriguing until it’s explained perfectly and logically.
51 reviews3 followers
June 9, 2022
No.41/2022 ~ แมงกะพรุนไม่เป็นน้ำแข็ง
คะแนนส่วนตัวใหั ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ (เล่มนี้ให้ทะลุ 6⭐️เลย)

**************************************************
สนุ๊ก สนุก เล่มนี้สนุกสุดตั้งแต่อ่านมาของปีนี้แล้ว 300 กว่าหน้านี่ไม่กี่ ชม. จบ

เรื่องของนักวิจัย 6 คน ที่กำลังทำการทดสอบ "เจลลี่ฟิช" เรือเหาะขนาดเล็กที่เข้ามาพลิกโฉมประวัติศาสตร์อากาศยาน
ระหว่างการทดสอบได้เกิดเหตุขัดข้องขึ้นจนต้องนำเจลลี่ฟิชลงจอดฉุกเฉินบนเทือกเขาที่มีแต่หิมะปกคลุม เหตุการณ์ดูจะบานปลายเมื่อนักวิจัยเริ่มทะยอยโดนฆ่าทีละคน ใครคือฆาตกร จะใช่ 1 ใน 6 คนนี้หรือไม่
แต่แต่แต่ อยู่ดีดีก็มีคนโทรแจ้งตำรวจว่าเกิดเหตุไฟไหม้เจลลี่ฟิชบนเทือกเขา เมื่อตำรวจไปถึง เจลลี่ฟิชก็โดนไฟไหม้จนเสียหาย และพบศพในที่เกิดเหตุทั้งหมด 6 ศพ ซึ่งหลังจากการชันสูตรศพทั้ง 6 ศพถูกฆาตกรรม
อ้าววววววววววว แล้วฆาตกรคือใครอ่ะ
ไปลุ้นต่อในหนังสือได้เลย~~~

ชอบการเล่าเรื่องในเล่มนี้ แบ่งการเล่าเป็น 3 part สลับกัน แบ่งเป็น part บนเจลลี่ฟิชระหว่างเกิดเหตุฆาตกรรม, part ตำรวจที่สืบคดีหลังเกิดเหตุ และ part ที่เล่าเรื่องที่มาที่ไปของฆาตกร
เป็นเล่มที่สนุกตั้งแต่หน้าแรกๆของหนังสือ และความสนุกไม่แผ่วลงเลยสักนิด ยิ่งอ่านยิ่งลุ้น หาตัวฆาตกรไม่เจอเลย กว่าจะเริ่มหาตัวฆาตกรได้ปาไปนู้นหน้า 200 กว่าๆ ในแว็ปแรกที่คิดได้ คนนี้ต้องใช่แน่ๆ อ่านไปสักพัก อ้าวววววไม่ใช่เหรอเนี่ย อ่านไปอีกสักพักเห้ยยยยยยเดาถูก มันซับซ้อนไปอีกอ่ะ

ที่ชอบอีกอย่างนึงคือความสอดแทรกวิทยาศาสตร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เรามันก่ะเด็กเคมี อ่านเจอสูตรเคมีแล้วก็ดีใจ (ดีใจที่ยังไม่ลืมนี่แหละ) สมแล้วก่ะที่เป็นนิยายสอบสวนแนววิทยาศาสตร์ ได้ความรู้คู่ไปด้วยเลย

มาค่ะ มาอ่านกัน เล่มนี้มันสนุกมากจีๆนะ

FB~ bAi Look Book
IG~ bAiLookBook

#bAiLookBook #bAiTYReviewsABook #แมงกะพรุนไม่เป็นน้ำแข็ง #Daifuku #ReviewBook #BookAholic #BookStagram #BookAddict #BookLover #Reading #ReadingTime #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนำหนังสือ
October 22, 2024
ขณะรีวิว : อ่านจบแล้ว

#เรื่องย่อ
เรือเหาะ 'เจลลี่ฟิช' เป็นเรือเหาะล้ำสมัยที่ถูกพัฒนาขึ้น แต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างในช่วงการทดลองบินทำให้คนข้างในตายหมด และดูจะเป็นการฆาตกรรมหมู่ที่เป็นไม่ได้ซะด้วย

สายสืบมาเรียและคุโจ ต้องเข้ามาคลี่คลาย สืบหาให้ได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่ไม่น่าเกิดขึ้นนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

#รีวิว
ก่อนอื่น...ขอแอบนอกเรื่องนิดนึง คือชอบนักแปลคนนี้มากกกก หากเป็นเด็กที่เติบโตยุค 90-2000 น่าจะคยอ่านการ์ตูนพวก Boys, ชินจัง หรือ เล่นเกม The Sims1 พากษ์ไทย พวกนี้ผ่านการแปลโดยนักแปลท่านนี้และทีมงานมาแล้ว สำนวนเด็ดดวง เป็นตำนานสุด ๆ
ตอนซื้อ ยอมรับว่า สะดุดตาชื่อนักแปล และปกสวยค่ะ 5555

พอซื้อมาก็เห็นมีคนอวยเยอะอยู่ ประกอบกับเป็นหนังสือได้รางวัล เลยหยิบมาอ่านเจิมซะหน่อย

ผลปรากฎว่า...
...
เอ่อ...
ก็ไม่ได้ดีเลิศขนาดนั้น...
ยอมรับตรงพลอทที่น่าสนใจ การฆาตกรรมหมู่ในที่ที่ปิดตาย ชวนให้อ่านจนจบ เพราะอยากรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น แม่ว่าจะเดา ๆ ได้บ้าง แต่การเฉลยก็ทำให้ปะติดปะต่อได้แบบเคลียร์กว่า

เพียงแต่ รู้สึกว่ามันเวิ่นเว้อไป เนื้อหาหลายส่วนเหมือนคนเขียน เขียนเพื่ออวดภูมิความรู้ในกลไกของเรือเหาะ แต่คนอ่านไม่จำเป็นต้องรู้ มันไม่เหมือนของเคโงะนะ ที่สิ่งที่เล่าเป็นส่วนหนึ่งของทริค อันนี้คือมีหลายส่วน เล่าไปเรื่อยเหมือนเชิงอรรถอะไรงี้ ซึ่งน่าเบื่อ เนื้อหาบางช่วงที่ใส่มาไม่เกี่ยวอะไรมาก ไม่มีผลกับสตอร์รี่หลักเท่าไหร่ บางทีมีจะหลับ
แต่ก็อ่านจนจบ เพราะ core หลักของเรื่องมันชวนให้อยากรู้

<<อ่านรีวิวงานอื่นๆ https://www.facebook.com/SickCatReview
Profile Image for Kaengjued.
2 reviews
August 28, 2024
การเล่าแบบสลับมุมมองน่าสนใจดี ช่วงแรกๆ ของเล่มเหมือนได้ค่อยๆเติมพัซเซิลไปกับทีมตำรวจ ค่อยๆ เผยปมระหว่างตัวละครในคำโกหกต่างๆ ออกมา แต่อ่านแล้วอึนๆ กับเนื้อหาเคมีที่แน่น เวลาอ่านอะพอเข้าใจนะ แต่พอเห็นคำอธิบายพวกสารยาวๆ สายตาก็แอบสกิปข้ามไปเลย

ไม่ชอบการใช้ชื่อย่อประเทศ ย่อรัฐอะไรงี้เลย อ่านแล้วงง ย่อทำไมนะ?

ว่าตามตรงไม่ค่อยชอบคาแรคเตอร์กับไดนามิคระหว่างมาเรียกับเรน เหมือนเอามาอธิบายให้คนอ่านมากกว่าตัวละครอธิบายให้กันเอง การเหน็บแนมต่างๆ ก็รู้สึกว่ามันแห้งแล้งมากกก ไม่ค่อยสนุกเวลาเห็นสองคนนี้อินเทอแรคกัน แต่ในทางกลับกันดันชอบไดนามิคระหว่างมาเรียกับจอหน์มากกว่า ถึงจะมีบทนิดเดียวก็เถอะ
ส่วนตัวละครบนเรือก็รู้สึกว่าปูไดนามิคระหว่างคาแรคเตอร์ได้ไม่ค่อยดี ไดนามิคดูแห้งๆ คนที่เหมือนจะสนิทกันก็ไม่รู้สึก convince ขนาดนั้นจากการเขียน คือจะรู้ว่าใครเป็นแบบไหนเพราะว่าคนเขียน 'บอก' ว่าเป็นแบบนั้นมากกว่า

ในส่วนของคดีฆาตกรรมเราชอบsuspenseในตอนที่คนตายกันไปทีละคน ๆ รู้สึกถึงความเครียดความกลัวได้ แต่พอตอนท้ายเล่มที่เฉลยทุกอย่างหมดทำให้เรารู้สึกว่ามันหมดความตื่นเต้นไปหมดเลย คือเดาคนร้ายถูกนะ แต่จอนเฉลยทำให้รู้สึกว่าคนร้าย OP ไปมั้ยอะ?55555 ทุกอย่างมันดูเข้าที่เข้าทางไปหมด ทำนั่นทำนี่เป้งๆๆ แบบแทบไม่มีอุปสรรคอะไรเลย อ่านแล้วขัดใจ มันขัดกับความเรียลของวิทยาศาสตร์ต้นเรื่องไปหน่อยอะ จบแบบไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ Fall flat ลอยฟีบลงพื้นไปเลย

อ่านรวดเดียวสนุกอยู่ แต่ไม่ประทับใจ รับไป 3/5🪼
Profile Image for จิณณฺ.
3 reviews
August 25, 2023
สนุกไหม? สนุก ชอบไหม? ไม่

ที่จะพิมพ์ต่อไปนี้ค่อนข้างส่วนตัว ฟัง ๆ แล้วอาจจะได้กลิ่นเลือกที่รัก มักที่ชังตุ ๆ แต่เราไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ ว่าเราเกลียดวิทย์-คณิตสุดใจ เราไม่มีวันชอบสองวิชานี้ได้แน่ ต่อให้มาในรูปแบบวรรณกรรมเราก็ไม่ชอบ

อีกอย่างเราว่าเรื่องนี้อธิบายทฤษฎีไม่สนุกด้วย ยิ่งกลับมาจากดู Oppenheimer (2023) ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้อธิบายทฤษฎีไม่สนุกเลย เอาเข้าจริงกลวิธีผลิตเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีขบวนการอย่างไร (โอเค แวะคุยกันก่อนนิดนึง อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะเริ่มคิดแล้วว่า ใช่สิ แอคนี้มันไม่ชอบใจอยู่แล้วแล้วจะพอใจได้ไง… เอางี้นะคะ ถึงเราจะเกลียดวิทย์-คณิตเข้าไส้ แต่ขั้นตอนการสร้าง กระบวนการต่าง ๆ เรามองว่ามันเป็นเรื่องเล่าได้ ในกรณีที่คุณเขียนได้ แต่อย่างที่ว่า เราไม่ม่วนจอยกับการอธิบายของเรื่องนี้เท่าไหร่)

ไหนจะเรื่องจ���จุ๊บพิศวาสอะไรก็ไม่รู้ตั้งแต่ต้นเรื่อง จนถึงตอนนี้เรายังหาเหตุผลของจุมพิตนั้นไม่ได้เลย ใส่มาทำไมกัน

แต่นั่นแหละค่ะ สุดท้ายแล้วเราก็ยังคิดอยู่ดีว่า ‘แมงกะพรุนไม่เป็นน้ำแข็ง’ เป็นเรื่องที่น่าลองอ่านด้วยตัวเอง การที่เราไม่ชอบไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ชอบ และการที่เราชอบไม่ได้หมายความว่าคุณจะชอบด้วย ยิ่งถ้าคุณสนใจเนื้อหาแนววิทย์มาก ๆๆ อยู่แล้ว บางทีนี่อาจจะกลายเป็นเรื่องโปรดเรื่องใหม่ของคุณก็ได้นะคะ

เพราะที่น่าเบื่อคือทฤษฎี ไม่ใช่การดำเนินเรื่องแต่อย่างใด
Profile Image for Froggie.
794 reviews40 followers
August 18, 2020
มีคนแนะนำว่าดี เป็นเหตุให้เราได้อ่าน And Then There Were None แล้วจึงมาต่อเล่มนี้

ซึ่งอาจจะไม่เหมาะ เพราะทำให้แมงกะพรุนฯ "จืด" ไปเลย เราไม่คิดว่าเล่มนี้เทียบชั้น ATTWN ได้นะ แค่มีรูปแบบการเขียนบางส่วนคล้ายกันเฉยๆ เช่น ฆาตกรรมหมู่ในสถานที่ปิดตาย สงสัยว่าคนร้ายอยู่ในหมู่เหยื่อ มีมุมมองตัวละครหลากหลาย ฯลฯ

ฉากหลังน่าสนใจมาก คนเขียนดูมีการหาข้อมูลเรื่องเทคโนโลยี แต่เราไม่มีความรู้ว่าถูกต้องแค่ไหน ในเรื่องมีศัพท์เคมีกับศัพท์เทคนิกเยอะแยะ แต่จะไม่สนใจก็ได้ หลายส่วนเราตาเบลอๆอ่านข้ามไป ก็ยังเข้าใจคดี

สิ่งที่ไม่ชอบคือคู่หูสายสืบที่มีความ "การ์ตูน" มากไปหน่อย เบื่อช่วงที่สองคนนี้ออกมา เรื่องบนเรือเหาะและความคิดคนร้ายสนุกกว่า ขัดใจนิดหน่อยกับการเล่า เราไม่ถูกโฉลกกับการเขียนสลับมุมมองไปมาระหว่าง 3 กับ 1 ในบทเดียวกัน รวมถึงไม่ชอบ "สายตาของคนเขียน" และ manic pixie dreamgirl ในการเล่าเรื่อง

เดาคนร้ายได้ตั้งแต่บทต้นๆ ยิ่งผ่านไปก็ยิ่งมั่นใจ แต่ตอนจบก็ยังมีจุดที่ทำให้ตาโตว่าคิดไม่ถึง ตรงนี้ทำให้เราปัดดาวขึ้น

แปลดี รูปเล่มสวย ปกงาม เปิดหน้าแบบญี่ปุ่น แต่ไม่ลำบากอะไร จัดย่อหน้าแบบญี่ปุ่นซึ่งดูพิลึก แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหามากในการอ่าน

2.5 ดาว
Profile Image for Tippy Chee.
298 reviews9 followers
July 27, 2024
รีบอ่านมากก แบบด่วนแบบสับ และแทรกคิวทุกเรื่อง เพราะ TK Read บอก สื่อที่ทำการจองของท่านถึงคิวแล้วค่ะ 555

เลือกเรื่องนี้เพราะชื่อนักแปลก่อนเลยย
คือปกติแล้วเราไม่ค่อยชอบงานสืบสวนญี่ปุ่น เพราะส่วนมากที่เจอ มันอืดเอื่อยน้ำท่วมทุ่ง แต่เรื่องนี้ ถึงจะมีความน้ำท่วมทุ่งอยู่บ้าง (ในส่วนบทบรรยาย และบทพูดเชยๆ หน่อย) แต่เดินเรื่องไว เข้าปมเร็ว ปุ๊บปั๊บมีคนตาย ไม่ต้องรอนาน
ในส่วนของการเดินเรื่องการสืบสวน หาตัวฆาตกรที่แท้จริง คือสนุก มันไปต่อได้เรื่อยๆ ค่อนข้างจะอยู่ในระดับ “วางไม่ลง” อยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่ค่อยชอบคาแรคเตอร์มาเรียกับเรนเท่าไหร่ ปริศนาต่างๆ จัดวางได้ซับซ้อนอยู่ ทำให้มันน่าติดตามไปจนจบ ไม่มีจังหวะที่น่าเบื่อเลย แต่เกลียดตอนจบอ่ะ มันหาทางออกให้ตัวฆาตกรแบบดีเกินไปนะ เหมือนพยายามให้เรายอมรับการลงมือแก้แค้นด้วยความรุนแรงเหรอ? เราไม่โอเคกับสิ่งนี้ที่สุด
อันนี้เป็นเล่มแรก ในซีรี่ย์สืบสวน มาเรีย-เรน มั้ยนะ ก่อนหน้านี้เราอ่าน นกกระจกไม่หวนคืน มาแล้ว เราว่าเรื่องนี้แอบสนุกกว่านิดนึงด้วย
จัดว่าเป็นแนวสืบสวนที่อ่านง่าย ย่อยง่าย จังหวะเดินเรื่องดี การตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ของหลายๆ คน ก็ดีมาก เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังเริ่มอ่านแนวสืบสวนเลยแหละ
Profile Image for Chada Phontheerasathian.
2 reviews
July 27, 2022
เนื้อเรื่องย้อนไปในยุคที่ใช้เรือเหาะเป็นยานพาหนะ ก่อนที่จะมีเครื่องบินเหมือนในปัจจุบัน สกิลการใช้คอมพิวเตอร์ยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่ แผนการที่คนร้ายวางไว้ค่นข้างแยบยล เพราะปั่นหัวตำรวจมาได้มากกว่าครึ่งเล่ม จนตอนท้ายๆของเรื่องตำรวจถึงเข้าใจและไขคดีได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คนร้ายเป็นใคร


การดำเนินเรื่องมีการตัดสลับไปมาระหว่างอดีต ระหว่างที่เกิดเหตุ และในช่วงสืบสวนหลังเกิดเหตุ รวมทั้งมีการตัดไปมาของมุมมองความคิดในแต่ละตัวละคร จนบางครั้งก็คือลืมว่าที่กำลังอ่านยู่นี้คือมุมมองของใคร หรือใครกำลังพูดอยู่ จนต้องย้อนกลับไปอ่านอยู่หลายครั้ง


ตัวละครคู่หูตำรวจเหมือนมาเพื่อให้เรื่องมันเดินเฉยๆ ยังไม่ค่อยฉายแววความเก่งออกมาเท่าไหร่ จนอยู่ดีๆมาปิ๊งทุกอย่างตอนท้ายเรื่อง


รวมๆคิดว่าสนุกดีอ่านเพลินๆ ไม่หนักหัวมาก แต่ส่วนตัวเราที่เป็นคนชอบอ่านนิยายสืบสวนมากกกกๆๆๆๆ ชอบคดีที่ซับซ้อนเยอะหน่อย อ่านแล้วให้ความรู้สึกว่า เออคนเขียนคิดได้ไงนะ เล่มนี้ยังไม่ถึงขั้นว๊าวในใจสุด แต่ถือว่าไม่แย่เลย คิดว่าอ่านเล่มต่อๆไปน่าจะรู้สึกสนุกได้มากขึ้นกว่านี้อีก
Profile Image for Erika.
2,840 reviews90 followers
April 2, 2024
3.5。
久々の「ザ本格推理」という感じの作品。
ジェリーフィッシュと呼ばれる飛行船が実用化されつつある。私達の世界とは少し違った世界で起きてる話は、「並行世界もの」としても面白いし、飛行技術の箇所を読んでると実際にありそうな気持ちになってくるのが、私の好きなSF作品「重力アルケミック」を思い出させた。
舞台がU国で、1980年代=冷戦の真っ只中、というのが予想外で、読み始めはちょっとびっくりしたが、久々に日本人が書いた「西洋もの」は全然違和感を感じずに読み進められて、最後のトリックの解説部分も納得などんでん返しだった。(問題箇所を色々読み返してみたら、全てちゃんとパズルのピースがハマる感じ)
重要箇所には点々のルビがふられていたのも、初心者に優しい。

それなのに何故星3.5かというと、ちょっと犯人の動機や、今回の事件の発端となった事件の描写に所々無理を感じる為。

が、この世界そのものには興味があるし、私達の実際の世界と違うからこそ面白い事件が発生するんだろうな、と思うので、是非シリーズの続きを読みたいと思う。
何故九条蓮がJ国からU国に移民してきたのか知りたいし(それにしても、「九条蓮」なんて、何て漫画の主人公っぽい名前)、上司マリアも魅力的だし(自堕落だけど有能な女性って良い)。
10 reviews
May 23, 2021
Satisfied จริงๆ ค่ะ มีช่วงเอื่อยอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าพล็อตแข็งแรงมากๆ เลย วิธีการเฉลยและโครงเรื่องเท่มาก และมุมมองวิธีการเล่าสำหรับเราค่อนข้างน่าสนใจ ชอบการสลับกันไปมา รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้การสลับบ่อยขนาดนี้มันราบรื่นได้ แต่เราไม่งงเลยค่ะ ชอบความรู้สึกว่าเรารู้สึกคล้ายจะเป็นพระเจ้าในบางช่วงบางตอน แต่เราไม่ได้นำจริงๆ แต่อย่างใด วิ่งไล่ไปเหมือนจะทันแต่ก��ถูกนำไปอีกก้าวตลอดเรื่อง สนุกดีค่ะ คือความอยากรู้นำเราจนวางหนังสือไม่ได้ ต้องอ่านให้จบไม่งั้นนอนไม่หลับเลย

สิ่งที่ไม่ชอบในนิยายเรื่องนี้คือ อุตส่าห์คิดทริคมาซะเท่ แต่วิธีการเฉลยนี่ดูไม่ค่อยมีชั้นเชิงเท่าไหร่ค่ะ ซีนมันไม่เท่5555

ปล. เห็นด้วยกับรีวิวก่อนหน้าที่บอกว่าเหมาะกับการอ่านรวดเดียวจบ จริงมากค่ะ คิดว่าถ้าทิ้งไว้ 2-3 วัน น่าจะลืมดีเทลไปเยอะ เพราะยุบยั่บมากๆ
Profile Image for n.
51 reviews
April 7, 2024
พาร์ทอธิบายกลไกที่เป็นวิทย์จ๋าๆ = ปล่อยใจแล้วพี่

พาร์ทเฉลยชอบเรื่องมียาน 2 ลำ แล้วคนแบ่งกันขึ้นตั้งแต่แรก อ่านแล้วต้องกลับไปย้อนดูพาร์ทแรกๆ แต่ภาพรวมค่อนข้างเฉยๆ อาจจะคาดหวังไว้เยอะกว่านี้ คือไม่ได้แย่ อ่านรวดเดียวจบด้วยเพราะอยากรู้ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่รู้สึกโดดเด่นมากขนาดนั้น + แอบเซ็งที่คนร้ายเป็นคนที่น่าสงสัยสุดตั้งแต่แรก5555555555 แล้วก็นะ วิธีชีก็อาศัย pure luck เยอะสุดๆ ฟ้าคงเป็นใจ

อีกเรื่องคือ เซตติ้ง (น่าจะ) อยู่เมกา ตัวละครก็เป็นฝรั่งหมด แต่ไวป์มันญี่ปุ่นม้าก นิสัยก็ญี่ปุ่นม้าก ไม่รู้เพราะคิดไปเองแค่ไหน แต่นึกหน้าตัวละครเป็นฝรั่งไม่ค่อยออกเลย

และ มันต้องพูดถึงหน้าอกตัวละครหญิงให้ได้เลยดิ ไม่ได้มีผลกะลักษณะตัวละคร / เรื่องด้วย แต่มันต้องพูดให้ได้เลย

+ ในบรรดานิยายสืบสวนที่คล้ายกับ and then there were none ที่อ่านมา 3 เล่ม (and then there were none, บ้านสิบเหลี่ยม, แมงกะพรุน) ชอบ and then there were none สุด จบ ทริคอีก 2 เล่มมันไม่ทำงานกะเราอะ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 30 of 75 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.