Rachanont51 reviews9 followersFollowFollowAugust 16, 2017หนังสือแนวพัฒนาตนเองที่ผมอ่านส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 แบบคือแบบแปลจากหนังสือต่างประเทศมาทั้งเล่ม ซึ่งอ่านแล้วมักไม่ได้อะไรเพิ่มเติมจากต้นฉบับ แถมบางเล่มอ่านแล้วงงกว่าตอนอ่านต้นฉบับอีก อาจเป็นเพราะผู้แปลไม่ค่อยมีความเข้าใจเรื่องการพัฒนาตนเอง กับอีกแบบคือ เรื่องเล่าที่แปลมา แล้วก็มารวมกันเป็นเล่ม ซึ่งก็มีทั้งเรื่องที่น่าสนใจและไม่น่าสนใจ แต่มักจะไม่ค่อยเชื่อมโยงกันให้อารมณ์เหมือนอ่านบล็อกไปเรื่อยๆแต่ "Thank God It's Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ" #TGIF จะคล้ายๆ กับแบบหลัง แต่อ่านแล้วสนุกกว่าทั้งที่บางเรื่องผมก็เคยอ่านมาแล้ว เพราะคุณรุตม์เล่าใหม่ด้วยพื้นฐานของผู้ที่ผ่านการเรียนรู้การพัฒนาตนเองมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต่างจากการแปลมาตรงๆ แถมด้วยการจัดหมวดหมู่ และเรียงลำดับให้ผู้อ่านค่อยๆ ได้เรียนรู้ไปเป็นขั้นๆ โดยเรื่องที่ผมชอบมากๆ ก็มีเรื่องพระจันทร์คนละดวง กับ ทำไมคนส่วนใหญ่จึงพอใจกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน ใน lesson 1แรงต้านคือเข็มทิศ กับเราไม่ได้เครียดเพราะงานเยอะเกินไป ใน lesson 2ทุกเรื่องใน lesson 3 และ 4ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เชือกผูกรองเท้า กับชีวิตสั้นเกินกว่า... ใน lesson 5สรุปแล้ว "Thank God It's Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ" เป็นหนังสือแนะนำสำหรับวัยเริ่มทำงาน เคียงคู่ไปกับหนังสือ คนไทยฉลาดการเงิน : Money Literacy เลยครับ (วัยอื่นก็อ่านได้ครับ แต่ได้อ่านตั้งแต่เริ่มทำงานแรกๆ จะดีมาก)productivity
Tum Kanapon146 reviews14 followersFollowFollowJune 9, 2022อ่านบล๊อคพี่รุตม์ และ เคยได้มีโอกาสขอคำแนะนำจากพี่รุตม์ และพบว่าพี่รุตม์น่ารักมาก และ Culture ของ Wongnai ก็พิเศษจริงๆ สำหรับหนังสือ มีแง่คิดดีๆอยู่ โดยมีจากการรวมเนื้อหาจากหนังสือต่างประเทศหลายๆเล่ม และมีบางส่วนที่พี่รุตม์ได้เขียนเอง ที่ให้ 3 ดาวเพราะ จริงๆตั้งใจอยากได้มุมมอง Inisight เรื่องพนักงานประจำ แต่มีเพียงบทแรกๆเท่านั้นที่เขียนถึงในเรื่องนี้ ส่วนอื่นๆจะเป็นวิธีการ productiviity และ self-improvement สำหรับคนทั่วๆไป (ซึ่งเนื้อหาดีนะครับ)
Somphong Phuangmalai39 reviews5 followersFollowFollowDecember 17, 2017หนังสือที่ให้ข้อคิดในเรื่องการทำงานประจำ ทั้งข้อดี และการใช้ชีวิตที่มีความสุขบางทีเราก็มองหาความสุขที่ไกลตัวไป จนลืมใส่ใจสิ่งที่มี ลืมหาความสุขกับปัจจุบัน จึงทำให้ทุกข์หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดทั้งด้านการจัดการชีวิต จัดการงาน ให้สมดุล มีความสุข เพราะบางทีการออกมาทำธุรกิจตนเอง ตามแบบอย่างกระแสนิยม มันอาจจะไม่เหมาะกะเราfavorites
Chanyanut Mimak12 reviews1 followerFollowFollowNovember 7, 2020อ่านเพลินมาก มีทริคดีๆ ให้นำไปใช้ สุดท้ายประโยชน์จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราลงมือทำ
Karn Moonsri84 reviewsFollowFollowOctober 16, 2021ชอบในส่วนของการนำเรื่องราวและเทคนิคสาย productive จากแหล่งอื่นๆ มารวมไว้ในเล่มมากครับ ผมได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมากเลยครับ มีช่วงนึ่งครับ การเล่าเรื่องของเล่มนี้เหมือนเปลี่ยนไปเลย มีการตั้งคำถามและการตอบคำถาม วนไป วนไป ข้ามเรื่องไป เรื่องอื่นบ้าง แต่ก็ยังคงแกนสารสาย productive ไว้ครับ ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ดีครับ
Pongsak Sarapukdee284 reviews24 followersFollowFollowDecember 23, 2021มีทริคบางอันที่เอาใช้ในที่ทำงานได้ เช่น ให้คนในทีมเป็นฝรั่งหนึ่งวัน ใครจะคุยกับคนคนนี้ต้องคุยอังกฤษ และวนเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ
Jirawat Ton28 reviewsFollowFollowOctober 14, 2019อ่านเพลินๆไวๆ เกี่ยวกับทัศนคติของมนุษย์ออฟฟิสประโยคโดน :สิ่งที่จะเป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุดในการทำงาน คือ ความรู้สึกว่างานของเรามีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ4 เรื่องที่น่าสนใจที่สุด ที่น่าจะเอามาใช้ได้1.การเขียนรายงานการประชุม2.Kanban board3.Narrative Memo4.โครงร่างการนำเสนอไอเดีย🤤การเขียนรายงานสรุปการประชุมการประชุมมีจุดประสงค์อยู่แค่สามอย่าง คือ1. แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกัน2. ระดมสมองในแต่ละเรื่อง3. ตัดสินใจ่วมกันว่าจะเอายังไงกันต่อดังนั้น รายงานการประชุมจึงควรจะมีสามอย่างนี้1. Insights ("ah-ha" moments for the participants)ข้อมูลทรือเแนวทางสำคัญๆที่ได้จากการพูดคุยกันในที่ประชุม2. Decisions-เรื่องที่ผู้เข้าร่วมประชุมตัดสินใจร่วมกัน3. Action Items-สิ่งที่แต่ละคนต้องทำหลังจากนี้เราสามารถทำรายงานการประชุมแบบ real-time ได้เลย โดยใช้ google docs เปิดให้ทุกคนร่วมตรวจสอบเนื้อหาพร้อมกันได้🤤Kanban Board เพื่อจัด priority และ focus กับแต่ละงานได้backlog / on deck / doing / done / on holdon deck ไม่ควรเกิน 6 งานในแต่ละช่วงเวลาdoing ไม่ควรเกิน 3 งานon hold ก็ไม่เกิน 3 งาน🤤 Narrative Memo (กระชับๆ ไม่เกิน6หน้า)ใช้แทนที่ powerpoint / ไม่ต้องมีคนนำเสนอ / เอาไอเดียมาเขียนสรุปแล้วให้ทุกคนอ่าน / ถกประเด็นกันได้เลย🤤การนำเสนอไอเดีย1.ปัญหา (Problem)2.ทางออกที่ธุรกิจมานาเสนอ (Kour Soluion )3.ธุรกิจของคุณจะทำเงินอย่างไร (Business Model)4.เทคโนโลยีที่จะไช้ (Underlying magic/Technology)5. การตลาดและการขาย (Marketing & Sales)6.คู่แข่ง (Competiเน่on)7.ทีมงาน (Team)8.คาดการณ์ยอดขาย/จำนวนผู้ใช้งาน (users) และหมุดหมายสำคัญของบริษัท เช่น ปีหน้าจะมีรายได้เท่าไหร่ จะมีผู้ใช้งานครบล้านคนเมือไหร่ ฯลฯ (Projections & Milestones)9. สถานะและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ (status & timeline)10. บทสรุปและสิ่งที่ต้องทำ (summary + call to action)This entire review has been hidden because of spoilers.
GleeGMJournal309 reviews2 followersFollowFollowNovember 6, 2022ฟังหนังสือเสียงบน Storytel สั้นๆ สองชั่วโมงอารมณ์เหมือนฟัง podcast หนังสือที่มองมุมกลับว่าการเป็นพนักงานประจำก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่คน(เสียงดัง)หลายคนบนโลกพยายามแปะป้ายว่างานประจำคือกัปดัก รีบเผ่นออกมาหาอิสระนะฟังได้เพลินๆ ช่วงแรกพูดถึงว่าทำไมพนักงานประจำถึงมีข้อดี เช่นไม่ชอบก็แค่ย้ายงานไม่ต้องจมปลักกับการเป็นเจ้าของกิจการช่วงหลังเป็นทริคการทำงาน productive ในที่ทำงานเช่นการใช้ Kanban Board เอย ซึ่งเอาจริง ถ้าใครอ่านหนังสือหัวข้อนี้มามากก็จะไม่ได้อะไรแปลกใหม่เท่าใดนัก เพราะบางส่วน ตัวผู้เขียนก็หยิบยกเนื้อหาบางส่วนของเล่มอื่นมา เช่นของ Cal Newportทว่าเล่มนี้มีข้อดีตรงที่มันเขียนในบริบทสังคมไทย คนอ่านคงรีเลทได้ง่ายกว่าหนังสือฝรั่ง เช่นเรื่องวัฒนธรรม English Friday ที่เห็นมีหลายที่จัดแต่มันก็แป้กจริงเพราะคนไม่กล้าพูดแทน(แถมกลัวโดนปรับ) ทริคที่น่าลองคือทริค I'm farang ที่ผู้เขียนเสนอคือการเอาป้าย I'm farang ไปวางวันละโต๊ะ ใครได้ป้ายนี้ต้องพูดอิ้ง ดังนั้นใครที่เดินมาคุยงานกับคนนี้ก็ต้องพูดอิ้งไปโดยปริยาย (กลายเป็นว่าคนในทีมมีโอกาสได้พูดอิ้งทุกวัน ถ้าเค้าได้เดินไปจ๊ะเอ๋กับฝรั่งนะ) และมันเป็นการจัดเพื่อความสนุกสนาน(แบบแฝงประโยชน์)มากกว่าจะบังคับแบบ English Friday ดูเป็นกิมมิคที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย
Teerasak102 reviews1 followerFollowFollowNovember 5, 2019เป็นหนังสือที่ดีเกินคาดหวังของตนเอง เห็นมาหลายครั้งแต่ไม่เคยหยิบมาลองเปิดดูเพื่อจะซื้อ ครั้งหนึ่งหยิบมาเปิดไปเจอบทที่สามอ่านแล้วตรงกับสิ่งที่กำลังมองหา ซื้อกลับมาอ่านจบภายในไม่เกินสองวัน ไม่อยากเชื่อตนเองว่าจะอ่านได้เร็ว ขอบคุณโลกนี้ที่มีหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่เปลี่ยนทัศนคติกับงานที่ทำ ไม่ใช่แค่บทที่สามที่เปลี่ยนทัศนคติเราแต่มันคือการรวมกันหลายๆบท
chomp3 reviewsFollowFollowApril 28, 2020คือว่าเจอหนังสือเล่มนี้ที่ชั้นของห้องสมุดที่โรงเรียน อะไรดลใจมาอ่านก็ไม่รู้55555555 พอได้อ่านแล้วเพลินมาก ไม่นานก็อ่านจบ อ่านแล้วรู้สึกชอบในหลายๆแนวคิดมาก แล้วก็ทัศนคติในการทำงานดีมากเลย อ่านแล้วรู้สึกสนุกไปด้วย ชอบที่สุดก็ตรงด้านหลังๆที่เกี่ยวกับเรื่องลูกเรื่องครอบครัวด้วยแต่จริงๆชอบทั้งเล่มถึงแม้อายุยังไม่ถึงจุดที่ต้องทำงานเลย สุดท้ายอ่านแล้วชอบวันจันทร์ขึ้นมาด้วยเลย สุดยอด
Chiratikan Sanguancheep148 reviews11 followersFollowFollowMay 7, 2022ช่วงแรก ๆ เนื้อหายังเข้ากับชื่อเรื่อง แต่หลัง ๆ เหมือนเริ่มออกทะเล หยิบยกความรู้เรื่องการบริหารจัดการมาใส่ ซึ่งคำแนะนำในหนังสือนั้นใครจะนำไปใช้ก็ได้ ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นพนักงานประจำเท่านั้น มันกว้างเกินไปจนไม่รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาให้พนักงานประจำ เหมือนเป็นฮาวทูที่พูดเรื่องผิวเผินมากกว่า
Siriluck Aimpia71 reviews1 followerFollowFollowMarch 15, 2020อ่านง่าย วันเดียวจบ เนื้อหาส่วนใหญ่คือการส่งทัศนคติต่อชีวิตตนเองในทุกๆ วัน แทรกด้วยทริคการทำงานประจำให้มีคุณค่าและดีที่สุดเหมาะกับวันสบายๆ หากต้องการทริคที่ละเอียดหรือวัดผลชัดเจนเล่มอื่นอาจจะตอบโจทย์กว่า
May T24 reviews1 followerFollowFollowMay 30, 2023📆📑👩🏻💻Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ | เป็นหนังสือกึ่งฮาวทูในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ กึ่งปรัชญาการใช้ชีวิตให้มีความสุข“การได้ทำสิ่งที่รักไม่ใช่วิธีเดียวที่จะมีความสุขกับงานได้ แต่การรักในสิ่งที่ทำและมุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านนั้นก็ทำให้เรามีความสุขได้ไม่แพ้กัน”
Narongrit1 reviewFollowFollowDecember 12, 2017หนังสือแนวพัฒนาตนเองที่มีมุมมองในการทำงานประจำใหม่ๆ ได้ไอเดียใหม่ๆมาใช้กับการทำงาน คุ้มค่าคุ้มราคาครับ
Surattikorn125 reviews7 followersFollowFollowMarch 19, 2018หนังสือหนา 200 หน้า แต่ใช้เวลาอ่านไม่เกิน 3 ช.ม.เนื้อหาเบาๆ เขียนดี อ่านได้ลื่นไหลบางเรื่องเคยอ่านจากที่อื่นมาแล้ว แต่โดยรวมแล้วมีประโยชน์ดีเลยon-borrowed-in
Tanaporn Simcharoen92 reviews1 followerFollowFollowAugust 8, 2019Carftman passion คำนี้มีความหมายกับชีวิตเรามาก อยากรู้ว่าคืออะไร ลองอ่านดูน้าาา 😊
Araya Pichitkul172 reviews18 followersFollowFollowAugust 1, 2024มะนุดเงินเดือน ก้อมีข้อดีเหมือนกันนะอ่านแล้ว ได้แรงบันดาลใจในการทำงาน :)
Pitchayut Nipatdamrongkoun9 reviews2 followersFollowFollowMay 23, 2018หนังสืออ่านง่าย สบายสมอง แต่แฝงแง่คิดที่กลั้นมาอย่างดี