RMN219 reviews17 followersFollowFollowAugust 25, 2017ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้บทสนทนาค่อนข้างโดดเด่น เราอ่านแล้วชอบมาก โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ก่อนที่ฤกษ์กับพิมาลาจะแต่งงานกัน อ่านแล้วจะรู้สึกเลยว่าตัวละครค่อนข้างมีมิติกว่าในละครพอสมควรเลย โดยเฉพาะฤกษ์กับพิม เราสามารถรับรู้อุปนิสัยของตัวละครได้ค่อนข้างชัดเจนผ่านบทสนทนาเลย ยกตัวอย่างตามนี้ "ไม่ใช่ธรรมชาติแน่ๆ การอบรมทำให้คุณเป็น ผมว่าคุณอาบีบบังคับคุณมากเกินไป นี่ไม่ได้ว่านะครับ ตรงกันข้าม ผมเห็นคุณอาเป็นแม่ที่ดีมากเลย แล้วคุณก็เป็นลูกที่ดีมาก คุณน่ะ เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครู เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน ดูสิ! มีแต่ความดี แต่คนเราตึงเกินไปก็ไม่ไหว หย่อนเกินไปก็ไม่งาม เดินสายกลางนั่นแหละเหมาะที่สุด...นี่ผมจะพูดว่ายังไงดี คุณถึงจะไม่เข้าใจผิดว่าผมกำลังแนะให้คุณออกนอกลู่นอกทาง""ดูเหมือนฉันเข้าใจเจตนาของคุณแล้วละค่ะ" ดิฉันตอบ "แต่พูดก็พูดเถอะ ดิฉันไม่อยากขัดใจแม่ แม่อยากให้ฉันเป็นยังไง ก็จะพยายามเป็นให้ได้อย่างที่แม่อยากให้เป็น""คุณเป็นคนตามใจคนอื่น ไม่เคยตามใจตัวเองเลย คุณตามใจพ่อแม่ ตามใจเพื่อน ตามใจทุกคน" ฤกษ์พูดขณะมองดิฉันเต็มตา นัยน์ตาของเขาใหญ่ สีน้ำตาลเข้ม มีเสน่ห์ มีอารมณ์ขัน พร้อมๆ กับมีความครุ่นคิดแฝงอยู่ครบถ้วน ดิฉันไม่กล้ามองนาน มองตาเขาทีไรเหมือนได้มองดูแสงกล้าแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งอำนาจตาของดิฉันไม่อาจสู้ได้"ต่อไปข้างหน้า คุณก็อาจจะตามใจใครสักคนหนึ่งที่เป็นคนสำคัญของคุณ คุณรู้ไหมว่าการตามใจมากเกินไปเป็นโทษ ทำให้คนนั้นเหลิงได้ เหลิงแล้วก็รั้งไว้ไม่อยู่ ยื้อไม่หยุด แล้วคุณก็ร้องไห้..."ดิฉันรู้สึกว่า คำพูดของเขาช่างเป็นผู้ใหญ่เสียจริงๆ ยิ่งได้รู้จักเขานานไป ดิฉันก็ยิ่งรู้ว่า ในตัวเขามีอะไรหลายอย่างที่น่าทึ่ง มีทั้งเสน่ห์ มีทั้งอารมณ์ขัน อารมณ์เยาะ และอารมณ์ของผู้ชายที่รู้ว่าชีวิตคืออะไร ในนิยายเล่าเรื่องผ่านมุมมองของนางเอก ทำให้บทของใจเริงมีไม่ค่อยละเอียดมากเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่แต่งการแต่งงานกันไป ก็เหมือนไม่ค่อยได้มาสมาคมกันบ่อยๆ เหมือนสมัยที่ยังเรียนอยู่ ขนาดเลิกกับสามีแล้วตกอับจนต้องมาขออาศัยอยู่กับนางเอก นิยายยังไม่ค่อยพาดพิงถึงใจเริงมากเท่าไหร่ ทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกลบกับตัวละครนี้มากนัก ต่างจากนางเอก ที่เราเหมือนอยู่ใกล้ตัวเขาตลอดเวลา ไม่ว่าจะคิดหรือรู้สึกอะไรเรารับรู้ได้หมด ดังนั้น เราเลยรำคาญพิมาลามากที่สุดในเรื่อง รำคาญความใจอ่อนของนาง (ขนาดในคำนำนักเขียนยังเขียนเลยว่ารำคาญนางเอกที่สุด เขียนไปด่าไป เราเองก็อ่านไปด่าไปเหมือนกัน ฮ่าๆๆ)ตั้งแต่เกิดเรื่องนอกใจขึ้นเนี่ย เป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับเรามาก เพราะทุกคนดูพยายามไม่ให้นางเอกหย่าแบบสุดๆ ก็พอเข้าใจนะว่ายุคนั้น แต่งงานมาไม่ถึงปีก็หย่านี่คงเป็นอะไรที่แย่สุดๆ สำหรับฝ่ายหญิง บทสนทนาโต้ตอบไปมาระหว่างพระนางเริ่มน่าเบื่อสำหรับเรา คือแบบ จะต่อปากต่อคำอะไรกันยืดยาว น่าเบื่อมาก แทนที่จะจัดการอะไรให้มันเด็ดขาด พระเอกก็แย่ เห็นแก่ตัวมาก แต่ขัดใจที่สุดก็ตอนจบนี่แหละ เกลียดการที่ให้นางเอกกลับมาคืนดีกับพระเอกแบบง่ายๆ แบบโดนอดีตพ่อสามีหลอกให้ไปทำความสะอาดเรือนหอเก่าเตรียมจะปล่อยเช่า แล้วให้พระเอกไปดักรอง้อคืนดี แค่นี้เองง่ายๆ ยอมกลับมาดีกันง่ายๆ แค่นี้เอง ไม่ไหวนะ เอาลูกใจเริงมาเลี้ยงต่ออีกแน่ะ แม่พระจริงๆ เลยแม่คู้นนนน
Sahachad Bank89 reviews16 followersFollowFollowNovember 21, 2017นิยายเรื่องนี้ถูกเล่าผ่านมุมมองของพิมาลาซึ่งเป็นนางเอกของเรื่อง ช่วงแรก ๆ เนื้อเรื่องน่าติดตาม ตัวละครใจเริงโผล่มาทีไรบทสนทนาแซ่บ เฉียดเฉือนสุดๆ แต่ใจเริงมีบทบาทในเรื่องน้อยมากๆ เนื้อเรื่องส่วนใหญ่มุ่งไปที่ประเด็นการหย่าร้างและการกลับมาคืนดีกันของพิมาลากับฤกษ์ ให้คะแนน 3ดาว จาก5ดาว
Maneechan83 reviews2 followersFollowFollowJune 4, 2025เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านบันทึกของนางเอก เนื้อเรื่องน่าจะยาวสัก 20 ได้ (ประมาณเอา) ถึงจะเคยดูละครเวอร์ชันเจนนี่-เบลล่าไปแล้ว พอจำได้คร่าวๆ ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง แต่เราก็ยังอ่านอยู่ แถมรู้สึกอ่านสนุกเสียด้วย นวภาษาในเล่มนี้มันดูมีเสน่ห์ ถึงจะมีอยู่บางคำที่ไม่รูว่าแปลว่าอะไร บางคำไม่ได้ใช้แล้ว ไม่เคยได้ยินมาก่อน จะรู้สึกว่าเขาเขียนสวยเราชอบภาษาของเล่มนี้มีท่อนหนึ่งเอ่ยถึงว่าเป็นปี พ.ศ. 2501 งานการในสมัยนั้น ก็หายากค่าครองชีพก็แพง ซึ่งก็อยากมาโจรสมัยนี้ผ่านมาแล้วกว่าปีก็ยังยากมากอยู่ และที่ไหนหนังสือพูดกันหลายรอบว่า กรุงเทพฯ นั้นช่างแคบจริงๆ คงจะเพราะว่าสมัยนั้นไม่ได้มีที่เที่ยวหรือกิจกรรมอะไรมากมาย แล้วก็ดู แต่จะไปดูหนังสร้างเพลงกินข้าว ร้านอาหาร หรือไปคลับกันเสีย ส่วนใหญ่ที่แน่แน่เลยก็มีสวนลุม อย่าเห็นสวนลุมฯ สมัยนั้นเลย เคยอ่านเจอในหนังสือหลายเล่มแล้วส่วนหนึ่งที่เราไม่เข้าใจคือพระเอกกับนางเอกแต่งงานกันแล้ว แต่ยังเนี้ยบพ่อแม่ของฝ่ายตรงข้ามว่าคุณลุงคุณอากันอยู่เลย หรือเป็นเพราะว่าเขารู้จักกันมาตั้งนานก่อนจะแต่งงานเรียกกันว่าคุณลุงคุณอากันจนชิน แต่งงานกันแล้วก็เลยไม่เรียกคุณพ่อคุณแม่สุดท้ายคือในละครเวอร์ชันที่เราดูมาตอนจบไม่ได้เหมือนในหนังสือเท่าไร ละครก็ปรับบางอย่างไปให้ดูน่าดูมากขึ้น สะเทือนใจท่านผู้ชมมากขึ้น สมัยนั้น จำได้เลยเจนนี่สวยมากใครใครก็อยากแต่งหน้าแบบใจเริง (เราคือหนึ่งในนั้น 555)สุดท้ายอีกรอบ เราชอบบทพูดของใจเริงมาก แบบช่างสรรหาคำมาพูดคำมาด่า แล้วคำพูดดูแบบกล้ามาก ไม่มีอายเลย ขนาดมาอ่านสมัยนี้ยังรู้สึกว่าพูดตรงพูดแรง ด้านเกินเลย ในสมัยที่หนังสือเขียนถึงนี่ คนฟังจะรู้สึกขนาดไหน แต่ก็เสียดายบทใจเริงน้อยไปหน่อย พระเอกก็ด่าใจเริงได้เจ็บเหมือนกัน...อ่านไปแล้วก็เก็บไว้เตือนใจตัวเอง ช่วยคนอื่นแค่พอประมาณ อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อน...