Jump to ratings and reviews
Rate this book

อยากให้พระอาทิตย์ตกดินตอนสามทุ่มครึ่ง

Rate this book
‘อยากให้พระอาทิตย์ตกดินตอนสามทุ่มครึ่ง น่าจะเป็นชื่อ นวนิยายของผมที่ยาวที่สุดในขณะนี้ ชื่อนี้ได้มาตอนที่กำลังทำงาน งานนั้นก็คืองานจัดทัวร์ ด้วยโปรแกรมใส่สถานที่ท่องเที่ยวเข้าไปเยอะ จนกระทั่งเวลาหนึ่งวันแทบมีไม่พอ ดังนั้นถ้อยคำนั้นจึงหลุดออกมาจากปาก เพราะไม่อยากเสียคำพูด กับไม่อยากกลับบ้านดึกดื่นนั่นเอง

และเมื่อ ได้ถ้อยคำที่คิดว่า น่าจะเป็นชื่อนิยายได้ด้วยมาแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็เริ่มวางพล็อต..ซึ่งชื่อก็น่าจะบอกอยู่แล้วว่าน่าจะเป็นงานเศร้า ตอนแรกกะไว้ว่าจะให้เป็นงานรักสามเส้า หนึ่งหญิงสองชาย แต่พอลงมือเขียนไปได้เพียงนิดหน่อย..มันกลายเป็นหนึ่งหญิงสองชายแต่ว่ามันไม่ใช่อารมณ์ตามธรรมชาติเสียแล้วและอารมณ์นั้นผมก็ขอยืนยันว่า ผมไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้น แต่ว่าตัวละครเขาต้องการมีวิถีอย่างนั้น และผมก็ต้องปล่อยให้พวกเขาเป็นไป โดยที่ผมเองเป็นเพียงผู้นั่งมองและเอาใจช่วยให้เขาประคับประคองชีวิตให้ถึงจุดหมาย..

เรื่องนี้ค่อนข้างจะใช้ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือหลายเล่มเพราะเป็นเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยรวมถึงเป็นงานที่มีข้อคิดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาผสมกับประวัติศาสตร์จึงไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดและต้องการให้สมจริงสมจังที่สุด แต่ถึงกระนั้น ฉากเปิดเรื่องและฉากปิดเรื่องผมก็ต้องใช้สถานที่สมมุติ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่ง ไม่ใช่เรื่องจริงของใครทั้งสิ้นข้อความของตัวละครอาจจะเซไปแตะคนมีชีวิตจริงๆ บ้าง และหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นผม แต่ต้องขอบอกไว้ ณ จุดนี้ว่ามันคือนิยาย

สุดท้ายนวนิยาย Y ซึ่งเป็นศัพท์ใหม่ที่ผมเพิ่งได้รับรู้ ผสมกับงานศาสนาเรื่องนี้ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผมขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียว และถ้านิยายเรื่องนี้ทำให้คนอ่านหูตาสว่างจากธรรมะขึ้นมาบ้าง ผมก็อ้างเอาบุญกุศลนั้น ช่วยให้คนอ่านมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป..

410 pages, Paperback

Published November 1, 2016

Loading...
Loading...

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
1 (100%)
4 stars
0 (0%)
3 stars
0 (0%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Rin.
29 reviews
May 7, 2026
เรื่องนี้เป็น setting ปี 47 ผสมผสานความเชื่อด้านพระพุทธศาสนาและเนื้อเรื่องโรแมนส์ได้ลงตัวดี ตัวเอกมี 3 คน เป็น trio และ triangle love ในเวลาเดียวกัน ซึ่งฉันรัก trio เรื่องนี้มากและถูกใจยัยแสงทองสุด ๆ she's such a diva

เกย์และพุทธศาสนาเป็นคอมโบที่ฉันไม่เคยนึกถึงมาก่อน พาร์ทที่ชอบคือฉันเข้าใจและอินกับทุกตัวละคร เขียนได้ดีแม้เราจะได้เห็นจากมุมมองของพระเอกของเรื่องเพียงด้านเดียว แต่ทุกตัวละครมีมิติ ตัวเอกแม้จะมีเรื่องขัดใจกับความคิดบ้างแต่ก็มีความเป็นมนุษย์อย่างถึงที่สุด "trap อยู่ในความเชื่อของตัวเองและเป็นเหยื่อของมัน" เป็นสิ่งที่ฉันนิยามตัวเอก (สุริยา) ซึ่งไม่รู้ว่าเห็นตรงกับคนอื่นไหมในเมื่อตัวเอกอิงกับพระพุทธทางด้านความคิดจ๋าขนาดนั้น จากมุมมองคนที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา (แม้จะไม่เท่าตัวเอก) และการเป็น GEN Z ในเวลาเดียวกัน การมองว่าเพราะพุทธศาสนาว่ามาอย่างนี้ สิ่งนี้จึงถูกที่สุดหรือเป็นสิ่งที่ควรเดินตามทุกกระเบียดนิ้วเป็นอะไรที่ไม่ถูกจริตฉันเท่าไหร่ ไม่ได้มองว่ามันผิดและเข้าใจคนที่ทำอย่างนั้น นั่นแหละถึงจะไม่ตรงจริตแต่ก็มีความเป็นมนุษย์มากโข

วิธีการเขียนตรงจริตฉันมาก พาร์ทพาเที่ยววัดที่เป็นพาร์ทค่อนข้างใหญ่ในเรื่องก็ไม่เบื่อ ได้ข้อคิดบ้าง เห็นต่างบ้าง แต่เขียนได้ดี พาร์ทเศร้าก็ขยี้ไม่สุดทำอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เป็น Roller Cosater เหมือนผลักฉันลงถนนให้รถเหยียบ แล้วก็พาขึ้นมาทำแผล พอแผลเริ่มสมานก็เขวี้ยงฉันลงถนนอีกรอบ พาร์ทสุดท้ายที่ขยี้จริง ๆ โคตรเลือดเย็น เหมือนเอามีดมาแทงฉันเป็นสิบแผลแต่บอกว่าห้ามตายน้า ที่เขียนมาทั้งหมดคือฉันชอบวิธีเขียนแบบนี้นะ ทรมานดี เป็นเรื่องที่ตอนอ่านมีแค่อารมณ์ช็อก แต่พอเอามาตรึกตรองดี ๆ น้ำตาฉันแตก Us Gays can't have nothing สุด ๆ (ฉันดีใจที่เกิดเป็นเกย์ GEN Z)

พาร์ทที่หักคงเป็นเรื่องความคิดในสังคมสมัยนั้นและหลักกรรมที่มัน questioning คือเข้าใจได้แต่ไม่ถูกใจน่ะ ยิ่งอ่านในฐานะเควียร์เอง สังคมสมัยนั้นยังมองทุกอย่างเป็นกรอบ Binary ระเบิด ทุกอย่างต้องมีผัวกับเมีย ผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชายเท่านั้นถึงจะถูกต้อง แล้วจังหวะสุริยาไปถามหลวงพี่ว่าเกิดมาชอบเพศเดียวกันชาติก่อนทำกรรมอะไรไว้ ฉันนี่โอ้ย อยากได้ Timemachine ไปหาพระพุทธเจ้าแล้วถามตรง ๆ ว่า Did you really said that or they just made things up เพราะพระพุทธเจ้าในสายตาฉันคงตอบแค่ว่า ที่ไหนมีรักที่นั่นก็มีทุกข์นั่นแหละโยม แต่นั่นแหละ nobody knows ไม่มีใครทราบ และการที่สุริยามีพระธรรมในใจมากำหนดอยู่แล้วว่าการเป็นเกย์มันผิด บวกกับสังคมไม่ยอมรับ ความต่างทางฐานะอีก เลยยิ่งทับกันเป็นเหตุผลใหญ่ ๆ ว่าทำไมรักกันไม่ได้มั้ง

Lastly, Thier love story doomed so bad they don't even kiss
Displaying 1 of 1 review