Life is Mono ช่วงครึ่งแรกความรักและคดีแฮกข้อมูลที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนอยู่ในความทึมเทาของเมฆหมอกในบรรยากาศหนาวเหน็บเงียบเหงาของฤดูหนาวที่นักเขียนสื่อผ่านเพลง Colour me in , ร้านแฮมเบอเกอร์เล็กๆที่คุณยายมาระลึกความหลัง และค่ำคืนฉลองคริสมาสต์หรือการต้องดูหนังรักคนเดียวเหงาๆเศร้าๆของนางเอก ในส่วนของเรื่องสืบสวนแอคชั่นไอทีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมของพระเอก FBIพระรองผู้เป็นพี่ชายอดีตเพื่อนสนิทของนางเอก พ่อเลี้ยงมาเฟียชาวฮ่องกงและการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่กลางไทม์สแควร์ในคืนปีใหม่ก็ยังอึมครึมในการหาตัวคนร้ายที่นางเอกเป็นคนเดียวที่ต้องแอบซ่อนความสามารถในการไขรหัสลับช่วยงานตำรวจและหาทางช่วยเหลือพระเอกจนถูกเข้าใจผิด สถานะของคู่พระนางช่วงนี้เลยอยู่ในสถานะคู่จิกกัดกึ่งเจ้านายลูกน้องที่ต่างฝ่ายต่างแอบรักโดยพระเอกพยายามจะรุกแต่นางเอกมักเป็นฝ่ายถอยและคอยปิดตัวเอง พอมากลางเรื่องจะเห็นความเป็นผู้ใหญ่ของทั้งคู่ชัดเจนขึ้น ความมีมุมมองที่แตกต่างของศิลปินและนักไอทีคอยเติมเต็มซึ่งกันและกันด้วยทัศนคติที่เหมือนกันคือต้องการทำให้สังคมดีขึ้น พระเอกหลงนางเอกในความรั้น ชอบในความซ่อนรูปแต่ชื่นชมบูชาในความกล้าหาญจนเปรียบนางเอกเหมือนมังกรที่ปราบราชสีห์จนอยู่หมัด
Color me in ช่วงท้ายของเรื่องจะกระหน่ำทั้งเรื่องรัก เรื่องบู๊ เรื่องสะเทือนใจในความเลวร้ายของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกันที่อ่านแล้วชวนสะพรึงยิ่งกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใน "เสียงหัวใจแห่งสายลม" ทั้งที่พล็อตหลักดูจะหนัก แต่การเล่าเรื่องกลับมีสีสันหลากหลาย พระนางมีมุมเฮี๊ยวแง่งอน คู่รองมีความหวานละมุน ตัวละครสมทบฝ่ายพี่น้องและครอบครัวมีทั้งความอบอุ่น ความรักและการทำลาย เป็นเรื่องที่อ่านแล้วตกหลุมน้ำตาได้แบบไม่รู้ตัวก่อนจะปีนขึ้นมาเจอความบ้าบิ่นของนางเอกทั้งเรื่องงานและเรื่องรัก พระเอกเติมเต็มสีหวานสว่างไสวให้นางเอกทั้งสังคม ร่างกายและจิตใจ แต่เวลาหนูนากลายร่างเป็นมังกรปราบราชสีห์ก็แซ่บไม่น้อยทีเดียว
[WIP] #สุดเส้นแสงเงา...COLOUR ME IN #Clair de Lune ......อ่านจบแล้วดีใจจจ สองแสนกว่าคำรู้สึกยาวนานมากกก อ่านนานแล้วแต่ลืมว่าอ่าน ตลกตรงมาไล่ดูที่บันทึกprogress บันทึกประโยคเดียวกันเป๊ะกับที่อ่านรอบแรกเลย ตอนนี้พร้อมกับการอ่านสุดฟ้า...คีราลัยมากก5555 เดี๋ยวมาบันทึกการอ่าน