Jump to ratings and reviews
Rate this book

หนีไฟนรก

Rate this book
เขียนจากคำบอกเล่าของ เจีย กิมลั้ง

เรื่องนี้อาจจะนับได้ว่าเป็นภาคสอง หรือตอนจบสมบูรณ์ของเรื่อง '๔ ปี นรกในเขมร'

พบกับบันทึกเรื่องราวที่สำคัญในประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับชาวไทยและประเทศไทยไว้ และเป็นเรื่องราวที่ดูเหมือนจะบอกเตือนให้คนไทยทั้งหลายได้ระวังตัว ถ้าเรื่องเช่นนั้นจะเกิดขึ้นบ้าง หรือไม่เช่นนั้นก็ระวังไม่ให้เกิดขึ้น จะระวังอย่างไร จะเตรียมตัวอย่างไร แน่ละหากสภาวะดังในเรื่อง "หนีไฟนรก" เกิดขึ้นจริง มิใช่ทุกคนที่จะสามารถหลบลี้หนีภัยไปต่างประเทศไทย และการที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรไว้เลยนั้น คงจะสุดแทนทรมาน อย่าได้เชื่อว่าการแย่งชิงอำนาจของคนในชาติจะไม่เกิดขึ้นอีก อย่าชะล่าใจจนถึงกับปล่อยให้ทุกสิ่งในชีวิต ในสังคม ดำเนินไปตามยถากรรม โดยไม่สนใจอะไรเลย อย่าได้เชื่อว่า เมื่อสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น เพียงมีเงินมากมายก็สามารถหลบหนีภัยไปอยู่ที่อื่นได้ หนังสือเล่มนี้อาจจะเป็นคู่มือเล่มหนึ่ง ในการเอาตัวรอดยามคับขัน สำหรับทุกคนก็เป็นได้...

208 pages, Paperback

First published November 1, 1985

3 people are currently reading
39 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
14 (40%)
4 stars
18 (51%)
3 stars
3 (8%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,082 reviews182 followers
January 26, 2020
นี่คือภาพมุมมองจากเหตุการณ์สงครามกลางเมืองกัมพูชา
ผ่านสายตาของคนกัมพูชาเอง
ละเอียดกว่า ชัดเจนกว่า น่าเศร้ากว่า
และหดหู่กว่า 4 ปี นรกในเขมร
Profile Image for Kriengkrai Thawechotkitcharoen.
45 reviews3 followers
November 3, 2019
เล่มนี้เป็นเหมือนภาคต่อหรือส่วนขยายของเรื่อง 4 ปีนรกในเขมร เพราะเล่าเรื่องจากมุมมองของเจีย กิมลั้ง หญิงสาวชาวเขมรเชื้อสายจีนที่มีบทบาทสำคัญในการช่วย ยาสึโกะ นะอิโต ภรรยาอดีตนักการทูตชาวกัมพูชาให้หนีออกจากเขมรได้สำเร็จ โดยในเรื่องจะเล่าในมุมมองของเจีย กิมลั้ง ซึ่งเกิดและเติบโตมาในเขมร เห็นถึงความอยู่ดีมีสุขของชาวเขมรในสมัยของเจ้านโรดม สีหนุยังปกครองประเทศ จนมาถึงช่วงของการแย่งชิงอำนาจจากหลายฝ่ายจนในที่สุดเขมรแดงซึ่งนำโดยพล พตได้เข้ามายึดครองประเทศนำมาสู่ความทุกข์เข็ญของชาวเขมรและการเข่นฆ่ากันเองจนมีชาวเขมรซึ่งมีกว่า 7 ล้านคนในขณะนั้นต้องเสียชีวิตไปเกือบครึ่งหนึ่ง

ชะตากรรมอันโหดร้ายของเจีย กิมลั้ง เริ่มต้นตั้งแต่พ่อแม่ต้องส่งเธอไปเรียนต่อที่พระตะบองเนื่องจากเหตุการณ์บางอย่าง จนถึงเหตุการณ์เขมรแดงยึดครองประเทศ ทำให้พ่อของเธอต้องดั้นด้นฝ่าอันตรายเพื่อนำตัวเธอกลับไปอยู่กับครอบครัวที่โทโมโปเมืองบ้านเกิด แต่เมื่อกลับถึงบ้านเกิดก็ไม่ทันการณ์ที่จะอพยพหนีภัยเข้ามายังประเทศไทย ทำให้ครอบครัวของเธอรวม 12 ชีวิตต้องอพยพไปยังชนบทตามคำสั่งทหาร ต้องระเหเร่ร่อนไปยังหมู่บ้านต่างๆรวมทั้งต้องทำงานหนักจนทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดอยู่หลายครั้ง แต่ก็เป็นท่ี่นี่เองที่ทำให้เธอเหมือนกับได้เริ่มชีิวิตใหม่เมื่อได้มาพบกับยาสึโกะ นะอิโตที่หมู่บ้านเมา ทำให้ทั้งสองคนสนิทสนมและผูกพันกันมากขึ้นจนยาสึโกะรับเธอเป็นลูกบุญธรรมและสัญญาจะรับไปอยู่ด้วยหากตัวเองสามารถกลับญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย

เล่มนี้ใช้เวลาอ่านใกล้เคียงกับเรื่อง 4 ปีนรกในเขมรคือประมาณ 2 ชั่วโมง สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างทั้ง 2 เรื่องคือ มุมมองในการเล่าเรื่องซึ่ง 4 ปีนรกในเขมรจะเล่าผ่านมุมมองของยาสึโกะซึ่งเป็นเหมือนคนนอกที่โชคชะตาพลิกผันต้องมาตกระกำลำบาก ขณะที่เรื่องนี้เล่าผ่านมุมมองของกิมลั้งซึ่งแม้จะเป็นลูกชาวจีนอพยพแต่ก็เกิดและเติบโตร่ำเรียนหนังสือที่เขมรพบเห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศมาตลอดทำให้รู้สึกใกล้ชิดกับเหตุการณ์มากขึ้น เพราะมีการสอดแทรกทัศนะ ความคิดที่มีต่อเหตุการณ์ในขณะนั้นทั้งของตัวกิมลั้งเองและผู้คนรอบข้าง

ขณะเดียวกันความหดหู่ในระหว่างการอ่านก็มีมาเป็นระยะ ทั้งเรื่องราวการทำงานหนัก การพบเจอผู้คนที่ถูกฆ่าอย่างสยดสยอง และโดยเฉพาะในช่วงที่ครอบครัวของกิมลั้งและชาวเขมรจำนวนมากถูกทางการไทยผลักดันกลับประเทศโดยนำมาทิ้งไว้ที่เขาพระวิหารและต้องไต่ลงเขาท่ามกลางกับระเบิดซึ่งส่วนนี้บรรยายไว้ได้เห็นภาพมาก นอกจากนั้นเรื่องนี้ยังสะท้อนมุมมองของชาวเขมรที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านทั้งกับประเทศไทย, เวียดนาม, ลาว, จีน รวมไปถึงสถาบันกษัตริย์ของเขมรได้เป็นอย่างดี

สรุปเป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผลกระทบต่อสงครามและความกระหายอำนาจของคนเพียงไม่กี่คน แต่กลับส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้าน ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าระบบการปกครองจะเป็นเช่นไร ความเท่าเทียมไม่เคยมีอยู่จริง ผู้มีอำนาจก็จะอยู่เหนือประชาชนทั่วไปเสมอ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผู้ที่รับผลกรรมก็คือประชาชนตาดำๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย
Profile Image for Nuttawat Kalapat.
690 reviews47 followers
April 10, 2024
อ่านแล้วนึกถึง พม่าในปัจจุบันนี้เลย เศร้า เครียด คนเราแทบไม่เรียนรู้จากอดีตเลย
Profile Image for Sahathust Num.
410 reviews5 followers
December 29, 2025
เล่มนี้เติมเต็มภาพสงครามภายในเขมรมาก เพราะเล่าโดยคนเขมรเอง การเตรียมตัวเพื่อจะได้ผ่านพ้นสภาวะสงครามของครอบครัวนี้ก็คือ ความหวังและกำลังใจ บทบาทของพ่อของตัวผู้เล่า(หรือครูเรียง) ที่สะท้อนความเป็นผู้นำครอบครัว การเตรียมตัว จะเห็นได้ว่าที่ครอบครัวนี้รอดมาได้นั้นเกิดจากการตัดสินใจ การช่วยเหลือจากเพื่อนฝูงที่คบหา การมีน้ำใจต่อผู้ที่ลำบากกว่าตน การเก็บหอมรอมริบ ทองคำ การรับฟังความเห็นของคนในครอบครัว และที่สำคัญที่สุดคือความรักที่มีต่อลูกๆ หนังสือเล่มนี้เหมือการบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น เพื่อเตือนสติของผู้อ่านทุกคน
Profile Image for Orawan Chaiyapa.
9 reviews
November 12, 2020
รายละเอียดของประวัติศาสตร์ไม่เยอะเท่าเรื่อง​ 4 ปีนรกในเขมร​ แต่ยังพอได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมของคนกัมพูชาอยู่บ้าง
1 review
September 9, 2021
This book reflects the violence in the Khmer Rouge era. The author is a Khmer, thus showing the difference of this book from the 4 years of Hell in Cambodia. But overall, both books are good books.
Profile Image for gam s (Haveyouread.bkk).
520 reviews233 followers
November 22, 2022
อ่านตั้งแต่สมัยอยู่ช่วง ม.ต้น อ่านในช่วงเวลาใกล้ๆกับ "4 ปีนรกในเขมร" หลังจากนั้นไม่กี่ปี พอล พต ก็ตายอย่างสงบ ... อะไรแบบนี้อาจจะมีส่วนให้เรากลายเป็นคนที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ร้ายนะคะ 😔
Profile Image for Natt.
929 reviews
August 25, 2025
เรื่องเล่าจากปากคำของหญิงสาวชาวเขมรเชื้อสายจีน ที่ต้องอพยพระหกระเหินในช่วง 4 ปีที่ประเทศเขมรลูกเป็นไฟ ... แต่สุดท้ายเธอก็ได้ใช้ชีวิตมั่นคงในฐานะขาวเขมรผู้ลี้ภัย ลูกบุญธรรมของยาสีโกะ
Displaying 1 - 8 of 8 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.