What do you think?


ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้
หนังสือเล่มนี้ จะทำให้คุณเข้าใจการทำงานกับคนหลายรูปแบบด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมของทั้งตัวเราและบุคคลอื่น เจาะลึกไปถึงวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ เข้าใจง่ายและได้ผล
เหนื่อยมั้ยที่ต้องเสียเวลาไปกังวลกับเรื่องมนุษยสัมพันธ์ ! โดยเฉพาะกับคนที่เราไม่ชอบ หลายคนเคยประสบปัญหาเหล่านี้
มีคนที่ไม่ว่ายังไงก็เข้ากันไม่ได้อยู่ในทีม
อยากย้ายงานเพราะเหนื่อยกับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
ถูกหัวหน้าโกรธแบบไม่มีเหตุผลอยู่บ่อย ๆ
หงุดหงิดกับลูกน้องที่ทำงานไม่เป็น
เหนื่อยใจกับปัญหาเคลมของลูกค้า
ไม่ว่าคุณจะทำงานที่ไหนหรือติดต่อสื่อสารกับใคร ก็ไม่สามารถจะรับประกันได้ว่า คุณจะเจอคนที่ชอบทุกคน หากคุณจะหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับคนที่ไม่ชอบจึงเป็นเรื่องยาก แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ เพื่อให้การทำงานนั้นดำเนินต่อไปได้และลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นด้วย เราจะมีวิธีการแก้ปัญหามนุษยสัมพันธ์เหล่านี้ได้อย่างไร สิ่งที่กล่าวมานั้นได้ถูกถ่ายทอดโดย ฮิโรมิ ยามาซากิ โค้ชชิ่งการสื่อสารชื่อดังของญี่ปุ่น
เหนื่อยมั้ยที่ต้องเสียเวลาไปกังวลกับเรื่องมนุษยสัมพันธ์ ! โดยเฉพาะกับคนที่เราไม่ชอบ หลายคนเคยประสบปัญหาเหล่านี้
มีคนที่ไม่ว่ายังไงก็เข้ากันไม่ได้อยู่ในทีม
อยากย้ายงานเพราะเหนื่อยกับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
ถูกหัวหน้าโกรธแบบไม่มีเหตุผลอยู่บ่อย ๆ
หงุดหงิดกับลูกน้องที่ทำงานไม่เป็น
เหนื่อยใจกับปัญหาเคลมของลูกค้า
ไม่ว่าคุณจะทำงานที่ไหนหรือติดต่อสื่อสารกับใคร ก็ไม่สามารถจะรับประกันได้ว่า คุณจะเจอคนที่ชอบทุกคน หากคุณจะหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับคนที่ไม่ชอบจึงเป็นเรื่องยาก แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ เพื่อให้การทำงานนั้นดำเนินต่อไปได้และลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นด้วย เราจะมีวิธีการแก้ปัญหามนุษยสัมพันธ์เหล่านี้ได้อย่างไร สิ่งที่กล่าวมานั้นได้ถูกถ่ายทอดโดย ฮิโรมิ ยามาซากิ โค้ชชิ่งการสื่อสารชื่อดังของญี่ปุ่น
224 pages, Paperback
Published November 1, 2017
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 5 of 5 reviews
August 19, 2020
หนังสือชี้ให้เห็นว่าเราควรจะจัดการข้างในตัวเราเองก่อนที่จะไปตัดสินคนอื่น
อ่านแล้วก็ได้อะไรเยอะดีอยู่
อ่านแล้วก็ได้อะไรเยอะดีอยู่
April 22, 2018
หนังสือเล่มนี้แม้จะพูดเรื่องการสื่อสารเป็นหลัก แต่ก็ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการเข้าใจตนเองและผู้อื่น ซึ่งพออ่านจบแล้วก็รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงช่วยเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานเท่านั้น ยังทำให้ได้มุมมองความคิดและปรับเปลี่ยนท่าทีต่อคนรอบๆ ตัวไปด้วย
เทคนิคในหนังสือเล่มนี้อาจไม่ใช่เทคนิคขั้นเทพที่จะเอาชนะทุกปัญหา แต่มุมมองที่ผู้เขียนหรือ "ฮิร็อตชู" โค้ชการสื่อสารชื่อดังของญี่ปุ่น (และเคยมาเปิดคอร์สที่เมืองไทยด้วย) นำเสนอน่าจะทำให้ได้ฉุกคิดทบทวนการกระทำและความคิดของตัวเองว่าที่ผ่านมาจริงๆ แล้ว ทำอะไรที่ไม่เหมาะไปบ้าง
ส่วนที่ชอบของหนังสือเล่มนี้ เช่น "กำหนดความโกรธได้ด้วยตนเอง" (บทที่ 5)
สิ่งที่อาจยังไม่รู้เกี่ยวกับความโกรธ . . .
- เวลาโกรธเราใช้พลังงานมากกว่าปกติ 4 เท่า
- สาเหตุของความโกรธที่แท้จริงมาจากตัวเราเอง
- ความโกรธเป็นอารมณ์รอง เบื้องหลังของความโกรธมีอารมณ์ที่แท้จริงอื่นซ่อนอยู่
=====/======/======/======/=====
รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เมื่อได้กลับมาอ่านอีกครั้ง หลังจากที่มีปัญหาการสื่อสารในที่ทำงาน
อ่านเผิน ๆ ก็จะรู้สึกว่าเป็นหนังสือ How to ทั่วไป มีการ์ตูนประกอบทำให้อ่านสนุก ทว่า หนังสือ How to ที่ดีคือ เมื่อเราลองปฏิบัติตามแล้วได้ผลจริง
ด้วยเหตุนี้จึงเปลี่ยนจากสามเป็นห้าดาว
เทคนิคในหนังสือเล่มนี้อาจไม่ใช่เทคนิคขั้นเทพที่จะเอาชนะทุกปัญหา แต่มุมมองที่ผู้เขียนหรือ "ฮิร็อตชู" โค้ชการสื่อสารชื่อดังของญี่ปุ่น (และเคยมาเปิดคอร์สที่เมืองไทยด้วย) นำเสนอน่าจะทำให้ได้ฉุกคิดทบทวนการกระทำและความคิดของตัวเองว่าที่ผ่านมาจริงๆ แล้ว ทำอะไรที่ไม่เหมาะไปบ้าง
ส่วนที่ชอบของหนังสือเล่มนี้ เช่น "กำหนดความโกรธได้ด้วยตนเอง" (บทที่ 5)
สิ่งที่อาจยังไม่รู้เกี่ยวกับความโกรธ . . .
- เวลาโกรธเราใช้พลังงานมากกว่าปกติ 4 เท่า
- สาเหตุของความโกรธที่แท้จริงมาจากตัวเราเอง
- ความโกรธเป็นอารมณ์รอง เบื้องหลังของความโกรธมีอารมณ์ที่แท้จริงอื่นซ่อนอยู่
=====/======/======/======/=====
รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เมื่อได้กลับมาอ่านอีกครั้ง หลังจากที่มีปัญหาการสื่อสารในที่ทำงาน
อ่านเผิน ๆ ก็จะรู้สึกว่าเป็นหนังสือ How to ทั่วไป มีการ์ตูนประกอบทำให้อ่านสนุก ทว่า หนังสือ How to ที่ดีคือ เมื่อเราลองปฏิบัติตามแล้วได้ผลจริง
ด้วยเหตุนี้จึงเปลี่ยนจากสามเป็นห้าดาว
May 19, 2020
It's a good book for someone who hasn't read anything about communication and since there are manga in between each chapter, it's probably easier to digest than other text-only books. While there are definitely some good lessons to be learned here, it's nothing I haven't read already. The book also sounds a bit neolib-ish at the end, focusing on individual responsibility to the point of suggesting that criticizing about the environment or the structural problem is "blaming others". Although I guess most self-help books are like that.
January 13, 2022
บทแรกเปิดมาด้วยการชวนให้มองเห็นว่า คนที่เราไม่ชอบหน้า หรือคนอื่นๆที่รู้สึกเข้ากันไม่ได้เลย ทุกคนต่างก็เพียงมีรูปแบบของตัวเอง และเราเองก็มีรูปแบบของตัวเอง เรารู้หรือไม่ว่าตัวเองมีรูปแบบใด แม้กระทั่งหัวหน้าขี้โมโหก็มี Primary emotion ที่แท้จริงที่ถูกเคลือบด้วยความโกรธ
.
ส่วนตัวแล้วชอบนะคะ ชอบการ์ตูนด้วย เป็นจุดแข็งที่เราว่าเข้าถึงง่ายกว่าฮาวทูฝรั่ง นักแปลใช้ภาษาได้ดี อ่านแล้วลื่นไหลเข้าใจง่าย มีอารมณ์ขันแทรก(ชอบตอนที่บอกว่าเราสวมแว่นตากันแดดที่มีคำว่ามโนแปะอยู่555)
.
ส่วนตัวแล้วชอบนะคะ ชอบการ์ตูนด้วย เป็นจุดแข็งที่เราว่าเข้าถึงง่ายกว่าฮาวทูฝรั่ง นักแปลใช้ภาษาได้ดี อ่านแล้วลื่นไหลเข้าใจง่าย มีอารมณ์ขันแทรก(ชอบตอนที่บอกว่าเราสวมแว่นตากันแดดที่มีคำว่ามโนแปะอยู่555)
October 8, 2022
อยากรีวิวเพราะอยากชื่นชมคนแปลค่ะ แปลดีลื่นอ่านง่ายมากๆ เนื้อหาไม่ได้มีอะไรว้าวขนาดนั้น ส่วนตัวคิดว่าชื่อหนังสือไม่ได้สัมพันธ์กับเนื้อหาเท่าไหร่ค่ะ
Displaying 1 - 5 of 5 reviews






