GleeGMJournal343 reviews4 followersFollowFollowNovember 25, 2020หนังสือที่แจกแจงอธิบายความแตกต่างของระบบความคิดของฝ่ายชาย/หญิง ในเชิงประสาทวิทยา-ชีววิทยาโดยแบ่งออกเป็น ภาคพื้นฐาน/ภาคความรัก/ภาคชีวิตคู่/ภาคชีวิตทำงาน และมีบททดสอบให้ลองทำเล่นๆ เช็คตัวเองด้วย !ซึ่งในแต่ละภาคจะแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ ใช้พื้นที่หัวข้อละ 4-5 หน้าไม่ว่าผู้ชายจะยึดติดกับระบบชนชั้น ความเป็นผู้นำ การแข่งขันศักดิ์ศรี ความคิดที่ไม่ซับซ้อน การสนใจผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการในขณะที่ผู้หญิงจะมีความคิดที่ ความเท่าเทียมละเอียด จุดจิก สนใจกระบวนการกว่าจะไปถึงผลลัพธ์ใครที่อ่านก็คงจะเข้าใจภาพรวมคร่าวๆ ว่าคนต่างเพศเค้ามีความคิดอย่างไร พอจะเป็นแนวทางคร่าว ๆ ทำให้เราสามารถนำไปประยุกต์ต่อในสถานการณ์ที่เหมาะสมได้หลายคนอาจจะเอะใจ ไม่ใช่ผู้ชาย/ผู้หญิง ทุกคนเค้าจะมีความคิดเหมือนที่หนังสือกล่าวไว้สักหน่อยในส่วนนี้ผู้เขียนได้เขียนทิ้งท้ายไว้แล้ว ไม่ใช่แค่มันจะเป็นสิ่งทีผู้เขียนหาข้อมูลมาจากการสำรวจโดยกว้างแต่เค้ายังได้กำชับว่าการอ่านหนังสือเล่มนี้ที่ถูกต้องหาใช่มองว่า สิ่งที่เขียนไว้ตรงกับเรามั้ย แต่คือการสังเกตว่าเราควรจะเข้าคนที่มีนิสัยต่างกันอย่างไร ซึ่งในท้ายสุดคนเขียนยังระบุว่าให้ถอดกรอบเพศแล้วเอามองที่ตัวนิสัยของคนสำหรับเรามันทำให้เห็นภาพมากขึ้นว่าอีกเพศเค้าคิดแบบไหน เราหาทางจับจุดให้ได้ก็พอเพื่อที่จะรับมือเข้าหาคนแต่ละประเภทได้ถูก แล้วลองพิสูจน์กันดูว่ามันได้ผลจริงหรือไม่มันก็เหมือนการเปลี่ยนระดับภาษา เราสามารถคุยเรื่อง technical ยากๆ กับเพื่อนที่ทำงานได้ แต่พอจะเล่าให้พ่อแม่น้าอาฟังก็ต้องปรับเป็นภาษาชาวบ้านให้ย่อยง่าย ๆ แทน
Mirai648 reviews143 followersFollowFollowJuly 7, 2018"ถ้าเราเข้าใจกัน ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดี"หนังสือเล่มนี้วางขายนานแล้วนะ แต่เราเพิ่งตัดสินใจซื้อมาอ่าน เพราะตอนแรกที่เพิ่งเห็นหนังสือเล่มนี้วางขายใหม่ๆ เราเข้าใจว่าเป็นหนังสือแนวคู่มือบริหารความรักระหว่างคนรักกัน อารมณ์แบบผู้หญิงจะแสดงกิริยาอย่างไรให้แฟนหนุ่มตัวเองเข้าใจว่าเธอต้องการอะไรหรือคิดอะไร..ทำนองนี้ 5555 แต่พอหยิบมาอ่านบทนำแล้วเข้าใจวัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้ทันทีเลยค่ะหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสอนเทคนิคการพูดโดยอธิบายบนรากฐานความเป็น "ผู้ชาย" และ "ผู้หญิง" ในตัวของคู่สนทนาของเรา ในช่วงต้นของเล่มจะมีแบบทดสอบ "รูปแบบของการสื่อสาร" ของเราว่าเป็นแบบผู้หญิงหรือผู้ชาย (อย่าเพิ่งตกใจนะคะถ้าผลออกมาไม่ตรงกับเพศที่คุณเป็น เพราะเราเป็นผู้หญิง ผลการทดสอบยังออกมาเป็นผู้ชายเลย 555555) ผลการทดสอบดังกล่าวมีประโยชน์มากๆ ต่อเนื้อหาในหนังสือค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้เรารู้จักตัวเองแล้ว ยังทำให้เรารู้ด้วยว่าเราควรจะสื่อสารกับคนที่มีรูปแบบการสื่อสารที่ "ตรงกันข้าม" กับเราอย่างไรในหนังสือกล่าวถึงสถานการณ์ที่หลากหลายมากค่ะ เปิดเรื่องโดยการแนะนำรูปแบบการสื่อสารแบบพื้นฐานก่อน เพื่อให้เราเข้าใจความแตกต่างระหว่างรูปแบบการสื่อสารของผู้หญิงและผู้ชาย ตามด้วยรูปแบบการสื่อสารฐานะคนรักกัน หรือในฐานะครอบครัวหรือคู่สมรส รวมไปจนถึงการสื่อสารระหว่างเพื่อนร่วมงาน ค่อนข้างครอบคลุมเลยทีเดียวสรุปโดยรวมแล้ว เล่มนี้ใช้ได้เลยนะ ถึงแม้ชื่อเรื่องจะชวนไขว้เขวพอสมควร 55555 เนื้อเรื่องอ่านเข้าใจง่าย ภาษาดูเป็นกันเอง มีการอธิบายที่มาที่ไปของพฤติกรรมและการแสดงออกทางการสื่อสารของผู้ชายและผู้หญิงชัดเจนพอสมควร ส่วนในเรื่องการนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันนั้น เรามองว่าถึงเล่มนี้เนื้อหาจะโอเคระดับนึง แต่ใช่เราจะเอาเทคนิคที่มีอยู่ในเล่มไปใช้ได้ทันที ด้วยความที่สภาพสังคมของผู้เขียนที่เป็นชาวญี่ปุ่นและสังคมไทยของพวกเรามีความแตกต่างกัน เราอาจจะต้องไตร่ตรองและใคร่ครวญบรรยากาศของสถานการณ์ในดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป และที่สำคัญก็คือ แบบทดสอบต้นเล่มอ่ะ จริงอยู่ที่มันทำให้เรารู้ว่ารูปแบบการสื่อสารของเราเป็นประเภทไหน แต่คู่สนทนาของเราอ่ะ เราอาจจะไม่มีโอกาสจับเขามาทำแบบทดสอบ เราก็เลยไม่มีทางรู้ว่าเขามีรุปแบบการสื่อสารแบบเราหรือตรงข้ามกับเรา อันนี้ก็คงต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์กันหน่อยแล้วล่ะ 55555favorites self-impovement welearn-publishing
Mook Woramon967 reviews209 followersFollowFollowOctober 17, 2018หนังสือจิตวิทยาความสัมพันธ์ที่บอกเล่าถึงความแตกต่างด้านการสื่อสารระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงและแนะนำว่าควรสื่อสารกันยังไงเพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้นและลดความขัดแย้งกัน โดยพูดถึงในหลากหลายสถาการณ์เช่น การทำงาน ความรัก ครอบครัว อ่านได้เรื่อยๆ เนื้อหาดี ทำให้เราเข้าใจถึงความแตกต่างและลดอคติระหว่างกันแต่อ่านเรื่อยๆก็อาจจะมีช่วงเนิบๆง่วงๆไปบ้าง
Sarawut Khamset5 reviewsFollowFollowJuly 25, 2026เป็นหนังสือที่พาท่องไปในโลกของการสื่อสารสองรูปแบบที่ผู้เขียนนิยามว่าเป็นผู้หญิงและผู้ชาย ก่อนเข้าเยื้อหามีการอธิบายเล็กน้อยว่าเพศในที่นี้ไม่จำเป็นต้องตรงกับเพศที่เป็นอยู่หรือเพศกำเนิด เพียงแต่เป็นการแบ่งรูปแบบการสื่อสารเท่านั้น และพาให้เราทำแบบทดสอบเพื่อดูว่าเราเอนไปทางไหน ซึ่งกรณีของผู้อ่านคือค่อนข้างไปในทางเพศชายเนื้อหาหลักแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ตามสถานการณ์ คือ ความสัมพันธ์ทั่วไป ความสัมพันธ์แบบคู่รัก ความสัมพันธ์แบบครอบครัว และความสัมพันธ์ในที่ทำงาน โดยจะบอกรูปแบบของแต่ละเพศ และวิธีทำความเข้าใจและสื่อสารเพศตรงข้ามให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยแต่ละตอนจะมีสรุปตอนจบแบบ TL;DR ไว้ด้วย (แต่หนังสือมันเล่มเล็ก อ่านรายละเอียดเถอะ มันไม่ได้ยาวขนาดนั้น) โดยรวมคือเขียนออกมาน่าสนใจ ทำให้เข้าใจอีกมุมมองหนึ่ง ตามชื่อหนังสือที่ว่าผู้หญิงไม่อธิบาย ส่วนผู้ชายเดาใจไม่เป็นจริง ๆ สำนักพิมพ์นี้เลือกชื่อเรื่องได้โดนเส้นสุด ๆ และเนื้อหาก็ถูกใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจแนวคิดแบบตรงข้ามกับเรา ซึ่งอาจจะตรงหรือตรงข้ามกับเพศจริง ๆ ก็ได้ และหาวิธีการเข้าหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะหาแฟน ปรับความเข้าใจกับคนในบ้าน หรือจะเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารในทีมก็น่าสนใจ(ส่วนนี้เป็นเรื่องส่วนตัว สามารถข้ามได้)ส่วนตัวเห็นว่าเป็นหนังสือที่อ่านเพลิน ๆ ตอนยืมมาจากหอสมุดใกล้บ้านเพราะถูกใจชื่อหนังสือ พิได้อ่านแล้วเปิดโลกพอสมควร ยิ่งเป็นหนังสือต้นทางจากญี่ปุ่นที่มีวัฒนธรรมบางประการคล้ายกับไทยก็ค่อนข้างนำไปใช้ได้เลย ผมประทับใจถึงกับไปสั่งจากสำนักพิมพ์มาเก็บไว้อ่านในอนาคตอีก แต่จริง ๆ ผมมองว่าอาจครั้งสองครั้งก็พอรู้แกวแล้ว อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อมาเป็นตำราพิชัยยุทธขนาดนั้นก็ได้read-from-thai-edition
Jean Lee15 reviewsFollowFollowAugust 23, 2026หนังสือเล่มนี้บรรยายถึงความแตกต่างในกระบวนการคิดของผู้ชาย และผู้หญิง ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่เสมอไป ผู้ชายบางคนอาจะคิดเหมือนผู้หญิงในบางเรื่อง ผู้หญิงเองก็เช่นกัน แต่ว่าโดยส่วนใหญ่กระบวนการคิดก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ บางเรื่องที่อ่านก็ เออ จริงด้วย เช่น ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ค่อยขอโทษ ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ลืม กล่าวคือ เวลาทะเลาะกัน ผู้ชายจะอธิบายเหตุผลของตนเองว่าทำไมตัวเองไม่ผิด แต่ผู้หญิงจะมองว่าตัวเองรู้สึกแย่ขนาดนี้เลยนะ ทำไมยังไม่เข้าใจอีก แล้วก็จะพาลเอาเรื่องเก่าๆมาโยงแล้วคิดมากในที่สุด ในกรณีนี้อาจจะมีบางคู่ที่เป็นผู้ชายเองที่ชอบเอาเรื่องเก่าๆขึ้นมาพูด ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิง วิธีแก้ปัญหาคือ ฝ่ายที่อยากจะแก้ตัว ก็ขอโทษก่อน ส่วนฝ่ายที่คิดมาก ก็ไม่ควรยกเรื่องเก่าๆขึ้นมาพูด อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในหนังสือ อ่านเพลินๆระหว่างรอรถ
Phannawich (Boss) Jadpotwanich31 reviewsFollowFollowDecember 22, 2019เลือกอ่านเฉพาะบท หรือ เนื้อหาบางส่วนที่ชอบก็พอowned
Freeread588 reviews7 followersFollowFollowJanuary 4, 2020แบ่งนิสัยเป็นแบบชายหญิง แต่ไม่จำเป็นว่าเพศชายต้องชาย หญิงต้องหญิงดูว่าคนลักษณะแบบนี้ต้องสื่อสารแบบนี้ และที่ผ่านมาขัดแย้งกันเพราะสื่อผิดมาตลอด
Ipixx30 reviews1 followerFollowFollowAugust 17, 2018เป็นหนังสือแปลจากสังคมญี่ปุ่น เพราะฉะนั้น บางพฤติกรรมก็มักไม่ค่อยพบในสังคมไทย แต่คำอธิบายวิธีคิดหลายอย่าง ก็ไม่แตกต่างกัน คงเพราะเป็นเอเชียด้วยกัน ได้ใช้ประโยชน์จากข้อชี้แนะหลายข้อเลย