Patrawan Dear1,467 reviews148 followersFollowFollowReadMarch 5, 2018#แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ / ชลันตีตอนที่เริ่มอ่านเรื่องนี้ เราคิดว่าน่าจะเป็นแนวรักพาฝันที่ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพเช่นเดียวกับผู้หญิงขายไข่ ซึ่งเป็นเรื่องก่อนหน้าของผู้เขียน เล่มนั้นสอดแทรกข้อมูลเกี่ยวกับ Egg Donation ส่วนเล่มนี้นางเอกเป็นนักสิทธิมนุษยชน ข้อมูลตรงนี้เป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย บางอย่างไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้ดึงดูดความสนใจได้มากทีเดียวค่ะนอกจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผู้เขียนยังใส่เคล็ดลับการใช้ชีวิตคู่ การปรับตัว การให้เกียรติและยอมรับในตัวตนของกันและกันเข้ามาด้วย แม้บางอย่างจะดูแปลกแปร่ง และดูลำบากลำบนเหลือเกิน แต่มันก็คงเป็นไปได้อยู่ ด้านคาแร็คเตอร์พระนางนั้น ผู้เขียนบอกไว้ว่าตั้งใจให้เป็นคนธรรมดา มีข้อดีข้อเสียเหมือนอย่างคนทั่วไป เราก็เลยได้อึ้งกับคำพูดและการกระทำบางอย่างของพระเอกนางเอก โดยเมื่ออยู่ด้วยกัน พระเอกจะเป็นสายเปย์ นางเอกก็อ้อนบ้างอะไรบ้าง ไม่มีสิ่งแปลกใหม่อะไรแต่สิ่งดีงามของเรื่องอยู่ที่การต่อสู้กับขั้วอำนาจของนางเอก ผู้เขียนสามารถผูกปมทีละนิด ค่อย ๆ ชักจูงไปสู่เหตุการณ์ที่นางเอกถูกต้อนให้จนมุมจนต้องหันกลับมาสู้ และลากเรื่องไปสู่จุดพีค เมื่อนางเอกต้องตัดสินใจเลือก มันบีบคั้น มันปวดร้าว เหมือนต้องเฉือนหัวใจทิ้ง แต่การกระทำของทุกคนก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ควรจะเป็นเมื่อพิจารณาตามเหตุผล จุดนี้รวมถึงการแต่งงานครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความพยายามดิ้นรนของนางเอกนั่นเองที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างจากแนวรักทั่วไป มีข้อน่าสังเกตอีกอย่างคือผู้เขียนเดินเรื่องเหมือนจงใจให้มีจุดกระชากอารมณ์หลายครั้ง สลับกับความหวานของพระนาง ทำให้อารมณ์คนอ่านคล้ายจะถูกเหวี่ยงขึ้นลงบ่อย ๆ จนดูขาดความสมูธไปบ้าง แต่จะว่าเป็นข้อติก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันก็เข้ากับชื่อเรื่องและธีมของเรื่องแบบพอดิบพอดีอยากขออนุญาตแนะนำให้ลองอ่านกันดูค่ะ พล็อตไม่จำเจ สำนวนอ่านได้ มีแง่คิด มีข้อมูลที่น่าสนใจเยอะเลย แม้จุดเปลี่ยนและตอนจบจะเดาไม่ยาก แต่ระหว่างทางก็ได้เก็บเกี่ยวความสนุก ความลุ้น และความหวานมาเต็ม ๆ จัดว่าเป็นแนวไม่ซ้ำที่น่าลองนะคะ :)read-2018
Mookie Engeseth17 reviews10 followersFollowFollowMarch 2, 2018กลับมาอีกครั้งกับนิยายชื่อยาวสะดุดหูและเตะตาของ 'ชลันตี' ซึ่งทุกครั้งจะการันตีผลงานที่โดดเด่นด้านความแปลกใหม่ของพล็อต ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนไม่กี่คนที่มุกชื่นชมในด้านความพร้อมของเนื้อหาและข้อมูลที่แน่นมากจริง ๆ หากใครเคยติดตามผลงานจากเรื่อง 'ผู้หญิงขายไข่' ซึ่งเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับอาชีพ Egg donor และรักโรแมนติกของหมอเต (หลัวเบอร์ 15 ในดวงใจ) กับหนูชาหวาน จะเห็นเลยว่าเรื่องราวถูกเรียงร้อยไม่ใช่เพียงแค่จากจินตนาการ แต่ผ่านจากประสบการณ์จริงของผู้เขียนที่ทำงานในต่างแดน ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดให้เราได้อ่านแบบละเอียดจนเหมือนไปเดินตามดูทีละก้าวด้วยตัวเอง 'หมอรอย' พระเอกในเรื่อง 'แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ' เป็นตัวละครซึ่งเคยโผล่ไปมีบทบาทเล็กน้อยให้เป็นที่รู้จักในเรื่องผู้หญิงขายไข่มาแล้ว สำหรับคนที่พึ่งมาเริ่มอ่านเรื่องนี้ไม่ต้องกังวลไป เพราะเนื้อหาสองเล่มนี้ไม่เกี่ยวพัน แยกกันอ่านรู้เรื่องแน่นอน แต่ในทางกลับกัน คนที่ได้เคยอ่านเรื่องผู้หญิงขายไข่ กลับจะได้ฟีลต่อเนื่องในเล่มนี้ เพราะตัวละครอย่างหมอเตและหนูชาหวานจะออกมาโลดแล่นอีกครั้งพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย หนูโมนี่ เนื้อหาของ 'แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ' จะวนเวียนอยู่ที่ 2 จุดหลัก คือความสัมพันธ์ของนางเอก 'อิงวาด' กับ 'หมอรอย' ที่รัก ๆ เลิก ๆ แต่งงานกันถึง 5 รอบ แต่จะเป็นด้วยเหตุผลกลใด อันนี้ขอให้ไปตามอ่านกันเอาในเล่ม แต่รับรองว่า ไม่มีน้ำเน่าให้สะดุดอารมณ์แต่อย่างใดแน่นอน ในความรู้สึกส่วนตัว การแต่งงานและการเลิกราในรอบที่ 3 & 4 นั้นเป็นฉากเรียกน้ำตาเราได้ไม่น้อย แต่ไม่ได้ดราม่าหรือหนักหน่วงเกินจะรับ อีกประเด็นที่เป็นตัวเดินเรื่องหลัก คืออาชีพของนางเอก 'นักสิทธิมนุษยชน' ซึ่งเป็นอาชีพที่ไกลตัวคนไทยอย่างเรามากมาย แต่ดึงดูดความสนใจใคร่รู้ของเราอย่างแรง เพราะเนื้อหาดำเนินเรื่องอยู่ในประเทศอเมริกา มหาอำนาจที่ยกมือยกไม้ออกตัวว่าเป็นประเทศอารยะที่เชิดชูความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ผู้เขียนเอาอาชีพนี้มาตีแผ่ให้เห็นทั้งด้านมืดด้านสว่าง ภาพสวยหรูเวลาที่เราเห็นออกสื่อและประโคมข่าว แต่แอบแฝงด้านมืดของความเลวร้ายที่มนุษย์สามารถกระทำต่อกันนั้น เป็นอะไรที่นอกจากจะเปิดหูเปิดตาแล้ว ยังอ่านสนุก ทำให้ตามลุ้นเอาใจช่วยตลอดทางด้วยความยาว 624 หน้าของนิยายเรื่องนี้ ถูกอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาและมุมมองด้านต่าง ๆ ที่กว้างมาก มีข้อมูลตั้งแต่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในชีวิตประจำวัน ลากยาวไปถึงการต้องดิ้นรนของคนไทยรวมถึงคนต่างชาติเพื่อให้มีสิทธิอย่างถูกต้องในประเทศอย่างสหรัฐอเมริกานั้น เค้าต้องเผชิญอะไรกันบ้าง คนที่กำลังคิดอยากจะไปเรียนต่อ หรือวางแผนอนาคตว่าอเมริกาคือประเทศแห่งความฝัน เมื่อมาอ่านหนังสือเรื่องนี้แล้ว อาจได้แง่คิดหรือมุมมองที่ต้องเอามาพิจารณาให้ถ้วนถี่ ภาษาเขียนสไตล์ชลันตีนั้นยังคงอ่านง่ายแม้มีบางช่วงบางตอนที่เนื้อเรื่องซับซ้อน เนื้อหาและข้อมูลของเรื่องถูกบรรยายผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในอเมริกา กับประเทศเสี่ยงภัยสูงอย่างอิรักและอัฟริกา ซึ่งผู้เขียนอ้างอิงมาจากประสบการณ์ทำงานที่เคยประสบมานั้นทั้งละเอียดและเป็นจริงจนเรารู้สึกจับต้องได้ ไม่เหมือนการนั่งเทียนเขียนเอาจากจินตนาการ เสียดายที่เราไม่ได้ไปสัมภาษณ์เจ้าตัวด้วยความอยากรู้ว่า คุณชลันตีเคยวิ่งหลบระเบิดในอิรักมาแล้วกี่ลูก (ปล.ในขณะที่กำลังเขียนรีวิวนี้ ผู้เขียนก็กำลังอยู่ในประเทศนี้เหมือนกัน ต้องยกนิ้วให้ว่าคุณเธอใจกล้าและเป็นสาวสายแข็งจริง ๆ )ข้อมูลในเรื่อง 'แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ' นั้นต้องบอกเลยว่า มากและหนักหน่วงสะเทือนอารมณ์กว่าเรื่องผู้หญิงขายไข่อยู่พอตัวทีเดียว เพราะมีทั้งเรื่องเส้นทางความยากลำบากของนักศึกษาจบใหม่ในการสร้างอนาคต ซึ่งมีองค์ประกอบซับซ้อนต่างกับบ้านเราจนคาดไม่ถึง ประสบการณ์ด้านความเป็นความตายในงานอาชีพ ความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องจริงที่ไม่เคยได้รับรู้หรืออยู่ในจินตนาการของเรา ผู้เขียนนำสิ่งเหล่านี้มาบอกเล่าอย่างละเอียด แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมซึ่งนับว่าเป็นฝีมือล้วน ๆ ของคุณชลันตี คือการถ่ายทอดให้เนื้อหาหนัก ๆ กลายเป็นอรรถรส เกิดเป็นความบันเทิงให้เราเสพ ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดข้อมูลเข้าสมองจนทำให้อ่านแล้วเกิดอาการอึน ๆ แต่อย่าพึ่งคิดว่า เนื้อหาส่วนที่เกริ่นมาจะทำให้หนังสือเล่มนี้ก��ายเป็น อัตชีวประวัติของผู้เขียน เพราะความสนุกของเรื่องอีกด้านที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ ความรักของพระเอกกับนางเอกต้องบอกเลยว่าชอบและเชียร์นิยายเรื่องนี้มาก ก็เพราะความชัดเจนของจิตวิทยาความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักซึ่งแฝงอยู่ในเรื่อง 'แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ' ที่ส่วนตัวขอให้เครดิตว่าเป็นนิยายที่มีข้อคิดและหลักจิตวิทยาของชีวิตคู่ที่ยอดเยี่ยมมากเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยอ่านมา พระนางซึ่งมีบุคลิก ความคิดอ่าน พื้นฐานชีวิต ตลอดจนตัวตนที่ต่างกันอย่างสุดขั้วและชัดเจนมาก ทั้งคู่ต่างรู้จุดยืนว่าตนเองต้องการอะไร การเอาคนสองคนที่แสนจะแตกต่างมาจับคู่กัน แต่ยังสามารถทำให้เราเชื่อได้ถึงความรักที่มีรากฐานและที่มาที่ไป อันนี้เป็นอีกจุดแข็งที่คุณชลันตีทำได้ดีจริง ๆ ในนิยายเรื่องนี้'แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ' สอดแทรกแง่คิดของการให้สมดุลที่พอเหมาะพอดีระหว่างคำว่า 'รักษาความเป็นตัวตนกับการให้เกียรติคู่ชีวิต' ในนิยายเรื่องนี้มีตัวอย่างให้เห็นชัดมาก วุฒิภาวะของพระนาง เป็นจุดที่มุกอยากเรียกว่าเป็น 'เสน่ห์และสีสัน' ของเรื่องที่สุด ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของคุณชลันตี หากสังเกตดี ๆ จะเห็นได้ว่าพระเอกนางเอกในนิยายทุกเรื่องไม่ว่าจะไทยหรือจีน ล้วนแล้วแต่ไม่มีใครเพอร์เฟค ต่างพากันมีดีมีเสียมากน้อยอยู่เสมอ ทำให้เรารู้สึกเข้าถึงตัวละครแบบสมจริงไม่ใช่อะไรที่มีอยู่เพียงในนิยาย มุกอยากให้สาวโสดรุ่นปักตะไคร้ สาว ๆ ที่กำลังมีแฟน ยันไปจนถึงคนที่มีครอบครัวแล้ว ได้อ่านและเปิดใจเรียนรู้ข้อคิดต่าง ๆ ที่แฝงมากับนิยายเรื่องนี้ เพราะในสังคมปัจจุบัน มีคนจำนวนมากจริง ๆ ที่คิดว่าความรักคือการครอบครอง ยึดติด คาดหวัง เรียกร้อง และอื่น ๆ อีกมากมาย จนหลายครั้งลืมที่จะให้พื้นที่รวมถึงให้เกียรติในตัวตนของอีกฝ่าย แต่ใด ๆ ทั้งสิ้น ล้วนต้องเดินอยู่บนทางสายกลาง ด้วยความเข้าอกเข้าใจ ยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งในนิยายเรื่องนี้ มีให้เห็นชัดเจนมาก จนเราคนอ่านต้องแอบยกนิ้วให้กับความเข้าใจชีวิตของผู้เขียน เพราะโดยส่วนตัวมุกเชื่อว่า งานเขียนเป็นการแสดงตัวตนของนักเขียน การจะเขียนเกี่ยวกับอะไรบางอย่างได้อย่างถ่องแท้จนผู้อ่านสามารถรับสื่อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเรื่องของแง่คิดและจิตวิทยาต่าง ๆ จำเป็นที่ผู้เขียนต้องมีตรรกะความคิดที่ชัดเจนเปิดกว้าง สามารถโน้มน้าวให้เราคล้อยตามหรือแม้แต่เก็บมาเป็นเสบียงในใจ 'แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ' มีลงให้อ่านในเว็ปเด็กดีอยู่ยาวพอสมควร หากใครสนใจลองไปหาอ่านตัวอย่างดูก่อนได้ค่ะ คนที่อยากได้เล่ม ลองเข้าไปดูที่เว็ปสถาพรซึ่งมีราคาสมาชิกอยู่ ไม่ก็หาซื้อได้จากร้านออนไลน์ ส่วนอีบุ๊ค เท่าที่ทราบ น่าจะออกประมาณช่วงวันที่ 10 มีนา
Misspharaoh702 reviews85 followersFollowFollowJuly 31, 2018“มีคนกล่าวว่าเมื่อเราฟื้นขึ้นมาจากยาสลบ สมองของเราจะมึนงง ความรู้สึกล่องลองราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ และบุคคลแรกที่เราลืมตาแล้วพบ คือคนที่มีด้ายแดงผูกกับนิ้วก้อยของเราไว้ เขาจะผูกพันธ์กับเราไปชั่วนิจนิรันดร์” ❤️❤️ เป็นการเปิดเรื่องที่ตีหัวเราลากเข้าถ้ำเลยค่ะ รู้สึกโรแมนติก >>>>>นี่เป็นรื่องที่สองของคุณชลันตีที่เราอ่านค่ะ ลังเลอยู่นานเพราะเรื่องแรกเราไม่คลิ๊กเท่าไหร่ หลังจากทำรีเสิร์ชอยู่พักใหญ่ ก็เอาวะหลายคนว่าดี จัดไป.................//นางเอก อิงวาด-น้องอิง// ...............เรื่องนี้จะเน้นหนักเรื่องอาชีพการงานของนางเอก ที่เป็น “นักสิทธิมนุษยชน” ที่อเมริกา เป็นอาชีพที่ไกลตัวมาก ผู้เขียนทำดีมาก แต่ละเคสแต่ละคดีที่เราลุ้นไปกับนางเอกเลย ลุ้นมันมากอย่างกับดูซีรีส์แนวทนายอัยการของเกาหลีเลย บางเคสสะใจจนต้องตบเข่าฉาดอ่ะ 55 หัวใจเต้นแรงเลยล่ะ...............//พระเอก รอย-พี่รอย //❤️❤️..............พี่รอยบอกมาจาก “รอยอินทร์” ด้วยความอินนิยายของคุณแม่เจ้ารอย กรี๊ดๆ เราชอบเจ้ารอยมากกก เป็นวิสัญญีแพทย์ที่ทำงานในศูนย์วิจัยของมหาลัยในอเมริกาเหมือนกัน เรื่องนี้ไม่ค่อยเน้นการทำงานของพระเอกเท่าไหร่ แต่จะเห็นว่าทำงานหนักมากผ่านมุมมองของนางเอก......../////เรื่องนี้มีหลายจุดที่เราชอบ////.................•• การทำงาน••พระเอกนางเอกมีการทำงานจริงจังและหนักมาก ไม่ล่องลอยไร้แก่นสาร มีไว้ประดับบารมีเฉยๆเหมือนบางเรื่อง มีอาชีพที่ชัดเจนและเขียนให้เห็นแนวทางการทำงานจริง การทุ่มเท การแข่งขัน ความเครียด โดยเฉพาะตอนนางเอกลงฟิลตะวันออกกลาง war zone นี่ทึ่งมากอ่ะ ปรบมือให้เลย แล้วยังมีการต่อสู้เรื่องการเหยียดผิวในอเมริกาอีก ดีมากเลย การใช้กึ๋นเอาตัวรอดของนางเอกในแต่ละเรื่องอีก มันส์สสสสส •• ความต่าง••ความต่างของพระเอกนางเอก อิงวาดเป็นนางเอกที่ตลกอ่ะ นางรก ซกมก ไม่ทำกับข้าว ถอดผ้ากองผ้าไว้บนพื้น กินข้าวบนที่นอน งก ตุนกับข้าวถูกๆ ไม่แต่งตัวแต่งหน้า นี่นางเอกเหรอ ส่วนพระเอกก็ตรงข้ามเกือบทุกอย่าง เรียบร้อย สะอาดทั้งในทั้งนอก ทุกอย่างต้องคุมโทน เป็นคุณชายก้นครัวไปอีก มีความเป็นพ่อบ้านสูงมาก ทำกับข้าว ซักผ้า ตามเก็บความรกให้น้องอิง กินคลีนสายเฮลตี้ “ทำกับข้าวปรุงด้วย หญ้าหวาน เกลือสีชมพูจากเทือกเขาหิมาลัย น้ำมันจากเมล็ดองุ่น” 555 พี่รอยยยยย อย่างเยอะอ่ะ เป็นความต่างที่เติมเต็มว่างั้น พี่รอยกลับจากอยู่เวรเหนื่อยๆ ก็ต้องซักผ้าทำกับข้าวไปอีก วงวาร•• ความรักมั่นคงของพี่รอย••พี่รอยรักอิงมากกกกกก มั่นคง ไม่เคยหยุดรักเลย จนน่าอิจฉาสุด อยากเป็นอิง 5555 คือตามหานางเอกตั้งสองปีอ่ะถึงจะเจอกัน พี่บอกว่ามันไม่ใช่รักแรกพบนะ แต่มันติดตาติดใจจนไม่มีใครมาแทนได้ ตอนตามหาก็ไม่เจอ แต่พอเลิกตามกลับมานอนให้เจอบนเตียงซะงั้น ซีนในห้องผ่าตัดทำใจสั่นเลย กับดวงตาระยิบระยับภายใต้มาส์กกับเสียงกระซิบข้างหูของพี่รอย พี่รุกแรง และโดยเฉพาะเดตแรกนี่ต่างคนต่างเขิน คนอ่านอย่างเรายิ้มจนปวดแก้มเลย•• เลิฟซีน••ไม่มากไม่น้อย สวยงามทำใจเต้นหน่อยๆ พระเอกนางเอกมีความหื่นในตัวเองสูงค่ะ กรี๊ดๆ เขิน น้องอิงมีความก๋ากั่น มีความรุกก่อนไปอีก อย่างกระชากผ้าเช็ดตัวพระเอกแล้วล้องี้ 555 อาบน้ำให้กันบ่อยๆงี้ เดี๋ยวๆก็ลูบพุงกันงี้ อร๊ายเขิลๆ อิจสุดๆ ตาร้อนผ่าว•• สรรพนามแทนตัวกันน่าร้ากไปอีก••พี่รอย: น้องอิง พี่รักหนูนะ อิง: พี่รอย หนูรักพี่me: 🏥🏥🏥 .............////หลายจุดที่ขัดใจเรา////.....................•• เท (บ่นยาวๆ #ทีมพี่รอย)••นางเอกเทพระเอกบ่อยมากกก เราสงสารพี่รอยที่สุดเลย คือเข้าใจนะว่านางมีเหตุผลอะไรที่ต้องทิ้งพระเอก ก็พอเข้าใจได้อยู่ แต่นี่ทำกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้งมาก สงสารมากๆจนน้ำตาคลอเลย เราว่านางมีทางเลือกอื่นนะความจริง หรือพอจะเลิกก็ไม่อธิบายอะไรเลยอ่ะ (ถึงจะมีเงื่อนไขก็เถอะ) มันต้องมีวิธีที่จะรักษาหัวใจพี่รอยมากกว่านี้ไง อิน คือเป็นพระเอกที่รักนางเอกมากกกก ไม่ว่าเขาจะมาง้อกี่ครั้งก็ยอมอ่ะ ดีงาม จนบางครั้งก็อยากให้พี่รอยใจแข็งให้บทเรียนนางบ้าง เหมือนพระเอกจะรักโดยเริ่มจากร้อย ทุ่มทั้งหมด ให้ใจเขาไปหมดเลย พอโดนเทก็เจ็บยับเยิน ไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำมองแปรงสีฟันอ่ะ เราคิดว่าเขารักนางเอกมากกว่านากเอารักเขาอีก ฮือออ แต่นางเอกจะกั๊กๆ แบบว่ารักอย่างมีสติไม่ทุ่มหมดหน้าตัก (แต่ทำร้ายกันกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่ไหวนะ) เห็นพระเอกเป็นของตายว่างั้น เลือกทุกอย่างก่อนพระเอกไปอี๊ก เลือกงานความก้าวหน้า ถึงแรกๆจะไม่มีทางทางเลือกก็เถอะ แต่หลังๆเราว่านางเลือกได้นะแต่ก็ยังจะทิ้งพระเอกไปอ่ะ เฮ้อ อยากเชียร์ให้พี่รอยได้กับคนอื่นจริงๆ(หักคะแนนตรงนี้เยอะมาก สงสารพี่รอย หัวใจคนเราจะทนได้เท่าไหร่เนี่ย โดยเฉพาะประโยคพวกนี้ “พี่พอแล้ว พอ” คิดดูซิว่าเขาต้องทนระแวงว่าวันใดวันหนึ่งจะถูกทิ้งอีกเมื่อไหร่ นึกจะไปก็ไปนึกจะกลับมาก็มา อย่างนี้ก็ได้เหรอ นางไม่คู่ควรกับความรักของพี่รอย ชิ)•• บทรัก ••ทำเราไม่ลุ้นใจเต้นเท่าที่ควรค่ะ เดี๋ยวก็หอมแก้ม กอด จูบ ทุกครั้งที่พระนางอยู่ด้วยกัน เราว่าเยอะไปนิดทำให้หมดลุ้น ถ้านานๆมาทีจะดีกว่าสำหรับเราคิดว่าน่าจะฟินกว่านี้ นิดเดียวจริงๆสรุปว่า ให้เรื่องนี้ 4.5/5 หักที่นางเอกทำร้ายจิตใจพี่รอยของน้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอยากจะทวงคืนพี่รอยให้สาวอื่นที่คู่ควรแล้ว เรื่องนี้อ่านเถอะค่ะ สนุกจริงเต็มอิ่ม อยากอ่านเรื่องต่อไปเลยล่ะ เห็นมีหลายเรื่องน่าติดตามcontemporary drama flaw ...more
Chompoo Choti279 reviews29 followersFollowFollowMarch 14, 2018หนังสือหนา 624 หน้า ซึ่งเรียกว่าหนาสุดๆ ในช่วงนี้ที่อาจจะอยากเลี่ยงไม่อยากอ่านเพราะว่าตัวเองเข้าสู่โหมดที่มีภารกิจคิดและทำอะไรบางอย่างหนังสือหนาๆเลยเหมือนเป็นทางเลือกท้ายๆ ในการหยิบมาอ่าน แต่แล้วเมื่อเริ่มเปิดหนังสือมันก็มีอะไรมาทำให้เราค่อยๆ เริ่มอ่านไป จนหยุดไม่ได้ค่ะ แต่งงานกี่ครั้งก็ยังเป็นเธอ เป็นเรื่องราวที่อ่านแล้วผสมผสานในสัดส่วนที่ถือว่าเป็นความลงตัวค่อนข้างดีงามอ่านแล้วตรงกับความต้องการของคนเขียนได้เลยในเรืองบรรยากาศและอารมณ์ที่ทำให้เหมือนเรากำลังติดตามดูซีรีย์เรื่องหนึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องราวของความรักแน่นอนเพราะใจความหลักของเรืองสำหรับเราแล้วมันอยู่ที่เรื่องของพระนางที่มีความแตกต่างของตัวละครเรียกว่าแทบจะขาวกับดำเลยทีเดียว แต่ความขาวกับดำที่ว่ามันก็ไม่ใช่เป็นการแบ่งสีที่ชัดเจนเพราะว่าไปมันก็คงเป็นเฉดเทาๆ กลางๆ ที่บ่งบอกว่าตัวละครทั้งสองตัวนี้นั้นเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่มีความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน คุณหมอรอย หมอหนุ่มที่มีความเพียบพร้อมค่อนข้างมาก รักสะอาด เป็นระเบียบ กินอาหารคลีน ส่วนนางเอก-อิงวาด นั้นเป็นหญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งที่มีชีวิตที่ดิ้นรนเรียกว่าปากกัดตีนถีบ ขยันหนักเอาเบาสู้เสียทุกอย่าง เรียกว่าชีวิตมุ่งมั่นปรารถนาเรียนจบแล้วก็มีรายได้ใช้หนี้ที่เมืองไทย วิถีชิวิตของสองคนเหมือนเส้นขนานที่เหมือนจะไม่มีทางบรรจบกันแต่แล้วคงถือว่าเป็นพรหมลิขิตก็ทำให้ทั้งสองคนได้มาเจอกันแล้วก็กลายเป็นความลงตัวในความแตกต่างได้อย่างสวยงาม นอกจากเรื่องความรักของพระนางที่คนเขียนได้สอดแทรกในเรื่องของแนวคิดการใช้ชีวิตคู่เอาไว้อย่างสนุกเพลินแล้วมันยังเสริมเติมลงไปกับรายละเอียดของชีวิตของนางเอกกับอาชีพ “นักสิทธิมนุษยชน” เอาไว้อย่างค่อนข้างละเอียด แน่นอนว่าเราเองนั้นไม่รู้หรอกค่ะว่างานแนวนี้มันจะมีคำจำกัดความและขอบเขตยังไงบ้างแต่คนเขียนก็ทำให้เราได้เห็นถึงขอบและกรอบอย่างมีแนวทาง แต่มันไม่ใช่การยัดเยียดสาระและรายละเอียดจนทำให้เราอ่านไปเนือยไปนะคะเพราะมันมีความสนุกอยู่ในทุกอย่างที่แทรกเข้ามาให้อ่านเพราะมันจะเป็นเรื่องราวของการงานนางเอกเป็นคดีๆ ไป และคดีเหล่านี้มันก็มีผลกับเรื่องราวของพระนางเค้าด้วยมันก็เลยให้ความรู้สึกคล้ายๆ กับการเติมเต็มของสองส่วนระหว่าง สาระรายละเอียดกับความรักของพระนางที่งานนั้นมีผลแน่นอนกับชีวิตส่วนตัวอันพึงมี มันเลยกลายเป็นความเพลินในการอ่านค่อนข้างมากเลยเชียวล่ะค่ะ สำนวนและการนำเสนอของชลันตีส่วนตัวบอกได้เลยว่ามีอะไรแปลกใหม่มานำเสนอเราได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เรืองก่อนหน้า ผู้หญิงขายไข่ เราอ่านแล้วก็ได้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการบริจาคไข่ การอุ้มบุญ ติดแต่เรื่องนั้นอ่านแล้วอาจจะไม่โดนใจนักในเรื่องของนิสัยตัวละครอยู่บ้าง แต่พอมาเรื่องนี้ลักษณะนิสัยของตัวละครเป็นอะไรที่เราอ่านแล้วต้องทำความเข้าใจนิดหน่อยว่า #รักด้วยการมองเห็นตัวตนกันและกัน มันเป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ของพระนางที่คนเขียนต้องการสื่อออกมาให้เราเห็นมากที่สุด จนบางครั้งเราก็ว่า “ แหม่ เยอะมากนะ” แต่ก็นั่นล่ะค่ะถ้ามันเป็นเรื่องของการสื่อสารให้คนอ่านได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วเราว่าคนเขียนก็ทำสำเร็จค่ะ เรื่องนี้ยินดีแนะนำบอกต่อเลยว่าเป็นการอ่านหนังสือที่มีอะไรแปลกใหม่ในการนำเสนอเพราะมีทั้งเรื่องของความรักแล้วยังมีเรื่องของการนำเสนอในเรื่องของการใช้ชีวิต แง่คิดทั้งเรื่องของชีวิตคู่ การงานแล้วก็ทัศนคติของคนบางคนบางกลุ่มได้เห็นได้อย่างชัดเจน อย่างที่อ่านจบไปแล้วก็ทำให้เรารู้ได้เลยว่า เมืองใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยชนที่เจริญแล้วทัศนคติบางอย่างที่เลวร้ายมันก็ยังมีเหลืออยู่ ยิ่งเรื่องของการแบ่งเผ่าแบ่งชาติพันธุ์ที่ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้ายนั้นมันก็ยังคงมีอยู่ไม่จบสิ้น และอีกอย่างคือ ความยุติธรรม ธรรมะสีขาวๆ มันไม่มีอยู่จริงมันก็สะท้อนถึงสิ่งที่เรียกว่า “คน” ที่แม้ว่าจะเจริญแค่ไหน มันก็ยังเปี่ยมไปด้วย กิเลศ อยู่ดีค่ะ
L-wind203 reviews22 followersFollowFollowMay 4, 2022เมื่อนักสิทธิมนุษยชน มารักกับวิสัญญีแพทย์ ท่ามกลางการต่อสู้ในโลกทุนนิยม ที่บรรยากาศแทบจะไม่ต่างอะไรจากละครแย่งปั๋วแย่งเมียของไทยเป็นนิยายเล่มหนา ที่ตีแผ่เรื่องราวของสาวไทยที่ดิ้นรนไปเรียนต่อและทำงานที่อเมริกา แดนแห่งเสรีที่คนใฝ่ฝัน เป็นพล้อตเก๋ตรงที่จับเอานักกฎหมายไปคู่กับอาชีพหมอ (ปกติไม่ค่อยเห็นหมอได้กับอาชีพอื่นนอกจากหมอด้วยกัน แต่เรื่องก็โฟกัสที่อาชีพนางเอกมากกว่า เลยจะไม่ค่อยเห็นพระเอกในหน้าที่การงาน) ซึ่ง 80% ของเรื่อง นางเอกก็จะสู้ชีวิตกับการทำงานในด้านกฎหมาย ซึ่งคนเขียนจะพาเราไปสู่ mindset แบบกฎหม้ายกฎหมายแบบตะวันตก นางเอกต้องสู้ทนฝ่าฟันเพราะอยากอยู่แดนเสรีแห่งนี้ต่อและอยากได้สัญชาติ จะทำให้เห็นว่าแทบทั้งเรื่องชีวิตนางมีความกดดันเยอะเวอ่ร์ๆ มาก (นี่ชีวิตโลกที่หนึ่งมัน tough ขนาดนี้เลยเหรอ) แล้วก็บรรยายว่าช่วงแรกนางเอกมี บ่วงพันธนาการตัวเองเยอะมาก หนี้เยอะ เลยปรับไปทำโน่นนี่ไม่ได้ แต่ช่วงท้ายรู้สึกนางจะรายได้เยอะขึ้น เลยยอมออกจากงานแล้วมาผ่อนคลายตัวเองบ้าง (อ่านแล้วก็ เออ เนอะ ทำโน่นทำนี่แทบตาย สุดท้ายนางก็อยากพักผ่อนอยู่ดี ช่วงแรกจึงรู้สึกว่านางเอกดูยึดติดกับอะไรเยอะมาก เพื่อที่จะมารู้จักปล่อยวางบ้างในตอนหลัง)ในการใช้ชีวิตของนางเอก ถ้าใครบ่นว่าละครไทยมีแต่ตบตีแย่งปั๋วเมีย ชีวิตนางเอกในมหานครที่อเมริกาก็ toxic ไม่ต่างกัน แค่ไม่ใช่เรื่องแย่งปั๋ว แต่เป็นเรื่องเหยียดชาติ ขัดแข้งขัดขาในที่ทำงาน การเลือกปฏิบัติในอเมริกา หรืออะไรที่มันดูซับซ้อน แต่จริงๆ ก็ไม่พ้นความโลภโกรธหลงของสามัญมนุษย์ เรียกได้ว่าอะไรที่น้ำเน่าในไทย ที่อเมริกาก็มีเหมียนกัล แค่ต่างรูปแบบส่วนชื่อเรื่องนั้น มีสาเหตุมาจาก ความเยอะ ของชีวิตนางเอกและพระเอกนั่นล่ะ เพราะงานซับซ้อนกันทั้งคู่ เลยทำให้รักๆ เลิกๆ กันหลายรอบ อาจเรียกได้ว่าไม่ใช่นิยายรักซึ้งตรึงใจ เพราะมีความแห้งแล้งในระดับนึงในแง่ความสัมพันธ์ นางเอกดูไม่ผูกพันอะไรกับใคร ครอบครัวในไทยก็ไม่อยู่ด้วยกันและไม่ผูกพัน (เพื่อนร่วมงานนางนี่ยิ่งไม่มีความจริงใจต่อกันเลย) กับพระเอกที่แต่งงานกันก็มีความรักและผูกพันระดับนึง (ซึ่งส่วนตัวเราไม่รู้สึกถึงความลึกซึ้งของทั้งสอง) แต่โดยรวมคนเขียนก็กระเทาะแนวคิดนักกฎหมายในประเทศทุนนิยมมหาอำนาจได้ดี
Monaliz Juang640 reviewsFollowFollowJuly 15, 2018เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมากค่ะ เบื่องต้นนั้นเนื้อเรื่องคิดว่าจะเป็นเกี่ยวกับรักอย่างเดียวเพราะชื่อเรื่อง แต่พอมาได้อ่านกลับประทับใจเนื้อหาที่ผู้เขียนใส่มามาก และมีบทพูดหลายตอนที่ประทับใจ ทั้งยังอยู่ภายใต้พื้นฐานของความเป็นจริงของโลก ไม่โลกสวย คำว่านักสิทธิมนุษยชนนั้นในมุมมองของเราแต่เดิมก็ไม่ได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งภาพที่ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นก็ได้ทำให้เห็นถึงมุมที่ลึกลงไปอีก ด้วยหน้าที่บทบาท เชื้อชาติเอเชีย การทำงานภายใต้ความกดดัน กลโกง การเมือง ผู้เขียนสามารถทำออกมาได้ดีมากและไม่น่าเบื่อเลย ยิ่งอ่านยิ่งติดตามลุ้นเป็นกำลังใจให้กับนางเอก นางเอกสู้ชีีวิตมาก พระเอกหมอรอย น่าสงสารมาก โดนนางเอกเทแล้วเทเล่า ฮาา พระเอกดีงามมากนะคะ แต่ก็มีข้อบกพร่องด้วยอาชีพการงานที่ไม่มีเวลาให้ แต่ภายใต้การเทแต่ละครั้งมันมีเหตุผลทุกครั้ง แต่นางเอกเราก็ไม่ได้ปรึกษาหรือแก้ไขกับพระเอกเลย ตัดสินใจเองทุกครั้งนี่คือจุดบกพร่องนางเอก และสุดท้ายในชีวิตคู่มันต้องกระทำและตัดสินร่วมกัน ในแง่มุมของคู่ชีวิตสะท้อนออกมาได้ดีมากค่ะในส่วนของการทำงาน ผู้เขียนก็ทำได้ดีมากเลยค่ะว่าไปถึงจุดหนึ่งนั้นมันก็จะมีจุดอิ่มตัว ความกดดันไม่สวยงาม ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดออกมาให้เห็นและรับรู้กดดันไปพร้อมนางเอก มุมมองของตัวละครทุกตัวคือสีเทา ไม่มีใครดีใครเลวไปเสียหมด เมื่อไปถึงจุดหนึ่งเมื่อต้องเลือก เราก็ต้องเลือกหนทางรอดไว้ก่อน ในด้านฉากหวานน่ารักมีค่ะ แถมน่ารักมากด้วย อิจฉานางเอกเหมือนกันที่มีคนรักแบบพี่รอย รักมั่นคง เข้าใจ และยังให้โอกาสนางเอกหลายต่อหลายครั้ง ชื่นชมมากค่ะ อยากให้ลองอ่านตัวอย่างก่อนถ้าชอบก็อ่านต่อเลยค่ะ เป็นนิยายที่่ควรค่ามากdrama romantic thai-novel
nanziiy71 reviews4 followersFollowFollowJuly 30, 2018เป็นเรื่องที่ว้าวมากๆ เปิดโลกให้เราสุดๆ และเรียลกับเรื่องราวมนุษย์ ปุถุชน ความรู้สึกนึกคิดมันเรียลสุดๆ ด้วยความที่นางเอกเป็นนักสิทธิมนุษยชนในดินแดนเสรีอย่างอเมริกา และพระเอกเป็นวิสัญญี โอโห แค่ชื่ออาชีพก็ดูฉลาดละคนเขียนเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ กับความรักพระนางได้ดีมาก แต่งกันตั้งห้าครั้ง แต่งๆ เลิกๆ แต่ที่ไม่เลิกคือความรัก ทำไมถึงแต่งถี่ขนาดนี้ไปอ่านดู ไม่คิดว่าเรื่องนี้เน้นความรักพระนางเลย ส่วนใหญ่เน้นไปที่ชีวิตนางเอกที่ได้ดีแบบไม่พึ่งผู้ชายไม่เป็นซินเดอเรลล่าที่รอเจ้าชาย อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจจริงๆนะ นางเอกเธอเก่งและทำทุกอย่างเพื่อเงินให้ตัวเองอยู่รอด ชอบที่แม่สอนนางเรื่องผู้ชาย จับใจความได้ประมาณว่าสุดท้าย ความรักมันไม่มีตลอดไป ผู้ชายเขาก็ทิ้งได้ทุกเมื่อยามหมดรัก นางเอกเป็นคนที่อยู่กับความเป็นจริง อยู่กับปัจจุบัน ส่วนพี่รอยนี่ก็น่าร้ากกกกกกกกกก แอบละไว้ตรงนี้ว่าจะมีผชแบบนี้จริงๆ ไหมน้อ นางเอกซกมกก็ยังรับได้ ทำงานบ้านเป็น แต่ท่ามกลางความเพอเฟคเค้าก็มีความอันเพอร์เฟคอยู่เหมือนกัน ในพาร์ทความรักมันทำให้เห็นรักจริงๆแบบที่ไม่มีในนิยาย เรื่องการใช้ชีวิตคู่ การยอมรับในความแตกต่างนอกจากรู้การทำงานของนักสิทธิมนุษยชนแล้วยังได้เห็นสภาพสังคมอเมริกา เลยคิดว่าที่ไหนๆ มันก็เหมือนกันหมดจริงๆ ยังมีแอบพาไปแตะๆ เขตวอร์โซนด้วย นักสิทธิทำงานกันยังไงเราก็เพิ่งรู้เมื่อได้อ่านนิยายเรื่องนี้ อ่านเถอะ มันเปิดโลกจริงๆจ้า
Ann375 reviews40 followersFollowFollowJanuary 3, 20204.5/5นางเอกเป็นนักสิทธิมนุษยชน ที่มีความรักในหน้าที่การงานเต็มเปี่ยม พระเอกเป็นหมอวิสัญญีแพทย์ ที่แอบชอบเธอตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ แล้ว บังเอิญเจอ ความรักแบบที่ทั้งสองคนสบายใจในการอยู่ด้วยกัน แต่อุปสรรคคือการทำงาน ที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน และมีความเสี่ยงในการทำงานเรื่องนี้ เขียนมาได้ดี แต่อ่านแล้วจะหดหู่นิดๆ เพราะความที่นางเอกมีสปิริตในการทำงานสูง ถึงเวลาก็เลือกงาน มากกว่า เลือกความรัก เลยลอยแพพระเอกเราไปหลายที ทั้งๆที่ยังรักอยู่ เลยกลายเป็นแต่งงานแล้วเลิกไปหลายที บางทีเราก็ต้องเรียนรู้ว่า งานหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่รักแท้อาจมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต
Kanthida Ann123 reviews24 followersFollowFollowFebruary 24, 2021พระเอก พี่รอย นางเอก อิงวาดให้ 5 คะแนน สำหรับความละเอียดของเรื่องราวและความแปลกใหม่ของพล็อตอ่านแล้วได้ความคิดทัศนคติดีๆในการใช้ชีวิตเพิ่ม ชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ใครมาก ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ แต่ชีวิตนางเอกโหดร้ายพอสมควรนะกว่าจะมีความสุขได้ พระเอกก็พระเอกเกิ๊นนนนน 555 จะมีคนดีแบบนี้ในชีวิตจริงมั้ยน้าาาromance-novel thai-fiction
Rintea W519 reviews6 followersFollowFollowDecember 5, 2022ชอบนะเรื่องนี้ ดราม่าดี ไม่ใช่นิยายฟิวกู้ด แต่ออกแนวเทาๆนางเอก นางมีความคิดเป็นของตัวเองดี เชื่อมั่น ทะเยอทะยาน นางเป็นตัวยืนในการเล่าเรื่องพระเอก แอบสงสารพระเอก ช่างแสนดีเหลือเกินพ่อคุณอ่านแล้วได้ความรู้เรื่องวัฒนธรรมสังคมอเมริกัน แนะนำ น่าอ่านค่ะ
Nonnin389 reviews5 followersFollowFollowAugust 8, 20218.5/10 สนุก เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่อ่านนิยายพิมพ์คำแล้วรู้สึกว่าสนุกแบบสนุกจริงๆfavorites my-top-thai-novels read-2021 ...more
Irisa176 reviews2 followersFollowFollowApril 29, 2025เรื่องนี้เนื้อเรื่องเข้มข้น เห็นภาพการทำงานที่ต้องเผชิญความกดดันหนักหน่วง การต้องไปทำงานในสมรภูมิรบจนมีบาดแผลทางจิตใจ การทำงานที่ในชีวิตจริงไม่เหมือนภาพที่วาดฝันไว้ ชอบการตีแผ่สังคมอเมริกัน เห็นความเหลื่อมล้ำ เกมการเมือง การใช้เส้นสาย อำนาจเงิน การเหยียดผิว และการเข้าถึงระบบสาธารณสุขยาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงลิ่วจนน่าขนลุกอิงวาด นางเอกเรื่องนี้มีความเป็นตัวเองสูงมาก เป็น limited edition อย่างที่พระเอกว่าไว้จริงๆ เป็นผู้หญิงอายุยี่สิบต้นๆ ที่เก่งกาจ เฉลียวฉลาด แต่ก็มีมุมที่เป็นสาวน้อยแสนเกียจคร้าน ไม่ชอบทำงานบ้าน ไม่ชอบอาบน้ำสระผม แถมกินลูกอมและน้ำอัดลมเหมือนอาหารหลัก แต่เวลาอยู่กับพระเอก นางเอกก็ออดอ้อนเก่ง ทำตัวน่ารักไม่เรื่องมาก เข้าอกเข้าใจแม้พระเอกจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วย ชอบตอนที่ผู้เขียนบรรยายว่าอิงวาดเป็นผู้หญิงที่ถูกรางวัลที่หนึ่งซ้ำซ้อน ถึงชีวิตนางเอกจะเจอเรื่องมากมาย และตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ทำให้ตัวเองเจ็บช้ำและทำร้ายหัวใจของคนที่เธอรักครั้งแล้วครั้งเล่า แต่อิงวาดเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากๆ โชคดีที่ได้มาเจอพระเอกอย่างรอย คุณหมอที่มีความเป็นผู้ใหญ่ ใจเย็น เป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์ รักและให้อภัยแม้จะต้องเสียน้ำตาเพราะอิงวาดหลายครั้ง อ่านแต่ละอย่างที่รอยทำให้อิงวาดแล้วรู้สึกเหมือนนางเอกถูกหวยร้อยงวดติดต่อกัน สามีประเสริฐขนาดนี้จะไปหาได้ที่ไหนอีก เรื่องนี้มีการต่อสู้กันด้วยสติปัญญา เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการชิงไหวชิงพริบ แต่ก็มีภาคความอบอุ่นน่ารักของความสัมพันธ์ของอิงวาดกับรอยแทรกอยู่ตลอดเวลา เห็นการปรับตัวเข้าหากันของคนสองคนที่รสนิยมการกินการใช้ชีวิตต่างกันสุดขั้ว ชอบเวลาที่พระเอกคอยเอาใจใส่ดูแลนางเอกอย่างดีและรักนางเอกอย่างเสมอต้นเสมอปลายแม้นางเอกจะอวบอิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดก็ตาม 😂 แล้วก็ชอบการประคับประคองกันในยามที่เจอมรสุมชีวิตเรื่องนี้เวลาน่ารักก็หวานจนอบอุ่นหัวใจ แต่เวลาเกิดเรื่องสะเทือนใจก็ทำให้ซึมไปได้เหมือนกัน สงสารพระเอกมากเวลาที่โดนทำร้ายหัวใจ เลยรู้สึกขัดใจกับการตัดสินใจและการกระทำของนางเอกหลายครั้ง รอบแรกๆ เข้าใจได้ว่าเป็นเพราะความทะเยอทะยานสูงลิ่วและการอยากพิสูจน์ตัวเองของนางเอก แต่รอบหลังๆ น่าจะมีการพูดคุยสื่อสารกันที่ทำร้ายจิตใจกันได้น้อยกว่านี้ พี่รอยเลยเป็นคู่แท้ของน้องอิง แต่น้องอิงน่าจะเป็นคู่กรรมของพี่รอยมากกว่า 😂 ยังดีที่ตอนท้ายเรื่องมีการเล่าเรื่องหลังแต่งงานต่อไปอีก ไม่ได้จบไปเลยห้วนๆ เลยรู้สึกได้ถึงการเติบโตขึ้นอีกหนึ่งขั้นของนางเอก และได้เห็นภาพครอบครัวที่อบอุ่น doctors
Saisamphan K.298 reviews21 followersFollowFollowDecember 7, 2022ก่อนอ่านก็ยังงงว่า 'แต่งงานหลายรอบแต่งอย่างไง' (อายุเยอะจินตนาการหดหาย 555) แต่พออ่านถึงแต่งครั้งแรกที่ลาเวกัส ก็ถึงบางอ้อ ก็ประมาณวิวาห์สมุทร เมืองตรังบ้านเรา จากความสงสัยในชื่อเรื่องจบไป และอีกอย่างคือติดใจในนักเขียน ชลันตี ก่อนหน้าอ่านผู้หญิงขายไข่ ชอบบรรยากาศ ฉากในเรื่อง ต่างประเทศ จนอยากเที่ยวตาม เลยตัดสินใจซื้ออ่าน อยากบอกว่าไม่ผิดหวังเลย การดำเนินเรื่องไปเรื่อย ๆ ผู้เขียนปูพื้นตัวละคร ให้ผู้อ่านเข้าใจความเป็นไปเป็นมาของเรื่อง ปมเรื่อง ส่วนใหญ่ก็จะลงรายละเอียดที่นางเอกของเรื่อง 'อิงวาด' ที่เป็นนักสิทธิมนุษยชน (ซึ่งบอกตามตรงว่าเคยแต่ได้ยินอาชีพนี้ แต่แทบจะไม่รู้รายละเอียดของงานเลย) เป็นมุมที่นักเขียนนำเสนอ อาชีพอิงวาดทำให้นวนิยายเล่มนี้ดูแปลกใหม่ แหวกแนว ผู้เขียนน่าจะนำประสบการณ์ตนเองมาใส่ เมื่อ 'อิงวาด' มาพบ 'รอย' หมอหนุ่มวิสัญญีแพทย์ ความสนุกของเรื่องก็บังเกิด รักแรกพบของหมอรอยที่ตามหามานานก็มาหาถึงที ฉากและบทสนทนาในห้องผ่าตัดแสนประทับใจ รัก ๆ เลิก ๆ แต่ไม่เลิกรัก ทุกครั้งจะมีการแต่งงานกันในที่ต่าง ๆ ถึง 5 ครั้ง เหตุของการเลิกทั้ง 4 ครั้ง ก็มาจากอิงวาดทุกครั้ง ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา สถานภาพในอเมริกา เรื่องงาน ความก้าวหน้าในอาชีพ อิงวาดเลือกที่จะเลือกงาน มากกว่าเลือก 'พี่รอย' ว่าไปก็สงสารพระเอกของเราเหลือเกิน รักเขา แต่เขาไม่เคยเลือกเลย (แต่นางมีเหตุผลนะ) ถามว่าเลิกครั้งไหนสะเทือนใจสุด "ครั้งที่สอง" ต่อมน้ำตาแตกเลย 555แต่ใช่ว่าอิงวาดจะไม่พยายามกลับมา..นางก็ต่อสู้จนสามารถเลิกกฎห้ามคบใครของที่ทำงานได้ จนกลับมาหาพี่รอยได้ใช่ว่าพี่รอยจะเป็นคนที่รักอิงวาดฝ่ายเดียว แต่อิงวาดก็สู้เพื่อจะได้รัก เหมือนกันบรรดาพระเอกหลายเรื่องที่อ่านมา ยอมให้ 'พี่รอย' คนนี้เลย ทนสุดล่ะ ยิ่งกว่าศรีทนได้ 555 โดนเทไม่รู้จักกี่ครั้ง ก็ยังไม่ไปไหน ไม่มีใครใหม่ (อาจเพราะไม่ค่อยมีเวลา ทำแต่งานด้วย) พยายามจะเลิกจริง ๆ ก็ เลิกไม่ได้ ใจอ่อนทุกครั้ง ๆ ไป ก็คนมันรักอ่ะ นี่ยังไม่รวมนิสัยส่วนตัวนางเอกที่คัดกับตัวเองคนซีโลก แต่พี่รอยก็ทนได้ ไม่แปลกเลยที่คนอ่านหลายคนหลงรัก พี่รอย 5555อีกเรื่องที่ชอบมากคือ แม่อิงวาด สอนลูกเรื่องความรัก ดีอ่ะ แฟนเป็นของนอกกาย รักตัวเองไว้ก่อน ความรักอะไรก็ไม่แน่นอนเรื่องที่คัดใจ คือ อารมณ์การอ่านเหมือนขนมชั้นอ่ะ part ความรัก กับ part การทำงานของอิงวาด ดูการเขียนไม่กลมกลืนไปด้วยกัน อาจจะเป็นเพราะต้องการนำเสนอแง่มุมการทำงานด้านนักสิทธิมนุษยชน แต่อารมณ์มันคนละมุมกันไปหน่อย ทั้งนี้ก็มาเป็นเหตุผลที่สนุนสนุนในการกระทำการตัดสินใจต่าง ๆ ของอิงวาดการเขียนภาษาอาจจะไม่สละสลวยมาก แต่ก็ถ่ายทอดแง่มุมความรักโดยใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ได้ดีมาก ทำให้นิยายดูมีคุณค่ามากกว่าการอ่านสนุก แต่ได้แง่มุมนำมาปรับใช้ในชีวิตได้ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตคู่ที่คนสองคนต้องมาอยู่ด้วยกันlove สรรพนามที่แทนกัน ... พี่รอย -- หนู ได้อารมณ์มากเลยนางเอกของชลันตี ไม่จำเป็นต้องผอมสวย -- สาวอวบ ก็เป็นนางเอกได้จ๊ะชวนให้อ่านค่ะ แล้วจะวางไม่ลง (ตัวเองอ่าน 2 รอบ)crazy-in-love love-มากมาก-2021 novel ...more