loonchies239 reviews26 followersFollowFollowJanuary 23, 2022“เซ็กซ์ไม่เป็นสิ่งน่ารังเกียจของศาสนาผีซึ่งอยู่ในอำนาจเพศหญิง แต่กลับยกย่องเป็นกิจกรรมศักดิ์สิทธิ์พยานหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับเซ็กซ์ดึกดำบรรพ์ที่พบในไทย ไม่ถูกซ่อนเร้น ไม่เป็นความลับแต่ไทยไม่มีประวัติศาสตร์สังคม เลยไม่มีคำถาม และไม่มีคำอธิบายในประวัติศาสตร์ไทย เรื่องวิถี กิน ขี้ ปี้ นอน โดยเฉพาะเซ็กซ์”“ระบบการศึกษามักอ้างวัฒนธรรมไทยให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัวเพื่อรักษาความเป็นไทย แต่ผู้ชายไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ”______ซื้อมาตอนพรีออเดอร์เล่ม “ศาสนาผี”เป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่เราไม่เคยนึกถึงคิดว่าน่าจะมีอะไรน่าสนใจดีเลยซื้อมา———หนังสือก็พูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์และทัศนคติของสังคมวิจารณ์สิ่งที่ปฏิบัติกันมา แล้วก็พูดถึงสิ่งที่พบจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งวัตถุโบราณ งานวรรณกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องเพศลักษณะเป็นบทความสั้น ๆ (สั้นมาก ๆ) พูดถึงประเด็นต่าง ๆ ไม่ได้ต่อยอด ช่างเชื่อมไปยาวนัก แต่ก็จุดประกายคำถามได้เล่าเรื่องเข้าใจง่ายดี pop-history&anthropology เพราะบางทีให้เราไปตามอ่านเรื่องหลักฐานต่าง ๆ เชื่อมเอาเองมันไม่สนุกแบบนี้นะ———มันเคยเป็นเรื่องธรรมชาติ การมีเพศสัมพันธ์ช่วงอายุ 15-19 ปี เป็นเรื่องปกติในสมัยก่อน มีหลักฐานมากมาย แม้กระทั่งในวรรณคดีต่าง ๆ แม้กระทั่งภาพจิตรกรรมฝาผนังใน “วัด”แล้วเมื่อไรกันที่มันเปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปเพราะอะไรวัฒนธรรมและประเพณีของไทยภาคกลาง โดยเฉพาะฝูงผู้ดีชนชั้นนำยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ที่รับเอาค่านิยมบางอย่างมาแล้วสถาปนาวัฒนธรรมไทยที่ดีงามแสนวิเศษ เซ็กซ์เป็นเรื่องลามาจกเปรต บัดสี แปดเปื้อนโสมม ไม่ควรถูกพูดถึงจนเราว่ามันเป็นส่วนนึงของเรื่องอิหยังวะทางเพศที่สร้างปัญหาในปัจจุบัน เพราะเราไม่พูดถึงมันนี่ละ“อายเรื่องเพศ ไม่อายเรื่องผิดกฎหมาย”จะเรียกว่า ด่าเรื่อง “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” ไม่รังเกียจถ้าทำกำไรหรือได้ประโยชน์ก็ได้———-จะว่าไปมันก็ “ไทย” ดีมีเรื่องไม่ดีไม่งามเหรอ ไม่ต้องมาถกเถียงสาเหตุและหาทางแก้หรอก อย่าไปพูดถึงมันห้ามพูดถึงมันเลยดีกว่า เดี๋ยวคนก็ลืม//ชั้นประชดนะ ควรเลิกได้ละ “ความเป็นไทย” อันนี้ผู้เขียนก็กล่าวไว้แต่ต้นละว่ามันยังไม่สมบูรณ์ มีส่วนปลีกย่อยเปลือก ๆ ผิว ๆ เท่านั้นคือเราก็อดเสียดายไม่ได้ ที่คนไทยเราไม่ค่อยบันทึกหรือศึกษาเรื่องต่าง ๆ เท่าไร หลาย ๆ อย่างเลยสูญหายไปตามเวลา ไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์//ไอที่ถูกบันทึกไว้ก็มีแต่เรื่องด้านดี ๆ ที่คิดว่าสวยงาม ของกลุ่มชนชั้นนำ ชาววัง เรื่องวิถีชาวบ้านธรรมดา ๆ มันหาศึกษายากจัง มันไม่อยู่ในกระแสหลัก (เอาแค่ชาวบ้านไทยกลางธรรมดายังน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภูมิภาคอื่น ๆ ที่โดนกลืน ถูกทำให้หายไปเลย)กลายเป็นเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ของคนกลุ่มเล็ก ๆ โดนเหมาเอาเป็นตัวแทนของคนทั้งหมดในบางที เรื่องราวคนตัวเล็กก็โดนลืม ถูกปัดตกไปในที่สุด (อันนี้อัดอั้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหนังสือ)———-หนังสือสื่อให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วเรื่องเซ็กซ์มันไม่ใช่แค่เพื่อความสนุก มันเกี่ยวกับอีกหลาย ๆ ด้าน สัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ในสังคม เป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต มีหลายมิติมากกว่าเรื่องใคร่ ๆ เขียนแซบดี มีช่วงน่าสนใจและมีอ้างอิงให้ไปหาอ่านต่อได้ด้วย ดีมากที่เราอยากไปหาอ่านต่อก็มีเพศศึกษา - นิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชน 2 ส.ค.47 p6เมื่อวัฒนธรรมไทยต้องเผชิญนม - นิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชน 2 พ.ค.54 p6วรรณคดีขี้สงสัย - ปรามินทร์ เครือทองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคการค้า - แอนโทนี รีดลึงค์และโยนี สัญลักษณ์แห่งชีวิต - ไมเคิล ไรท์//ทำไมมีแต่ผู้ชายเขียนนะ 🤔 แต่ไม่ว่าจะยังไงก็เจอแต่เรื่องที่ “ควบคุมสตรี”เออ ไม่ค่อยมีแบบนี้กับบุรุษเลยนะเพราะสมัยก่อน/พิธีกรรมต่าง ๆ ก็ยกอำนาจให้สตรีไป ๆ มา ๆ ก็เลยต้อง “ควบคุม” รึเปล่า//พาลนึกไปถึงเรื่องการล่าแม่มดของฝั่งตะวันตกเลย ก็เป็นเรื่อง ควบคุมและอำนาจ เหมือนกันหนังสือพูดถึงอำนาจของชายและอำนาจของหญิงที่พบจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้วย การค้นพบบางอย่างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนของวิถีชีวิตและนำมาซึ่งการเปลี่ยนผ่านอำนาจในที่สุดนอกจากเซ็กซ์ของมนุษย์แล้วก็ยังพูดถึง “การสมสู่” ของธรรมชาติที่มนุษย์นำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ด้วย การร่วมเพศกับเรื่องพิธีกรรมศักดิ์ต่าง ๆมีส่วนที่อธิบายถึงคำเรียกอวัยวะเพศต่าง ๆ ด้วยหนังสือเล่มนี้ก็จะเน้น ชาย-หญิง เป็นส่วนใหญ่อดนึกไม่ได้ว่า มันสามารถต่อยอดไปเป็นเรื่อง อวัยวะเพศในวรรณกรรมได้ // เหมือนที่เราเคยอ่านบทความนึงว่า ถ้าภาษาอื่น ๆ เขาก็มีอยู่ไม่กี่คำที่ใช้เรียกแต่ภาษาไทยนี่สร้างสรรค์คำใหม่ ๆ ออกมาเยอะมาก ยกตัวอย่างจากในฟิคต่าง ๆ บางอันอ่านก็ขำประเพณีแต่งองคชาต ….ถถถ มีมาแต่โบราณแล้วสินะ เปิดหูเปิดตาดีมีการเหยียดเรื่องวัสดุกันด้วย โอ๊ย//ใด ๆ ก็ตาม เดี๋ยวนี้มันมีทำแบบถูกหลักทางการแพทย์นะ อยากทำก็ไปปรึกษา หาที่ทำให้มันถูกสุขลักษณะ อย่าให้มันกลายเป็นเรื่องสยองขวัญเลยบางทีเจอที่ ER หรือตอนใส่ Foley’s ก็จะเป็นห่วงอนาคตวัฒนธรรมประเพณีการแต่งงาน การท้อง การหย่าร้าง สถานะทางสังคม มันก็เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อนวัตถุประสงค์บางอย่าง การอยู่ก่อนแต่ง การแต่งงานชั่วคราว one-night stand ล้วนแต่ไม่ใช่เรื่องใหม่พูดถึงการค้าประเวณีนิดหน่อย———-พูดถึงเรื่องกินขี้ปี้นอนละ เราอยากรู้เรื่องขี้ให้มากกว่านี้ จะมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องขี้ ๆ ในไทยบ้างไหมนะพัฒนาการส้วม ห้องน้ำ การอาบน้ำ เรื่องทางกฏหมาย การแพทย์ สถาปัตยกรรม วรรณกรรมและภาษาอะไรพวกนี้______เป็นหนังสือที่สนุกดีเจออะไรที่ไม่รู้เยอะเลย
Chotiros Look-kaew Naksut2 reviews207 followersFollowFollowMay 14, 2020ใครคิดว่าในอดีตไม่มีเรื่องsex คนรักนวลสงวนตัวจงอ่านเล่มนี้ พี่จิตต์พาไปสำรวจการเอากัน หีควยของบรรพชนหลายแง่มุม และเราจะค่อยๆ รู้ว่าที่เราคิดว่าเมื่อก่อนดีงาม เรามโนเอาเอง ไม่ใช่แค่เขียน แต่ทั้งเล่มมีหลักฐานทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ เช่น ภาพฝาผนังคนเอากันในวัด หญิงเปลือยอกความดีงามของสุจิตต์ วงษ์เทศ คือการเขียนเรื่องวิชาการ ประวัติศาสตร์ โบราณคดีออกมาเข้าใจโคตรง่าย อ่านรู้เรื่องไม่ต้องตีความและภาษาโบราณฉวัดเฉวียนโคตรเยอะ เช่น อีแรดแก่นแตด ฝูงผู้ดียุครัตนโกสินทร์ ฯลฯ แถมอ้างถึงบทความอื่นหนังสืออื่นแบบไปไล่ตามอ่านง่ายมากเล่มนี้จะทำให้เห็นว่าคนขายตัวกันมาตั้งแต่ก่อนอยุธยาแล้ว วันไนต์สแตนด์ก็เช่นกัน หรือประจำเดือนเคยเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาก่อน หรือผญในเอเชียตะวัรออกเฉียงใต้เ��ยมีอำนาจประมาณไหน ก่อนที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา
Loyd Sueblokk17 reviews5 followersFollowFollowNovember 27, 2021ส่วนตัวชอบอาจารย์สุจิตต์มาก แต่หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับคนที่อยากได้รายละเอียดเชิงลึก เป็นบทความที่สั้นมากและตัดจบฉับ ๆ แบบยังไม่ทันอินกับอะไรเลย ส่วนตัวคิดว่าอ่านง่ายไปหน่อย หนังสือหนาแค่ 150 หน้า เป็นรูปไปแล้วห้าสิบใส่รูปเยอะเป็นอะไรที่ดีแล้วครับ แต่ถ้ามีเนื้อหาเยอะกว่านี้จะดีมาก
Natt921 reviewsFollowFollowFebruary 28, 2018เรียบเรียงใหม่จากเอกสารประกอบกิจกรรมบอกเล่าให้โครงการเพศวิถีศึกษาเพื่อเยาวชน ของมูลนิธิแพธทูเฮลท์ เมื่อ 10 ปีมาแล้ว บางอย่างอาจคลาดเคลื่อนไป คุณสุจิตต์นั้นเป็นนักประวัติศาสตร์แบบชาวบ้าน สืบค้นเรื่องชาวบ้าน และเรื่องเซ็กซ์ ก็เป็นระดับชาวบ้าน ที่ทำให้ทราบว่า เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมานานแล้ว และกลายมาเป็นเรื่องปิดบังซ่อนเร้น สกปรก ก็ตอนที่รับวัฒนธรรมยุควิกตอเรียนเข้ามานั่นเอง...สมัยก่อนราว 2000 กว่าปี ผู้คนในอุษาคเนย์นับถือศาสนาผี ผู้หญิงเป็นใหญ่ เป็นผู้นำในพิธีกรรม จนกระทั่งเปลี่ยนมารับศาสนาพราหมณ์ พุทธ ความสำคัญจึงย้ายไปสู่ผู้ชายอ่านง่าย อ่านสนุก และได้สาระ