Breezy Riz218 reviews1 followerFollowFollowApril 9, 2018วันที่ดอกไม้บานในจักวาลของความรัก...เพราะเราทุกคนต่างมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง ภายใต้จักวาลเดียวกัน เรื่องราวของแต่ละคนถึงได้แตกต่างกันออกไปเอาที่ความรู้สึกของเราหลังจากอ่านจบก่อนเลยนะคะเรื่องนี้ตอนอ่านช่วงแรก ๆ เรารู้สึกเหมือนกับกำลังละเลียดจิบกาแฟในคาเฟ่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มองความเป็นไปของแต่ละตัวละครผ่านกระจกบาง ๆ ที่ปิดกั้นคาเฟ่นั้นจากโลกภายนอกแต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งเหมือนเราเริ่มก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องราวเหล่านั้นช้า ๆ และโดยไม่รู้ตัว จู่ ๆ เราก็พบว่าเราก้าวออกมาจากคาเฟ่นั้นเพื่อที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วหนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วยเรื่องสั้นหลาย ๆ เรื่องรวมกันค่ะ ทุก ๆ ตอน สามารถอ่านแยกได้โดยไม่จำเป็นต้องอ่านตอนก่อนหน้ามาก่อน แต่เพื่ออรรถรสในการอ่าน แนะนำให้อ่านจากหน้าแรกไปช้า ๆ (การสปอยส์ตัวเองโดยการเปิดไปอ่านหน้าสุดท้ายก่อน อย่างที่หลาย ๆ คนชอบทำ ไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้ในการอ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ 😉)ถึงแม้เรื่องสั้นแต่ละเรื่องจะจบในตอน แต่ว่าความสนุกของหนังสือเรื่องนี้คือจักวาลของตัวละครในแต่ละตอนจะมีการทับซ้อนและพาดผ่านกันอยู่ตัวละครที่เราเห็นเป็นตัวประกอบในตอนนี้ ในตอนหน้าก็อาจเป็นนายเอกได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเราเดาเอาเองว่าคอนเซปต์ของเรื่องคือทุกคนต่างก็เป็นตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง(ถึงแม้ว่าจริง ๆ คอนเซปต์ของหนังสือนี้อาจจะไม่ใช่แบบนี้ แต่ในความรู้สึกเรา เราคิดถึงเรื่องนี้เวลาอ่านค่ะ)ตัวละครแต่ละตัวดูจะต้องมีการเรียนรู้ และการก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาของตัวเอง กว่าจะค้นพบความสุขที่ใฝ่หาบางช่วงบางตอนเราอ่านแล้วก็ยิ้มไปกับความน่ารักและใสซื่อของวัยเยาว์การค้นหบ ค้นพบและยอมรับในตัวเองดูจะไม่ยากเย็นมากนักในขณะที่บางเรื่องราวกลับยากเย็นเหลือเกินกับการก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคในบางครั้งหนังสือเล่มนี้ก็ให้ความรู้สึกราวกับคนเขียนกำลังเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์กับความรู้สึกของคนอ่านความรู้สึกเราสามารถขึ้นสูงแล้วก็ลงต่ำได้เพียงชั่วพลิกหน้ากระดาษ(ไม่ค่ะ หนังสือเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรให้ตกใจ และไม่ใช่นิยายสยองขวัญแน่นอน เรายืนยัน 😉)แต่มันเป็นการขึ้นสูงและลงต่ำของอารมณ์ บางเรื่องเราอ่านแล้วยิ้มและหัวเราะให้กับความน่ารักและความหวานในบางช่วงบางตอนของความสัมพันธ์ของตัวละครและในบางเรื่อง เราก็ร้องไห้ให้กับความกดดัน ความบีบคั้น และความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ตัวละครได้รับบอกได้เลยว่าการอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เราเป็นเหมือนคนบ้า ยิ้มหัวเราะและร้องไห้สลับกันเป็นว่าเล่นจนสุดท้าย แม้จะอ่านมาจนถึงหน้าสุดท้ายของกระดาษ เราก็ยังรู้สึกได้ถึงตะกอนของความรู้สึกบาง ๆ ที่ติดอยู่ในใจบอกได้เลยค่ะ ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นอะไรที่ยากมากในการเขียนรีวิวโดยไม่สปอยส์ และรีวิวนี้อาจจะดูสับสนและวกวนไปบ้าง แต่เราอยากให้ทุกคนได้ลองอ่านจริง ๆ ถ้าทุกคนก้าวผ่านคำว่านิยายวายไป หนังสือเรื่องนี้ก็คือนิยายรัก ที่ตีแผ่แง่มุมต่าง ๆ ของความรู้สึกรัก ทั้งสุข เศร้า เหงา เจ็บปวด และความอิ่มเอมผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ของตัวละคร ที่มีทั้งแอบรัก ไม่(กล้าที่จะ)รัก เจ็บปวดกับความรัก ปล.ในเล่มนี้มี 2 ตอนที่เราชอบมาก คือ Scent of love, scent of sadness แล้วก็ ความรักของมหาสมุทร... และแน่นอนค่ะว่าเราจะไม่สปอยส์ ต้องไปอ่านเอาเองว่าทำไมเราถึงชอบ 😉ปปล.นี่จะเป็นสปอยส์ส่วนเดียวในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งก็คือมีอยู่ตอนหนึ่งที่พูดถึงการจากไปของเชสเตอร์เบนนิงตัน นักร้องนำของวง Linkin Park เป็นตอนหนึ่งที่เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของแฟนเพลงที่ทราบข่าว ณ ตอนที่เชสเตอร์เสียชีวิต เราอ่านไปก็ร้องไห้ไปเป็นคนบ้า... ขอบคุณคุณ ร เรือฯ มาก ที่ให้เชสเตอร์ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ ให้แฟนเพลงได้จดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอบคุณมากจริง ๆ7 Apr’18
Or_O436 reviews108 followersFollowFollowNovember 25, 2018คุยกันหลังอ่านเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันค่ะ ตัวละครที่มีชื่อหรือปรากฏในเรื่องปัจจุบันจะเป็นตัวเอกในเรื่องถัดไป(อันที่จริง นิยายของผู้เขียนดูเหมือนจะอยู่ในจักรวาลเดียวกันทุกเรื่อง เพราะมีตัวละครที่เกี่ยวข้องกันหมด แต่จะเห็นไม่ชัดเท่าในเรื่องสั้นเล่มนี้)เล่าเรื่องราวความรักหลากรูปแบบ หลายรสชาติ รักรสขมของผู้ใหญ่ รักหวานอมเปรี้ยวของวัยหนุ่มรักแรกประทับใจ รักหวังเพียงชิดใกล้ รักคือคำแสนไกล รักหัวใจนักสู้ รักศัตรูกลายเป็นมิตร รักสนิทสงสาร รักอดีตซ้ำทรมาน รักทุกเหตุการณ์อัศจรรย์แต่ละเรื่องก็จะมีความแตกต่างกันทั้งวิธีการเล่า สำนวน ตัวละคร ส่งผลต่อความชอบแต่เรื่องได้เหมือนกันยังมีความไม่ลื่นไหล ไม่เห็นเป็นภาพรวม แม้แต่ละเรื่องจะมีลักษณะต่อเนื่องกัน อย่างเล่าแต่ละเรื่องผ่านไปสักพัก มีตอนรวมขั้น เล่าเรื่องหนึ่งจบ แล้วเอาตอนพิเศษของเรื่องก่อนหน้าขั้น ต่อด้วยเรื่องอื่น แต่บางเรื่องยังไม่จบในตัว ทำให้มองเห็นความไม่เป็นระบบ ไม่มีแบบแผนแยกแต่ละเรื่องเลยดีกว่า- ชายผู้ติดอยู่ในเมื่อวาน -เรื่องนี้สำนวนเล่าเรื่องมีความประดิษฐ์ ซึ่งไม่ได้หมายความไปในทางที่ไม่ดีนะคะ เพียงแต่ภาษาที่ใช้เล่าเรื่อง ดันไปขัดกับลักษณะตัวละครที่มีความเป็นตัวละครเหนือจริงค่อนข้างสูง ความรักค่อนข้างเร็วขัดกับบรรยากาศเอื่อยเฉื่อยของอดีต ภาพเลยออกมาตัดกันอย่างเห็นได้ชัด เหมือนวาดตัวการ์ตูนตาหวานสีสดใสลงพื้นหลังสีน้ำซีเปียมัวหม่น โอไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของผู้เขียนหรือไม่ ถ้าใช่ โอว่าน่าจะมีวิธีทำให้แตกต่างโดยรักษาภาพรวมให้ไปในโทนเดียวกันได้มากกว่านี้โอให้ 2.5 ดาว- Monitor Lizard Milkshake -เรื่องนี้ด้อยที่สุดตามความเห็นของโอ นอกจากคำพูดที่ไม่เข้าปากตัวละครเองแล้ว ภาษาเล่าเรื่องก็ยังมีความไม่มั่นใจแฝงอยู่ เหมือนไม่รู้จะทำยังไง จะไปทางไหน ถ้าเป็นละครก็ต้องบอกว่า นักแสดงไม่เชื่อในบทที่ตัวเองแสดง เลยทำให้ดูประดักประเดิด ในส่วนของเนื้อเรื่องก็ยังไม่ชวนให้เชื่อถือ อย่างที่พี่เชคทาสีรั้วโรงเรียน อานุภาพมันยังไม่มากพอ ใส่มาน้อยไป กิจกรรมเดียวอาจยังไม่พอ หรือชวนให้เชื่อพอที่จะเกิดผลลัพธ์ตามมาอย่างในเรื่อง หรือกิจกรรมเล่นคอนเสิร์ตตอนท้าย โอก็ยังไม่เข้าใจว่ามันมีผลต่อโรงเรียนอย่างไร มันแปลกขนาดนั้นเชียวหรือ คือเรายังไม่เชื่อตามเรื่องนั่นเอง1.5 ดาว- 2 Players Solitaire Game -เรื่องนี้ดีขึ้น อารมณ์ในเรื่องมีหลากหลายมากขึ้น ทุกข์ สุข เศร้า สมหวัง ผิดหวัง แต่ด้วยความที่ตัวละครยังเป็นเด็กมัธยมมันก็เลยทำให้เกิดความอิหลักอิเหลื่อแปลก ๆ กับการแสดงออกอยู่ และสรุปประเด็นในเรื่องไม่ดีพอ ไม่ว่าเกมไพ่โซลิแทร์ หรือการที่น้องต้องโดนแม่บังคับต่าง ๆ นานา มันควรจะจบในเรื่องของตัวเองในตัว 2.5 ดาว- Scent of Love, Scent of Sadness - ในที่สุด ดราม่าของผู้ใหญ่ก็มา ความเจ็บปวดกับการรักคนที่เขาไม่รักตน ช่วงแรกโอค่อนข้างชอบความรู้สึกที่ส่งมา แต่มาตายตอนท้าย ๆ โอว่าขมวดปมยังไม่ค่อยดี สวิตช์ตัวละครโดยเราไม่รู้สึกถึงพลังของการเปลี่ยนแปลง ภาพรวมก็ยังไม่น่าเชื่อถือเท่าไร2.5 ดาว- ละครหลังข่าว - เรื่องนี้ไม่มีดราม่า และเป็นเรื่องหนึ่งที่โอชอบ เพราะโอชอบน้องเอี่ยม ชอบที่น้องพยายามอย่างหนัก เรื่องก็กำลังน่ารัก และน่าจะเป็นเรื่องแรกในเล่มที่เริ่มมีประเด็นที่ต้องการเล่าแฝงอยู่ในตัว แต่โอขอบ่นหน่อย จบเรื่องได้น่าเคืองมาก จบแบบ นี่คือจบเหรอ งง ตอนแรกนึกว่าจะมีตอนพิเศษมาตอนท้ายเพิ่ม แต่อ่านจบเล่มก็ไม่มี โอถึงกับพลิกว่าหน้ากระดาษหายหรือเปล่า ถ้าจะจบปลายเปิดก็ควรมีวิธีที่ให้รู้ว่านี่คือจบนะ ไม่ใช่อยู่ ๆ ตัด เหมือนหน้ากระดาษหมดเคืองอะ ทำไมทำกับน้องเอี่ยมแบบนี้ 2.5 ดาว- เอกภพของจักรวาล -อารมณ์เรื่องจะเหงา ๆ หน่อย ชอบประเด็นในเรื่องนี้ แต่ยังเล่าออกมาไม่ดีพอ แทนที่จะบีบหัวใจหน่อย ๆ ก็เลยกลายเป็นเฉย ๆ 2 ดาว- ความรักของมหาสมุทร -ชอบการแสดงอารมณ์และตัวละครในเรื่องนี้มาก ส่วนหนึ่งเพราะโอชอบตัวละครลักษณะแบบมหา มีความกวนนิด ๆ กล้าหน่อย ๆ ส่วนที่เหลือคือ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวจากทั้งหมดในเล่มที่ตัวละครมีความสมจริง บทสนทนาลื่นไหลไม่ติดขัด อารมณ์ในเรื่องก็หลากหลาย เหงา เจ็บ เศร้า สมหวัง ดีใจ โอร้องไห้ตามมหาด้วยในฉากที่ชายหาด โอว่ามันก็ฉากธรรมดานะ แต่น้องร้องน่าสงสารจนโอร้องตาม ไม่รู้ทำไม4.5 ดาว ตัดคะแนนใจพี่วิญญู กับพาร์ตตอนพิเศษ เอาจริงๆ มันคนละอารมณ์กับเรื่องหลักเลย โดยรวมชอบมหา อ่านจบเล่มก็วนกลับมาอ่านเรื่องของคู่นี้อีก(อยากเมาท์หน่อย โอว่าชื่อวิญญูไม่แปลกเลย ธรรรมดามาก แต่ชื่อตัวเอกของผู้เขียนทุกตัวโอว่าแปลกแบบไม่ใกล้ธรรมดาเลยสักคน ใกล้ ๆ ง่าย ๆ ก็มหานี่แหละ)- ปรารถนานี้ฉันจะทำให้เป็นจริง -ถัดจากพีคเรื่องก่อนก็มาดร็อปที่เรื่องนี้ ส่วนหนึ่งเพราะโอไม่เชื่อตัวละครด้วยแหละ ส่วนเนื้อเรื่องก็ธรรมดา2 ดาวและเพราะทุกเรื่องอยู่ในจักรวาลเดียวกัน ตัวละครมีความใกล้ชิดเกี่ยวพันกัน ความคิดที่ห้ามไม่ได้ก็คือ จักรวาลนี้มีแต่เกย์เหรอ โอขอพูดถึงภาษาสักหน่อย ไม่ได้ว่าผิดอะไรนะคะ เพียงแต่เผื่อเอาไปปรับใช้ในอนาคตได้คำพูดติดปากตัวละคร จากเรื่อง 1 "แบบว่า" เรื่อง 2 "ประมาณ" เรื่อง 3 "อะไรทำนองนั้น" และคำพูดคล้าย ๆ กันเช่นนี้มีทุกเรื่องในเล่ม โอเลยขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคำพูดติดปากผู้เขียนซึ่งคำพูดลักษณะนี้ส่งผลให้คำพูดและความรู้สึกในตอนที่พูดนั้น ขาดความจริงจัง ขาดความใส่ใจ ถ้าต้องการความเด็ดขาด ต้องการน้ำหนัก ต้องการให้ตัวละครโตขึ้นอีกระดับ หรือต้องการสื่อถือความจริงจัง ขอให้หลีกเลี่ยงคำพูดขึ้นต้นลักษณะนี้เรื่องที่สองคือ คำอุทานติดปาก "เอ" "เอ๊ะ" "เอ๋" "อา"สังเกตกันไหมว่านี่เป็นคำอุทานที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ คนไทยจริง ๆ ไม่อุทานแบบนี้ ยกเว้นตัวเขาได้รับอิทธิพลมาแต่เดิม"เอ" คนไทยจะอุทานว่า "เอ่อ""เอ๊ะ" คนไทยจะอุทานว่า "ฮะ" "เอ๋" คนไทยจะอุทานว่า "หา""อา" คนไทยจะอุทานว่า "เอ้อ" "อ้อ" "อืม"พอเจอคำอุทานลักษณะนี้ในเรื่อง โอเลยไม่ค่อยรู้สึกสนิทใจนักว่าพวกเขาเป็นคนไทยที่มีตัวตนจริง ๆ เพราะภาพซ้อนที่เกิดขึ้นคือ นี่คือตัวการ์ตูนญี่ปุ่น บางครั้งก็เป็นฝรั่งถ้าอยากให้งานมีลักษณะจริงจัง ปรับตรงนี้ได้ก็จะดี แต่ถ้าอยากรักษาโทนเรื่องให้ทันสมัย หรือมีความน่ารักสดใสแบบการ์ตูนแฝง จะใช้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดแปลกอะไรยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้เห็นภาพนะคะ โอรู้สึกว่าตัวเองอธิบายไม่คลอบคลุมพอ"เอ๊ะ" ที่คนไทยใช้ (และโอนึกออกตอนนี้) คือ ใช้เมื่อ 1. ดุ 2. อุทานกับตัวเอง แต่จะไม่ใช้ในความหมายที่หมายถึงการถูกทำให้ประหลาดใจเช่น เอ๊ะ ทำไมฟังที่ครูสอน (ดุ)เอ๊ะ ทำไมชอบเป็นอย่างนี้ทุกที (ดุ)เอ๊ะ ปิดไฟหรือยังนะ (อุทานกับตัวเอง)เอ๊ะ เมื่อกี้เราเดินมาที่นี่หรือยังนะ (อุทานกับตัวเอง)ความหมายถึงสื่อถึงการที่ถูกทำให้ประหลาดใจA: รู้หรือเปล่า ญาญ่าเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี้B: เอ๊ะA: พี่บอยเพิ่งขอคุกเข่าแฟนแต่งงานเมื่อวานB: เอ๋แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นA: รู้หรือเปล่า ญาญ่าเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อกี้B: ฮะA: พี่บอยเพิ่งขอคุกเข่าแฟนแต่งงานเมื่อวานB: หาเริ่มเห็นภาพไหมคะ หรือA: เธอว่าเขาจะชอบสีชมพูหรือเปล่าB: เอ ไม่น่านะA: อย่าลืมเอากระดาษกับปากกาไวท์บอร์ดมาพรุ่งนี้ เราต้องเริ่มงานแต่เช้าB: อาA: มีแต่คนที่ไขว่คว้าเท่านั้น ถึงจะได้ในสิ่งที่ใฝ่ฝันB: อาแล้วถ้าเปลี่ยนเป็นA: เธอว่าเขาจะชอบสีชมพูหรือเปล่าB: เอ่อ ไม่น่านะA: อย่าลืมเอากระดาษกับปากกาไวท์บอร์ดมาพรุ่งนี้ เราต้องเริ่มงานแต่เช้าB: เอ้อA: มีแต่คนที่ไขว่คว้าเท่านั้น ถึงจะได้ในสิ่งที่ใฝ่ฝันB: อืมเอ มาจาก เอโต ภาษาญี่ปุ่นเอ๊ะ มาจาก อาเระ ภาษาญี่ปุ่นเอ๋ ก็มาจาก เอ๋ ภาษาญี่ปุ่นอา ก็มาจาก อา หลัก ๆ มาจากภาษาอังกฤษ แต่หลายชาติก็ใช้ เช่น เกาหลีถามว่าโอรู้ได้ไง อนิเมะ เลยค่ะ ซาวแทรก เสียงก้องอยู่ในหูมากแต่ถ้าถามว่าคำเหล่านี้มาใช้แพร่หลายในนิยายเมื่อไร โอคิดว่าหลัก ๆ มาจากเมื่อการ์ตูนญี่ปุ่นแพร่หลายค่ะ นึกตัวอย่างได้เพิ่ม"ไอ้หยา""โอ้มายก็อด"ถ้าตัวละครมีความเป็นจีนหน่อย ๆ เชื้อสายจีน หรือต้องการจริตให้ออกคอมเมดี้ การใช้ "ไอ้หยา" อุทาน ก็ไม่ได้แปลกอะไร เช่นเดียวกับ "โอ้มายก็อด" สำหรับคนที่นับถือคริสต์หรือคนที่จริตใหญ่ ๆ ก็ใช้ได้ในทางคอมเมดี้เช่นเดียวกัน"ว้าว""โอ้โห""ว้าว" นี่คนไทยไม่ค่อยพูด แต่มันเริ่มกลืนจนเราเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าต้องการสื่อถึงความพิเศษ แปลกใจ แต่ถ้าให้อุทาน แทบไม่มีคนไทยอุทานจริง ๆ "โอ้โห" คำนี้คนไทยใช้บ้าง แต่ก็ไม่มาก ในความหมายของความประหลาดใจ แต่เรามักใช้ในความหมายมีนัยประชดนิด ๆ มากกว่า ถ้าต้องการประหลาดใจ มักจะใช้ว่า "โห" คำเดียวโดด ๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวล เมื่อไรที่ใช้เข้ากับสถานการณ์ เป็นธรรมชาติ ข้อยกเว้นเกิดขึ้นได้เสมอ ความหมายที่โอยกมาก็ไม่ได้ตายตัวว่าเราจะต้องใช้ในความหมายนี้เท่านั้น ทุกสิ่งเมื่อเราสิงตัวละครและรู้สึกว่านี่แหละ ธรรมชาติ เมื่อนั้นคือจบ เข้าปาก ถูกที่ ธรรมชาติจบเรื่องที่อยากเสริมคือ โอมักรู้สึกว่างานผู้เขียนให้ภาพไม่สมบูรณ์ บางทีเขียนเสร็จอาจลองถอยมามองไกล ๆ ดูใกล้ไปอาจมองไม่ออก ลองดูซิ ขาดเหลืออะไรไหม ต้องเติมตรงไหนเพิ่มหรือเปล่า ความสม่ำเสมอ สมดุล และสมบูรณ์ มีเพียงพอแล้วหรือยังและเรื่องสุดท้ายคือ โอคิดว่าผู้เขียนเป็นคนเชื่อเรื่องรักแรกพบ แทบทุกเรื่องมักจะมีต้นเหตุ สาเหตุมาจากเรื่องนี้ และมีองค์ประกอบอย่างอื่นเสริมขึ้นมาส่วนตัวโอเป็นคนไม่เชื่อเรื่องรักแรกพบ โอไม่คิดว่าคนเราเห็นกันแวบเดียวแล้วจะรักต่อกันชั่วฟ้าดินสลาย คิดว่านี่คือคนที่พรหมลิขิตชักพา โอไม่เชื่อว่าหน้าตาจะเป็นหน้าต่างของหัวใจทุกบาน แต่โอเชื่อเรื่องความประทับใจแรกพบ แล้วความประทับใจนั้นทำให้เกิดอะไรหลายอย่างตามมาโออยากท้าให้ผู้เขียน ไม่เขียนเรื่องรักแรกพบ ไม่เอาเรื่องความรักไม่มีเหตุผล อยากให้ใช้ประเด็นความรักแบบอื่นมาเล่า ยืดระยะเวลาความสัมพันธ์ต่อกัน ก่อนจะกลายเป็นความรักเมื่อผ่านไปสามในสี่ของเรื่องแล้ว ลองดูว่าจะออกมาเป็นแบบไหน ไม่ทำตามก็ได้นะคะ โอไม่ได้บังคับ แต่ถ้าทำได้ และอยากทำ อยากให้ลอง
Panchaya379 reviews13 followersFollowFollowOctober 24, 20224.5 ดองไว้นานมากกกก อ่านตอนแรกๆ แล้วเนือยหน่อย เพราะเป็น streams of consciousness หลัง ๆ ไม่ถนัดแนวนี้ 55555แต่ว่า ก็แค่สองตอนแรก หลังจากนั้นคือชอบมากๆ เป็นเรื่องสั้นหลายๆ ตอน แต่เป็นจักรวาลเดียวกันเป็นนิยาย บนแนวคิดที่ว่า --- เราล้วนเป็นตัวหลักในนิยายเรื่องนึง และเป็นแค่ตัวประกอบในอีกเรื่องนึง --- ชอบมากๆนอกไปจากกิมมิคพล็อต คาร์แต่ละตัวในเรื่องก็ดี ละมุน สุขุม ละเมียดละไม เป็นละครชีวิตน้ำเน่าที่เข้าใจได้และเอาใจช่วยแล้วก็เพราะเอาใจช่วยมากไปหน่อย แต่ลืมว่ามันเป็นเรื่องสั้น ก็เลยไม่อิ่ม ต้องการอีกหน่อย แต่ก็นั่นแหละนะ ชีวิตไม่ได้มีจุดเริ่มจุดจบที่แน่นอน ต่างก็ต้องเสี่ยงกับอนาคตกันไปvelvet
Beam Tennyson120 reviews16 followersFollowFollowApril 17, 2018เป็นการอ่านหนังสือที่มีความสุขมาก :)ในเล่มประกอบด้วยเรื่องสั้นหลากหลายอารมณ์ที่ร้อยเรียงเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน ตัวละครทุกตัวให้ความรู้สึกสดใหม่ น่าติดตาม อ่านแล้วเหมือนจมอยู่ในมหาสมุทรแห่งเรื่องราวที่ถึงแม้จะมืดมิดแต่ก็มีแสงส่องลงมาสวยงาม ให้สัมผัสอ่อนโยน ลึกซึ้ง อยากอ่านงานของคุณ ร เรือ อีก
Nichada95 reviewsFollowFollowJune 18, 2018ดอกไม้จาก ร.เรือ จักรวาลของ ร.เรือชอบวิธีตั้งชื่อคนพอๆ กับการเลือกอะไรมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในเรื่องน่ารัก