เป็นนิยายเล่มเดียวจบ แค่สามร้อยกว่าหน้า (แต่ตัวหนังสือแน่นอยู่นะ) แต่ทำให้รู้สึกหนักหน่วงมาก อ่านรีวิวมาก่อนว่ามันไม่ใช่นิยายสุขนิยม จริงๆ ก็ชอบแนวนี้อยู่ แต่ความหน่วงนี่มันมาตลอดเรื่องคือหลังจากแนะนำตัวละครหลักๆ จบ ก็ดราม่ารัวๆ มาเลย
พระเอกฮ่องเต้น้อยวัยสิบสามในวันที่รู้สึกอ่อนแอที่สุด ได้เจอนางเอกที่มาจากอนาคต อายุ 18-19 เรียกเขาว่าน้องชาย ได้พบกับความสดใสและเพียงหนึ่งฝ่ามืออบอุ่นที่นางมอบให้ก็รู้สึกเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจ ได้เจอกันแค่แป๊บเดียวนางก็กลับไปแล้วบอกว่าวันพรุ่งนี้จะมาใหม่เขาเฝ้ารออยู่ 1 ปีก็ได้พบนางอีกครั้งได้ท่องเที่ยวด้วยกันในเมือง ชมพลุ กินบัวลอย เขาจึงเริ่มหลงรักนางจริงๆ จากนั้นก็มีเหตุให้จากกันไปอีกห้าปี พอเจอกันอีกครั้ง นางกลับรักคนอื่นเสียแล้ว
เรื่องนี้เป็นมุมมองของพระเอกคนเดียวพระเอกเป็นคนดำเนินเรื่องและเล่าเรื่องทั้งหมด ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าพระเอกไม่รู้ เราก็จะไม่รู้เรื่องเหมือนกัน พระเอกจากเด็ก 13 วัยใสๆ ก็เริ่มดาร์คขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนางเอกก็ไม่ได้ใสเหมือนกัน พยายามหาทางที่จะไปอยู่กับคนรัก และใช้ประโยชน์จากพระเอกด้วย ส่วนพระเอกก็พยายามขัดขวาง
คนที่น่าสงสารที่สุดน่าจะเป็นพระรอง ยอมทุกอย่าง ยอมถอยให้ทุกสิ่งแล้ว เป็นสุภาพบุรุษดีงาม สุดท้ายก็ต้องถูกบีบคั้นจนต้องฆ่าตัวตาย นางเอกก็แค้นพระเอก เรื่องมันก็วนเวียนอีรุงตุงนังอยู่แถวๆ นี้แหละ
โทนเรื่องมีแต่ความอึมครึม อากาศเหน็บหนาว เดี๋ยวหิมะตก เดี๋ยวฝนตก พายุเข้า จมโคลน ห้องมืด ไฟสลัว ตำหนักอันเหน็บหนาว คือการดำเนินเรื่องชวนปวดใจ บรรยากาศก็อึดอัด เอาเข้าไป ผู้อ่านเหมือนจะขาดใจตายไปด้วย
สิ่งที่ไม่ชอบในตัวนางเอกเลย คือแค้นและไม่เปิดใจให้พระเอกก็ช่างเถอะ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องอ้างว่าพระเอกไม่สามารถมีภรรยาคนเดียวได้ เพราะยังไงก็ไม่ชอบอยู่แล้ว อีกอย่างการทำร้ายลูกตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่ว่าคนโบราณหรือปัจจุบันก็ไม่ควรทำตรงนี้ผิดหวังมากสะเทือนใจกับพระเอกจริงๆ เข้าใจที่พระเอกเมิน และแค้นนางเอกได้เสียที แต่ถึงขนาดนั้นก็ยังหักใจไม่ลงรู้สึกสงสารพระเอกมากตรงนี้ รู้สึกนางเอกเห็นแก่ตัวกว่าพระเอกมากเลย
พระเอกโหดที่สุดตอนที่ปล่อยนางเอกไป 4 เดือนโดยให้องครักษ์ตามไปคุ้มครองแต่จะไม่ยอมให้ใครให้นางพักอาศัยอยู่นานแล้วไม่ยอมให้ใครคุยด้วยแม้กระทั่งขอทาน โหดมาก คิดได้ไง
สรุป ตอนอ่านก็เหนื่อยตอนรีวิวก็เหนื่อย อยากให้ 4 ดาวแต่หักไปอีกดาวนึงเพราะนางเอกฆ่าลูกตัวเองตรงนี้รับไม่ไหวจริงๆ