Pae Ponsiri112 reviews23 followersFollowFollowJuly 3, 2023แผนที่สร้างชาติ โดย เก่งกิจ กิติเรียงลาภ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื้อหาเล่มนี้อาจถือว่าเป็นภาคต่อของเขียนชนบทให้เป็นชาติของผู้เขียนคนเดียวกันผมยังไม่ค่อยแน่ใจหลายอย่าง แต่ตามที่ผมเข้าใจคือคำถามหลักของหนังสือเล่มนี้ก็คือ รัฐประชาชาติ (nation state) ของไทยเกิดขึ้นเมื่อไร อะไรคือกลไกและปัจจัยให้รัฐประชาชาติสามารถก่อตัวขึ้นได้ (น.23) ... หนังสือพยามเสนอว่ารัฐชาติไทยเป็นสิ่งที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นและอาจถือว่าสำเร็จในช่วงต้นสงครามเย็น หาได้มีมานมนานอย่างที่บางคนอาจเข้าใจเหตุผลที่รัฐชาติไทยเป็นสิ่งที่เพิ่งถูกสร้างก็เพราะเนื่องจากในช่วงบริบทสงครามเย็นอันเป็นการต่อสู้กันระหว่างโลกเสรีกับโลกคอมมิวนิสต์ เพื่อที่สหรัฐจะเอาชนะอีกฝ่ายในอินโดจีนจึงจำเป็นยิ่งที่จะต้องสร้างแผนที่เพื่อใช้ในการทหาร การทำแผนที่ในช่วงสงครามเย็นนี้ต่างจากสมัยก่อนตรงที่มันละเอียด รวดเร็วและแม่นยำกว่ามาก มันเกิดขึ้นได้ก็ด้วยเทคโนโลยีการบิน กล้องถ่ายภาพ และคณะผู้เชียวชาญ กระนั้นการทำแผนที่ไม่ใช่แค่ถ่ายจากอากาศก็เป็นอันเสร็จ หากแต่มันยังต้องการรายละเอียดและชื่อเรียกสิ่งต่างๆ มันจึงมีการส่งคนลงพื้นที่ด้วยแต่ผลกระทบของการเกิดแผนที่มันไปไกลกว่าจุดประสงค์เริ่มต้นของมันมาก การทำแผ่นที่ทำให้รัฐเห็นว่าใครทำอะไรอะไรอยู่ตรงไหน การวางแผนว่าจะสร้างอะไรในที่ใด ทั้งการพยามควบคุมการโยกย้ายของคน การสร้างแผนที่ ณ ตอนยุคต้นสงครามเย็นนี้เองจึงอาจถือว่าเป็นจุดกำเนิดของการสร้างรัฐชาติไทย- ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้อาจคือการใช้เรื่องเทคโนโลยีโดยเฉพาะการทำแผนที่มาอธิบายการสร้างรัฐชาติ ปกติผมมักเห็นคนอื่นใช้เรื่องทำนองอุดมการณ์ การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม หรือภาษา มาอธิบายการสร้างรัฐชาติ- นอกจากนั้นงานชิ้นนี้มันพยามสร้างข้อเสนอใหม่ที่แตกต่างจากงานคลาสสิคที่ศึกษาเรื่องทำนองนี้แบบเดิมอย่าง siam mapped ของธงชัย กล่าวโดยย่อก็คือขณะที่ของธงชัย'ดูเหมือน'จะบอกว่ารัฐชาติไทยเกิดในสมัย ร.5 ข้อเสนอของเก่งกิจก็คือรัฐชาติไทยเกิดในสมัยต้นสงครามเย็น (กระนั้นก็ต้องตระหนักการสร้างรัฐประชาชาติมันเป็นเรื่องเชิงกระบวนการ มันค่อยๆสร้าง ไม่ได้เกิดหรือสำเร็จได้ในทันที มันเริ่มมานานได้สักพัก อาจถือว่าเริ่ม 2475 และอาจถือสำเร็จต้นสงครามเย็น)- ความแตกต่างของคำว่าหมู่บ้านในฐานะ as-hamlet กับ as-village ซึ่งมันจะส่งผลต่อความเข้าใจหมู่บ้านแตกต่างกัน ... นอกจากนี้มันยังทำให้ผมเพิ่งตระหนักว่าดินแดนแถบนี้แต่เดิมการตั้งถิ่นฐานปกติไม่ได้หยุดนิ่งหากแต่มีการย้ายถิ่นอยู่เรื่อยๆ การพยามทำให้หยุดเป็นสิ่งเพิ่งเกิดขึ้นและส่งผลกระทบกับเรื่องต่างๆหลายอย่าง- บางส่วนหนังสือได้ใช้เอกสารที่เคยลับต่างๆ ที่ทางการเพิ่งเปิดเผยออกมา ทำให้เห็นข้อมูลใหม่ๆกล่าวโดยสรุปเนื้อหาไม่หนา แต่รู้สึกว่าจะอ่านยากอยู่บ้าง แต่การออกแบบสวยมากๆ เนื้อหาก็พอน่าสนใจ มันทำให้เห็นการพยามเสนอแง่มุมใหม่ๆ ต่างจากที่คนอื่นอธิบาย
Pawarut Jongsirirag706 reviews139 followersFollowFollowSeptember 18, 2024เล่มนี้เป็นตัวอย่างงานวิชาการชั้นดี ที่เขียนได้กระชับรัดกุม อ่านง่าย เชื่อมโยงเนื้อหาอย่างชัดเจน ไม่ทรมานทรกรรมนักอ่านนนอกสาขาวิชานี้มากจนเกินไปหนังสือนำเสนอประเด็นสำคัญ คือ คำถามว่ารัฐชาติสมัยใหม่ของไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด คำถามนี้เป็นคำถามที่มีการถกเถียงกันเยอะมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนมากแล้วจะให้น้ำหนักไปที่หนังสือ Siam Map ของ อ.ธงชัย ว่าเกิดขึ้นช่วง ร.5 ที่มีการขีดเส้นแดนรัฐไทย ที่ทำให้รัฐไทยกลายเป็นรัฐชาติสมัยใหม่อย่างแท้จริง แต่หนังสือเล่มนี้กำลังตั้งคำถามว่ามันใช่เช่นนั้นจริงหรือไม่เนื้อหาสำคัญของหนังสือ ชี้ให้เห็นว่า หากเราจะนับรัฐชาติสมัยใหม่เป็นร่างกายมนุษย์ การจะเป็นรัฐชาติได้ตามที่กล่าวอ้าง อย่างน้อยเจ้าร่างกายนี้ก็ควรที่จะรับรู้ว่าทุกส่วนองคาพายพของร่ายกายมันคืออะไร ทำงานอย่างไร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งร่างกายที่ชื่อสยามนี้พึ่งจะมารับรู้องคาพรยพของตนเองเข้าจริงๆก็ช่วงสงครามเย็นที่อเมริกาเข้ามาทำแผนที่ให้กับประเทศไทย ซึ่งนำมาสู่การศึกาษองค์ความรู้ด้านมานุษยวิทยาของหมู่บ้านและชาติพันธ์ ที่ใช้่แผนที่สมัยใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุนำทางในการเข้าไปศึกษาผู้คนตามหมู่บ้านได้ ในความหมายของหนังสือจึงบอกว่า ในช่วงสมัย ร.5 นั้น ร่างกายที่ชื่อสยามนี้ยังไม่ได้รับรู้รับทราบถึงองคาพายพที่แท้จริงในร่างกายว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้างและทำงานอย่างไร พูดง่ายๆว่า รับรู้ว่าร่างกายมี ตับไตหัวใจ นะ แต่ยังไม่รู้จริงๆว่าอวัยวะพวกนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ทำงานอย่างไร มีเนื้อเยื่อหรือระบบการทำงานที่เชื่อมโยงกับอวัยวะอื่นๆอย่างไร เพราะเทคโนโลยีการทำแผนที่ในช่วงเวลานั้นยังไม่ละเอียดพอที่จะทำให้สามารถลงไปศึกษาได้ เทคโนโลยีที่ทำให้พบคำตอบดังกล่าวพึ่งเกิดขึ้นช่วงหลังสงครามเย็นเท่านั้นเองประเด็นที่หนังสือนำเสนอนี่เป็นการนำเสนอคำตอบเบื้องต้นเพื่อนำไปต่อยอดศึกษาในเรื่องรัฐชาติสมัยใหม่ได้ดี ว่าจริงๆแล้วการเกิดขึ้นของรัฐชาติมันประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องการพัฒนาอำนาจการปกครอง แต่ยังต้องมีปัจจัยด้านเทคโนโลยีเข้าไปด้วย เป็นอุปกรณณืที่สามารถทำให้อำนาจของรัฐสามารถแทรกซึมลงไปทถกอณูของพื้นที่ภายในรัฐจนสามารถบังคับใช้อำนาจของตนเองได้อย่างเต็มที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเสมือนใช้อำนาจ ทั้งที่จริงแล้ว อำนาจของรัฐแทบไม่เคยไปถึงส่วนนั้นๆเลยเป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมแนะนำมากสำหรับผู้ที่สนใจเนื้อหาด้านนี้ ที่อ่านสนุกและไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ แถมเป็นเล่มบางๆไม่หนาเตอะให้ปวดใจอีกด้วยครับnon-fiction
loonchies240 reviews26 followersFollowFollowJanuary 18, 2020งานที่วิชาการที่สำนวนเป็นมิตร~ (ทั้งที่คนเขียนเดียวกันกับ autonomia ~ แต่ก็เข้าใจได้เพราะระดับสิ่งที่พูดต่างกัน พูดเรื่องนามธรรมก็ยากกว่าสิ่งที่เป็นรูปธรรม ความยากง่ายความเข้าใจเลยต่างกันละมั้ง)...อ่านไปก็รู้สึกเหมือนเรากำลังรับรู้เรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเลยแผนที่ที่เรา ๆ ใช้กันมีที่มาที่ไปที่น่าสนใจมากมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองโจทย์บางอย่าง ตัวมันเองอาจจะเกิดจากการสังเกตและรวบรวมข้อมูลที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและมุมมองของคนในสังคม แต่ในขณะเดียวกันพอมันถือกำเนิดขึ้นแล้วแผนที่เองก็อาจจะมีอิทธิพลหรือกำหนดวิถีชีวิตของคนในสังคมนั้น กำเนิดกฏเกณฑ์บางอย่างโดยใช้องค์ความรู้จากสิ่งนี้ หรือการแบ่งแยกบางอย่างการเอาอุปกรณ์ไปครอบบางสิ่งบางอย่างที่เดิมเคยดำรงอยู่อย่างอิสระ มันคือเครื่องมือของรัฐเพื่อควบคุมจัดการสังคมบางทีการกำหนดมุมมองบางอย่างก็สร้างปัญหาใหม่ขึ้นหรือทำให้เกิดจุดบอดบางอย่าง ...อ่านแล้วรู้สึกว่าตั้งชื่อหนังสือได้ดีจริง ๆ หนังสือก็ไม่ได้เล่าเรื่องใหญ่โตอะไรขนาดนั้น เล่าแค่สเกลเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์แค่นั้นเอง แต่สารที่สื่อออกมาทำให้เรานึกถึงไปได้ว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องมือของรัฐที่ใช้ในเหตุการณ์อื่น ๆ ด้วยอีกมากมายที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันและต่อไปในอนาคต อาจมีส่วนในการพัฒนาบางสิ่งบางอย่างในปัจจุบัน แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาบางอย่างด้วยเช่นกัน...หนังสือเล่าเรื่องบทบาทของสหรัฐในการทำแผนที่ การนำเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ มาร่วมกันเพื่อการจัดทำแผนที่ และอิทธิพลของสิ่งนี้ในการทำแผนที่ประเทศไทยช่วงสงครามเย็นและพื้นที่ใกล้เคียง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สถานการณ์/ปัญหาบางอย่างที่เกิดต่อมา มุมมองของรัฐในการจัดทำแผนที่ กรอบความคิดที่ตามมาและการมองข้ามความสำคัญบางสิ่งไปเพียงเพื่อจะพยายามอธิบายเรื่องบางอย่างในกรอบที่ตัวเองสร้างขึ้น (แม้ว่าสิ่งนั้นจะใช้กรอบนั้นไม่ได้ก็ตาม) รวมถึงความพยายามจะทำให้ทุกอย่างเขามาอยู่ในกรอบที่ตัวเองสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการ...ที่อ่านง่ายและรู้สึกว้าวแทบจะทุกหน้า เพราะเล่าเหมือนมีคนกำลังมาเล่าที่มาที่ไป การมีอยู่ในประวัติศาสตร์ของสิ่งหนึ่งในฟัง ค่อย ๆ บรรยายไปรู้สึกเหมือนต่อจุดแผนที่ สร้างเครือข่าย (อย่างกับในเกม Death Stranding โอ้โห ๆ)มันเลยสนุกเพราะเหมือนเริ่มจากจุดเดียวแล้วก็ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นอ่านแล้วชอบที่ทำให้เรามองเห็นว่าองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นต่อ ๆ กันไปเป็นโซ่ ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ผุดขึ้นมา การได้เรียนรู้ว่ามันต่อกันได้ยังไงคือความสนุกของการอ่านหนังสือเล่มนี้...โดยรวมเป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก
Pichaya Anantarasate3 reviews5 followersFollowFollowMay 29, 2019#พึ่งอ่านจบ. ไม่นึกว่าเรื่องราวว่าด้วยการทำแผนที่สมัยสงครามเย็น จะอ่านสนุกขนาดนี้ ใช้เวลาอ่านอยู่ 3วัน ทำให้ผมมีมุมมองต่อการเดินเล่นจับโปเกมอน หรือ เกม Ingress ว่าเป็นมรดกตกทอดของความพยายามในการสร้างประดิษฐกรรมการทำแผนที่ของสหรัฐอเมริกา.จบเล่มนี้ก็ต้องต่อด้วย "เขียนชนบทให้เป็นชาติ" มันเสมือนเป็นภาคต่อที่ลงมาจำเพาะเจาะจงกับกระบวนการของรัฐ ในการสร้างสิ่งที่เรียกว่า "ชนบท" เป็น 2 เล่มที่ควรต้องอ่านคู่กัน เพราะอยู่ในมิติเดียวกัน อันว่าด้วยการก่อร่างสร้าง "รัฐสมบูรณาญาสิทธิ์" .เป็นหนังสือวิชาการที่อ่านสนุกมากครับ สนุกกว่าการดูอภิปรายเลือกประธานสภา ผมยืนยัน