สะดุดตาข้อมูลครึ่งเล่มหลังเป็นพิเศษ ดุจครึ่งหลังชีวิตที่คาร์ล ยุง ได้กล่าวไว้ - บริบทแห่งพื้นที่และกาลเวลา ที่โอบล้อมและร้อยเรียงเรื่องเล่าในหนังสือ ล้วนกระตุ้นความสนใจเรามาโดยตลอด - ผืนแผ่นดินแห่งจักรวรรดิออสเตรียอันรวมเอาแคว้นโบฮีเมียเข้าไว้ด้วย อีกเยอรมันและสวิสเซอร์แลนด์ ในรอยต่อแห่งปลายศตวรรษที่ 19 ถึง 20 ตัวละครหลายตัวที่โลดแล่นบนหน้าหนังสือ ทั้ง Kustav Klimt, Einstein, ชาวยิว ฯลฯ
การอ่านหนังสือเล่มนี้เป็นเฉกเช่นการสัมผัสวัฒนธรรมเยาเซอ (Jause) ในเวียนนายามบ่าย ซึ่งเราจะสามารถละเลียดกาแฟและเค้กอันหอมนวล ท่ามกลางสุนทรียสนทนา ระหว่างหมู่มวลศิลปิน อีกผู้แสวงหาความรู้และปัญญา คลอเคล้าไปด้วยบทเพลงของชูแบร์ท (Schubert) และดนตรีแห่งยุคสมัยอีกมากที่คอยขับกล่อมประโลมใจ
จิตของผู้อ่านกลายเป็นดั่งผีเสื้อที่เข้าไปอยู่ในห้วง 'ความจริง' อันกระจ่างชัด ความจริงอันเป็นอดีตไปและคล้ายความฝัน ผองเราจงปล่อยให้ใจได้เดินทางไปในจิตไร้สำนึก จงเปิดผอบจันทโครพออก เพื่อจะพบเหล่าดวงวิญญาณที่ดูประหนึ่งว่าเดียวดาย แต่ที่แท้แล้วกลับพบความเชื่อมโยงอันอนันต์
Although I am a typical loner in my daily life, my consciousness of belonging to the invisible community of those who strive for truth, beauty, and justice, has preserved me from feeling isolated. - Einstein