What do you think?


3 วันดี 4 วันเศร้า
"ประสบการณ์ป่วยโรคซึมเศร้าหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิต (PTSD) ของ ทราย เจริญปุระ อาการ การรักษา จนคุณหมอให้หยุดการรักษา และต้องกลับมารับการรักษาอาการซึมเศร้าอีกครั้งหลังจากคุณแม่มีอาการป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม
วิธีการรับมือกับอาการของโรคซึมเศร้าของตัวเอง วิธีการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคนรอบตัว และประสบการณ์ส่งคุณแม่เข้าแอดมิตที่โรงพยาบาลถึงสองครั้ง"
วิธีการรับมือกับอาการของโรคซึมเศร้าของตัวเอง วิธีการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคนรอบตัว และประสบการณ์ส่งคุณแม่เข้าแอดมิตที่โรงพยาบาลถึงสองครั้ง"
- GenresNonfiction
160 pages, Paperback
Published January 1, 2018
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 26 of 26 reviews
June 4, 2018
เรื่องเล่าจากคนเป็นโรคซึมเศร้า ที่เล่าให้ฟังอย่างไม่เศร้า ไม่ตัดพ้อ ไม่โวยวาย ไม่โทษโชคชะตา
หนังสือเล่าให้คนที่ไม่เป็นโรคซึมเศร้าเข้าใจคนเป็นโรคมากขึ้น ไม่ใช่โรคที่แค่บอกว่าอย่าเศร้าสิแล้วจะหายได้
และช่วยให้คนที่เป็นโรคซึมเศร้าเข้าใจโรคที่เป็นมากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกตัวว่าป่วยแล้วคิดว่าทุกคนต้องให้อภัย คนป่วยเองก็ต้องดูแลตนเองเช่นกัน
เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างนึงคือความเจ็บป่วยของคนดูแลคนป่วย ในสังคมไทยส่วนใหญ่จะมีลูกหนึ่งคนที่คอยดูแลพ่อแม่ มีพี่น้องส่งเงินให้ ซึ่งคนให้เงินมักจะคิดว่าการดูแลคนป่วยเป็นเรื่องสบาย แค่อยู่เฉยๆ เฝ้าไปวันๆ แต่จริงๆแล้วการรองรับอารมณ์และความเจ็บป่วยตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเรื่องหนักหนามากและจะพาคนที่แข็งแรงเจ็บป่วยไปด้วยง่ายๆ เราจึงชื่นชมคนดูแลญาติเสมอและมักจะซักถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นไงบ้าง ไหวมั้ย เนื่องจากมีคนเพียงส่วนน้อยที่จะกล้าพูดออกมาว่าไม่ไหวแล้ว เพราะการบ่นอาจจจะโดนตราหน้าว่าอกตัญญูได้ง่ายๆ อย่างน้อยเราช่วยให้กำลังใจเค้าบ้างก็ยังดี
หนังสือเล่าให้คนที่ไม่เป็นโรคซึมเศร้าเข้าใจคนเป็นโรคมากขึ้น ไม่ใช่โรคที่แค่บอกว่าอย่าเศร้าสิแล้วจะหายได้
และช่วยให้คนที่เป็นโรคซึมเศร้าเข้าใจโรคที่เป็นมากขึ้น ไม่ใช่แค่ออกตัวว่าป่วยแล้วคิดว่าทุกคนต้องให้อภัย คนป่วยเองก็ต้องดูแลตนเองเช่นกัน
เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างนึงคือความเจ็บป่วยของคนดูแลคนป่วย ในสังคมไทยส่วนใหญ่จะมีลูกหนึ่งคนที่คอยดูแลพ่อแม่ มีพี่น้องส่งเงินให้ ซึ่งคนให้เงินมักจะคิดว่าการดูแลคนป่วยเป็นเรื่องสบาย แค่อยู่เฉยๆ เฝ้าไปวันๆ แต่จริงๆแล้วการรองรับอารมณ์และความเจ็บป่วยตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเรื่องหนักหนามากและจะพาคนที่แข็งแรงเจ็บป่วยไปด้วยง่ายๆ เราจึงชื่นชมคนดูแลญาติเสมอและมักจะซักถามสารทุกข์สุขดิบว่าเป็นไงบ้าง ไหวมั้ย เนื่องจากมีคนเพียงส่วนน้อยที่จะกล้าพูดออกมาว่าไม่ไหวแล้ว เพราะการบ่นอาจจจะโดนตราหน้าว่าอกตัญญูได้ง่ายๆ อย่างน้อยเราช่วยให้กำลังใจเค้าบ้างก็ยังดี
April 16, 2018
สนุกและจริงใจดี อ่านเพลินมากเผลอแปปเดียวปาไปค่อนเล่ม
เหมาะสำหรับลูกๆ ทุกคนทั้งที่ป่วยไข้ และไม่ป่วยไข้ คิดว่าประสบการณ์และการตัดสินใจยากๆ ของผู้เขียนน่าจะเป็นเรื่องที่หลายๆ คนต้องเผชิญในชีวิตจริง
เหมาะสำหรับลูกๆ ทุกคนทั้งที่ป่วยไข้ และไม่ป่วยไข้ คิดว่าประสบการณ์และการตัดสินใจยากๆ ของผู้เขียนน่าจะเป็นเรื่องที่หลายๆ คนต้องเผชิญในชีวิตจริง
July 2, 2021
เป็นหนังสือที่อ่านรวดเดียวจบ อาจจะเพราะมันสั้น แต่จริงๆเป็นเพราะมันสนุกมากกว่า ชอบสไตล์การเขียน รู้สึกอินกับเรื่องราว คนเราก้อต้องมีช่วงเปราะบางทางอารมณ์กันทั้งนั้น ชอบตรงที่เล่าว่า เมื่อกินยาแล้วนอนรวดเดียวถึงเช้าแล้วได้เห็นแสงแดดมันเป็นอะไรที่ดีมากกกก เกือบจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์เลยด้วยซ้ำ เห็นด้วยอย่างยิ่ง และชอบที่บอกว่าต้องเลื่อนเวลาดื่มเบียร์ให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะได้กินยาตามเวลาปกติ สูตรนี้ยังไม่เคยลองแฮะ 😍😍😍🍺
May 24, 2019
รุนแรงและหนักหน่วงมาก เรานึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นจะรับมือกับมันได้ยังไง
April 12, 2018
"เป็นโรคซึมเศร้า มันไม่ง่ายเลยนะ"
หนังสือเล่มนี้ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของ "ทราย เจริญปุระ" นักแสดงสาวชื่อดังที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เล่มนี้เป็นเหมือนบันทึกกึ่งบ่นๆ ตามสไตล์คุณทราย (ใครที่ติดตามคุณทรายจะเข้าใจฟีลลิ่ง) จะเล่าตั้งแต่สมัยที่คุณทรายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอขยาดการขับรถไประยะหนึ่ง ก่อนที่จะเอาชนะมันมาได้ แต่เรื่องราวความทุกข์ไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อมรสุมลูกใหม่ที่เลวร้ายกว่าเดิมคืบคลานเข้ามาพร้อมกับก้อนเมฆระทมทุกข์สีดำทะมึนที่เรียกว่า "โรคซึมเศร้า" และที่หนักหนากว่านั้น ก็คือ มันเป็นมรสุมที่ชื่อว่า "คุณแม่" ของคุณทรายนั่นเอง..
นับถือคุณทรายมากค่ะ
ถึงหนังสือเล่มนี้จะบางๆ มีไม่กี่บท แต่เต็มไปด้วยความกล้าหาญที่เจือปนได้ด้วยความทุกข์และคราบน้ำตาของคนที่มี "หมวก" หลายใบ และต้องบริหารหมวกทุกใบให้เข้าที่เข้าทางในเวลาเดียวกัน
เห้ย! มันหนักมากอยู่นะกับคนๆ นึงที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆ อย่าง ยิ่งเรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องของคุณแม่ เป็นเรื่องที่ sensitive เอามากๆ สำหรับสังคมไทย แต่คุณทรายก็กล้าเล่าเพื่อเป็นอุธาหรณ์!
พออ่านเล่มนี้แล้ว เรารู้สึกได้ว่า ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหรอกที่เจ็บปวดและทรมาน คนรอบข้างผู้ป่วยด้วยก็เช่นกัน ความเศร้าจากคนๆ นึงมันแผ่กระจายจากอีกคนไปสู่อีกคนได้ง่าย ยิ่งเรารักมาก ยิ่งเราแคร์มาก มันก็ยิ่งทำให้เราตกหลุมพรางโรคซึมเศร้าง่ายขึ้น แล้วสุดท้าย เราก็จะกลายเป็นมนุษย์ชาวเศร้าไปอีกคน
ดังนั้น ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยที่ต้องถูกดูแลอย่างถูกวิธีอย่างเดียว คนรอบข้างหรือคนที่ดูแลผู้ป่วยก็ต้องมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีด้วยเช่นกัน
สรุปแล้ว อ่านเล่มนี้รู้สึกคอยลุ้นและให้กำลังใจไปกับคุณทรายในแต่ละช่วงชีวิตและในแต่ละปัญหาที่เธอประสบเจอ แม้หนังสือเล่มนี้จะออกแนวบ่นๆ ตัดพ้อๆ เล่าเรื่องของตัวเองล้วนๆ ไม่ได้มีข้อมูลทางการแพทย์ หรือข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือกับโรคซึมเศร้าหรือคนป่วยโรคซึมเศร้าแบบจริงๆ จังๆ แต่ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่พยายามเตือนใจทุกคนว่า.. โรคซึมเศร้ามันอันตรายนะ มันดึงคนรอบข้างให้กดดัน เครียด และเศร้าตามไปด้วย.. เหมือนอย่างที่คุณทรายเจอนั่นแหละ
สุดท้ายนี้
ขอเป็นกำลังใจให้คุณทรายนะคะ :)
หนังสือเล่มนี้ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของ "ทราย เจริญปุระ" นักแสดงสาวชื่อดังที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เล่มนี้เป็นเหมือนบันทึกกึ่งบ่นๆ ตามสไตล์คุณทราย (ใครที่ติดตามคุณทรายจะเข้าใจฟีลลิ่ง) จะเล่าตั้งแต่สมัยที่คุณทรายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอขยาดการขับรถไประยะหนึ่ง ก่อนที่จะเอาชนะมันมาได้ แต่เรื่องราวความทุกข์ไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อมรสุมลูกใหม่ที่เลวร้ายกว่าเดิมคืบคลานเข้ามาพร้อมกับก้อนเมฆระทมทุกข์สีดำทะมึนที่เรียกว่า "โรคซึมเศร้า" และที่หนักหนากว่านั้น ก็คือ มันเป็นมรสุมที่ชื่อว่า "คุณแม่" ของคุณทรายนั่นเอง..
นับถือคุณทรายมากค่ะ
ถึงหนังสือเล่มนี้จะบางๆ มีไม่กี่บท แต่เต็มไปด้วยความกล้าหาญที่เจือปนได้ด้วยความทุกข์และคราบน้ำตาของคนที่มี "หมวก" หลายใบ และต้องบริหารหมวกทุกใบให้เข้าที่เข้าทางในเวลาเดียวกัน
เห้ย! มันหนักมากอยู่นะกับคนๆ นึงที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆ อย่าง ยิ่งเรื่องบางเรื่อง เช่น เรื่องของคุณแม่ เป็นเรื่องที่ sensitive เอามากๆ สำหรับสังคมไทย แต่คุณทรายก็กล้าเล่าเพื่อเป็นอุธาหรณ์!
พออ่านเล่มนี้แล้ว เรารู้สึกได้ว่า ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหรอกที่เจ็บปวดและทรมาน คนรอบข้างผู้ป่วยด้วยก็เช่นกัน ความเศร้าจากคนๆ นึงมันแผ่กระจายจากอีกคนไปสู่อีกคนได้ง่าย ยิ่งเรารักมาก ยิ่งเราแคร์มาก มันก็ยิ่งทำให้เราตกหลุมพรางโรคซึมเศร้าง่ายขึ้น แล้วสุดท้าย เราก็จะกลายเป็นมนุษย์ชาวเศร้าไปอีกคน
ดังนั้น ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยที่ต้องถูกดูแลอย่างถูกวิธีอย่างเดียว คนรอบข้างหรือคนที่ดูแลผู้ป่วยก็ต้องมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีด้วยเช่นกัน
สรุปแล้ว อ่านเล่มนี้รู้สึกคอยลุ้นและให้กำลังใจไปกับคุณทรายในแต่ละช่วงชีวิตและในแต่ละปัญหาที่เธอประสบเจอ แม้หนังสือเล่มนี้จะออกแนวบ่นๆ ตัดพ้อๆ เล่าเรื่องของตัวเองล้วนๆ ไม่ได้มีข้อมูลทางการแพทย์ หรือข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือกับโรคซึมเศร้าหรือคนป่วยโรคซึมเศร้าแบบจริงๆ จังๆ แต่ก็เป็นหนังสืออีกเล่มที่พยายามเตือนใจทุกคนว่า.. โรคซึมเศร้ามันอันตรายนะ มันดึงคนรอบข้างให้กดดัน เครียด และเศร้าตามไปด้วย.. เหมือนอย่างที่คุณทรายเจอนั่นแหละ
สุดท้ายนี้
ขอเป็นกำลังใจให้คุณทรายนะคะ :)
February 10, 2019
คล้ายๆกับการนั่งอ่าน Diary ของพี่ทราย ที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่ จุดเริ่มต้น สาเหตุ การรักษา ที่ยังไม่มีจุดจบ เพราะชีวิตยังคงดำเนินต่อไป
ความรู้สึกระหว่างที่อ่าน คือ เหมือนได้ยินเสียงพี่ทรายมานั่งเล่าเรื่องราวของพี่ทรายให้ฟัง ตอนอ่านรู้สึกว่าต้องออกเสียงในสำนวนพี่ทราย 55555 ยอมรับว่ารู้สึกอินมาก แบบเห้ย เราเข้าใจนะ ทำให้รู้ว่าความรู้สึกที่ไม่โอเคแบบที่เราเคยรู้สึก เราไม่ได้เป็นคนเดียวนะ ความรู้สึกแบบนี้ ไม่โอเคก็คือไม่โอเคเพียงแค่ยอมรับมัน!
อ่านจบแล้วต้องขอบอกว่าพี่ทรายเก่งมากค่ะ เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาเรื่อยๆนะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ
ความรู้สึกระหว่างที่อ่าน คือ เหมือนได้ยินเสียงพี่ทรายมานั่งเล่าเรื่องราวของพี่ทรายให้ฟัง ตอนอ่านรู้สึกว่าต้องออกเสียงในสำนวนพี่ทราย 55555 ยอมรับว่ารู้สึกอินมาก แบบเห้ย เราเข้าใจนะ ทำให้รู้ว่าความรู้สึกที่ไม่โอเคแบบที่เราเคยรู้สึก เราไม่ได้เป็นคนเดียวนะ ความรู้สึกแบบนี้ ไม่โอเคก็คือไม่โอเคเพียงแค่ยอมรับมัน!
อ่านจบแล้วต้องขอบอกว่าพี่ทรายเก่งมากค่ะ เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์ผลงานดีๆออกมาเรื่อยๆนะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ
September 19, 2018
ฉันติดตามเรื่องราวของทราย อินทิรา เจริญปุระ มานาน ไม่ใช่เรื่องผลงานแสดงนะ แต่เป็นสเตตัสเฟซบุ๊กที่เล่าเรื่องส่วนตัวนี่แหละ คุณทรายเล่าเรื่องสนุก จัดจ้าน อ่านได้ไม่รู้เบื่อ แม้ว่าเรื่องมันน่าจะเศร้ามากก็ตาม
แต่เรื่องเล่าของคุณทรายในหนังสือเล่มนี้ไม่เป็นอย่างนั้น ตรงข้าม มันสงบกว่า เต็มไปด้วยมวลอารมณ์หมองๆ หม่นๆ แต่ไม่ฟูมฟายหรือจมดิ่ง หม่นพอจะให้เราเห็นร่องรอยความเศร้า แต่ไม่รบเร้าให้เราต้องเศร้าตาม
เรื่องเล่าในเล่มนี้ ประกอบกับเรื่องในเฟซบุ๊กคุณทราย และเรื่องเล่าจากปากเจ้าตัวที่ฉันได้ฟังในงาน YED Talk เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ฉันเห็นชีวิตหลากรสของคนคนหนึ่ง และการประคับประคองตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ ทางจิตใจ มันก็แค่จะสู้หรือจะยอมแพ้อะ และมีแต่ตัวเราจริงๆ ที่ช่วยตัวเองได้ ด้วยการตัดสินใจ "ไปหาหมอ"
อยากให้ทุกๆ คนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ หรือเล่มอื่นก็ได้ที่เป็นเรื่องของผู้ป่วยทางจิตเวชต่างๆ อยากให้ผู้คนตระหนักถึงความผิดปกติทางจิตเวชมากขึ้น รู้ทันมันมากขึ้น และตัดสินใจไปหาหมอมากขึ้น
ฉันมีบุคลิกหลายอย่างคล้ายคุณทราย และผ่านช่วงชีวิตที่สภาพจิตยับเยินสุดๆ มาแล้ว ผิดไปแค่ ฉันไม่กล้าไปหาหมอ ไม่กล้าจริงๆ เพราะไม่ไว้ใจว่าจะไม่ถูกหมอตัดสินแปะป้ายว่าฉันผิดถูกดีเลวอย่างโน้นอย่างนี้ อาศัยลูกบ้าและโชคล้วนๆ ถึงพาตัวเองหลุดออกมาได้โดยสวัสดิภาพเมื่อต้นตอของปัญหาคลี่คลายเบาบางไป
แต่มันอาจจะดีกว่านั้นก็ได้ถ้าฉันไปหาหมอ มันอาจจะดีกว่านั้นก็ได้ถ้าฉันได้กินยา และอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นในการพาตัวเองออกมา
ทุกวันนี้ยังไม่มั่นใจว่าจะไม่กลับไปเป็นอีก แต่ก็กลับไปมีความสุขกับชีวิตได้อีกครั้ง แม้จะไม่เต็มร้อยอย่างที่เคยเป็น และต้องคอยดูแลประคับประคองใจตัวเองเกือบทุกครั้งช่วงฮอร์โมนแปรปรวนหนักๆ ก่อนถึงวันนั้นของเดือน
จ๋าตอนซึมเศร้าน่ะนะ ไม่น่ารักและไม่น่าคบเลย ไม่แปลกใจที่ช่วงนั้นมีเพื่อนน้อยมาก แต่ก็นะ นั่นก็คือตัวเราเหมือนกัน
ตอนนี้ทำคล้ายๆ ที่คุณทรายทำ คือหลีกเลี่ยงตัว trigger ต่างๆ ให้มากที่สุด อะไรที่รู้ว่าเป็นพิษต่อใจ ต้องเลี่ยง สถานการณ์แบบไหนที่พาใจไปสุ่มเสี่ยงมากเกินไป ต้องเลี่ยง และถ้าเครียดนัก... ก็กิน กินอย่างที่อยากกิน อย่าไปคิดมาก การกินมันเวิร์กจริงๆ นะ ง่ำๆๆ
แต่เรื่องเล่าของคุณทรายในหนังสือเล่มนี้ไม่เป็นอย่างนั้น ตรงข้าม มันสงบกว่า เต็มไปด้วยมวลอารมณ์หมองๆ หม่นๆ แต่ไม่ฟูมฟายหรือจมดิ่ง หม่นพอจะให้เราเห็นร่องรอยความเศร้า แต่ไม่รบเร้าให้เราต้องเศร้าตาม
เรื่องเล่าในเล่มนี้ ประกอบกับเรื่องในเฟซบุ๊กคุณทราย และเรื่องเล่าจากปากเจ้าตัวที่ฉันได้ฟังในงาน YED Talk เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ฉันเห็นชีวิตหลากรสของคนคนหนึ่ง และการประคับประคองตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆ ทางจิตใจ มันก็แค่จะสู้หรือจะยอมแพ้อะ และมีแต่ตัวเราจริงๆ ที่ช่วยตัวเองได้ ด้วยการตัดสินใจ "ไปหาหมอ"
อยากให้ทุกๆ คนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ หรือเล่มอื่นก็ได้ที่เป็นเรื่องของผู้ป่วยทางจิตเวชต่างๆ อยากให้ผู้คนตระหนักถึงความผิดปกติทางจิตเวชมากขึ้น รู้ทันมันมากขึ้น และตัดสินใจไปหาหมอมากขึ้น
ฉันมีบุคลิกหลายอย่างคล้ายคุณทราย และผ่านช่วงชีวิตที่สภาพจิตยับเยินสุดๆ มาแล้ว ผิดไปแค่ ฉันไม่กล้าไปหาหมอ ไม่กล้าจริงๆ เพราะไม่ไว้ใจว่าจะไม่ถูกหมอตัดสินแปะป้ายว่าฉันผิดถูกดีเลวอย่างโน้นอย่างนี้ อาศัยลูกบ้าและโชคล้วนๆ ถึงพาตัวเองหลุดออกมาได้โดยสวัสดิภาพเมื่อต้นตอของปัญหาคลี่คลายเบาบางไป
แต่มันอาจจะดีกว่านั้นก็ได้ถ้าฉันไปหาหมอ มันอาจจะดีกว่านั้นก็ได้ถ้าฉันได้กินยา และอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นในการพาตัวเองออกมา
ทุกวันนี้ยังไม่มั่นใจว่าจะไม่กลับไปเป็นอีก แต่ก็กลับไปมีความสุขกับชีวิตได้อีกครั้ง แม้จะไม่เต็มร้อยอย่างที่เคยเป็น และต้องคอยดูแลประคับประคองใจตัวเองเกือบทุกครั้งช่วงฮอร์โมนแปรปรวนหนักๆ ก่อนถึงวันนั้นของเดือน
จ๋าตอนซึมเศร้าน่ะนะ ไม่น่ารักและไม่น่าคบเลย ไม่แปลกใจที่ช่วงนั้นมีเพื่อนน้อยมาก แต่ก็นะ นั่นก็คือตัวเราเหมือนกัน
ตอนนี้ทำคล้ายๆ ที่คุณทรายทำ คือหลีกเลี่ยงตัว trigger ต่างๆ ให้มากที่สุด อะไรที่รู้ว่าเป็นพิษต่อใจ ต้องเลี่ยง สถานการณ์แบบไหนที่พาใจไปสุ่มเสี่ยงมากเกินไป ต้องเลี่ยง และถ้าเครียดนัก... ก็กิน กินอย่างที่อยากกิน อย่าไปคิดมาก การกินมันเวิร์กจริงๆ นะ ง่ำๆๆ
August 23, 2019
หนังสือว่าด้วยโรคซึมเศร้าที่ไม่เศร้าอย่างที่คิด
อ่านไปก็เช็คอาการตัวเองไปว่าเข้าข่ายมั้ย?
ตอนคุณทรายป่วยเธออ่านหนังสือไม่ได้เลย
ไม่ใช่อ่านไม่ออกแต่อ่านแค่ย่อหน้าเดียวซ้ำๆ
โดยที่ไม่เข้าใจความหมาย (ส่วนอิเบียร์นั้น
เขียนนิยายไม่ได้สักตัวทั้งที่เคยเขียนทุกวัน
มีค่าขนมจากการเขียน ตอนนี้ก็ยังเขียนไม่ได้
เอาแค่เปิดเข้าเพจนิยายของตัวเองยังไม่ได้เลย)
ก่อนจะป่วยมันต้องมีสาเหตุ ซึ่งโรคซึมเศร้านั้น
ค่อนข้างจะพิเศษกว่าโรคอื่นสักหน่อยตรงที่
แต่ละคนที่ป่วยอาจมาจากคนละสาเหตุหรือ
สาเหตุเดียวกัน หรือสาเหตุคล้ายๆกันก็ได้
ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมที่ประสบ
พบเจอในช่วงชีวิต มันไม่ใช่โรคที่รักษาได้ด้วยตัวเอง
มันต้องพึ่งหมอและยา และมันสามารถหายได้
ชอบที่สุดของเล่มนี้คงเป็นตอนที่คุณทรายเล่าถึงแม่
(เพราะบ้านอิเบียร์แม่ก็ถูกเสมอเหมือนกัน 5555)
คิดดูสิว่าคนป่วยโรคซึมเศร้าต้องดูแลแม่ที่ป่วย
เป็นอัลไซเมอร์มันจะหฤโหดได้ขนาดไหน) แต่..
มันเป็นความเครียดระดับ 10 ที่ถูกเขียนให้เบาลง
แต่ยังรู้สึกถึงหายนะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
และก็ไม่น่าเชื่ออีกว่าทุกเรื่องราวจะจบลงได้
ภายใน 160 หน้านี้
ปล. เล่มต่อไปจะออกเมื่อไหร่?
อ่านไปก็เช็คอาการตัวเองไปว่าเข้าข่ายมั้ย?
ตอนคุณทรายป่วยเธออ่านหนังสือไม่ได้เลย
ไม่ใช่อ่านไม่ออกแต่อ่านแค่ย่อหน้าเดียวซ้ำๆ
โดยที่ไม่เข้าใจความหมาย (ส่วนอิเบียร์นั้น
เขียนนิยายไม่ได้สักตัวทั้งที่เคยเขียนทุกวัน
มีค่าขนมจากการเขียน ตอนนี้ก็ยังเขียนไม่ได้
เอาแค่เปิดเข้าเพจนิยายของตัวเองยังไม่ได้เลย)
ก่อนจะป่วยมันต้องมีสาเหตุ ซึ่งโรคซึมเศร้านั้น
ค่อนข้างจะพิเศษกว่าโรคอื่นสักหน่อยตรงที่
แต่ละคนที่ป่วยอาจมาจากคนละสาเหตุหรือ
สาเหตุเดียวกัน หรือสาเหตุคล้ายๆกันก็ได้
ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมที่ประสบ
พบเจอในช่วงชีวิต มันไม่ใช่โรคที่รักษาได้ด้วยตัวเอง
มันต้องพึ่งหมอและยา และมันสามารถหายได้
ชอบที่สุดของเล่มนี้คงเป็นตอนที่คุณทรายเล่าถึงแม่
(เพราะบ้านอิเบียร์แม่ก็ถูกเสมอเหมือนกัน 5555)
คิดดูสิว่าคนป่วยโรคซึมเศร้าต้องดูแลแม่ที่ป่วย
เป็นอัลไซเมอร์มันจะหฤโหดได้ขนาดไหน) แต่..
มันเป็นความเครียดระดับ 10 ที่ถูกเขียนให้เบาลง
แต่ยังรู้สึกถึงหายนะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
และก็ไม่น่าเชื่ออีกว่าทุกเรื่องราวจะจบลงได้
ภายใน 160 หน้านี้
ปล. เล่มต่อไปจะออกเมื่อไหร่?
October 6, 2022
ผมอ่านหนังสือเล่มนี้หลังจากที่อ่านเล่มโลกศึมเศร้าครับ ก็ได้เห็นมุมมองที่ลึกและละเอียดขึ้น จากคนที่ประสบกับปัญหานี้จริงๆ ได้เห็นว่าเค้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับความป่วยนี้ยังไง และก็ได้รู้ว่าอะไรอาจจะเป็นสาเหตุให้อาการนี้หนักขึ้น
สารภาพตามตรงเลยว่าหลังอ่านผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมาก ผมรับประกันได้เลยว่าถ้าหากผมต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เดียวกับผู้เขียน(ซึ่งในที่นี้หมายถึงอุบัติเหตุสะเทือนใจ และสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแต่ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้)ผมก็คงจะทุกข์ไม่ต่างกันเช่นกัน
มีบทนึงที่ผมชอบเป็นพิเศษ นั่นคือบทที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากับคนรอบข้าง อาจเป็นความจริงที่ว่าการอยู่ร่วมกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าโดยปราศจากความเข้าใจนั้นเป็นเรื่องลำบาก ดังนั้นคนรอบข้างก็ควรทำความเข้าใจผู้ที่ป่วย แต่ในทางกลับกันก็ใช่ว่าผู้ป่วยจะอาศัยตรงจุดนี้เรียกร้องให้ทุกคนทำตามที่ตนต้องการได้ ดังนั้นการที่มีความสัมพันธ์แบบเข้าอก เข้าใจซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง
การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมเข้าใจคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นครับ มันคงไม่ยากเกินไปที่จะลองทำความเข้าใจผู้คนที่กำลังมีความทุกข์อยู่ หวังว่าโลกนี้จะสามารถเป็นโลกที่ใจดีได้ในซักวันนะครับ
สารภาพตามตรงเลยว่าหลังอ่านผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีมาก ผมรับประกันได้เลยว่าถ้าหากผมต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เดียวกับผู้เขียน(ซึ่งในที่นี้หมายถึงอุบัติเหตุสะเทือนใจ และสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายแต่ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้)ผมก็คงจะทุกข์ไม่ต่างกันเช่นกัน
มีบทนึงที่ผมชอบเป็นพิเศษ นั่นคือบทที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากับคนรอบข้าง อาจเป็นความจริงที่ว่าการอยู่ร่วมกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าโดยปราศจากความเข้าใจนั้นเป็นเรื่องลำบาก ดังนั้นคนรอบข้างก็ควรทำความเข้าใจผู้ที่ป่วย แต่ในทางกลับกันก็ใช่ว่าผู้ป่วยจะอาศัยตรงจุดนี้เรียกร้องให้ทุกคนทำตามที่ตนต้องการได้ ดังนั้นการที่มีความสัมพันธ์แบบเข้าอก เข้าใจซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง
การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมเข้าใจคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้นครับ มันคงไม่ยากเกินไปที่จะลองทำความเข้าใจผู้คนที่กำลังมีความทุกข์อยู่ หวังว่าโลกนี้จะสามารถเป็นโลกที่ใจดีได้ในซักวันนะครับ
January 20, 2019
หนังสือเล่มบางที่เนื้อหาไม่บางตามขนาดเล่ม คุณทราย เจริญปุระเขียนเล่าถึงประสบการณ์การเป็นโรคซึมเศร้าของตน และการต้องดูแลแม่ที่ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม สำนวนการเล่าเรื่องไม่ได้มีความดราม่า ฟูมฟาย แต่คุณทรายเขียนเล่าอย่างใจๆ ซื่อตรงถึงอาการและอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำให้คุณเข้าใจโรคที่คนยุคนี้เป็นกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง "โรคซึมเศร้า" ได้ละเอียดและดีขึ้นจนถึงขั้นรับมือกับคนเป็นโรคซึมเศร้าหรือช่วยให้เขาหายได้ แต่เป็นการสร้างความเข้าใจว่าคนแต่ละคนต่างมีหมวกหลายใบที่เขาต้องสวม มีบทบาทหน้าที่หลายอย่างที่ต้องทำ สิ่งที่เราพอจะทำเพื่อคนรอบข้างได้คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ปรารถนาดีให้กับผู้อื่น เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาต้องเจออะไรในชีวิตมาบ้าง
August 3, 2021
ทราย เจริญปุระ เป็นนักแสดง คราวที่เราได้ข่าวว่าทรายเป็นโรคซึมเศร้าก็ทั้ง งง และตกใจ คนที่มีบุคลิกร่าเริง ภายนอกดูไม่มีอาการอะไร ทำไมถึงถูกเรียกว่าซึมเศร้า
จากนั้นก็เริ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าออกมาเยอะขึ้น หลายๆคนออกมาประกาศตัวเองว่าฉันเป็นซึมเศร้า จนราวกับว่ามันเป็นแฟชั่นไปกลายๆ
แต่นี่คือโรค คืออาการเจ็บป่วย เล่มนี้ทำให้เราเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าทำงานยังไงผ่านการเล่าของทรายที่ได้ป่วย พร้อมกับแม่ของตนที่เหมือนเป็นคนกระตุ้นอีกทีนึง
ทรายเล่าได้สนุก เปลี่ยนเรื่องเศร้าในระดับที่ว่าถ้าเป็นเราคงทนไม่ได้ขนาดนั้นแน่
แต่เล่มนี้ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น และพร้อมรับมือ ปรับตัวให้ถูกต้องเมื่อเจอกับมัน
จากนั้นก็เริ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าออกมาเยอะขึ้น หลายๆคนออกมาประกาศตัวเองว่าฉันเป็นซึมเศร้า จนราวกับว่ามันเป็นแฟชั่นไปกลายๆ
แต่นี่คือโรค คืออาการเจ็บป่วย เล่มนี้ทำให้เราเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าทำงานยังไงผ่านการเล่าของทรายที่ได้ป่วย พร้อมกับแม่ของตนที่เหมือนเป็นคนกระตุ้นอีกทีนึง
ทรายเล่าได้สนุก เปลี่ยนเรื่องเศร้าในระดับที่ว่าถ้าเป็นเราคงทนไม่ได้ขนาดนั้นแน่
แต่เล่มนี้ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น และพร้อมรับมือ ปรับตัวให้ถูกต้องเมื่อเจอกับมัน
December 16, 2018
เป็นเรื่องเล่าสั้นๆที่อ่านแป๊บเดียวจบ เรื่องของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าหลังจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แถมคนใกล้ตัวอย่างแม่ของตัวเองก็ป่วย ปัญหาคูณสอง คุณทรายเล่าออกมาได้ดี บางทีมันเหมือนrelatedกับตัวเราที่ก็เป็นโรคนี่ในบางส่วน มีตอนหนึ่งที่คุณทรายบอกว่าถ้าหมอที่เราหาอยู่มันไม่คลิก ถ้าเค้าทำให้เรารู้สึกแย่ลง รึไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การจะเปลี่ยนหมอมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่นะ อืม...คุณทรายทำให้เราคิดอะไรได้นิดหนึ่งล่ะนะจุดนี้
October 14, 2019
เป็นหนังสือที่นิยามอาการต่างๆของโรคซึมเศร้าได้ดี บรรยายได้ชัดเจน โดยเล่าผ่านเรื่องราวของผู้เขียน
และหนังสือบาง อ่านง่าย สำหรับคนไม่ชอบอ่านตัวหนังสือเยอะๆ
ถ้าใครรู้สึกตัวเองหรือคนรอบข้างไม่เหมือนเดิม มีแนวโนมน่าจะเป็นซึมเศร้า ลองอ่านหรือให้แนะนำให้เค้าอ่านได้
และหนังสือบาง อ่านง่าย สำหรับคนไม่ชอบอ่านตัวหนังสือเยอะๆ
ถ้าใครรู้สึกตัวเองหรือคนรอบข้างไม่เหมือนเดิม มีแนวโนมน่าจะเป็นซึมเศร้า ลองอ่านหรือให้แนะนำให้เค้าอ่านได้
July 11, 2021
เป็นหนังสือที่เขียนสนุกมาก ทั้งการเล่าเรื่องและการใช้คำ
เพลินจนอ่านรวดเดียวจบ การบอกเล่าความคิดความรู้สึกของคุณทรายสะท้อนผ่านตัวอักษรมาถึงเรา ทำให้รู้สึกอยากใจดีกับตัวเองขึ้นมาด้วย การรับมือกับบางสิ่งในชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้ามันเกินจะรับมือ ก็พักบ้างก็ได้
เพลินจนอ่านรวดเดียวจบ การบอกเล่าความคิดความรู้สึกของคุณทรายสะท้อนผ่านตัวอักษรมาถึงเรา ทำให้รู้สึกอยากใจดีกับตัวเองขึ้นมาด้วย การรับมือกับบางสิ่งในชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้ามันเกินจะรับมือ ก็พักบ้างก็ได้
December 28, 2022
หนังสือช่วยให้เข้าใจผู้ป่วยโรคซึมเศร้ายิ่งขึ้น ประสบการณ์ของคุณทรายรุนแรงและหนักหน่วง บางช่วงรู้สึกมันช่างอึดอัดเหลือเกินจนไม่อยากนึกภาพว่าถ้าเกิดขึ้นกับตัวเอง หรือคนใกล้ตัวเรา เราจะตัดสินใจอย่างไร หรือทำอะไรอยู่
April 14, 2018
สำนวนการเขียนดี เราชอบมาก อ่านเพลินจนจบแบบไม่รู้ตัว
รูปเล่มกระทัดรัด พกพาง่าย น่าอ่าน
ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้นด้วยค่ะ เปิดมุมมองของตัวเองให้กว้างมากขึ้น ขอบคุณหนังสือดีๆเล่มนี้มากจริงๆ
รูปเล่มกระทัดรัด พกพาง่าย น่าอ่าน
ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้นด้วยค่ะ เปิดมุมมองของตัวเองให้กว้างมากขึ้น ขอบคุณหนังสือดีๆเล่มนี้มากจริงๆ
April 28, 2018
พี่ทรายกล้าที่จะเล่าเรื่องของตัวเองออกมา เพื่อให้คนอื่นได้เข้าใจ
อ่านจบแล้วอยากกอดพี่ทรายแน่นๆ อยากให้กำลังใจ
เข้าใจความอ่อนไหวทางอารมณ์
ได้บทเรียนว่าไม่ไหว ก็พึ่งคนอื่นบ้างได้ ใจเย็นๆ
อ่านจบแล้วอยากกอดพี่ทรายแน่นๆ อยากให้กำลังใจ
เข้าใจความอ่อนไหวทางอารมณ์
ได้บทเรียนว่าไม่ไหว ก็พึ่งคนอื่นบ้างได้ ใจเย็นๆ
August 3, 2018
อ่านแล้วกลับไปอ่านอีกซ้ำไปซ้ำมา
January 16, 2019
อ่านความจริงที่แสนเศร้าได้อย่างสนุก และได้ความรู้ไปพร้อมกัน
August 17, 2019
การมองโลกผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทราย เจริญปุระ
October 4, 2019
เป็นหนังสือที่บันทึกถึงสิ่งที่ผู้เขียนพบเจอ สาเหตุทำให้เกิดโรคซึมเศร้า และการใช้ชีวิตต่อเมื่อพบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า
November 26, 2019
รวดเดียวจบ
จบเร็วมากเล่มนี้
เข้าใจคุณทรายนะคะ
จบเร็วมากเล่มนี้
เข้าใจคุณทรายนะคะ
April 26, 2020
เผยอินไซต์ของคนที่เป็นซึมเศร้าเหมือนได้อ่านไดอารี่ อ่านไปเห็นใจคนเขียนไปด้วยที่ต้องรองรับมรสุมชีวิตทั้งของตัวเองและผู้เป็นแม่
April 6, 2022
1 ในเรื่องที่อ่านลื่นไหลที่สุดของคุณทรายครับ
ทำให้เข้าใจ ptsd และผลกระทบทางจิต ที่ผู้ปกครองสามารถฝากไว้กับลูกได้
ทำให้เข้าใจ ptsd และผลกระทบทางจิต ที่ผู้ปกครองสามารถฝากไว้กับลูกได้
June 21, 2023
ทราย เล่าเรื่องเก่ง อ่านไหลลื่น เผลอๆแป๊บเดียวจบเล่มแล้ว
April 29, 2018
รู้จักคุณทรายในฐานะนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก เพิ่งจะเคยมีโอกาสได้อ่านผลงานของคุณทรายเป็นครั้งแรกก็เล่มนี้
เสน่ห์ที่เห็นได้ชัดคือความเป็นตัวของตัวเองของคุณทรายที่สะท้อนออกมาจากตัวหนังสือ สำนวนที่เรียบง่ายและกระชับ แต่สามารถสื่อความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดเจน เหมือนกับเราได้นั่งคุยกันจริงๆ
แนะนำให้อ่านอย่างยิ่งค่ะ ไม่ว่าคุณจะป่วยโรคนี้ด้วยหรือเปล่า
เสน่ห์ที่เห็นได้ชัดคือความเป็นตัวของตัวเองของคุณทรายที่สะท้อนออกมาจากตัวหนังสือ สำนวนที่เรียบง่ายและกระชับ แต่สามารถสื่อความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดเจน เหมือนกับเราได้นั่งคุยกันจริงๆ
แนะนำให้อ่านอย่างยิ่งค่ะ ไม่ว่าคุณจะป่วยโรคนี้ด้วยหรือเปล่า
Displaying 1 - 26 of 26 reviews
























