Jump to ratings and reviews
Rate this book

ปราชญ์กู้บัลลังก์ #3

ปราชญ์กู้บัลลังก์ เล่ม 3

Rate this book
บันทึกประวัติศาสตร์เล่มหนึ่งบอกเล่าความเสื่อมความเจริญอันพลิกผันของจงหยวน
บทเพลงแห่งสงครามเพลงหนึ่งขับขานยาวนานกว่าสิบปี
บ้านเมืองและคุณธรรมยิ่งใหญ่ ฤาความรักที่ฝังลึกในใจล้วนแตกกระสานซ่านเซ็น


ตั้งแต่เกิดจนอายุสิบห้าปี ‘โหยวเหมี่ยว’ มีชีวิตร่ำรวยสุขสำราญมาโดยตลอด
แต่แล้ววันหนึ่งก็พลันประสบความเปลี่ยนผันในชีวิต จากคุณชายน้อยในวันวาน
วันนี้เหลือเพียงปราสาทเขารกร้างของมารดาผู้ล่วงลับกับข้ารับใช้ชายผู้ซื่อสัตย์นามว่า ‘หลี่จื้อเฟิง’
การก่อร่างสร้างตัวด้วยสองมือเปล่าคือบททดสอบยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา...
เคราะห์ดีที่สวรรค์ยังเมตตา เพราะในช่วงที่ยากลำบากแสนสาหัส โหยวเหมี่ยวยังมีหลี่จื้อเฟิงอยู่ข้างกาย
แต่เมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนทางเหนือบุกเข้ารุกรานจงหยวน ไฟสงครามลุกท่วมสี่ด้าน ชาวประชายากหลีกหนี
โหยวเหมี่ยวถูกจับตัวเป็นเชลย หลี่จื้อเฟิงจึงติดตามไล่ล่าศัตรูเพื่อคว้าดวงใจกลับคืนมา
ขณะที่คล้ายจะปลิดปลิว โหยวเหมี่ยวคิดได้เพียงว่าจากกันวันนี้ คงมิมีวันหน้าเสียแล้ว
ความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตแก่เฒ่าไปกับหลี่จื้อเฟิงสองคนเริ่มเลือนลาง
ทว่า... น้ำขึ้นน้ำลงย่อมนำมาซึ่งแสงจันทร์สุกสกาวสุดแสนงามตา

489 pages, Paperback

First published December 9, 2015

3 people are currently reading
40 people want to read

About the author

Arise Zhang

97 books47 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
42 (62%)
4 stars
18 (26%)
3 stars
6 (8%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for Chanyaku.
448 reviews66 followers
February 19, 2022

สนุก...สนุกมาก!!!! เป็นนิยายเรื่องที่ทำให้เราละเลียดอ่านทุกตัวอักษร เสพเนื้อเรื่องทุกบรรทัดอย่างอิ่มเอม ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากชูจอกคารวะผู้เขียนและผู้แปลที่ผลิตผลงานแบบนี้ออกมาได้ (เรื่องนี้ทำให้เรากลายเป็นติ่งพ่อเฟยเทียน)

เรื่องนี้ครบรสที่สุดในความรู้สึกของเรา ไม่ว่าจะด้านการเมือง แก่งแย่งอำนาจ การศึกสงครามระหว่างแคว้น มิตรภาพระหว่างเพื่อน และความรักลึกซึ้งที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นระหว่างตัวละครหลัก ครบทุกด้านแบบที่เราร้องขออะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วจากนิยายเรื่องนึง

จริงๆ ที่หยิบเรื่องนี้มาอ่านเพราะรู้สึกเนือยๆ กับรัชศกเฉิงฮว่าเล่ม 5 คิดจะอ่านคั่นเปลี่ยนรสชาติเฉยๆ ไม่คิดเลยว่าแค่ไม่กี่บทแรกก็ทำเราติดจนวางไม่ลง

เนื้อเรื่องแต่ละเล่มแทบจะแบ่งแยกจากกันอย่างชัดเจน เล่มแรกเป็นช่วงที่นายเอกและพระเอกยังเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสา และต้องก่อร่างสร้างตัว เริ่มต้นทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง จากนั้นเล่มที่สองเน้นหนักในเรื่องศึกสงคราม นายเอกถูกม้วนเข้าสู่วังวนการแก่งแย่งอำนาจ เริ่มฉายแววความเป็นปราชญ์ ส่วนเล่มสุดท้ายจะเป็นช่วงที่เข้มข้นที่สุด มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อ่านจนจบก็ต้องยอมรับว่า ชื่อเรื่องปราชญ์กู้บัลลังก์ตั้งมาได้อย่างเหมาะสมตรงตัวสุดๆ เพราะถ้าไม่มีนายเอก บัลลังก์นี้ก็คงรักษาเอาไว้ไม่ได้

เนื้อเรื่องมีการเจาะลึกลงรายละเอียดในหลายๆ ด้านที่บ่งบอกเลยว่านักเขียนทำการบ้านหาข้อมูลมาเยอะมาก สำหรับเรื่องนี้เราบอกได้เต็มปากเลยว่าไม่มีจุดที่ไม่ชอบ อ้อ มีแค่จุดนึงที่แอบอยากให้นักเขียนขยี้...คือตั้งแต่ต้นจนจบเป็นการดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของนายเอกฝ่ายเดียว ไม่ค่อยให้เราได้รับรู้สิ่งที่พระเอกกำลังคิดหรือกำลังรู้สึก(จริงๆ จากการกระทำของตัวละครก็ทำให้เรารับรู้ถึงความรักและยึดติดของพระเอกที่มีต่อนายเอกแหละ แต่ถ้านักเขียนขยี้ตรงจุดนี้ ให้เราได้อ่านสิ่งที่พระเอกกำลังคิดบ้างในฉากสำคัญๆ เราคงแดดิ้นตัวบิดมากกว่านี้)

***เป็นนิยายวายเรื่องนึงที่เราแนะนำมากค่ะ อย่าพลาดด้วยประการทั้งปวง***
Profile Image for Patrawan Dear.
1,467 reviews149 followers
Read
July 27, 2019
#ปราชญ์กู้บัลลังก์ (เล่ม 3/3)

ผู้เขียนยังคงทำให้เราทึ่งต่อไปได้อีกจากการเปลี่ยนการรบกับชนต่างเผ่าเพื่อแย่งดินแดนในเล่มสอง มาเป็นรบเพื่อสันติ เพื่อที่ทุกเผ่าจะสามารถนั่งลงและอยู่ร่วมกันอย่างสงบในเล่มจบนี้ นับเป็นการเล่าเรื่องแบบขยายสเกลออกไปแบบมีเหตุผล มีที่มาที่ไป และไม่หลุดหรือหลงลืมอะไรไปเลย

เราประทับใจในเรื่องราวของพี่น้องร่วมสาบานสี่คนในเรื่อง ทุกความรัก ทุกการกระทำ ทุกความขัดแย้ง ล้วนมีความสมจริงและเข้าใจได้ ตัวละครหลักมีพัฒนาการไปตามวัย สิ่งแวดล้อม และแรงขับดัน เมื่อมาประกอบกับสำนวนแปลที่เข้าถึงจิตใจ (ไม่นับการใช้ราชาศัพท์) ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวมีลุ้น มีบีบคั้น และมีน้ำตา

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้น่าจะเหมาะกับผู้อ่านที่ชอบเรื่องยาว ตัวละครเยอะ ใส่ใจรายละเอียด และไม่หวั่นการสงคราม มากกว่าผู้ที่ชอบเรื่องรักแบบเน้นหวาน เน้นฟิน เพราะแม้พระเอกนายเอกเขาจะรักกันดูดดื่มมาก และฉากรักจะมีค่อนข้างเยอะจนต้องปล่อยเบลอไปบ้าง แต่ฉากสงครามและการศึกนั้น มีเยอะกว่าแน่นอนค่ะ :)
Profile Image for Panchaya.
379 reviews13 followers
October 22, 2022
เนื้อเรื่องเข้มข้น วางไม่ลงเลยจริง ๆ
Profile Image for Nichada.
95 reviews
July 31, 2018
เพราะปกน่ะ...เลยเปิดอ่านตอนสุดท้ายก่อนว่าจบไง แล้วค่อยมาอ่านจริงจัง 555
เล่มที่สามเสียที อ่านตอนช่วงงานยุ่งเลยเนือยๆ บ้าง ข้ามๆ บ้าง แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นนิยายที่สนุกมากเรื่องหนึ่งเลย อาจจะด้วยอายุตอนนี้ ความสนใจตอนนี้ทำให้โดนเรื่องแนวๆ นี้จูงใจได้ง่าย คือ อ่านๆ ไปแล้วมันได้แนวความคิดนู่นนี่หลายอย่างจนอะไรๆ มันผุดๆ อยู่ในหัวอยู่เรื่อยๆ ก็เลยเพลินมาก เพลินจนอยากลางานมาอ่านให้มันจบๆ แทนที่จะต้องมารออ่านตอนวันหยุด แต่ก็ทำไม่ได้ 555
.
ส่วนตัวยืนยันว่าภาษาแปลทำให้อ่านลื่นมากจริงๆ แม้จะไม่ได้อ่านนิยายจีนบ่อย แต่รู้สึกว่าภาษาประมาณนี้มันเหมาะกับเนื้อเรื่องและมันก็เป็นการแปลไทยที่ได้ออกมาเป็นประโยคไทยจริงๆ น่ะ ชอบๆ
Profile Image for Ning.
2,489 reviews201 followers
April 15, 2020
เล่มสุดท้าย..
ขอบอกความในใจ นี่คือเข็นจนจบนะ
ไม่ใช่ไม่สนุก แต่เริ่มคิดว่ามันไม่ได้อยู่ในเส้นเรื่อง
วนเยอะ น้ำเยอะ เล่มเยอะ คาดว่าทำการบ้านมาเยอะ ต้องใส่
(ไม่รู้นะ ว่าอิงเรื่องจริง หรืออะไร)
อ่านแล้วก็จะรู้สึกเนือย ๆ ไปบ้าง แต่ในความเนือยมันก็สนุกอ่ะ
จะเทไปเลย ก็ยังอยากรู้อยู่ เล่มนี้เลยออกก้ำกึ่งเล็กน้อย
แถมตอนจบนี่คือ จบปิ้ง .. คืออะไร ตัดจบได้ขนาดนั้น
แต่จะไม่บ่นเยอะ เพราะถ้ามาเยอะกว่านี้ ก็คงเทจริงแน่ ฮาาา

สรุป ถ้าตัดทิ้งไปสัก 5-600 หน้านี่น่าจะสนุกมาก
คงจะไม่มีช่วงเอื่อย คงลุ้นทุกตอน ประมาณนั้น
Profile Image for Faelyn.
246 reviews2 followers
Read
May 18, 2019
ตอนอ่านจบเนื้อเรื่องหลักแล้วมันก็จบแฮปปี้นะ แต่ไม่รู้ทำไมสำหรับเราแล้วรู้สึกหน่วงๆอยู่นิดหน่อย แต่ก็ชอบแหละ
Profile Image for nananatte.
438 reviews139 followers
January 7, 2026
'โหย่วเหมียว' คุณชายน้อยเจ้าสำราญ พ่อเป็นเศรษฐีชา ส่งลูกชายไม่เอาไหนเข้าเมืองหลวงหวังให้มาร่ำเรียนวิชา ผูกมิตรกับลูกหลานขุนนาง ที่ไหนได้ โหย่วเหมียวมีแต่เที่ยวเล่นกินดื่ม ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย นี่ถึงกับไปซื้อทาสชาวเฉวี่ยนหรงมาเลี้ยงสนุก! บ้าบอเกินไปแล้ว ท่านพ่อจึงไล่เขาออกจากบ้านและไม่ให้เป็นทายาทตระกูล

คุณชายน้อยที่ (เคย) ร่ำรวย ตอนนี้ก็เหลือแต่ที่ดินรกร้างไกลปืนเที่ยง มรดกจากฝั่งมารดาที่เสียชีวิต เงินสดแทบไม่มี กับทาสเฉวี่ยนหรง 1 คน(ที่ซื้อมาอย่างแพง)

เล่ม 1 ดูเหมือนนิยายวาย feel good slow life เพราะเน้นเศรษฐกิจพอเพียง ไร่นาสวนผสมสุดๆ ชีวิตคุณชายที่ขุดดินไม่เป็น ต้องมาหักร้างถางพง ประดิษฐ์กังหันวิดน้ำเพื่อผันน้ำเข้าที่ดินตัวเอง จ้างคนงาน และเปลี่ยนที่ดินแห้งผาก เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ให้ได้

อ่านจบเล่มนี้ไป ก็จะยังไม่เข้าใจหรอกว่า 'ปราชญ์' บนชื่อเรื่องหมายถึงใคร แถมยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการ 'กู้บัลลังค์' ตรงไหนเลย แต่ทาสเฉวี่ยนหรง 'หลี่จื้อเฟิง' นั้นนิสัยน่ารักมาก ตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นคุณพ่อบ้าน ช่วยโหย่วเหมียวบริหารที่ดินแถบนี้ได้ โดยโหย่วเหมียวไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ

--

เล่ม 2 นี่เป็นหนังคนละม้วน และจังหวะการเล่าเรื่องก็จะเร็วและดุดันเช่นนี้ไปจนจบเรื่อง เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ช่วงกลียุค เกิดสงครามระหว่างหลายแคว้นนับครั้งไม่ถ้วน การแย่งชิงราชบัลลังค์ในแต่ละเผ่าจึงดุเดือดถึงขีดสุด

เราตื่นเต้นที่ได้เห็นคุณชายไม่เอาไหนเกิดตั้งใจเข้าเมืองมาสอบขุนนางจริงจัง ได้เห็นเด็กที่โดดเรียนเป็นประจำ ไม่น่าเชื่อว่าถึงกับไปคำนับ 'ซุนอวี่' เป็นอาจารย์ และเข้าวังมาทำงานรับใช้ราชสำนักได้จริงๆ!

แต่ตอนโหย่วเหมียวถูกเฮอมั่วถี่เอ๋อจับทางเหนือ แล้วต้องหนีตายออกมาพร้อมเพื่อนขุนนางที่ถูกจับนั่นน่ากลัวมากๆ ไรท์เล่าละเอียดมากในเชิงภูมิศาสตร์ ก็เลยรู้สึกกลัวตาม กดดันและบีบคั้นสุดๆ อ่านถึงครึ่งเล่ม 2 ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าไรท์เป็นผู้ชายชัวร์ (ไม่เคยอ่านนิยายวายที่ผู้ชายเขียนมาก่อนค่ะ) เรื่องในสนามรบละเอียดทุกอณูมากกกก

ตอนอ่านเล่มนี้ก็จะสงสัยมากว่า... นักเขียนต้องจบรัฐศาสตร์มารึเปล่า ถ้าจะเขียนเรื่องการศึกและวิธีบริหารบ้านเมืองละเอียดขนาดนี้ เล่ม 2 กับ 3 ที่กลศึกกับการชิงไหวชิงพริบทั้งในท้องพระโรงและในสนามรบนั่น ละเอียดยิบๆๆ ชนิดสงสัยว่า 'ไรท์เคยไปรบเหรอคะ?'

(สปอยด์)

แม้เรื่องจะแน่น กดดันจนหายใจไม่ออก แต่ก็มีมิตรภาพของคนทั้งสี่เกิดขึ้น คือ เนี่ยตัน หลี่จื่อเฟิง จ้าวเฉา และโหย่วเหมียว นั่นคือส่วนที่ทำให้เรายิ้มได้มากที่สุดของเล่ม

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นักอ่านเริ่มจะเห็นแล้วว่า 'ปราชญ์' ตรงชื่อเรื่องก็คือโหย่วเหมียวนี่เอง! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าคุณชายน้อยสำมะเลเทเมา ดีแต่เที่ยวเล่นสุรานารีกับลูกหลานขุนนางคนนั้น ถึงกับความสามารถซุกซ่อนอยู่มากถึงเพียงนี้!

--

เล่ม 3 ก็ยังคงเนื้อหากดดัน เดินเรื่องไว แต่รายละเอียดเยอะสุดๆ แต่ที่เราคาดไม่ถึงก็คือ... ตกลงตัวร้ายของเรื่องคือแกเองเรอะ! แต่สงคราม... มันก็ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรอยู่แล้ว

อ่านไปก็ดีใจที่เห็นโหย่วเหมี่ยวมีความสุขกับคนรัก แล้วถึงที่สุด ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องชื่อเรื่อง 'ปราชญ์กู้บัลลังค์' ก็โหย่วเหมียวต้องสร้างบ้างสร้างเมืองหลายรอบเลยนี่นา😅 เห็นแล้วก็อ่อนใจแทนฮีจริงๆ

เราชอบหลี่จื่อเฟิง โหมดพ่อบ้านมากกว่า ดังนั้น ความสัมพันธ์ช่วงหลังของทั้งคู่เราเลยเฉยๆ แต่เห็นคนเค้ารักกัน เราก็ยินดี

ที่ชอบก็คงเป็นนิสัยส่วนตัวโหย่วเหมียวเอง อ่านแล้วนึกถึง 'เว่ยอิง' จากปรมาจารย์ลัทธิมาร ไม่ค่อยเจอตัวละครที่มีสีสันแพรวพราว มีเสน่ห์ กลิ้งกลอก แต่ก็ยั่วยวนหนุ่มๆ แบบไม่ตั้งใจได้แบบนี้ (สงสารหลี่เหยียนเหอะ)

ช่วงหลังที่สถานการณ์บ้านเมืองสาหัสจนโหย่วเหมียวเครียดจนไม่ได้นอนหลายวันติดกันน็อคนั้น อ่านแล้วเหนื่อยแทนจริงๆ เป็นนายเอกเรื่องนี้เหนื่อยมากๆ ค่ะ ความ slow life มีแค่เล่ม 1 เท่านั้นแหล่ะ ที่เหลือคือการสู้รบล้วนๆ

ไรท์เก่งมาก เขียนเรื่องแบบนี้มาได้ยังไงกันค๊าาาา
Profile Image for Parry.
23 reviews36 followers
April 16, 2020
(ก็อปมาใหม่จากเล่มเคยรีวิวไว้ใต้ 1 ผ่านไป 2 ปีกว่าเพิ่งรู้ว่าตัวเองรีวิวไว้ในเล่ม 1...)

4.5

เรื่องราวของการกู้บังลังก์ แย่งชิงดินแดน และการรบระหว่างเผ่า

โหยวเหมี่ยวได้ช่วยชีวิตทาสต่างเผ่าชื่อ หลี่จื้อเฟิง โดยซื้อตัวมาจากเพื่อน
แต่ระหว่างการเดินทางกลับบ้านเขาได้ตัดสินใจปลดปล่อยหลี่จื้อเฟิงไป
แต่สุดท้ายหลี่จื้อเฟิงก็ยังกลับมาหาเขา และช่วยให้เขาพ้นจากอันตราย
แน่นอนว่าการกลับบ้านในครั้งนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของโหยวเหมี่ยวไปตลอดกาล

ชีวิตของโหยวเหมี่ยวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
จากคุณชายเจ้าสำราญร่ำรวยกลายเป็นคนที่แม้แต่เงินจะซ่อมบ้านยังแทบไม่พอ
เวลาผ่านไป หลี่จื้อเฟิงยังคงอยู่ข้างกาย คอยช่วยงานเขาอยู่ตลอด
เรื่องต่างๆได้ประดังเข้ามาหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอบเข้ารับตำแหน่งขุนนาง การบริหารที่ดิน
ทั้งยังมีเรื่องแย่งชิงบังลังก์ที่โหยวเหมี่ยวเข้าไปเกี่ยวพันด้วย และยังรวมไปถึงสงครามที่ประทุขึ้น

ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้้นส่งผลให้แผ่นดินแตกแยก ชีวิตได้รับความยากลำบากจนแทบขาดใจ
แต่ด้วยความช่วยเหลือจากหลี่จื้อเฟิงผู้มาพร้อมตำแหน่งอันชวนให้ตกตะลึง ทำให้เหล่าคนที่ถูกจับกุมหนีออกไปได้
การวางแผนกอบกู้บ้านเมือง ส่งผลให้โหยวเหมี่ยวต้องกลับไปเกี่ยวพันกับอำนาจและราชสำนัก
แม้จะไม่อยากทำ แต่เพื่อบ้านเมืองและอนาคตที่โหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงวาดฝันไว้เป็นจริง
ทำให้ทั้งคู่ต้องก้าวเท้าเข้าสู่สงครามอันร้อนระอุครั้งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

--------------------------
เป็นนิยายเรื่องที่แบ่งเนื้อหาได้น่าสนใจ เนื้อหาเข้มข้นกำลังดี ไม่หนักจนเกินไป
เนื้อหาช่วงทำสงครามหรือแย่งชิงอำนาจก็เขียนออกมาได้ไม่น่าเบื่อ ไม่ชวนหลับ
มีบทน่ารักๆของโหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงมาตัดบรรยากาศความเครียดได้เป็นอย่างดี
อ่านแล้วชวนให้หมั่นไส้กับความรักของทั้งสองคนนี้

โดยรวมแล้วอ่านลื่น ไม่ได้ติดขัดอะไร อ่านไปเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีคือจบเล่มแล้ว
ที่จริงอยากให้ 5 แต่ตัดไป .5 เพราะรู้สึกว่าแผ่วปลายไป กับอ่านตอนพิเศษแล้วรู้สึกว่าตัวละครจะเหลาะแหละเกินไปหน่อย
ดูขัดแย้งกับเนื้อหาหลักไปนิดนึง เลยตะขิดตะขวงใจนิดๆ
อีกอย่างคือเล่ม 2 หนักมาก ถือออ่านแทบจะไม่ไหว หนาเกินไปหน่อย ถ้าแบ่งเล่มตามเดิมคิดว่าน่าจะโอเคกว่านี้
แต่นับเป็นนิยายในปีนี้ที่อ่านแล้วยกขึ้นหิ้งเล่มนึงเลย หลังจากไม่ได้เจออะไรดีๆมาพักใหญ่แล้ว
Profile Image for Kamons.
1,295 reviews69 followers
August 3, 2020
สมคำล่ำลือ เป็นอีกเรื่องนึงที่สนุกมากของผู้เขียน อ่านจบแล้วโล่งหัวมาก มันสนุกและตึงเครียดในเวลาเดียวกัน ลุ้นอยู่ทุกนาทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะจบยังไง จำนวน 3 เล่มจบแต่แต่ละเล่มก็แบ่งธีมกันอย่างชัดเจน อย่างเล่มแรกก่อร่างสร้างตัว ปลูกผัก สร้างบ้าน จนมั่นคงมั่งคั่ง เข้าสู่ชีวิตราชการและมาต่อสู้หนีตายสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่ในเล่มที่สอง และสุดท้ายกอบกู้บ้านเมืองชิงไหวชิงพริบกับเกมการเมืองกันในเล่มที่สาม ตัวเอกอย่างโหยวเหมี่ยวก็ไม่น่าจะเชื่อว่าจากชายหนุ่มไม่เอาถ่านในวันนั้นจะเก่งขนาดนี้ในเล่มต่อๆ และถึงตัวเอกจะเก่งมากๆ แต่ก็ไม่ได้ชี้นิ้วแล้วสำเร็จเลยต้องชิงไหวชิงพริบใช้สมองเหมือนกันดังนั้นมันก็ต้องลุ้นไปตลอดว่าทำยังไงจะสำเร็จไปตามแผน มันจะมีปัจจัยอะไรโผล่มาแทรกรึเปล่า และตัวละครทุกตัวเป็นสีเทาๆ หมด ทุกการตัดสินใจยากเสมอและแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ในเรื่องนี้เราว่าไม่มีตัวร้ายเลย และทุกการจากไปของตัวละครน่าเสียดายทั้งนั้น
สำหรับเล่มสามสำหรับเราอ่านยากหน่อยไม่ถนัดแนวรบ อ่านจนจบยังงงอยู่เลยว่าตกลงมีกี่เผ่ากี่ชาติกันแน่ ตีเบลอ~ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระ-นายรักกันหวานซึ้ง หวานจนเอียน ไม่ดราม่าเลย ซึ่งก็ดีแล้วเพราะแค่รบกันก็ไมเกรนจะขึ้น เป็นอีกเรื่องดีจริงๆ สำหรับคนที่ชอบอ่านเรื่องที่มีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องอย่างอื่นนอกจากจะโฟกัสเฉพาะที่ชีวิตรักตัวละคร
Profile Image for Pakpak.
7 reviews1 follower
August 9, 2022
เป็นนิยายวายที่งานดีมาก คาแรคเตอร์ทุกตัวละครมีพัฒนาการและมีความเป็นมนุษย์มาก ช่วงเล่ม 3 เนื้อเรื่องเข้มข้นมาก ๆ ดีใจที่ซื้อมาและได้อ่านนิยายเรื่องนี้
Displaying 1 - 10 of 10 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.