What do you think?


ปราชญ์กู้บัลลังก์ #3
ปราชญ์กู้บัลลังก์ เล่ม 3
บันทึกประวัติศาสตร์เล่มหนึ่งบอกเล่าความเสื่อมความเจริญอันพลิกผันของจงหยวน
บทเพลงแห่งสงครามเพลงหนึ่งขับขานยาวนานกว่าสิบปี
บ้านเมืองและคุณธรรมยิ่งใหญ่ ฤาความรักที่ฝังลึกในใจล้วนแตกกระสานซ่านเซ็น
ตั้งแต่เกิดจนอายุสิบห้าปี ‘โหยวเหมี่ยว’ มีชีวิตร่ำรวยสุขสำราญมาโดยตลอด
แต่แล้ววันหนึ่งก็พลันประสบความเปลี่ยนผันในชีวิต จากคุณชายน้อยในวันวาน
วันนี้เหลือเพียงปราสาทเขารกร้างของมารดาผู้ล่วงลับกับข้ารับใช้ชายผู้ซื่อสัตย์นามว่า ‘หลี่จื้อเฟิง’
การก่อร่างสร้างตัวด้วยสองมือเปล่าคือบททดสอบยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา...
เคราะห์ดีที่สวรรค์ยังเมตตา เพราะในช่วงที่ยากลำบากแสนสาหัส โหยวเหมี่ยวยังมีหลี่จื้อเฟิงอยู่ข้างกาย
แต่เมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนทางเหนือบุกเข้ารุกรานจงหยวน ไฟสงครามลุกท่วมสี่ด้าน ชาวประชายากหลีกหนี
โหยวเหมี่ยวถูกจับตัวเป็นเชลย หลี่จื้อเฟิงจึงติดตามไล่ล่าศัตรูเพื่อคว้าดวงใจกลับคืนมา
ขณะที่คล้ายจะปลิดปลิว โหยวเหมี่ยวคิดได้เพียงว่าจากกันวันนี้ คงมิมีวันหน้าเสียแล้ว
ความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตแก่เฒ่าไปกับหลี่จื้อเฟิงสองคนเริ่มเลือนลาง
ทว่า... น้ำขึ้นน้ำลงย่อมนำมาซึ่งแสงจันทร์สุกสกาวสุดแสนงามตา
บทเพลงแห่งสงครามเพลงหนึ่งขับขานยาวนานกว่าสิบปี
บ้านเมืองและคุณธรรมยิ่งใหญ่ ฤาความรักที่ฝังลึกในใจล้วนแตกกระสานซ่านเซ็น
ตั้งแต่เกิดจนอายุสิบห้าปี ‘โหยวเหมี่ยว’ มีชีวิตร่ำรวยสุขสำราญมาโดยตลอด
แต่แล้ววันหนึ่งก็พลันประสบความเปลี่ยนผันในชีวิต จากคุณชายน้อยในวันวาน
วันนี้เหลือเพียงปราสาทเขารกร้างของมารดาผู้ล่วงลับกับข้ารับใช้ชายผู้ซื่อสัตย์นามว่า ‘หลี่จื้อเฟิง’
การก่อร่างสร้างตัวด้วยสองมือเปล่าคือบททดสอบยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขา...
เคราะห์ดีที่สวรรค์ยังเมตตา เพราะในช่วงที่ยากลำบากแสนสาหัส โหยวเหมี่ยวยังมีหลี่จื้อเฟิงอยู่ข้างกาย
แต่เมื่อชนเผ่าป่าเถื่อนทางเหนือบุกเข้ารุกรานจงหยวน ไฟสงครามลุกท่วมสี่ด้าน ชาวประชายากหลีกหนี
โหยวเหมี่ยวถูกจับตัวเป็นเชลย หลี่จื้อเฟิงจึงติดตามไล่ล่าศัตรูเพื่อคว้าดวงใจกลับคืนมา
ขณะที่คล้ายจะปลิดปลิว โหยวเหมี่ยวคิดได้เพียงว่าจากกันวันนี้ คงมิมีวันหน้าเสียแล้ว
ความหวังที่จะได้ใช้ชีวิตแก่เฒ่าไปกับหลี่จื้อเฟิงสองคนเริ่มเลือนลาง
ทว่า... น้ำขึ้นน้ำลงย่อมนำมาซึ่งแสงจันทร์สุกสกาวสุดแสนงามตา
489 pages, Paperback
First published December 9, 2015
About the author
Arise Zhang
98 books53 followersAssociated Names:
* Arise Zhang
* 非天夜翔
* Fei Tian Ye Xiang
* เฟยเทียนเย่เสียง (Thai)
* 顧雪柔
* Gu Xue Rou
* Cố Tuyết Nhu (Vietnamese)
* Arise Zhang
* 非天夜翔
* Fei Tian Ye Xiang
* เฟยเทียนเย่เสียง (Thai)
* 顧雪柔
* Gu Xue Rou
* Cố Tuyết Nhu (Vietnamese)
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
August 2, 2019
สนุก...สนุกมาก!!!! เป็นนิยายเรื่องที่ทำให้เราละเลียดอ่านทุกตัวอักษร เสพเนื้อเรื่องทุกบรรทัดอย่างอิ่มเอม ยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากชูจอกคารวะผู้เขียนและผู้แปลที่ผลิตผลงานแบบนี้ออกมาได้ (เรื่องนี้ทำให้เรากลายเป็นติ่งพ่อเฟยเทียน)
เรื่องนี้ครบรสที่สุดในความรู้สึกของเรา ไม่ว่าจะด้านการเมือง แก่งแย่งอำนาจ การศึกสงครามระหว่างแคว้น มิตรภาพระหว่างเพื่อน และความรักลึกซึ้งที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นระหว่างตัวละครหลัก ครบทุกด้านแบบที่เราร้องขออะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วจากนิยายเรื่องนึง
จริงๆ ที่หยิบเรื่องนี้มาอ่านเพราะรู้สึกเนือยๆ กับรัชศกเฉิงฮว่าเล่ม 5 คิดจะอ่านคั่นเปลี่ยนรสชาติเฉยๆ ไม่คิดเลยว่าแค่ไม่กี่บทแรกก็ทำเราติดจนวางไม่ลง
เนื้อเรื่องแต่ละเล่มแทบจะแบ่งแยกจากกันอย่างชัดเจน เล่มแรกเป็นช่วงที่นายเอกและพระเอกยังเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสา และต้องก่อร่างสร้างตัว เริ่มต้นทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง จากนั้นเล่มที่สองเน้นหนักในเรื่องศึกสงคราม นายเอกถูกม้วนเข้าสู่วังวนการแก่งแย่งอำนาจ เริ่มฉายแววความเป็นปราชญ์ ส่วนเล่มสุดท้ายจะเป็นช่วงที่เข้มข้นที่สุด มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อ่านจนจบก็ต้องยอมรับว่า ชื่อเรื่องปราชญ์กู้บัลลังก์ตั้งมาได้อย่างเหมาะสมตรงตัวสุดๆ เพราะถ้าไม่มีนายเอก บัลลังก์นี้ก็คงรักษาเอาไว้ไม่ได้
เนื้อเรื่องมีการเจาะลึกลงรายละเอียดในหลายๆ ด้านที่บ่งบอกเลยว่านักเขียนทำการบ้านหาข้อมูลมาเยอะมาก สำหรับเรื่องนี้เราบอกได้เต็มปากเลยว่าไม่มีจุดที่ไม่ชอบ อ้อ มีแค่จุดนึงที่แอบอยากให้นักเขียนขยี้...คือตั้งแต่ต้นจนจบเป็นการดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของนายเอกฝ่ายเดียว ไม่ค่อยให้เราได้รับรู้สิ่งที่พระเอกกำลังคิดหรือกำลังรู้สึก(จริงๆ จากการกระทำของตัวละครก็ทำให้เรารับรู้ถึงความรักและยึดติดของพระเอกที่มีต่อนายเอกแหละ แต่ถ้านักเขียนขยี้ตรงจุดนี้ ให้เราได้อ่านสิ่งที่พระเอกกำลังคิดบ้างในฉากสำคัญๆ เราคงแดดิ้นตัวบิดมากกว่านี้)
***เป็นนิยายวายเรื่องนึงที่เราแนะนำมากค่ะ อย่าพลาดด้วยประการทั้งปวง***
Read
July 27, 2019#ปราชญ์กู้บัลลังก์ (เล่ม 3/3)
ผู้เขียนยังคงทำให้เราทึ่งต่อไปได้อีกจากการเปลี่ยนการรบกับชนต่างเผ่าเพื่อแย่งดินแดนในเล่มสอง มาเป็นรบเพื่อสันติ เพื่อที่ทุกเผ่าจะสามารถนั่งลงและอยู่ร่วมกันอย่างสงบในเล่มจบนี้ นับเป็นการเล่าเรื่องแบบขยายสเกลออกไปแบบมีเหตุผล มีที่มาที่ไป และไม่หลุดหรือหลงลืมอะไรไปเลย
เราประทับใจในเรื่องราวของพี่น้องร่วมสาบานสี่คนในเรื่อง ทุกความรัก ทุกการกระทำ ทุกความขัดแย้ง ล้วนมีความสมจริงและเข้าใจได้ ตัวละครหลักมีพัฒนาการไปตามวัย สิ่งแวดล้อม และแรงขับดัน เมื่อมาประกอบกับสำนวนแปลที่เข้าถึงจิตใจ (ไม่นับการใช้ราชาศัพท์) ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวมีลุ้น มีบีบคั้น และมีน้ำตา
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้น่าจะเหมาะกับผู้อ่านที่ชอบเรื่องยาว ตัวละครเยอะ ใส่ใจรายละเอียด และไม่หวั่นการสงคราม มากกว่าผู้ที่ชอบเรื่องรักแบบเน้นหวาน เน้นฟิน เพราะแม้พระเอกนายเอกเขาจะรักกันดูดดื่มมาก และฉากรักจะมีค่อนข้างเยอะจนต้องปล่อยเบลอไปบ้าง แต่ฉากสงครามและการศึกนั้น มีเยอะกว่าแน่นอนค่ะ :)
ผู้เขียนยังคงทำให้เราทึ่งต่อไปได้อีกจากการเปลี่ยนการรบกับชนต่างเผ่าเพื่อแย่งดินแดนในเล่มสอง มาเป็นรบเพื่อสันติ เพื่อที่ทุกเผ่าจะสามารถนั่งลงและอยู่ร่วมกันอย่างสงบในเล่มจบนี้ นับเป็นการเล่าเรื่องแบบขยายสเกลออกไปแบบมีเหตุผล มีที่มาที่ไป และไม่หลุดหรือหลงลืมอะไรไปเลย
เราประทับใจในเรื่องราวของพี่น้องร่วมสาบานสี่คนในเรื่อง ทุกความรัก ทุกการกระทำ ทุกความขัดแย้ง ล้วนมีความสมจริงและเข้าใจได้ ตัวละครหลักมีพัฒนาการไปตามวัย สิ่งแวดล้อม และแรงขับดัน เมื่อมาประกอบกับสำนวนแปลที่เข้าถึงจิตใจ (ไม่นับการใช้ราชาศัพท์) ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวมีลุ้น มีบีบคั้น และมีน้ำตา
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้น่าจะเหมาะกับผู้อ่านที่ชอบเรื่องยาว ตัวละครเยอะ ใส่ใจรายละเอียด และไม่หวั่นการสงคราม มากกว่าผู้ที่ชอบเรื่องรักแบบเน้นหวาน เน้นฟิน เพราะแม้พระเอกนายเอกเขาจะรักกันดูดดื่มมาก และฉากรักจะมีค่อนข้างเยอะจนต้องปล่อยเบลอไปบ้าง แต่ฉากสงครามและการศึกนั้น มีเยอะกว่าแน่นอนค่ะ :)
October 22, 2022
เนื้อเรื่องเข้มข้น วางไม่ลงเลยจริง ๆ
July 31, 2018
เพราะปกน่ะ...เลยเปิดอ่านตอนสุดท้ายก่อนว่าจบไง แล้วค่อยมาอ่านจริงจัง 555
เล่มที่สามเสียที อ่านตอนช่วงงานยุ่งเลยเนือยๆ บ้าง ข้ามๆ บ้าง แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นนิยายที่สนุกมากเรื่องหนึ่งเลย อาจจะด้วยอายุตอนนี้ ความสนใจตอนนี้ทำให้โดนเรื่องแนวๆ นี้จูงใจได้ง่าย คือ อ่านๆ ไปแล้วมันได้แนวความคิดนู่นนี่หลายอย่างจนอะไรๆ มันผุดๆ อยู่ในหัวอยู่เรื่อยๆ ก็เลยเพลินมาก เพลินจนอยากลางานมาอ่านให้มันจบๆ แทนที่จะต้องมารออ่านตอนวันหยุด แต่ก็ทำไม่ได้ 555
.
ส่วนตัวยืนยันว่าภาษาแปลทำให้อ่านลื่นมากจริงๆ แม้จะไม่ได้อ่านนิยายจีนบ่อย แต่รู้สึกว่าภาษาประมาณนี้มันเหมาะกับเนื้อเรื่องและมันก็เป็นการแปลไทยที่ได้ออกมาเป็นประโยคไทยจริงๆ น่ะ ชอบๆ
เล่มที่สามเสียที อ่านตอนช่วงงานยุ่งเลยเนือยๆ บ้าง ข้ามๆ บ้าง แต่ก็ยังรู้สึกว่าเป็นนิยายที่สนุกมากเรื่องหนึ่งเลย อาจจะด้วยอายุตอนนี้ ความสนใจตอนนี้ทำให้โดนเรื่องแนวๆ นี้จูงใจได้ง่าย คือ อ่านๆ ไปแล้วมันได้แนวความคิดนู่นนี่หลายอย่างจนอะไรๆ มันผุดๆ อยู่ในหัวอยู่เรื่อยๆ ก็เลยเพลินมาก เพลินจนอยากลางานมาอ่านให้มันจบๆ แทนที่จะต้องมารออ่านตอนวันหยุด แต่ก็ทำไม่ได้ 555
.
ส่วนตัวยืนยันว่าภาษาแปลทำให้อ่านลื่นมากจริงๆ แม้จะไม่ได้อ่านนิยายจีนบ่อย แต่รู้สึกว่าภาษาประมาณนี้มันเหมาะกับเนื้อเรื่องและมันก็เป็นการแปลไทยที่ได้ออกมาเป็นประโยคไทยจริงๆ น่ะ ชอบๆ
April 15, 2020
เล่มสุดท้าย..
ขอบอกความในใจ นี่คือเข็นจนจบนะ
ไม่ใช่ไม่สนุก แต่เริ่มคิดว่ามันไม่ได้อยู่ในเส้นเรื่อง
วนเยอะ น้ำเยอะ เล่มเยอะ คาดว่าทำการบ้านมาเยอะ ต้องใส่
(ไม่รู้นะ ว่าอิงเรื่องจริง หรืออะไร)
อ่านแล้วก็จะรู้สึกเนือย ๆ ไปบ้าง แต่ในความเนือยมันก็สนุกอ่ะ
จะเทไปเลย ก็ยังอยากรู้อยู่ เล่มนี้เลยออกก้ำกึ่งเล็กน้อย
แถมตอนจบนี่คือ จบปิ้ง .. คืออะไร ตัดจบได้ขนาดนั้น
แต่จะไม่บ่นเยอะ เพราะถ้ามาเยอะกว่านี้ ก็คงเทจริงแน่ ฮาาา
สรุป ถ้าตัดทิ้งไปสัก 5-600 หน้านี่น่าจะสนุกมาก
คงจะไม่มีช่วงเอื่อย คงลุ้นทุกตอน ประมาณนั้น
ขอบอกความในใจ นี่คือเข็นจนจบนะ
ไม่ใช่ไม่สนุก แต่เริ่มคิดว่ามันไม่ได้อยู่ในเส้นเรื่อง
วนเยอะ น้ำเยอะ เล่มเยอะ คาดว่าทำการบ้านมาเยอะ ต้องใส่
(ไม่รู้นะ ว่าอิงเรื่องจริง หรืออะไร)
อ่านแล้วก็จะรู้สึกเนือย ๆ ไปบ้าง แต่ในความเนือยมันก็สนุกอ่ะ
จะเทไปเลย ก็ยังอยากรู้อยู่ เล่มนี้เลยออกก้ำกึ่งเล็กน้อย
แถมตอนจบนี่คือ จบปิ้ง .. คืออะไร ตัดจบได้ขนาดนั้น
แต่จะไม่บ่นเยอะ เพราะถ้ามาเยอะกว่านี้ ก็คงเทจริงแน่ ฮาาา
สรุป ถ้าตัดทิ้งไปสัก 5-600 หน้านี่น่าจะสนุกมาก
คงจะไม่มีช่วงเอื่อย คงลุ้นทุกตอน ประมาณนั้น
Read
May 18, 2019ตอนอ่านจบเนื้อเรื่องหลักแล้วมันก็จบแฮปปี้นะ แต่ไม่รู้ทำไมสำหรับเราแล้วรู้สึกหน่วงๆอยู่นิดหน่อย แต่ก็ชอบแหละ
January 7, 2026
'โหย่วเหมียว' คุณชายน้อยเจ้าสำราญ พ่อเป็นเศรษฐีชา ส่งลูกชายไม่เอาไหนเข้าเมืองหลวงหวังให้มาร่ำเรียนวิชา ผูกมิตรกับลูกหลานขุนนาง ที่ไหนได้ โหย่วเหมียวมีแต่เที่ยวเล่นกินดื่ม ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย นี่ถึงกับไปซื้อทาสชาวเฉวี่ยนหรงมาเลี้ยงสนุก! บ้าบอเกินไปแล้ว ท่านพ่อจึงไล่เขาออกจากบ้านและไม่ให้เป็นทายาทตระกูล
คุณชายน้อยที่ (เคย) ร่ำรวย ตอนนี้ก็เหลือแต่ที่ดินรกร้างไกลปืนเที่ยง มรดกจากฝั่งมารดาที่เสียชีวิต เงินสดแทบไม่มี กับทาสเฉวี่ยนหรง 1 คน(ที่ซื้อมาอย่างแพง)
เล่ม 1 ดูเหมือนนิยายวาย feel good slow life เพราะเน้นเศรษฐกิจพอเพียง ไร่นาสวนผสมสุดๆ ชีวิตคุณชายที่ขุดดินไม่เป็น ต้องมาหักร้างถางพง ประดิษฐ์กังหันวิดน้ำเพื่อผันน้ำเข้าที่ดินตัวเอง จ้างคนงาน และเปลี่ยนที่ดินแห้งผาก เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ให้ได้
อ่านจบเล่มนี้ไป ก็จะยังไม่เข้าใจหรอกว่า 'ปราชญ์' บนชื่อเรื่องหมายถึงใคร แถมยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการ 'กู้บัลลังค์' ตรงไหนเลย แต่ทาสเฉวี่ยนหรง 'หลี่จื้อเฟิง' นั้นนิสัยน่ารักมาก ตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นคุณพ่อบ้าน ช่วยโหย่วเหมียวบริหารที่ดินแถบนี้ได้ โดยโหย่วเหมียวไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
--
เล่ม 2 นี่เป็นหนังคนละม้วน และจังหวะการเล่าเรื่องก็จะเร็วและดุดันเช่นนี้ไปจนจบเรื่อง เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ช่วงกลียุค เกิดสงครามระหว่างหลายแคว้นนับครั้งไม่ถ้วน การแย่งชิงราชบัลลังค์ในแต่ละเผ่าจึงดุเดือดถึงขีดสุด
เราตื่นเต้นที่ได้เห็นคุณชายไม่เอาไหนเกิดตั้งใจเข้าเมืองมาสอบขุนนางจริงจัง ได้เห็นเด็กที่โดดเรียนเป็นประจำ ไม่น่าเชื่อว่าถึงกับไปคำนับ 'ซุนอวี่' เป็นอาจารย์ และเข้าวังมาทำงานรับใช้ราชสำนักได้จริงๆ!
แต่ตอนโหย่วเหมียวถูกเฮอมั่วถี่เอ๋อจับทางเหนือ แล้วต้องหนีตายออกมาพร้อมเพื่อนขุนนางที่ถูกจับนั่นน่ากลัวมากๆ ไรท์เล่าละเอียดมากในเชิงภูมิศาสตร์ ก็เลยรู้สึกกลัวตาม กดดันและบีบคั้นสุดๆ อ่านถึงครึ่งเล่ม 2 ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าไรท์เป็นผู้ชายชัวร์ (ไม่เคยอ่านนิยายวายที่ผู้ชายเขียนมาก่อนค่ะ) เรื่องในสนามรบละเอียดทุกอณูมากกกก
ตอนอ่านเล่มนี้ก็จะสงสัยมากว่า... นักเขียนต้องจบรัฐศาสตร์มารึเปล่า ถ้าจะเขียนเรื่องการศึกและวิธีบริหารบ้านเมืองละเอียดขนาดนี้ เล่ม 2 กับ 3 ที่กลศึกกับการชิงไหวชิงพริบทั้งในท้องพระโรงและในสนามรบนั่น ละเอียดยิบๆๆ ชนิดสงสัยว่า 'ไรท์เคยไปรบเหรอคะ?'
(สปอยด์)
แม้เรื่องจะแน่น กดดันจนหายใจไม่ออก แต่ก็มีมิตรภาพของคนทั้งสี่เกิดขึ้น คือ เนี่ยตัน หลี่จื่อเฟิง จ้าวเฉา และโหย่วเหมียว นั่นคือส่วนที่ทำให้เรายิ้มได้มากที่สุดของเล่ม
และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นักอ่านเริ่มจะเห็นแล้วว่า 'ปราชญ์' ตรงชื่อเรื่องก็คือโหย่วเหมียวนี่เอง! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าคุณชายน้อยสำมะเลเทเมา ดีแต่เที่ยวเล่นสุรานารีกับลูกหลานขุนนางคนนั้น ถึงกับความสามารถซุกซ่อนอยู่มากถึงเพียงนี้!
--
เล่ม 3 ก็ยังคงเนื้อหากดดัน เดินเรื่องไว แต่รายละเอียดเยอะสุดๆ แต่ที่เราคาดไม่ถึงก็คือ... ตกลงตัวร้ายของเรื่องคือแกเองเรอะ! แต่สงคราม... มันก็ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรอยู่แล้ว
อ่านไปก็ดีใจที่เห็นโหย่วเหมี่ยวมีความสุขกับคนรัก แล้วถึงที่สุด ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องชื่อเรื่อง 'ปราชญ์กู้บัลลังค์' ก็โหย่วเหมียวต้องสร้างบ้างสร้างเมืองหลายรอบเลยนี่นา😅 เห็นแล้วก็อ่อนใจแทนฮีจริงๆ
เราชอบหลี่จื่อเฟิง โหมดพ่อบ้านมากกว่า ดังนั้น ความสัมพันธ์ช่วงหลังของทั้งคู่เราเลยเฉยๆ แต่เห็นคนเค้ารักกัน เราก็ยินดี
ที่ชอบก็คงเป็นนิสัยส่วนตัวโหย่วเหมียวเอง อ่านแล้วนึกถึง 'เว่ยอิง' จากปรมาจารย์ลัทธิมาร ไม่ค่อยเจอตัวละครที่มีสีสันแพรวพราว มีเสน่ห์ กลิ้งกลอก แต่ก็ยั่วยวนหนุ่มๆ แบบไม่ตั้งใจได้แบบนี้ (สงสารหลี่เหยียนเหอะ)
ช่วงหลังที่สถานการณ์บ้านเมืองสาหัสจนโหย่วเหมียวเครียดจนไม่ได้นอนหลายวันติดกันน็อคนั้น อ่านแล้วเหนื่อยแทนจริงๆ เป็นนายเอกเรื่องนี้เหนื่อยมากๆ ค่ะ ความ slow life มีแค่เล่ม 1 เท่านั้นแหล่ะ ที่เหลือคือการสู้รบล้วนๆ
ไรท์เก่งมาก เขียนเรื่องแบบนี้มาได้ยังไงกันค๊าาาา
คุณชายน้อยที่ (เคย) ร่ำรวย ตอนนี้ก็เหลือแต่ที่ดินรกร้างไกลปืนเที่ยง มรดกจากฝั่งมารดาที่เสียชีวิต เงินสดแทบไม่มี กับทาสเฉวี่ยนหรง 1 คน(ที่ซื้อมาอย่างแพง)
เล่ม 1 ดูเหมือนนิยายวาย feel good slow life เพราะเน้นเศรษฐกิจพอเพียง ไร่นาสวนผสมสุดๆ ชีวิตคุณชายที่ขุดดินไม่เป็น ต้องมาหักร้างถางพง ประดิษฐ์กังหันวิดน้ำเพื่อผันน้ำเข้าที่ดินตัวเอง จ้างคนงาน และเปลี่ยนที่ดินแห้งผาก เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ให้ได้
อ่านจบเล่มนี้ไป ก็จะยังไม่เข้าใจหรอกว่า 'ปราชญ์' บนชื่อเรื่องหมายถึงใคร แถมยังไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการ 'กู้บัลลังค์' ตรงไหนเลย แต่ทาสเฉวี่ยนหรง 'หลี่จื้อเฟิง' นั้นนิสัยน่ารักมาก ตอนนี้ก็ได้กลายมาเป็นคุณพ่อบ้าน ช่วยโหย่วเหมียวบริหารที่ดินแถบนี้ได้ โดยโหย่วเหมียวไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
--
เล่ม 2 นี่เป็นหนังคนละม้วน และจังหวะการเล่าเรื่องก็จะเร็วและดุดันเช่นนี้ไปจนจบเรื่อง เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ช่วงกลียุค เกิดสงครามระหว่างหลายแคว้นนับครั้งไม่ถ้วน การแย่งชิงราชบัลลังค์ในแต่ละเผ่าจึงดุเดือดถึงขีดสุด
เราตื่นเต้นที่ได้เห็นคุณชายไม่เอาไหนเกิดตั้งใจเข้าเมืองมาสอบขุนนางจริงจัง ได้เห็นเด็กที่โดดเรียนเป็นประจำ ไม่น่าเชื่อว่าถึงกับไปคำนับ 'ซุนอวี่' เป็นอาจารย์ และเข้าวังมาทำงานรับใช้ราชสำนักได้จริงๆ!
แต่ตอนโหย่วเหมียวถูกเฮอมั่วถี่เอ๋อจับทางเหนือ แล้วต้องหนีตายออกมาพร้อมเพื่อนขุนนางที่ถูกจับนั่นน่ากลัวมากๆ ไรท์เล่าละเอียดมากในเชิงภูมิศาสตร์ ก็เลยรู้สึกกลัวตาม กดดันและบีบคั้นสุดๆ อ่านถึงครึ่งเล่ม 2 ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าไรท์เป็นผู้ชายชัวร์ (ไม่เคยอ่านนิยายวายที่ผู้ชายเขียนมาก่อนค่ะ) เรื่องในสนามรบละเอียดทุกอณูมากกกก
ตอนอ่านเล่มนี้ก็จะสงสัยมากว่า... นักเขียนต้องจบรัฐศาสตร์มารึเปล่า ถ้าจะเขียนเรื่องการศึกและวิธีบริหารบ้านเมืองละเอียดขนาดนี้ เล่ม 2 กับ 3 ที่กลศึกกับการชิงไหวชิงพริบทั้งในท้องพระโรงและในสนามรบนั่น ละเอียดยิบๆๆ ชนิดสงสัยว่า 'ไรท์เคยไปรบเหรอคะ?'
(สปอยด์)
แม้เรื่องจะแน่น กดดันจนหายใจไม่ออก แต่ก็มีมิตรภาพของคนทั้งสี่เกิดขึ้น คือ เนี่ยตัน หลี่จื่อเฟิง จ้าวเฉา และโหย่วเหมียว นั่นคือส่วนที่ทำให้เรายิ้มได้มากที่สุดของเล่ม
และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า นักอ่านเริ่มจะเห็นแล้วว่า 'ปราชญ์' ตรงชื่อเรื่องก็คือโหย่วเหมียวนี่เอง! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าคุณชายน้อยสำมะเลเทเมา ดีแต่เที่ยวเล่นสุรานารีกับลูกหลานขุนนางคนนั้น ถึงกับความสามารถซุกซ่อนอยู่มากถึงเพียงนี้!
--
เล่ม 3 ก็ยังคงเนื้อหากดดัน เดินเรื่องไว แต่รายละเอียดเยอะสุดๆ แต่ที่เราคาดไม่ถึงก็คือ... ตกลงตัวร้ายของเรื่องคือแกเองเรอะ! แต่สงคราม... มันก็ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรอยู่แล้ว
อ่านไปก็ดีใจที่เห็นโหย่วเหมี่ยวมีความสุขกับคนรัก แล้วถึงที่สุด ก็จะเข้าใจว่าทำไมต้องชื่อเรื่อง 'ปราชญ์กู้บัลลังค์' ก็โหย่วเหมียวต้องสร้างบ้างสร้างเมืองหลายรอบเลยนี่นา😅 เห็นแล้วก็อ่อนใจแทนฮีจริงๆ
เราชอบหลี่จื่อเฟิง โหมดพ่อบ้านมากกว่า ดังนั้น ความสัมพันธ์ช่วงหลังของทั้งคู่เราเลยเฉยๆ แต่เห็นคนเค้ารักกัน เราก็ยินดี
ที่ชอบก็คงเป็นนิสัยส่วนตัวโหย่วเหมียวเอง อ่านแล้วนึกถึง 'เว่ยอิง' จากปรมาจารย์ลัทธิมาร ไม่ค่อยเจอตัวละครที่มีสีสันแพรวพราว มีเสน่ห์ กลิ้งกลอก แต่ก็ยั่วยวนหนุ่มๆ แบบไม่ตั้งใจได้แบบนี้ (สงสารหลี่เหยียนเหอะ)
ช่วงหลังที่สถานการณ์บ้านเมืองสาหัสจนโหย่วเหมียวเครียดจนไม่ได้นอนหลายวันติดกันน็อคนั้น อ่านแล้วเหนื่อยแทนจริงๆ เป็นนายเอกเรื่องนี้เหนื่อยมากๆ ค่ะ ความ slow life มีแค่เล่ม 1 เท่านั้นแหล่ะ ที่เหลือคือการสู้รบล้วนๆ
ไรท์เก่งมาก เขียนเรื่องแบบนี้มาได้ยังไงกันค๊าาาา
April 16, 2020
(ก็อปมาใหม่จากเล่มเคยรีวิวไว้ใต้ 1 ผ่านไป 2 ปีกว่าเพิ่งรู้ว่าตัวเองรีวิวไว้ในเล่ม 1...)
4.5
เรื่องราวของการกู้บังลังก์ แย่งชิงดินแดน และการรบระหว่างเผ่า
โหยวเหมี่ยวได้ช่วยชีวิตทาสต่างเผ่าชื่อ หลี่จื้อเฟิง โดยซื้อตัวมาจากเพื่อน
แต่ระหว่างการเดินทางกลับบ้านเขาได้ตัดสินใจปลดปล่อยหลี่จื้อเฟิงไป
แต่สุดท้ายหลี่จื้อเฟิงก็ยังกลับมาหาเขา และช่วยให้เขาพ้นจากอันตราย
แน่นอนว่าการกลับบ้านในครั้งนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของโหยวเหมี่ยวไปตลอดกาล
ชีวิตของโหยวเหมี่ยวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
จากคุณชายเจ้าสำราญร่ำรวยกลายเป็นคนที่แม้แต่เงินจะซ่อมบ้านยังแทบไม่พอ
เวลาผ่านไป หลี่จื้อเฟิงยังคงอยู่ข้างกาย คอยช่วยงานเขาอยู่ตลอด
เรื่องต่างๆได้ประดังเข้ามาหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอบเข้ารับตำแหน่งขุนนาง การบริหารที่ดิน
ทั้งยังมีเรื่องแย่งชิงบังลังก์ที่โหยวเหมี่ยวเข้าไปเกี่ยวพันด้วย และยังรวมไปถึงสงครามที่ประทุขึ้น
ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้้นส่งผลให้แผ่นดินแตกแยก ชีวิตได้รับความยากลำบากจนแทบขาดใจ
แต่ด้วยความช่วยเหลือจากหลี่จื้อเฟิงผู้มาพร้อมตำแหน่งอันชวนให้ตกตะลึง ทำให้เหล่าคนที่ถูกจับกุมหนีออกไปได้
การวางแผนกอบกู้บ้านเมือง ส่งผลให้โหยวเหมี่ยวต้องกลับไปเกี่ยวพันกับอำนาจและราชสำนัก
แม้จะไม่อยากทำ แต่เพื่อบ้านเมืองและอนาคตที่โหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงวาดฝันไว้เป็นจริง
ทำให้ทั้งคู่ต้องก้าวเท้าเข้าสู่สงครามอันร้อนระอุครั้งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
--------------------------
เป็นนิยายเรื่องที่แบ่งเนื้อหาได้น่าสนใจ เนื้อหาเข้มข้นกำลังดี ไม่หนักจนเกินไป
เนื้อหาช่วงทำสงครามหรือแย่งชิงอำนาจก็เขียนออกมาได้ไม่น่าเบื่อ ไม่ชวนหลับ
มีบทน่ารักๆของโหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงมาตัดบรรยากาศความเครียดได้เป็นอย่างดี
อ่านแล้วชวนให้หมั่นไส้กับความรักของทั้งสองคนนี้
โดยรวมแล้วอ่านลื่น ไม่ได้ติดขัดอะไร อ่านไปเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีคือจบเล่มแล้ว
ที่จริงอยากให้ 5 แต่ตัดไป .5 เพราะรู้สึกว่าแผ่วปลายไป กับอ่านตอนพิเศษแล้วรู้สึกว่าตัวละครจะเหลาะแหละเกินไปหน่อย
ดูขัดแย้งกับเนื้อหาหลักไปนิดนึง เลยตะขิดตะขวงใจนิดๆ
อีกอย่างคือเล่ม 2 หนักมาก ถือออ่านแทบจะไม่ไหว หนาเกินไปหน่อย ถ้าแบ่งเล่มตามเดิมคิดว่าน่าจะโอเคกว่านี้
แต่นับเป็นนิยายในปีนี้ที่อ่านแล้วยกขึ้นหิ้งเล่มนึงเลย หลังจากไม่ได้เจออะไรดีๆมาพักใหญ่แล้ว
4.5
เรื่องราวของการกู้บังลังก์ แย่งชิงดินแดน และการรบระหว่างเผ่า
โหยวเหมี่ยวได้ช่วยชีวิตทาสต่างเผ่าชื่อ หลี่จื้อเฟิง โดยซื้อตัวมาจากเพื่อน
แต่ระหว่างการเดินทางกลับบ้านเขาได้ตัดสินใจปลดปล่อยหลี่จื้อเฟิงไป
แต่สุดท้ายหลี่จื้อเฟิงก็ยังกลับมาหาเขา และช่วยให้เขาพ้นจากอันตราย
แน่นอนว่าการกลับบ้านในครั้งนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของโหยวเหมี่ยวไปตลอดกาล
ชีวิตของโหยวเหมี่ยวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
จากคุณชายเจ้าสำราญร่ำรวยกลายเป็นคนที่แม้แต่เงินจะซ่อมบ้านยังแทบไม่พอ
เวลาผ่านไป หลี่จื้อเฟิงยังคงอยู่ข้างกาย คอยช่วยงานเขาอยู่ตลอด
เรื่องต่างๆได้ประดังเข้ามาหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสอบเข้ารับตำแหน่งขุนนาง การบริหารที่ดิน
ทั้งยังมีเรื่องแย่งชิงบังลังก์ที่โหยวเหมี่ยวเข้าไปเกี่ยวพันด้วย และยังรวมไปถึงสงครามที่ประทุขึ้น
ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้้นส่งผลให้แผ่นดินแตกแยก ชีวิตได้รับความยากลำบากจนแทบขาดใจ
แต่ด้วยความช่วยเหลือจากหลี่จื้อเฟิงผู้มาพร้อมตำแหน่งอันชวนให้ตกตะลึง ทำให้เหล่าคนที่ถูกจับกุมหนีออกไปได้
การวางแผนกอบกู้บ้านเมือง ส่งผลให้โหยวเหมี่ยวต้องกลับไปเกี่ยวพันกับอำนาจและราชสำนัก
แม้จะไม่อยากทำ แต่เพื่อบ้านเมืองและอนาคตที่โหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงวาดฝันไว้เป็นจริง
ทำให้ทั้งคู่ต้องก้าวเท้าเข้าสู่สงครามอันร้อนระอุครั้งนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
--------------------------
เป็นนิยายเรื่องที่แบ่งเนื้อหาได้น่าสนใจ เนื้อหาเข้มข้นกำลังดี ไม่หนักจนเกินไป
เนื้อหาช่วงทำสงครามหรือแย่งชิงอำนาจก็เขียนออกมาได้ไม่น่าเบื่อ ไม่ชวนหลับ
มีบทน่ารักๆของโหยวเหมี่ยวกับหลี่จื้อเฟิงมาตัดบรรยากาศความเครียดได้เป็นอย่างดี
อ่านแล้วชวนให้หมั่นไส้กับความรักของทั้งสองคนนี้
โดยรวมแล้วอ่านลื่น ไม่ได้ติดขัดอะไร อ่านไปเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีคือจบเล่มแล้ว
ที่จริงอยากให้ 5 แต่ตัดไป .5 เพราะรู้สึกว่าแผ่วปลายไป กับอ่านตอนพิเศษแล้วรู้สึกว่าตัวละครจะเหลาะแหละเกินไปหน่อย
ดูขัดแย้งกับเนื้อหาหลักไปนิดนึง เลยตะขิดตะขวงใจนิดๆ
อีกอย่างคือเล่ม 2 หนักมาก ถือออ่านแทบจะไม่ไหว หนาเกินไปหน่อย ถ้าแบ่งเล่มตามเดิมคิดว่าน่าจะโอเคกว่านี้
แต่นับเป็นนิยายในปีนี้ที่อ่านแล้วยกขึ้นหิ้งเล่มนึงเลย หลังจากไม่ได้เจออะไรดีๆมาพักใหญ่แล้ว
August 3, 2020
สมคำล่ำลือ เป็นอีกเรื่องนึงที่สนุกมากของผู้เขียน อ่านจบแล้วโล่งหัวมาก มันสนุกและตึงเครียดในเวลาเดียวกัน ลุ้นอยู่ทุกนาทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะจบยังไง จำนวน 3 เล่มจบแต่แต่ละเล่มก็แบ่งธีมกันอย่างชัดเจน อย่างเล่มแรกก่อร่างสร้างตัว ปลูกผัก สร้างบ้าน จนมั่นคงมั่งคั่ง เข้าสู่ชีวิตราชการและมาต่อสู้หนีตายสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่ในเล่มที่สอง และสุดท้ายกอบกู้บ้านเมืองชิงไหวชิงพริบกับเกมการเมืองกันในเล่มที่สาม ตัวเอกอย่างโหยวเหมี่ยวก็ไม่น่าจะเชื่อว่าจากชายหนุ่มไม่เอาถ่านในวันนั้นจะเก่งขนาดนี้ในเล่มต่อๆ และถึงตัวเอกจะเก่งมากๆ แต่ก็ไม่ได้ชี้นิ้วแล้วสำเร็จเลยต้องชิงไหวชิงพริบใช้สมองเหมือนกันดังนั้นมันก็ต้องลุ้นไปตลอดว่าทำยังไงจะสำเร็จไปตามแผน มันจะมีปัจจัยอะไรโผล่มาแทรกรึเปล่า และตัวละครทุกตัวเป็นสีเทาๆ หมด ทุกการตัดสินใจยากเสมอและแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ในเรื่องนี้เราว่าไม่มีตัวร้ายเลย และทุกการจากไปของตัวละครน่าเสียดายทั้งนั้น
สำหรับเล่มสามสำหรับเราอ่านยากหน่อยไม่ถนัดแนวรบ อ่านจนจบยังงงอยู่เลยว่าตกลงมีกี่เผ่ากี่ชาติกันแน่ ตีเบลอ~ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระ-นายรักกันหวานซึ้ง หวานจนเอียน ไม่ดราม่าเลย ซึ่งก็ดีแล้วเพราะแค่รบกันก็ไมเกรนจะขึ้น เป็นอีกเรื่องดีจริงๆ สำหรับคนที่ชอบอ่านเรื่องที่มีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องอย่างอื่นนอกจากจะโฟกัสเฉพาะที่ชีวิตรักตัวละคร
สำหรับเล่มสามสำหรับเราอ่านยากหน่อยไม่ถนัดแนวรบ อ่านจนจบยังงงอยู่เลยว่าตกลงมีกี่เผ่ากี่ชาติกันแน่ ตีเบลอ~ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระ-นายรักกันหวานซึ้ง หวานจนเอียน ไม่ดราม่าเลย ซึ่งก็ดีแล้วเพราะแค่รบกันก็ไมเกรนจะขึ้น เป็นอีกเรื่องดีจริงๆ สำหรับคนที่ชอบอ่านเรื่องที่มีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องอย่างอื่นนอกจากจะโฟกัสเฉพาะที่ชีวิตรักตัวละคร
August 9, 2022
เป็นนิยายวายที่งานดีมาก คาแรคเตอร์ทุกตัวละครมีพัฒนาการและมีความเป็นมนุษย์มาก ช่วงเล่ม 3 เนื้อเรื่องเข้มข้นมาก ๆ ดีใจที่ซื้อมาและได้อ่านนิยายเรื่องนี้
Displaying 1 - 10 of 10 reviews











