เป็นนิยายที่มีความหนาเกือบหกร้อยหน้า แต่สามารถอ่านเสร็จได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เมื่ออ่านแล้วหยุดอ่านไม่ได้จริงๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนอ่านนิยายจบแล้ว จนเราอดคิดไม่ได้ว่า "หรือเราจะหลงเข้าไปในมนตร์ทศทิศเข้าให้แล้ว" ทำไมถึงรู้สึกเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อ่านจบด้วยความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างตกตะกอนในจิตใจ เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถลืมได้ ความรู้สึกที่อิ่มเอมใจกับความรักความอบอุ่น และความมีเมตตาที่เจ้าชายเมงจีสวากับแม่เอื้องมีให้ต่อกัน
#มนตร์ทศทิศ เป็นนิยายที่สอดแทรกจินตนาการ และความรัก ในช่องว่างของบันทึกทางประวัติศาสตร์ได้อย่างแนบเนียน โดยใช้ตัวละครที่มีจริงในประวัติศาสตร์เป็นตัวดำเนินเรื่อง #เจ้าชายเมงจีสวา (หลานชายของพระเจ้าบุเรงนอง, พระโอรสของพระเจ้านันทบุเรง หรือพระมหาอุปราชผู้ที่ทำยุทธหัตถีกับพระนเรศวร) เป็นบุคคลที่ในประวัติศาสตร์ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นคนขี้แพ้ ปัญญาเบา โง่เง่า และเป็นต้นเหตุฉนวนให้เกิดสงครามกับอังวะ มาผสมผสานกับจินตนาการก่อให้เกิดตัวละครเป็น #เอื้องดาวเรือง สาวน้อยที่จะไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวน และเกิดอุบัติเหตุตกหน้าผา จนย้อนเวลามาอยู่ในร่างแม่น้อยซึ่งเป็นน้องสาวบุญธรรมของคนสนิทพระนเรศ ที่กำลังเดินทางไปกรุงหงสาวดีในฐานะตัวประกัน และมีเหตุให้ได้พบได้ใกล้ชิดจนผูกพันธ์กับเจ้าชายเมงจีสวา
โดยคุณราตรี อธิษฐานได้นำเอาช่องว่างทางประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้บวกกับจินตนาการที่ว่าเจ้าชายเมงจีสวามีสาเหตุ ที่มาที่ไปอะไร ถึงทำตัวให้ดูขี้แพ้ ไร้ค่า? เขาโง่จริง หรือแกล้งโง่? และทำไมเจ้าชายเมงจีสวาถึงยอมให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นฉนวนให้ก่อเกิดสงคราม?
อย่างที่รู้กันว่าจุดจบของเจ้าชายมังจีสวา หรือพระมหาอุปราชมังจีสวาจะเป็นยังไง (ตามหนังพระนเรศวรมหาราชอ่ะเนอะ😭😭) ซึ่งนักเขียนได้เขียนให้จบตามประวัติศาสตร์ ไม่ได้บิดเบียนความจริงนี้ไป แต่เป็นการจบที่เหมาะสมที่สุดแล้ว อาจไม่สวยงามที่สุด เพราะสิ่งที่สวยงามที่สุดในนิยายเรื่องนี้คือการเดินทางของเส้นทางความรักของเจ้าชายเมงจีสวาและแม่เอื้องค่ะ
ความรู้สึกหลังอ่าน
>>>ตกหลุมรักเจ้าชายเมงจีสวา หรืออาโกจีจา ครั้งแล้วครั้งเล่า💕💕 เราแพ้ทางพระเอกทีมีความพยายาม ถึงแม้ในเรื่องเจ้าชายเมงจีสวาจะไม่ได้เก่งที่สุด เป็นเลิศที่สุด แต่เขาเป็นคนที่พยายามเพื่อคนที่เขารักที่สุด ซึ่งเราแพ้คนที่พยายาม ถึงไม่ชนะ จะแพ้หรือจะเสมอ จะล้มกี่ครั้งก็ไม่เป็นไรค่ะ เรายอมรับได้จ๊ะอาโกจีจา~~~~ 😝😝 และแน่นอนเราแพ้ทางพระเอกที่มองแค่เราคนเดียว (เอ๋ๆๆ ไม่ใช่มองที่เราสิ 55 ตอนนี้มโนว่าเป็นแม่เอื้องอยู่) เราแพ้ทางพระเอกที่มองที่นางเอกคนเดียว ต้องการนางเอกคนเดียว (ไม่แตะต้องพระชายาคนอื่น มีการวางแผนการเรียบร้อย ยินยอมแตะต้องแม่เอื้องคนเดียว ฟินเว่อร์ๆ 😚😚👍👍 ขนาดมวยผมยังต้องให้แ��่เอื้องเกล้าให้เท่านั้น ไม่งันปล่อยให้มันเยินๆ ฟูไปอย่างนั้นแหละ คนอื่นอย่าได้แตะ😅😅)
>>>ชอบวิวัฒนาการ และนิสัยของเอื้องดาวเรือง จากเด็กทะโมน กะโปโล (ชอบหนีเที่ยวนอกวัง) เด็กสาวที่ทำให้อาโกจีจายิ้มได้ตลอดเวลาที่พบ เมื่อเติบโตเป็นสาวก็กลายมาเป็นคนมีความคิด ความอ่านรอบคอบ เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วเย็นใจ สบายใจ และยิ่งคนรักของเอื้องดาวเรืองไม่ใช่ชาวบ้านปกติแต่เป็นว่าที่พระมหาอุปราช เอื้องดาวเรืองเลยยิ่งต้องระมัดระวังตัว และรักษาเกียรติของชายที่เธอรัก และสิ่งหนึ่งที่เอื้องดาวเรืองติดมาจากยุคปัจจุบันที่เราชอบในตัวเธอมากที่สุด คือนางเอกพยายามพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด ไม่รอแต่ให้พระเอกช่วย
>>>ให้คะแนน 4.75 ดาว (มีเศษส่วนแบบนี้ด้วย 55) เพราะรู้สึกเสียดายที่ตัวละครบางตัว ปรากฎตัวแล้วก็หายไปเฉยๆ 😣😣 ทั้งที่เป็นตัวละครที่มีปมการกระทำที่ส่งผลยิ่งใหญ่ หากขยายสักนิดถึงที่มาที่ไปหรือเหตุนึกคิดของเขาสักนิด น่าจะทำให้นิยายสมบูรณ์แบบกว่านี้ ซึ่งผู้เขียนกลับปล่อยให้หายไปจนเรารู้สึกเสียดาย (แต่ไม่ได้เสียอรรถรสในการอ่านประการใด)
สุดท้ายเราไม่อาจบอกได้ว่า นิยายนี้หากทุกคนที่ได้อ่านจะรู้สึกอ่านสนุก หรือรู้สึกชอบและอิ่มเอมใจเหมือนกับที่เราได้รับ แต่'มนตร์ทศทิศ'เป็นนิยายที่ทำให้เราฉุกคิดว่าในประวัติศาสตร์ที่เราเรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็ก บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ที่เราทึกทักกันเองว่าเขาคือคนไม่ดี หรือคนดี จริงๆแล้วเขาอาจจะมีด้านอื่นๆที่เราคิดไม่ถึงก็ได้ มีอะไรที่มากกว่าประวัติศาสตร์หรือตามพงศาวดารได้กล่าวบันทึกไว้ เพราะพวกเขาในอดีตก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเราในปัจจุบันที่มีความคิด ความรู้สึก และเหตุผลหลายด้าน มีทั้งด้านดี ด้านไม่ดี มีด้านที่แข็งกร้าว แต่ก็มีด้านที่อ่อนโยน การที่ได้อ่านนิยายที่ใช้จินตนาการเติบเต็มช่องว่างทางประวัติศาสตร์ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่เราอาจมองข้ามไปค่ะ