Pawarut Jongsirirag705 reviews138 followersFollowFollowMay 26, 2024เล่มนี้ดีงาม ใครที่สนใจอยากรู้คอนเซปของ Subaltern หรือที่ อ สันติ ใช้คำว่า "ผู้ไร้เสียง" ว่ามีความหมายและเนื้อหาอย่างไรในแบบที่เข้าใจง่ายหน่อย ผมแนะนำเล่มนี้เลยครับผู้ไร้เสียง คำยืนยันของ คายตรี จักรวตี สปีวาก เล่มนี้ ไม่ใช่การแปลบทความ "Can the Subaltern Speak" ที่สร้างชื่อให้กับสปีวากในโลกวิชาการ ที่พูดถึงผู้ไร้เสียง แต่เป็นการสังเคราะห์เนื้อหาพร้อมทั้งรายละเอียดชีวิตคร่าวๆของสปีวากที่เป็นฐานในผลิตงานอันโด่งดังชิ้นนี้ ความหมายของ ผู้ไร้เสียง หากพูดอย่างย่นย่อมากๆ คือ บุคคลที่ไม่สามารถพูดได้ในเชิงการเมือง เป็นสถานะที่ในพื้นที่ของการเมืองและปัจเจก คำพูดหรือ "เสียง" ของพวกเขาไม่ถูกได้ยิน เป็นผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เสียงของตนเองเรียกร้องหรืออธิบายความเป็นตัวเอง ความต้องการ ความเห็นออกมาภายในกรอบความรู้หลักของสังคม ซึ่งเป็นกรอบที่อนุญาตให้ทุกคนในสังคมสามารถแสดงความต้องการของตนเองออกมาได้ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่แต่เพียงบุคคลที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ต่ำกว่าคนทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นใครก็ได้ในสังคมที่ถูกกดทับด้วยวัฒนธรรมหรือองค์ความรู้อะไรก็แล้วแต่ที่ครอบงำสังคมอยู่ในขณะนั้น เป็นตัวบอกว่า เสียงนี้ไม่มีประโยชน์หรือคุณค่าที่จะสังคมจะต้องได้ยินซึ่งองค์ความรู้นี้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ อันโตนิโอ กรัมชี่ นักทฤษฎีมาร์กซิสม์ ต่อมา รัญชีต คุหาที่นำมาอธิบายการปลดแอกอินเดียจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งสปีวากได้นำมาต่อยอดและพัฒนาไปอีกจากทั้งสองคน (ซึ่งความหมาายของผู้ไร้เสียงของทั้งสองคนก็ไม่ได้เหมือนกัน และต่างกันกับของสปีวากด้วย) เพื่ออธิบายถึงน้ำเสียงของสตรีในโลกที่สามถูกกดทับจนแทบไม่มีตัวตนในสังคมจนถึงโลกวิชาการตะวันตกซึ่งเนื้อหาภายในเล่มคือการอธิบายเนื้อหาของคอนเซปนี้ พร้อมเกริ่นถึงจุดอ่อนจุดแข็งที่มีการโต้แย้งบทความของสปีวาก รวมถึง ข้อสังเกตช่วงท้ายที่ผมว่ามีประโยชน์มาก เพราะทำให้เห็นว่า องค์ความรู้ในเรื่องผู้ไร้เสียงนี้สามารถต่อบอดไปยังสาขาวิชาอื่นๆได้อีกมากไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แต่เพียงสายสังคมหรือมานุษยวิทยา และอาจรวมไปถึงบุคคลที่ไร้เสียงอาจจะไม่ใช่แค่ตัวมนุษย์ แต่เราอาจขยายความครอบคลุมไปถึงองค์ความรู้ตะวันออกที่ถูกกดทับลบลืมโดยองค์ความรู้ตะวันตกได้อีกด้วยอ.สันติ ใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่ายในการอธิบายทั้งหมดที่ผมเกริ่นมา ซึ่ง อ.ได้พูดไว้ในหนังสือเลยว่า ทฤษฎีนี้มันไม่ได้เข้าใจง่ายและชัดเจนแบบที่ถูกพูดถึงในหนังสือเลยนะ เพราะเอาเข้าจริงมันก็เป็นทฤษฎีที่มีรายละเอียดเยอะและซับซ้อนพอสมควรในการนิยามว่า ใครกันแน่ คือผู้ไร้เสียง (หากใครสนใจคงต้องไปศึกษาต่อยอดกันเอง) เพราะแม้แต้ตัวสปีวากเองก็ไม่ไดพูดแบบชัดๆว่าผู้ไร้เสียงในบทความนั้นหมายถึงใคร เป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านตีความกันต่อเองอีกด้วยเหมือนกันหนังสือเล่มนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการคอนเซป ผู้ไร้เสียงแบบ 101 เพื่อนำไปต่อยอดลงลึกหรือเป็นสะพานในการเชื่อมโยงเข้ากับสาขาอื่นที่ตัวเองสนใจ เพราะ ผู้ไร้เสียง ยังคงมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก ผู้ที่พยายามอย่างสุดชีวิตที่จะเปล่งเสียงของตนเองออกมา ในสังคมที่เสียงของพวกเขาไม่เคยถูกได้ยิน หรือหากหนักหนากว่านั้น เสียงของพวกเขาอาจไม่เคยถูกนิยามว่ามันคือ "เสียง" เลยก็ตาม
TEERAWUT MAHAWAN101 reviews23 followersFollowFollowDecember 2, 2018"ผู้ไร้เสียง" ของ สันติ เล็กสกุล ปรับมาจากวิทยานิพนธ์ของแกที่ทำไว้กับสาขาวิชาปรัชญา ที่ มช. สำหรับคนที่อยากรู้จัก คายตรี จักรวรตี สปีวาก ในโลกภาษาไทยตอนนี้ก็มีแค่เล่มนี้เท่านั้นเห็นชื่อ บก. เป็นพี่อลิสแล้วรู้สึกว่าช่างเหมาะมาก อิอิ แต่สำหรับผมผู้ไม่เคยอ่าน "Can the subaltern speak?" มาก่อนและไม่คุ้นเคยกับทฤษฏีวรรณคดีบางจำพวกอาทิ Postmodernism, DiscourseในทางLiterature, Deconstruction, Hegemony's Gramsci, Orientalism's Said, Marxism, Feminism คงต้องบอกว่าไม่ชัดเท่าไหร่ว่า t(T)he subaltern ที่พูดถึงแม่งคือใครกันแน่ แล้วในเล่มนี้ก็ไม่มีใครที่คุยด้วยกับSpivak แบบจริงๆจังๆสักคน เพียงแต่เล่าความเล่านัยให้ฟังเท่านั้นเอง... หรือก็อย่างที่หนังสือได้spoken นั่นคือ Spivak ไม่มีเสียง หรือไม่ก็หูของคนทั่วไปไม่มีability ที่จะ .."ฟัง" Spivak ได้เลย //ปล่อยเธอว์ไว้อย่างงั้นแหละดีแล้ว ไปอ่านอะไรที่ประโลมใจกว่านี้ดีฟ่า ฟิ้วว วววว ,,, ,i-hate-it