Jump to ratings and reviews
Rate this book

ฉางอันสิบสองชั่วยาม #3

ฉางอันสิบสองชั่วยาม เล่ม 3

Rate this book
จางเสี่ยวจิ้งเพื่อเสาะหาช่องพลิกสถานการณ์กลับ จึงจำต้องถลำลึกลงไปทั้งตัว จากนักโทษประหารสู่ผู้บัญชาการทหาร มาบัดนี้มันได้กลายเป็นกำลังหลักของกลุ่มก่อการร้ายไปเสียแล้ว
ความเคลื่อนไหวต่อไปของพวกปลวกคืออะไรกันแน่ จิ้งอันซือจะสิ้นท่าไปเช่นนี้จริงๆ น่ะหรือ ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดเป็นใครกัน และทำไปเพื่ออะไร
ทว่าใดๆ ล้วนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดยามนี้ เมื่อเชว่เล่อฮั่วตัวตื่นจากหลับใหล ฉางอันจะลุกเป็นไฟ หากแต่ผู้กอบกู้หนึ่งเดียวกลับยังติดอยู่ในตัวอสุรกายยักษ์นี่!
มิอาจนับว่าเหลือเวลาอีกกี่ชั่วยาม เพราะแท้จริงจางเสี่ยวจิ้งเหลือเวลาเพียงชั่วดีดนิ้วไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่จะพาตัวเองให้รอดพ้นจากการถูกคลอกเผาทั้งเป็น!!!

352 pages

First published January 1, 2017

7 people are currently reading
85 people want to read

About the author

Ma Boyong

68 books109 followers
Associated Names:
* Ma Boyong (English)
* 马伯庸 / 馬伯庸 (Chinese)
* หม่าป๋อยง (Thai)
* Mã Bá Dung (Vietnamese)
* Ма Боюн (Russian)

马伯庸(1980年11月14日-),本名马力,朋友惯称“小白”,赤峰人,中国大陸作家,曾就职于施耐德电气(中国)投资有限公司,人稱「網路鬼才」、马亲王、亲王。作品涵蓋歷史、科幻、影視評論等諸多領域。

Ma Boyong (born 14 November, 1980) is a Chinese novelist, columnist and blogger. In the year of 2010, he won People's Literature Prize, one of China's most prestigious honors.

His short story The City of Silence was translated into English by science fiction writer Ken Liu.

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
46 (47%)
4 stars
37 (38%)
3 stars
14 (14%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 30 of 31 reviews
Profile Image for Mook Woramon.
900 reviews202 followers
March 30, 2019
เนื้อเรื่องโดยรวมให้สี่ดาว
สิ่งที่ชอบคือ
- การเนรมิตวิธีติดต่อสื่อสารสมัยก่อน คือไม่มีโทรศัพท์อะเนอะ ติดต่อกันผ่านหอสังเกตการณ์ สัญญาณควัน สัญญาณธง ม้าเร็ว เก๋ดีอะ เนื้อเรื่องลุ้นตลอดทาง ตัดไปมารวดเร็ว แต่มีบางช่วงนะที่รู้สึกเรื่องไปไม่ถึงไหน
- ชอบการบรรยายเมืองฉางอัน ดูวิจิตรพิสดารตระการตา
- สำนวนแปลดี ไม่ขัดหูเลน

ส่วนเบื้องหลังผู้ก่อการร้ายนี่คิดว่าน่าจะร่วมมือกันทั้งสองคน แต่คนจากไปแล้ว ก็ได้แต่คาดคะเนอะเนอะ อย่าหวังเลิฟซีน เน้นบู๊อัดกันล้วนๆ

จากเรื่องคิดว่าทำเป็นหนังน่าจะสนุกกว่า ได้เห็นการติดต่อสื่อสาร ได้เห็นบรรยากาศเมือง ฉากต่อสู้ เอาจริงๆตอนสู้กันบนโคมนี่นึกภาพไม่ออกเลย
Profile Image for Kat Sira.
154 reviews9 followers
July 9, 2021
เล่ม 1 สนุกมาก อ่านแล้วเหมือนหลงเข้าไปในตัวหนังสือ บางช่วงอ่านแล้วใจเต้นตึกๆๆๆๆ

เล่ม 2 เริ่มแผ่ว เนื้อเรื่องเริ่มวน แต่ก็ยังสนุกอยู่

เล่ม 3... คิดว่าคนเขียนหมดมุก บางเรื่องก็มีเหตุผล บางเรื่องก็นิย๊ายนิยาย บางเรื่องก็สับสน ตอนจบดูรีบๆ ไม่ว๊าว แต่ก็สนุกระดับหนึ่งค่ะ

สรุปรวม 3 เล่ม ⭐️⭐️⭐️⭐️ 4 ดาวค่ะ ชอบในระดับหนึ่ง
Profile Image for Natt.
923 reviews
May 22, 2021
สนุกมาก ติดตามเหตุการณ์ช่วงท้าย อลวน พลิกกลับ
เบื้องหลังเรื่องราวหายนะของเมืองฉางอัน
เกิดเพียงเพราะความกตัญญู
เหลือเชื่อ แต่เหคุผลในบทสรุปนั้น เชื่อได้
Profile Image for Mam Yanisa.
131 reviews4 followers
March 22, 2020
แอบผิดหวังกับตอนจบหน่อยๆ​ รู้สึกว่าพีคมาตลอดทั้งเรื่อง​ เล่ม3ตื่นเต้นมาก​ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและลุ้นมาก​ แต่มาจัดการคลี่คลายตอนจบรู้สึกว่าลวกไปนิด​ มีบางประเด็นที่ยังค้างคาใจ​ แต่โดยรวมก็ถือว่าสนุกมาก​ เป็นหนังสือที่แนะนำ​ ผู้แต่งบรรยายได้น่าติดตาม​ สมจริงมาก​ เหมือนเราหลุดเข้าไปในฉางอันจริงๆ​ เหมือนเหตุการณ์มันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเราจริงๆ​ ชอบดีเทลการบรรยายเมืองของผู้แต่งมากๆ
Profile Image for Hammu.
260 reviews
March 1, 2019
ออกแนวผิดหวังอยู่หน่อยๆ หรือไม่ได้รู้สึกว่าว้าว หรือน่าสนใจ สนุกน่าติดตามขนาดนั้น อ่านแล้วหยิบๆ วางๆ ได้ตลอด ไม่ได้รู้สึกอยากอ่านต่อเนื่องจนไม่อยากวางหนังสือ

เนื้อหาช่วงท้ายรวบรัดตัดตอนมากจนเหมือนอ่านเป็นบทสรุปของเนื้อเรื่องมากกว่า ทำให้งงว่าแล้วสองเล่มที่ผ่านมาคือยืดเนื้อหามากเกินความจำเป็นหรือเปล่า หรือว่าโควต้าตัวอักษรครบแล้วเลยจบดื้อๆ เนื้อเรื่องจบ แต่คนอ่านงงแทนว่าจะจบแบบนี้จริงๆ เหรอ หลายๆ จุดก็รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล อ่านแล้วก็ หืม... ห๊ะ! เอางี้เหรอ ก็เลยรู้สึกแปลกๆ เหมือนผู้เขียนวางพลอตมาแบบงงๆ

อึดอัดใจกับพฤติกรรมมของตัวละครอยู่หลายตัว บางตัวที่คิดว่าจะเก่งกาจ กลับกระจอกแทน หรือบางตัวความคิดอ่านดีมาก แต่สุดท้ายก็กระทำแบบไร้สติ

โดยรวมแล้วไม่ได้ถือว่าแย่นะ แต่ก็ไม่ได้เรียกว่าดีจนห้ามพลาด ถือว่าอ่านได้ แต่ไม่ได้น่าติดตาม แต่ก็ไม่ถึงขั้นว่าเสียดายเวลาอ่าน แต่ถ้าถามในใจลึกๆ ก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรก
Profile Image for Sika  sika.
65 reviews5 followers
April 24, 2019
ตอบจบรวดรัดในบทสรุปของแต่ละคนมาก และฉากในโคมนี่จินตนาการภาพไม่ค่อยออกเท่าไหร ส่วนของตัวร้าย เหตุผลที่วางแผนร้ายนี่ดูไม่ค่อยแน่น ไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้เล่ม1สนุกที่สุดแล้ว
Profile Image for Nuna Imruetai.
175 reviews7 followers
June 27, 2019
เป็นอะไรที่เฉลยมาได้เว่อร์วัง ไม่ค่อยมีเหตุผล
Profile Image for Patrawan Dear.
1,467 reviews148 followers
Read
November 23, 2019
#ฉางอันสิบสองชั่วยาม (เล่ม 3/3)

เปิดเล่มสามด้วยความพีค เพราะเรื่องราวมาถึงจุดถึงที่สุดพอดี นอกจากจะลุ้นด้วยตัวเรื่องเองแล้ว ยังต้องมาลุ้นกับจังหวะการเผยปมและการตัดสลับฉากของผู้เขียนอีก มันจะพีคแค่ไหน ถามใจเธอดู

อ่านไปลุ้นไปจนจบเรื่อง คาดเดาอะไรไม่ได้เลย เหตุการณ์พลิกกลับไปมา จนคนอ่านเองก็สะบักสะบอมพอ ๆ กับพระเอก ในขณะดียวกันก็รู้สึกทึ่ง และคิดว่าตอนจบเท่มากกกกก คิดต่อได้หลายตลบ

โดยรวมแล้วเราคิดว่าเรื่องนี้จัดเป็นตัวอย่างที่ดีของนิยายที่รายละเอียดเยอะ แต่ไม่รู้สึกรุงรัง ไม่มีอะไรที่ไม่จำเป็น จนอ่านแล้วต้องถือลูกท้อ แม้เรื่องราวจะเป็น pattern ไม่แหวกขนบของนิยายประเภทเดียวกัน คือ ต้องมีการใส่คาแรกเตอร์แบดจัดให้พระเอก มีสถานการณ์บีบคั้น ถูกต้อนให้หลังชนฝา แนวร่วมถูกทำลาย ถูกให้เลือก ถูกทดสอบจิตใจครั้งแล้วครั้งเล่า เจ็บจนสะบักสะบอม แต่ก็ยังอ่านสนุก เพราะรายละเอียดที่เยอะ ๆ นั่นช่วยปูพื้นมาอย่างแน่นหนา สอดรับกันจนเรื่องราวมันส่งอารมณ์ให้คนอ่านได้แบบที่ควรจะเป็น เรียกได้ว่าเป็นนิยายที่น่าจดจำของเราในปีนี้เลยทีเดียว

ไม่รู้จะบอกกล่าวยังไงอีกแล้ว นอกจากชวนให้ลองอ่านกันดู เราว่าเหมาะสำหรับนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายที่มีโครงเรื่องแน่น มีความซับซ้อน เดินเรื่องรวดเร็ว ข้อมูลเยอะ ตัวละครแยะ แต่ไม่ค่อยเหมาะกับสายหวาน สายรัก เพราะมันเลือดสาด...ไร้รักจริง ๆ ค่ะ :)
Profile Image for sisilovekiki.
208 reviews11 followers
February 1, 2023
เล่มนี้ให้ความรู้สึกเร่งรีบ หมายถึงเหตุการณ์ทั้งเรื่องทุกเล่มมันอัด ๆ กันมาจนพอมาถึงเล่มนี้มันให้อารมณ์เหมือนไส้กรอกที่จะระเบิดอ่ะ เรารู้สึกว่าสนุกแหละน่าติดตามอยู่นะแต่มันมีเรื่องของความเข้าใจผิด การที่แผนล่มบ้าง โดนขัดขวางต่าง ๆ นา ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แล้วจางเสี่ยวจิ้งนี่ทั้งตัวถูกแทงถูกฟันโดนเผา ตกน้ำ กระแทกกระทั้นไปตั้งเท่าไหร่ไม่ตายซักทีอยู่ยงคงกระพันมาก

มีหลายอย่างที่ชอบและหลายอย่างที่ทำให้อึดอัดใจแต่โดยรวมคือสนุกชวนให้ติดตามอยู่ค่ะ
Profile Image for Penpitcha Thaweepong.
78 reviews
January 24, 2022
จะเป็นอย่างไร ถ้าเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้นในเซตติ้งแบบจีนโบราณ !?

ฉางอันสิบสองชั่วยามเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคราชวงศ์ถัง สมัยของจักรพรรดิถังเสวียนจง ซึ่งจัดเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของจีนโบราณก็ว่าได้ ผู้เขียนได้บรรยายภาพฉากความรุ่งเรืองของฉางอัน เมืองหลวงของราชวงศ์ถังในเวลานั้นได้อย่างคึกคัก มีชีวิตชีวา และตระการตา ผ่านช่วงเวลาของงานเทศกาลซั่งหยวนหรือเทศกาลโคมไฟที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 เดือน 1 (ตามปฏิทินจันทรคติจีน) แต่ภายใต้ฉากภาพของความสนุกสนานรื่นเริง กลับมีข่าวว่าชาวทูเจวี๋ยซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของราชวงศ์ถัง ได้ส่งกลุ่มนักรบฝีมือดีเข้ามาในฉางอันเพื่อก่อการบางอย่าง ... "จิ้งอันซือ" หน่วยงานเฉพาะกิจก่อตั้งใหม่ภายใต้สังกัดของรัชทายาทแห่งต้าถัง ได้รับข่าวกรองนี้และทำหน้าที่สืบหา ดำเนินการจับกุม เพื่อยับยั้งแผนการร้ายของชาวทูเจวี๋ย แต่ปฏิบัติการดังกล่าวกลับเกิดเหตุผิดพลาด จนต้องอาศัยความช่วยเหลือจากนักโทษประหารนาม "จางเสี่ยวจิ้ง" และต้องปฏิบัติการยับยั้งเหตุร้ายให้เสร็จสิ้นก่อนงานเทศกาลจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการให้ได้ เพียงแต่ว่า สืบไปเสาะมากลับยิ่งสาวพบกลุ่มก่อการที่ร้ายกาจยิ่งกว่า แผนการใหญ่ที่อันตรายยิ่งกว่า แถมยังถูกขัดแข้งขัดขาระหว่างปฏิบัติการไม่หยุดหย่อน จางเสี่ยวจิ้งจะปกป้องเมืองฉางอันให้พ้นจากวินาศภัยภายใน 24 ชั่วโมง ได้หรือไม่ ...

ต้องยอมรับเลยว่าหม่าป๋อยงเป็นนักเขียนที่มีความครีเอทสูงมาก ค้นคว้าข้อมูลได้เยี่ยม และถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าประทับใจจริง ๆ อย่างเช่นการสร้างจิ้งอันซือ ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนพวกหน่วยงานข่าวกรอง ผสมกับงานปราบปราม หรือระงับเหตุด้านความมั่นคงด้วย มีการวางระบบการส่งข่าวกรองด้วยรหัสสัญญาณข้อความผ่านหอสังเกตการณ์ (ซึ่งในความเป็นจริงยุคนั้นมันก็ไม่มีถึงขนาดนั้นหรอก) อันนี้ทำได้น่าทึ่งมาก และทั้งเรื่องใช้ประโยชน์จากหอสังเกตการณ์นี้ได้คุ้มค่ามาก สำหรับฉากบู๊ก็จะดิบ ๆ เถื่อน ๆ หมัดเท้าเข่าศอก ไม่กำลังภายใน แต่จะมีเป็นวิชาตัวเบาเหาะเหินเดินอากาศของตัวละครหนึ่งที่อย่างกับ parkour หรือไม่ก็ได้แรงบันดาลใจมาจาก parkour นี่แหละ หรืออย่างตอนที่บรรยายถึงการละเล่นในงานเทศกาล ซึ่งจะมีการประชันการแสดงระหว่างศิลปินจากทั่วทุกสารทิศ มีเหล่าแฟนคลับจำนวนมหาศาลคอยชูแท่งไฟตามขบวนศิลปินคนโปรดของตน อ่านถึงตรงนี้ก็นึกขำ (ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์ที่ตัวเอกกำลังเผชิญกับเหล่าแฟนคลับพวกนี้ก็ไม่ได้ขำหรอก) ว่านักเขียนนี่ก็ช่างคิดเหลือเกินที่เอาความ "ปัจจุบัน" ไปใส่ในเซ็ตติ้งแบบจีนโบราณได้อย่างแนบเนียนทีเดียวเชียว

ในส่วนของการค้นคว้าและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ หม่าป๋อยงพาเราไปสำรวจแทบทุกซอกทุกมุมของฉางอัน มีกี่เขตกี่ฟางก็พากันวิ่งตามเฮียจางไป ตั้งแต่ย่านหรูหรางดงามของชนชั้นสูง ย่านชาวบ้านร้านตลาด ไปจนถึงย่านแหล่งเสื่อมโทรมของฉางอัน อันนี้เป็นจุดเด่นของเรื่องนี้เลยด้วย นักเขียนใช้ประโยชน์จากสภาพเมืองฉางอันทั้งเขตต่าง ๆ ตรอกซอกซอย อาคารบ้านเรือน วัดวังต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่มาก ๆ ถ้าใครได้อ่านฉบับหนังสือเล่ม สำนักพิมพ์จะแนบแผนที่ฟางต่าง ๆ มาช่วยให้เราเห็นภาพเมืองฉางอันด้วย เราสามารถไล่ดูตามแผนที่ได้เลยว่าตอนนี้เฮียแกวิ่งไล่หรือวิ่งหนีไปถึงไหนแล้ว (แต่แบบ e-book จะไม่มีแผนที่ฟางนะ ซึ่งน่าเสียดาย เพราะเข้าใจว่าน่าจะใส่มาได้ไม่มีปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับไฟล์ภาพอะไร)

ในแง่ตัวละคร ตัวเอก จางเสี่ยวจิ้ง สำหรับเราเขาเป็นประเภท "หน้าโฉดใจดี" นะ คือฉากหน้าดูโฉดชั่วโหดร้าย และก็โหดจริง แต่นั่นเป็นไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและอุดมการณ์ของตน จางเสี่ยวจิ้งยึดมั่นในสิ่งที่ตนเห็นว่าถูกต้อง เพื่อสิ่งนั้นแล้ว เขาไม่สนใจว่าต้องแลกกับอะไรบ้าง ถือว่าเมื่อเลือกแล้วก็ต้องยอมรับผลของการตัดสินใจนั้นของตนเอง และที่ว่าใจดีในที่นี้ ต้องขอยืมคำของตัวละครหนึ่งในเรื่องที่วิจารณ์จางเสี่ยวจิ้งว่า จิตใจไร้เดียงสากว่าใครเพื่อน นั่นน่ะเหมาะสมที่สุด

อย่างไรก็ตาม ตัวละครที่ประทับจิตประทับใจเราที่สุดกลับไม่ใช่จางเสี่ยวจิ้ง ในตอนอ่านครั้งแรก คือ เซียวกุย หัวหน้าขบวนการปลวก รู้สึกว่าวางคาแรคเตอร์ได้ดีมาก ตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเขา จนมาถึงหลังจากที่เขาเจอเหตุการณ์นั้นมาจนเป็นเขาในช่วงเวลาปัจจุบันของเรื่อง เราเห็นภาพชีวิตและบุคลิกของตัวละครจากการบรรยายของนักเขียนได้อย่างชัดเจน จนตอนนั้นถึงกับรู้สึกว่าเฉลยลาสต์บอสได้แผ่วไปเลย เซียวกุยเป็นคนที่โดนระบบการปกครองทำลายตัวตนไปอย่างแท้จริง ถูกกัดกลืนกินไปจนสิ้นศรัทธาต่อความยุติธรรมตามระบบ และทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาก่อการสะเทือนฟ้าสะท้านดินเช่นนี้ ที่สะเทือนอารมณ์ที่สุด คงไม่พ้นตอน แต่สะเทือนอารมณ์และเข้าใจถึงเหตุผลในการกระทำของเขาก็เรื่องหนึ่ง วิธีการที่เซียวกุยใช้ตอบโต้ปัญหานั้นก็ยังเป็นสิ่งที่ตั้งคำถามได้เหมือนกัน เช่นเดียวกับวิธีคิดของจางเสี่ยวจิ้งและหลี่ปี้ ผู้บัญชาการจิ้งอันซือเองที่ถ้าไปอยู่ในสถานการณ์อื่น เราก็อาจจะตั้งคำถามถึงความถูกต้องได้เหมือนกัน และจากวิวาทะระหว่างจางเสี่ยวจิ้งกับเซียวกุย จุดนี้เราชอบตรงที่ผู้เขียนก็ไม่ได้ใช้น้ำเสียงตัดสินว่าใครผิดใครถูกอย่างแท้จริง มันเป็นมุมมองตามทัศนะของตัวละคร ซึ่งเราอาจจะเห็นด้วยกับใครก็ได้ ไม่เห็นด้วยกับใครเลยก็ได้ หรืออาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่าที่สองคนนี้โต้เถียงกันก็ได้

แต่พออ่านครั้งที่สอง ตัวละครที่ประทับจิตประทับใจที่สุดดันเป็นหยวนไจ่ ขุนนางชั้นผู้น้อยผู้มีเซนส์ด้านผลประโยชน์ไวที่สุดในเรื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไปล้วนเพื่อผลประโยชน์ของตนคนเดียวล้วน ๆ ที่เฮียจางสะบักสะบอมยับเยินเกือบทั้งเรื่องต้องยกดอกไม้ทั้งกระถางขว้างไปให้เขาคนนี้เลยจ้า แต่เรื่องนี้จะไม่มีตัวละครนี้ก็ไม่ได้ เพราะผลประโยชน์มันไม่มีดีไม่มีชั่ว ที่สถานการณ์พลิกผันเปลี่ยนแปลงไม่ว่าในทางดีหรือทางร้ายก็เพราะหยวนไจ่คนนี้นี่แหละ อ่านรอบสองด้วยความบันเทิงมากว่า อะ เอ็งจะไปสุดที่ตรงไหนกันฮึ (นี่หรือเปล่าที่เขาว่าเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน อ่านหนังสือเล่มเดิมรอบสองกลับมีมุมมองที่เปลี่ยนไป .. ช่างหัวอุดมการณ์ไปเหอะ ผลประโยชน์ต่างหากที่กินได้ ผลประโยชน์ต่างหากที่จีรัง 5555)

ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่า จุดเด่นอย่างหนึ่งของหม่าป๋อยงก็คือการสร้างตัวละครที่กลม มีความเป็นมนุษย์สูง และสามารถทำให้ความธรรมดาอย่างอาชีพหัวหน้ามือปราบหรือทหาร ซึ่งจัดเป็นอาชีพพื้นฐานของนิยายจีนโบราณ กลายเป็นไม่ธรรมดาได้ เมื่อมาเป็นอาชีพเก่าของเฮียจาง ... ส่วนตัวละครอื่น ๆ เองก็บรรยายได้อย่างมีชีวิตชีวา ทุกคนเป็นสีเทา จะเข้มจะจางกว่ากันก็เท่านั้น ทุกตัวที่ออกมามีประโยชน์กับเรื่องหมด รวมทั้งการวางบทบาทตัวละครหญิงที่เรารู้สึกว่า ไม่ได้มาเป็นไม้ประดับเท่านั้น แต่มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องในฐานะที่เป็นตัวละครผู้ขับเคลื่อนเรื่องราว ไม่ต่างจากตัวละครอื่น ๆ ในเรื่องเลย นักเขียนได้แสดงออกถึงมุมมองต่อผู้หญิงในทางที่ดีทีเดียว คือมองว่าตัวละครหญิงก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มีเรื่องที่ทำได้หรือทำไม่ได้ตามนิสัยของตัวละครเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นกับเพศเป็นหลัก แม้ว่าจะมีกรอบธรรมเนียมอะไรของยุคสมัยมาครอบไว้บ้างตามเซ็ตติ้งของเรื่อง แต่การวางบทบาทของตัวละครทำให้เราได้เห็นความพยายามที่จะนำสมัยของเขา (ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ขอขายอีกเรื่องเลย ความพยายามสื่อสารทัศนะของเขาในประเด็นนี้ รู้สึกว่าจะยิ่งชัดมากในสองนครสิบห้าวัน ซึ่งก็มีประเด็นหลากหลายและสนุกไม่แพ้ฉางอัน)

จะมีก็แต่ลาสต์บอส (อีกแล้ว) ที่ยังติดใจว่า เอ้าา จะพูดถึงกันแค่นี้เหรอ คือนักเขียนอาจจะตั้งใจให้เป็นแบบนี้ก็ได้ สำหรับเรื่องที่ใบ้มาว่าคนนี้ น่าจะมีเอี่ยวกับแผนการร้ายอันนี้ก็เห็นอยู่ตั้งแต่ตอนอ่านครั้งแรกแล้ว ถือว่าซ่อนรายละเอียดได้แนบเนียนและเก็บปมเฉลยได้หมดจดดี... แต่ที่รู้สึกว่าแค่นี้เหรอ คือเรื่องแรงจูงใจ เท่าที่เฉลยมาว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุวุ่นวายของตัวละครนี้คืออะไรมันก็พอเข้าใจได้ แต่มันเป็นเพียงการสันนิษฐานจากมุมมองของบุคคลภายนอก เลยทำให้ "นึกภาพ" ตามไม่ค่อยออกว่าแรงจูงใจมันจะเข้มข้นถึงขนาดผลักดันให้ก่อเรื่องราวใหญ่โตไม่สนฟ้าสนดินได้ขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ (ยิ่งพอเทียบกับเซียวกุย) ถ้าเขียนจากมุมมองของตัวละครที่ว่านี้สักนิดหนึ่ง หรือไม่ก็ฉายภาพการกระทำของตัวละครนี้ในช่วงต้น ๆ เพิ่มสักหน่อย ไม่ต้องเยอะก็ได้ เอาให้พอคลุมเครืออย่างที่อยากให้เป็นน่ะ บทเฉลยก็น่าจะสมบูรณ์แบบเลย อย่างไรก็ตาม ที่เป็นอยู่ก็ยังนับว่าเยี่ยมมาก ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่อ่านมาทั้งเรื่องเสียเปล่าไปแต่อย่างใด

และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นสไตล์บู๊ แอ็กชั่น ผจญภัย สืบสวนสอบสวน ที่ต้องแข่งกับเวลา มีเควสให้ต้องเคลียร์กันอยู่ตลอดเวลา เฮียจางจะได้พักหน่อยก็ตอนโดนทุบสลบเท่านั้น 555 ดังนั้น พอถึงตอนจบจึงพลอยรู้สึกโล่งอกโล่งใจ น้ำตาจะไหลไปกับตัวละครเลยจริง ๆ

ส่วนเรื่องความรักก็จะค่อนข้างแห้งแล้งไม่ต่างจากทะเลยทรายแดนประจิม เหมาะกับนักอ่านสายพลังจินตนาการสูงมากกว่า สำหรับใครที่ชอบให้มีเรื่องความรักเข้ามาให้พักใจมากหน่อย เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์ แต่ถึงอย่างนั้น ในความเห็นเราก็ว่ายังมีนะ และใส่มาได้พอเหมาะพอเจาะ ไม่มากไม่น้อยไป มันอารมณ์แบบซีรีส์หรือภาพยนตร์แนวกู้โลกกู้หายนะของตะวันตก เส้นเรื่องหลักจึงย่อมเป็นเรื่องการปฏิบัติภารกิจยับยั้งวินาศภัยของตัวเอก เส้นเรื่องรักก็มีมาพอเป็นกระสาย แต่ด้วยความที่ตัวละครเป็นชาวจีนโบราณ กลิ่นอายการแสดงออกก็ย่อมเป็นแบบคนตะวันออกโบราณแหละนะ ไม่ชัดเจนตรงไปตรงมาอย่างซีรีส์หรือภาพยนตร์ตะวันตก เป็นคนละรสชาติกันนั่นเอง

สุดท้ายนี้ ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย คือ งานแปล สำนวนแปลของคุณซินโป-หย่งชุนนี่ไว้ใจได้เลย อ่านได้ลื่นไหลไม่หลับไม่นอน ต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้นักแปลด้วย อันที่จริงสำหรับเรา ที่ตัดสินใจเลือกเรื่องนี้ก็เป็นเพราะติดใจงานแปลของคุณซินโป-หย่งชุนจากงานอื่นนี่แหละ ตอนนั้นฉางอันสิบสองชั่วยามเป็นงานเขียนเรื่องแรกของหม่าป๋อยงที่เข้ามาในไทย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนักเขียนหรืองานเขียนของเขาเลยว่าจะถูกจริตเรามั้ย วัดดวงซื้อมาเพราะนักแปลล้วน ๆ ปรากฏว่าตัดสินใจถูกจริง ๆ

ยังมีอีกมากมายที่กล่าวถึงไม่หมด อ่านจบรอบแรกทิ้งตะกอนไว้ในใจเยอะมาก ถึงขนาดต้องอ่านรอบสองกว่าจะตกตะกอนความคิดและความรู้สึกได้หมดจด ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับฉางอันสิบสองชั่วยาม ในฐานะงานคุณภาพมาตรฐานสูง ทั้งเนื้อหาและงานแปล รวมทั้งงานบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ด้วย หากชอบแนวแอ็กชั่น ผจญภัย สืบสวนสอบสวน ตามล่าคนร้ายภายใต้เงื่อนไขของเวลาและสถานการณ์ที่บีบคั้น ในกลิ่นอายแบบจีนโบราณ มีประเด็นให้ขบคิด นิยายเรื่องนี้ก็ควรค่าแก่การอ่านสักครั้งหนึ่งในชีวิตจริง ๆ ค่ะ
Profile Image for รำพึง ลำพัง.
471 reviews30 followers
January 21, 2019
3.5
เพราะจบได้แบบ อะไรนะ?

ระหว่างทางมีสปอยล์

เรื่องการแปล ดีมาก การดำเนินเรื่องที่ทำให้วางหนังสือแทบไม่ลงก็จัดว่าทำได้ดีในช่วงเล่ม 2-3
นักเขียนลงดีเทลค่อนข้างเยอะในส่วนปลีกย่อย รวมๆ ก็ถือว่าอ่านเอามัน


แต่พอทุกอย่างคลี่คลายแล้วมันให้ความรู้สึกวะ 'อะไรวะ'
บทลงเอยของตลคแต่ละตัวที่หงุดหงิดสุดคือลุงจางกับถานฉี
ตอนแรกบรรยายว่าอีซือน่าจะเดี้ยง ไม่เดี้ยงก็พิการ ไหงกลายเป็นหายปกติ
เหยาหรู่เหนิงที่ว่าต้องหลังแบะ แต่ก็ไม่หลังแบะ
สองคนนี้จะเป็นไงก็แล้วไปเถอะ รอดตายก็ดีใจแล้ว

มาถึงตัวละครอย่างถังเสวียนจงที่เขียนได้แบบขัดแย้งในตัวเองมาก ตกลงว่าต้องการสื่อว่าพระองค์เป็นพวกลุ่มหลงในนารี หรือเป็นคนที่มีรัศมีฮ่องเต้เรืองรอง? แต่เขาทำตรงนี้ได้ไม่ดีนะ เราไม่รู้หรอกว่าฮ่องเต้ตัวตริงต้องเป็นแบบไหน แต่การบรรยายฮ่องเต้ในเรื่องนี้ค่อนข้างจืดชืดและจืดจางไม่มีรัศมีจักรพรรดิเลย ยิ่งตอนจบนี่แบบ อะไรเนี่ย คือตามปวศว่างั้นแต่ลากลุงจางเข้ามาเอี่ยวทำไม จากanti hero กลายเป็น Mr. Gary Sue ทันที

ตัวละครที่เขียนได้ดูเรียลสุดคือหยวนไจ่ ใส่ร้ายป้ายบาปคนได้เก่งมาก นอกนั้นถ้าไม่ถกก็แล้วไป แต่เอาจริงๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้สุดจนคือคนที่ชอบเคี้ยวใบสาระแหน่ อะไรจะไว้ลุงจางขนาดนั้นทั้งๆ ที่ดูเป็นคนรอบจัด เจนจัด ยิ่งไปชวนพรรคพวกวางแผนอีท่าไหนไม่รู้แต่มาได้สปอนเซอร์หลักจากครอบครัวผู้บัญชาการการเฮ่อ ตลกมาก

ส่วนถานฉีเป็นห่วงลมหายใจคุณชายแทบทุกลมหายใจ แต่คุณชายก็ช่างเย็นชา 555
สุดท้ายได้ลงเอยกับลุงจางรึเปล่า ไม่มีคำตอบ
ในตอนแรกลุงจางดูอ้อยใส่ถานฉีมากๆ พอสุดท้ายถานฉีมองลุงดีขึ้นเป็นห่วงเป็นใยขึ้น ลุงจางเฉยเมย...
เล่มแรกที่เราเกริ่มเรื่องอื่นว่าความรักซึมเข้ากระดู ไม่มีคำรักให้หวานเลี่ยน เรื่องนี้เราไม่สามารถสัมผัสได้เลยว่าลุงจากรักแรกพบถานฉี นอกจากหมาหยอกไก่ ตอนเราชิปเราก็ชิปลึกมากนะ พออ่านจบเลยผิดหวังน่ะ

อะ มาถึงเรื่องลาสบอสที่มีข้อกังขามากมาย แต่ระหว่างที่บ่นก็คิดว่านักเขียนคงหมดแรงจะแต่งต่อแล้ว แถมยังสร้างความคลุมเคลือไม่เป็นอีกต่างหาก

ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้บอกว่าไม่คุ้มค่ามั้ย เหมาะกับการอยากหาอะไรลุ้นๆ ตื่นเต้นๆ อ่าน อ่านจบก็ไม่ต้องไปสงสัย เพราะพอสงสัยความประทับใจมันจะหาย รีวิวในdoubanพูดเรื่องไทม์ไลน์ที่ขัดแย้งด้วยแต่เราไม่รู้ว่าอยู่หน้าไหนในฉบับไทย
การแปลไม่หงุดหงิดเลย ชอบที่ไม่เจอคำผิด ภาษาสวย นักแปลทำการบ้านได้ดีมาก

แต่สงสัยคำว่า 'เสือกแทงมีดออก' ออกจากตัวของมือมีด?




ปล. กรุณาซื้ออ่านเถอะนะคะ ไม่ชอบก็ขายต่อได้ หนังสือแต่ละเล่มมีต้นทุน นักเขียน บก.ฝั่งจีนเองก็ทำงานหนัก ฝั่งสนพ.ไทยก็ทำงานหนัก หน้าปก รูปเล่ม การแปล งานพิสูจน์อักษร ฯลฯ ซื้อลิขสิทธิ์มาอย่างถูกต้อง ไม่มีกะปิน้ำปลา ไม่แปลขาดแปลเกิน
เราบอกได้เต็มปากเต็มคำว่างานดีมาก....เพราะไม่เจอคำว่า อ่อ การใช้งับ/แง้มที่ใช้ผิดบริบท การเดินย่างสามขุมทุกครั้งที่ตลคเดินไปข้างหน้า 5555555 แต่ต่อให้งานหนังสือมีจุดพลาดก็ไม่สมควรต้องมาเจอการละเมิดอยู่ดี

แด่คุณคนที่คิดจะแสกนแจกแบ่งปัน(เพื่อทำลาย)หรือเพื่อค่าครอบลิงก์โฆษณา....อย่าทำนาบนหลังคน มันทุเรศ
Profile Image for Cherry Sawanya Munkongsujarit.
392 reviews24 followers
April 23, 2021
เล่ม 3 พิมพ์ครั้งที่ 1 : ธันวาคม 2561
โปรยปกหลังเล่ม 3 :
จางเสี่ยวจิ้งเพื่อเสาะหาช่องพลิกสถานการณ์กลับ จึงจำต้องถลำลึกลงไปทั้งตัว
จากนักโทษประหารสู่ผู้บัญชาการทหาร
มาบัดนี้มันได้กลายเป็นกำลังหลักของกลุ่มก่อการร้ายไปเสียแล้ว
ความเคลื่อนไหวต่อไปของพวกปลวกคืออะไรกันแน่
จิ้งอันซือจะสิ้นท่าไปเช่นนี้จริงๆ น่ะหรือ
ผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดเป็นใครกัน และทำไปเพื่ออะไร
ทว่าใดๆ ล้วนไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดยามนี้ เมื่อเชว่เล่อฮั่วตัวตื่นจากหลับใหล
ฉางอันจะลุกเป็นไฟ หากแต่ผู้กอบกู้หนึ่งเดียวกลับยังติดอยู่ในตัวอสุรกายยักษ์นี่!
มิอาจนับว่าเหลือเวลาอีกกี่ชั่วยาม
เพราะแท้จริงจางเสี่ยวจิ้งเหลือเวลาเพียงชั่วดีดนิ้วไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ที่จะพาตัวเองให้รอดพ้นจากการถูกคลอกเผาทั้งเป็น!!

เล่ม 3 :
หยวนไจ่มาตามคำพูดของจางเสี่ยวจิ้ง กองทหารหลงอู่มากมาย หยวนไจ่เลือกที่จะไปทางเดียวกับจางเสี่ยวจิ้ง เท่ากับอยู่ใต้หอโคม และขณะนั้นเองก็เห็นคนตกลงมาก่อนตายยังบอกกระท่อนกระแท่นเรื่องปีกกิเลน ระเบิด เครื่องขับเคลื่อน เพลายักษ์ พอทหารหลงอู่มาก็พบว่าเป็นอาจารย์เหมาซุ่น ทำให้หยวนไจ่ตัดสินใจเข้าไปในหอ และได้เห็นจางเสี่ยวจิ้งที่กำลังเอาปีกกิเลนไประเบิดเครื่องขับเคลื่อน ที่เพลายักษ์ก็เข้าใจผิดว่านี่คือตัวการ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นคนบอกให้มา แล้วจะทำเอง แต่ยังไงหยวนไจ่ก็อยากหาแพะรับบาปเอาไว้อยู่แล้ว
จางเสี่ยวจิ้งต้องหลบ และสังหารทหารหลี่ว์เปินกับทหารกองหลงอู่ ทำงานแข่งกับเวลา เพราะด้านบนปีกกิเลนก็เริ่มทำงานแล้ว
ยังไงจางเสี่ยวจิ้งก็ไม่ยอมแพ้ สุดท้ายที่ตัวเองเอาไปวางกลายเป็นระเบิดด้าน อานุภาพไม่พอหยุดการเคลื่อนของเพลายัง ต้องปีนไปด้านบน ตอนนี้เริ่มมีไฟไหม้ที่หอโคมแล้ว แต่คนภายนอกยังไม่รู้เรื่องคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงโคม จางเสี่ยวจิ้งยังบอกให้หลบไป เพราะจะระเบิดแล้ว หยวนไจ่ยิ่งสับสนงุนงง แต่เพราะสัญชาตญาณของตัวเองคิดว่าต้องหนีก่อนเลยรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด
ด้านหลี่ปี้ออกมาจากทางน้ำใต้ดิน ไปบอกหัวหน้ากองหลงอู่ แล้วก็เห็นรัชทายาทออกจากงานเลี้ยงเลยตามไป และตามไปตลอดทาง ความคิดแง่ร้ายยิ่งชัดแจ้งเมื่อได้ยินเสียงระเบิดว่ารัชทายาทห่างไกลจุดเกิดเหตุถ้าจักรพรรดิเป็นอะไรไป รัชทายาทก็เป็นจักรพรรดิคนต่อไป
จางเสี่ยวจิ้งปีนขึ้นด้านบนโคม ห้องโคมทั้งยี่สิบสี่ห้องเริ่มจุดขึ้น ต้องหยุดให้ได้ก่อนถึงห้องที่สิบห้า แต่ด้านบนก็มีอวี๋ฉางรออยู่ ต้องต่อสู้กับอวี๋ฉางจนในที่สุดไฟทุกห้องก็ปิดสว่าง อวี๋ฉางเปิดกลไกขั้นสุดท้าย แต่ตัวเองที่คิดหนีไปกำจัดเซียวกุยก็โดนเหมิ่งหั่วเหลยที่ฝังอยู่ที่จุดที่ยืนระเบิดเป็นมนุษย์เพลิง
จางเสี่ยวจิ้งคิดว่าตนทำถึงที่สุดแล้ว แต่แล้วก็ยังคิดได้ว่าสามารถทำให้เหมิ่งหั่วเหลยด้านได้ บุกเข้าไปใช้ขวานฟันที่ลำไผ่ยักษ์อย่างต่อเนื่อง เนื้อตัวแสบร้อนเพราะไฟเผารอบกาย ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามีคนผู้หนึ่งกระทำทุกอย่างเพื่อชาวเมืองฉางอัน ไม่ใช่เพื่อจักรพรรดิหรือขุนนางคนใด ทำถึงที่สุด
เซียวกุยออกมาจางทางน้ำ โดยไม่มีคนสนใจพร้อมพวกปลวก เห็นการระเบิดก็คิดว่าคำนวณพลาด จนกระทั่งหอโคมหักครึ่งด้านบนหอพังลงมาทับหอฉินจิ้งอู้เปิ่นจึงสั่งให้บุก
หยวนไจ่ไปรายงานเฉินเสวียนหลี่ และบอกให้พาตัวจักรพรรดิไปที่ปลอดภัย เฉินเสวียนหลี่ให้หยวนไจ่ไปด้วยซึ่งก็เข้าแผนการของหยวนไจ่พอดี
หลี่ปี้ตามรัชทายาทมาถึงสวนโอสถวังตะวันออก และได้รู้ว่ารัชทายาทออกจากงานเลี้ยงเพราะต้องการตามหาตัวเองจากสารจากใครไม่รู้ และที่แน่ใจเพราะสารฉบับแรกให้มองหอโคมก็เห็นหลี่ปี้ จึงแน่ใจ หลี่ปี้คิดไปมา ทั้งคิดว่าเป็นรัชทายาทและไม่ใช่รัชทายาทสุดท้ายก็บอกให้อยู่ที่นี่ปลอดภัยที่สุด และได้รู้จากสารถีว่ามีอีกคนที่ออกจากงานเลี้ยงคือเสนาบดีหลี่ จึงรีบกลับจิ้งอันซือ
ด้านจางเสี่ยวจิ้ง หลังจากหอโคมล้มตอนแรกจะกระโดดไปทางกำพงเมืองกลับกลายเป็นเข้ามาที่หอฉินจิ้งอู้เปิ่น และสลบอยู่ที่นั่น
ด้านแม่ทัพเฉินเสวียนหลี่ที่ตามมาจากด้านหน้ากว่าจะขึ้นหอได้ก็ด้วยคำแนะนำให้ใช้กระถางดอกไม้จากหยวนไจ่ และพอถึงชั้นสาม หยวนไจ่เห็นจางเสี่ยวจิ้งก็คิดข้ออ้างไม่ไปต่อ และจะฆ่าคนปิดปาก ดีที่ถานฉีที่โดนรัชทายาทไล่ออกจากงานก่อนหน้านี้โดนกักตัวอยู่ที่ชั้นนี้พอดี และรอดพ้นจากแรงระเบิดเห็นหยวนไจ่กำลังจะแทงจางเสี่ยวจิ้งจึงได้ช่วยไว้ จางเสี่ยวจิ้งพอฟื้นยังคิดจะขึ้นหอไปช่วยคนต่อทั้งที่ไม่มีแรงเหลือแล้ว
จางเสี่ยวจิ้งขึ้นถึงหอชั้นบนสุด ก็พบสถานการณ์ที่ทำให้ต้องเลือกอีกครั้งเพราะพวกปลวกจับจักรพรรดิไว้ได้ และฝ่ายกองทหารหลงอู่ แม่ทัพเฉินเสวียนหลี่ก็เป็นอีกฝ่ายที่ไปต่อไม่ได้ จางเสี่ยวจิ้งต้องทำตัวเป็นพวกเดียวกับปลวก และทำร้ายเฉินเสวียนหลี่ เพื่อให้เซียวกุยยังเชื่อใจ เซียวกุยส่งหย่งอ๋องให้ จางเสี่ยวจิ้งหาวิธีให้หย่งอ๋องส่งข่าวให้หยวนไจ่รู้ แต่ที่ทำดูเหมือนเป็นการผลักหย่งอ๋องตกหอ ทำให้จักรพรรดิยอมเปิดปาก
จักรพรรดิ ถังเสวียนจงยังไม่ยอมแพ้ ยังต่อสู้ และไม่เชื่อที่จางเสี่ยวจิ้งบอกว่ามาช่วย จนเซียวกุยจับไท่เจินได้ ทำให้จักรพรรดิยอมจำนนอีกครั้ง ทำให้ขุนนางต่างๆเห็นถึงความคลั่งรักของจักรพรรดิ ไม่ยอมให้ไท่เจินบาดเจ็บ เซียวกุยมีแผนสำหรับการหนีจากชั้นบนสุด จางเสี่ยวจิ้งต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์ มีโอกาสที่หอซ่อนหอถล่มก็ไม่สามารถกำจัดปลวกทั้งหมดได้ แต่ก็ลดจำนวนลง
การจับจักรพรรดิยังดำเนินไป แต่เพราะเหตุหอถล่มทำให้ปลวกส่วนใหญ่เคราะห์ร้าย ไม่สามารถดำเนินแผนการเดิม เซียวกุยมีเส้นทางหลบหนีจากการคุยกับช่างชาวหูก่อนหน้านี้และคิดแผนการเอาไว้ จางเสี่ยวจิ้งต้องลอบดำเนินการ ตัดกำลังต่อไป ตอนนี้เหลือเพียงเซียวกุยกับปลวกอีกคน และจักรพรรดิกับไท่เจิน ไท่เจินจำชื่อจางเสี่ยวจิ้งได้จากถานฉี และเชื่อว่าจางเสี่ยวจิ้งมาช่วย ตอนแรกจางเสี่ยวจิ้งให้เซียวกุยพาไท่เจินมาด้วยเพื่อสร้างความลำบากมากขึ้น คราวนี้ก็ปรับเปลี่ยนแผนอีก เซียวกุยบอกว่าเป็นเพราะจักรพพดิทำให้หนีออกมาได้ เพราะทางเดินตรอกแคบนั่นเอง ไม่มีใครรู้ว่าจักรพรรดิถูกพามาทางนี้ ด้านหอฉินจิ้งอู้เปิ่นสับสนเพราะการหายตัวไปของจักรพรรดิ
ด้านหลี่ปี้กลับมาที่ศาลว่าการจิงจ้าวก็ชิงอำนาจคืนจากจี๋เฉิงได้ก็ตามหาสวีปิน สุดท้ายพบว่าถูกฆ่าตายแล้วโดยไส้ศึก ทำให้หลี่ปี้แค้นใจ และพาตัวเหยาหรู่เหนิงออกมา ให้ซ่อมหอสังเกตการณ์และปิดประตูเมือง ยกเลิกงานเทศกาลซั่งหยวน จากนั่นให้หาหอศาลาที่ตัวเองเคยถูกขัง และพบอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดชี้ไปที่เสนาบดีหลี่ เมื่อไปถึง เสนาบดีหลี่กลับบอกว่าถ้าทำแล้วตัวเองจะได้ประโยชน์อะไร ทำให้หลี่ปี้คิดได้
เหยาหรู่เหนิงถูกหลอกโดยสัญญาณรหัส ทำให้รู้ว่าใครเป็นไส้ศึก และตามจับอย่างลำบากแบบเอาชีวิตเข้าแลก สุดท้ายก่อนที่หลี่ปี้จะถามความจริงได้ พลส่งสารไส้ศึกก็ชิงฆ่าตัวตาย หลี่ปี้เรียกคนที่สนิทกับคนส่งสารมาถาม เมื่อสังเกตการณ์เล่าเรื่องสุดท้ายถึงสังเกตได้ถึงคำพูดว่าพลส่งสารต้องเป็นโส่วจัวหลาง หลี่ปี้ตามต่อไปถึงหัวหน้าโส่วจัวหลางจนมาถึงเรื่องพาณิชย์อำพราง จนในที่สุดเห็นหลักฐานสุดท้ายคิดว่าเป็นรัชทายาท
จางเสี่ยวจิ้งหาทางช่วยเหลือจักรพรรดิจนถึงจุดสุดท้ายก่อนออกนอกเมืองโดยกระเช้า โดยความช่วยเหลือของไท่เจิน สุดท้ายเซียวกุยก็รู้ว่าเป็นจางเสี่ยวจิ้งที่ทำลายแผนการตน ทั้งสองหล่นกระแทกออกมานอกกำแพงเมือง จางเสี่ยวจิ้งไม่เป็นไร แต่เซียวกุยบาดเจ็บสาหัส สุดท้ายก็รู้ว่าเพราะจางเสี่ยวจิ้ง และเพราะการเลือกของตนเอง และบอกความลับสุดท้ายว่าใครบงการเบื้องหลัง จางเสี่ยวจิ้งได้รับการช่วยเหลือจากคนเลี้ยงอูฐ และหาทางเข้าเมืองได้ พอเข้าเมืองมายังมีเรื่องถูกจับไปให้เฟิงต้าหลุน และสุดท้ายก็โดนล้อมโดยทหารหลงอู่ หลังจากสัญญาณที่ตัวเองเป็นคนบอกให้อาหลัวเยวียส่งข่าว ได้รับการยืนยันว่าจักรพรรดิปลอดภัยกำลังจะตายเพราะโดนใส่ร้าย ถานฉีที่ก่อนหน้านี้จะจัดการหยวนไจ่และได้รับการเสนอว่าตัวเองสามารถช่วยจางเสี่ยวจิ้งได้ ก็ใช้คำพูดต่างๆแก้ต่างให้จางเสี่ยวจิ้งจนพ้นผิด ซึ่งมันคือเรื่องจริง และเอาแพะคือเฟิงต้าหลุน เพราะเรื่องนี้ต้องมีคนผิด เมื่อเรื่องสิ้นสุด ตัวเองพ้นข้อหา แต่เรื่องยังไม่จบผู้บงการใหญ่ยังอยู่ จางเสี่ยวจิ้งยังต้องตามหาหลี่ปี้
ทั้งคู่เจอกัน และหลี่ปี้ก็บอกว่าเป็นรัชทายาท จางเสี่ยวจิ้งบอกว่าเป็นเฮ่อจือจางด้วยบทกลอนที่เซียวกุยบอกมา เมื่อไปถึงที่พักเกิดการระเบิดโดยใช้เหมิ่งหั่วเหลย หลี่ปี้ก็ผูกโยงเรื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ สุดท้ายแล้วก็เพราะความกตัญญู แต่จะถามใครได้ เพราะคนก็ตายไปแล้ว และก็มีผู้รับผิดที่ไม่ใช่คนชั้นสูงแล้ว
จางเสี่ยวจิ้งไม่เข้าใจทำไมถึงไม่ห่วงราษฎร คิดถึงแต่จักรพรรดิ รัชทายาท หลี่ปี้บอกว่าเพราะที่นี่คือฉางอัน ที่ซึ่งกลืนกินทุกอย่าง

หลังอ่านเล่ม 3 :
เรื่องราวพลิกกลับไปกลับมา ลุ้นทุกตัวอักษร ทุกหน้า สนุกมาก ทั้งยังมีบุคคลในประวัติศาสตร์หลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง นักเขียนบรรยายให้เห็นอย่างละเอียด ใครที่ชอบแนวสืบสวน สอบสวน บวกกับแนวประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด เพราะอ่านไป จินตนาการถึงฉางอันเมืองใหญ่ ฟางต่างๆ และการไล่ล่าตามหาความจริง กับบอสใหญ่สุดท้ายคือใคร แบบหน้าต่อหน้า ตัวอักษรต่อตัวอักษรเลยทีเดียว
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Makmild.
807 reviews220 followers
September 13, 2021
โอ้ยยยย เรื่องนี้มาตายตอนจบค่ะทุกคนนนน ไม่ได้หมายถึงตัวละครตาย แต่แบบ สนุกได้ไม่ถึงที่สุด พามาถึงฝั่งได้แค่ 2.5 เล่มสามตอนชั่วโมงสุดท้ายคือบับ อะๆ เชิญ จะว่าอะไรก็ว่ามาเลยจ้ะ

จุดเด่นของเรื่องนี้เลยคือ การมีข้อจำกัด 2 อย่าง คือ 1 เวลา 2 สถานที่ ที่ทำให้พล็อตเรื่องนี้โดดเด่นและสนุก respect ผู้เขียนมากๆ ต้องทำ reserch ขนาดไหนถึงจะเขียนเรื่องราวได้ละเอียดถึงขนาดนี้ นับถือเป็นที่สุด

มาดูฝั่งพล็อตกันบ้าง หักมุมแล้วหักมุมอีก หักจนนู่น ชั่วโมงสุดท้ายตอนจบอะแหละ แต่แบบ พี่จบห้วนเป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่นไปได้ หนูเชื่อ พี่จบได้ดีกว่านี้ แต่พี่ไม่ทำ! คุณคนเขียน คุณใจร้ายกับพ่อจางตาเดียวเหลือเกินค่ะ ฮือๆ จริงๆ ที่เล่มนี้ได้ 4 ดาวไปเพราะตอนจบเลยนะ แม้จะมีบทเสริมเข้ามาว่าแต่ละคนเป็นไงต่อ ไม่ได้อะพี่ มันไม่ใช่

แต่นั่นแหละค่ะ โดยรวมแล้วเราให้เรื่องนี้ 4.5/5 คะแนนเลย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าอ่านเพื่อดูบรรยายกาศฉางอันที่ละเอียดทุกซอกมุม บวกกับสืบสวนสอบสวนแอคชั่นที่ไม่ให้เราพักเลยแม้แต่นิด (มีนิดเดียวเท่านั้นคือตอนอีซือ อันนี้นับว่าพักได้) ระทึกไปกับทุกโมงยามเลยทีเดียว

ปล.ถ้าใครสงสัยว่า 24 ชั่วโมงมันแปปเดียวเองจะทำอะไรได้เยอะแยะ กวักมือให้มาดูหลี่ปี้กับจางเสี่ยวจิ้ง ตั้งแต่ชั่วโมงแรกยันชั่วโมงสุดท้าย มีอะไรให้ทำไม่หวาดไม่ไหว นี่ค่ะ very productivity ที่แท้ (คำเตือน:นี่ไม่ใช่คำแนะนำในการใช้ชีวิต)
Profile Image for Fonfoniny.
317 reviews15 followers
July 8, 2019
ฉางอัน 12 ชั่วยาม 3

อ่านจบแล้วขนลุกเลย นักเขียนหาข้อมูลมาแน่นมาก นำช่องวางในประวัติศาตร์มาสร้างเรื่องราวได้อย่างลงตัว ทุกตัวละครมีดำมีขาว มีจุดที่เราเอาใจช่วยและจุดที่ลุ้นให้แพ้

เซียวกุย เราร้องไห้เลยตอนตาย ซาบซึ้งกับมิตรภาพของสองคนนี้มาก มีหลายตอนที่เอาใจช่วยให้แผนการสำเร็จ แต่ไม่ชอบวิธีการเท่าไหร่

จางเสี่ยวจิ้ง นี่คนหรือแมลงสาบ เจอทั้งโดนซ้อม ไฟเผา มีดแทง โดดกำแพงก็ยังไม่ตาย อึด ถึก ทน จริงๆ

หลี่ปี้ ขุนนางฝ่ายบุ๋น เสาหลักของจิ้งอันซือ ไม่ถนัดบู๊ บุกตะลุยเหมือนลุงจาง แต่เรื่องขบคิด สืบคดี เชื่อมโยงเรื่องราว ไม่ได้มองโลกเลวร้ายเหมือนจางเสี่ยวจิ้งและไม่ไร้เดียงสาเหมือนเหยาหรู่หนิง

เหยาหรู่หนิง ตอนแรกเราไม่ชอบคนนี้เลย โลกสวยเกินไป ต้องเป็นตัวถ่วงแน่ๆ แต่เพราะความไร้เดียงสา มองโลกในแง่ดีของเหยาหรู่หนิงนี่แหละที่ทำให้ทุกคนมีพลังสู้ต่อ ถ้าไม่ได้ฮีส่งสัญญาณ 'ไม่ถอย' จางเสี่ยวจิ้ง ถานฉี อาจจะถอดใจไปแล้วก็ได้

หยวนไจ่ ทั้งรักทั้งชัง เป็นขุนนางที่มองหาแต่ผลประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเสี่ยงอันตราย ให้พลิกลิ้น ตีสองหน้า สร้างเรื่อง ล้วนทำได้หมดทุกอย่าง เป็นคนฉลาดรู้จักพลิกแพลง ใช้เพียงคำพูดเดียว ตัดสินชีวิตคนได้
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Mae Chunviruch.
18 reviews3 followers
September 13, 2021
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าหนังสือเรื่องนี้เนื้อเรื่องสร้างขึ้นล้อมรอบตัวละครเอกตัวเดียว พล็อตหลักกับพล็อตรองต่าง ๆ ล้วนเป็นคนที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวพันกับตัวเอกทั้งสิ้น ถ้าอ่านแล้วอยากได้ความสมจริงหรือความกลมของตัวละครก็จะน่าเบื่อหน่อย นอกจากตัวละครหลักแล้ว นอกนั้นเป็นตัวประกอบแบบที่ดีก็ดีใจหาย ชั่วก็ชั่วสุดใจ ถ้าไม่ช่วยตัวเอกก็ขัดขวางตัวเอก เพราะจุดประสงค์ของตัวประกอบมีแค่ประกอบพล็อต

ส่วนที่ดีคือเกร็ดประวัติศาสตร์ในเรื่อง ทั้งสิ่งประดิษฐ์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมในยุคนั้น กับแผนที่ฉางอันที่ละเอียดมาก เสียดายที่ตอนอ่านไม่ค่อยได้ใช้ ต้องโทษจังหวะการเล่าเรื่องที่ลุ้นและเร่งเร้าเกินไป เราเองไม่เสียเวลากลับไปเปิดแผนที่ฟางด้วยซ้ำ และมันก็ไม่ได้มีผลต่อการเข้าใจเนื้อเรื่องด้วย

และเพราะเรื่องลุ้นเกินไปนี่แหละ หลายช่วงถึงได้รู้สึกว่าการหักมุมไปมาก็เพราะจงใจจะไปให้ถึง 12 ชั่วยาม เล่มสองถึงได้ย้วย ส่วนเล่มสามก็รู้สึกว่าเล่าเรื่องยืดยาวเกินจำเป็น เมื่อไปถึงบทสรุปที่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็อ่านแล้วเฉย ๆ ด้วยความที่ไม่ได้วาง hint ตามทางให้เรารู้สึกว้าวซ่าเมื่อต่อจิกซอว์เข้าด้วยกันเป็นภาพใหญ่ แต่เป็นตอนจบแบบที่จะเขียนให้ใครเป็นคนร้ายก็ได้ ขอแค่หาเหตุจูงใจที่สมเหตุสมผลมาก็พอ แล้วยิ่งคนเขียนพยายามหักมุม (มากกว่าสามครั้ง) ให้คนร้ายเป็นคนที่คนอ่านคาดไม่ถึง จนสุดท้ายมาจบเอาตัวละครที่นอกจากจะคาดไม่ถึงแล้ว ก็ไม่ได้ติดตรึงในความทรงจำเท่าไหร่นัก
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Chinchin.
19 reviews
December 29, 2019
ตื่นเต้นมาก ลุ้นมาก สนุกทั้งสามเล่มเลย นักเขียนมีความ organize เล่มแรกเป็นฉากไล่ล่าสุนัขป่าทูเจี๋ย เล่มสองเป็นแผนบุกขององค์กรปลวกและการระเบิดเชว่เล่อฮั่วตัว เล่มสามเป็นการเดินหมากของคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดและการคลายปมปริศนา นักเขียนสามารถผูกปมเรื่องราวได้เก่ง และ ไม่ยอมเฉลยคนที่อยู่เบื้องหลังจนหน้าท้ายๆจริงๆ (อันนี้คาใจมาก 555) จะเฉลยๆอยู่แล้วก็ตัดฉากไปฉากอื่นตลอด

lesson from 3 books
-คนเจ้าเลือก ทางข้าเลือก ข้าจะไปให้ถึงที่สุด และยอมรับผลการตัดสินใจของตัวเอง
-ลุยเด็ดเดี่ยวเพื่อเป้าหมาย ที่ใหญ่กว่าตน เหมือนที่พระเอกทำเพื่อปกป้องความ normal ชีวิตประจำวันของชาวฉางอัน (ป้าร้านอาหาร ลุงร้านขนม) ไม่ได้ทำเพื่อราชสำนักหรือผลตอบแทน
-หญิงเท่าเทียมชาย (ถานฉี) mindset สำคัญ
-ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร (หยวนใจ่) เพราะฉะนั้นทำอะไรไม่ควรยึดพรรคพวก ผลประโยชน์ ยึดความดีงานเป็นที่ตั้ง
Profile Image for Onjitra Kruewitthawat.
47 reviews7 followers
October 6, 2019
อ่านจบแล้ว รู้สึกอิหยังวะกับตอนจบนิดหน่อย เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ รู้สึกรวบรัดตัดตอนไป แต่ก็ขอชมว่านักเขียนเขียนได้น่าติดตามมากๆ

นายจางนี่อึดมากๆๆ อ่านไปก็มองบนไป โดนขนาดนี้นี่ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ยังไง รู้สึกเจ็บแทน

หยวนไจ๋ นี่ตั้งแต่เล่ม 2 ที่ออกมา อ่านแล้วก็หงุดหงิดๆหัวร้อนมากๆ แต่ก็เข้าใจแหละก็คงมีคนแบบนี้อยู่

ตอนเฉลยว่าเฮ่อตง เป็นคนวางแผนทั้งหมดก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล ถ้าทำเพราะกตัญญูต่อพ่อก็ส่วนนึง เพราะรู้ว่าพ่อจงรักภักดีต่อรัชทายาท แต่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ วางแผนใช้ชาวทูเจวี๋ย ใช้ปลวกทำเหมิ่งหั่วเหลย บลาๆ เล่นใหญ่มากก
เอาจริงนี่สมมุติว่าเหมิ่งหั่วเหลยมันระเบิดจริงๆ อานุภาพของมันเท่าที่เราจินตนาการ หอโคมและเมืองฉางอันก็แทบไม่เหลือแล้วแหละ เป็นทะเลเพลิงแน่ๆ ไม่เห็นมีความจำเป็นที่ปลวกจะต้องไปขึ้นหอไปจับจักรพรรดิมาเลย

ปลวกนี่ ก็เหมือนโดนหลอกใช้อยู่เหมือนกัน หรืออาจจะยึดคอนเซ็ปต์ ชีพพลีไม่เสียดาย ก็ได้

ถานฉี อยู่ดีๆก็หาย ไลน์ไม่ตอบ หลังจากเรื่องคลี่คลายเราว่าคนเขียนควรจะเขียนถึงสัก 3 บรรทัดก็ยังดี นี่หายไปเลย เสียใจ

บันทึกท้ายเรื่องที่มีนายจางออกมาเราก็ไม่เข้าใจว่าต้องการสื่อถึงอะไร ทำไมนายจางถึงทำแบบนั้น หรือให้เราคิดไปเองว่านายจางถูกฉางอันกลืนกินกลายเป็นปิศาจไปแล้ว

นี่ถึงกับต้องอ่านซำ้อีกรอบว่าคนเขียนจะจบแบบนี้จริงๆเหรอ แต่จบก็จบ เราต้องมูฟออนไปเรื่องอื่นต่อ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Kamons.
1,292 reviews69 followers
January 31, 2021
เล่ม 3 ช่วงแรกๆ อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะนึกโครงสร้างของหอโคมไม้ออก เลยพาลอ่านไม่สนุก แต่พอพ้นช่วงโคมไปค่อยอ่านรู้เรื่องขึ้นมาก แล้วเป็นเล่มจบที่บีบเค้นหัวใจเหลือเกิน ทั้งลุ้นระทึก ทั้งสงสาร ทั้งเจ็บปวดไปกับตัวละคร แผนร้ายที่ไม่ได้มีแค่ชั้นเดียว พอจับได้พวกหนึ่งก็ยังต้องสาวต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วก็สงสารแต่จางเสี่ยวจิ้งแบบเป็นพระเอกที่ไม่ได้อะไรเลยแต่เจ็บตัวสุด ยิ่งช่วงท้ายๆ ของเล่มคืออออออ.... ลุ้นมาก ลุ้นแทบทุกบรรทัด อยากตะโกนร้องให้พระเอกหนีไปไม่ต้องอยู่แล้วเมืองบ้าบอนี้ ปล่อยแม่งตายๆ กันทั้งเมืองไปเหอะ
... และสุดท้ายก็คือเป็นนิยายที่ดีมากๆ เป็นสามเล่มที่ลุ้นทุกหน้า และยิ่งสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ควรค่าแก่การอ่านจริงๆ
Profile Image for addie.
899 reviews59 followers
October 21, 2021
(4.5/5) กลางเล่มสนุกมากกกกกกก ก. ไก่ล้านตัว ไม่อยากจะเชื่อว่านิยายเล่มนึงจะทำให้เราลุ้นจนต้องหยุดพักไม่กล้าอ่านต่อได้ขนาดนี้ เขียนดีสุดๆ ตัวละครแต่ละตัวมีความเชื่อ อุดมการณ์ที่เป็นของตัวเอง fleshed out มาก เสียดายคือนึกภาพบางฉากไม่ค่อยออก และไม่ค่อยจะชอบฉากเฉลยเท่าไหร่ เหมือนนิยายตะวันตกมากกว่า ตอนจบงงๆนิดนึงจนต้องอ่านซ้ำ เล่มนี้เป็นนิยายที่อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากว่าคนเขียนเขียนออกมาได้ยังไง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนรู้ว่าเป็นนิยายที่เบสออนเรื่องจริงยิ่งประทับใจเข้าไปใหญ่

สุดท้ายแล้วมันจุกตรงที่แม้แต่การแก้แค้นของประชาชนก็คือหมากให้บรรดาพวกที่นั่งอยู่บนหอคอย
Profile Image for ninuay.
3 reviews
July 28, 2024
4.5/5
- คนแต่งเก่งมาก ๆ นึกไม่ออกเลยว่าต้องรีเสิร์ชเยอะขนาดไหนถึงแต่งออกมาได้ขนาดนี้ ยิ่งท้ายเล่มที่เล่าว่าตัวละครจางเสี่ยวจิ้งเป็นแค่ใครสักคนในช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ ไม่ได้มีเรื่องราวอะไรยิ่งใหญ่ แต่เขา characterize ออกมาได้ขนาดนี้คือสุดยอดอะ
- แผนการของกลุ่ม antagonist ถึงจุดหนึ่งเราแอบเชียร์ให้สำเร็จด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นตัวแทนความโกรธแค้นของคนที่ถูกกดขี่ เลยแอบขัดใจนิดนึงที่เฉลยว่ามันเป็นแผนการของพวกขุนนาง (แต่เดาว่าเมสเสจคือ สุดท้ายแล้วชนชั้นสูงก็ใช้ความโกรธแค้นของประชาชนเป็นเครื่องมือในเกมการเมือง มั้ยนะ???)
- ชอบตัวละครหญิงในเรื่องนี้มากเลย ทั้งเหวินหรั่นทั้งถานฉี
- จุดที่ขัดใจจนทำให้เล่มนี้ไม่ได้ 5/5 คือไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมสุดท้ายจางเสี่ยวจิ้งต้องช่วยจักรพรรดิ เห็นปูมาทั้งเรื่องว่าโกรธแค้นต้าถังแต่รักประชาชน
Profile Image for Tippy Chee.
298 reviews9 followers
January 1, 2022
ผิดคาดนิดหน่อย อุตส่าห์อ่านมาตั้งนาน เล่มหนึ่งสองคือมันส์มาก แต่พอถึงเล่มสามโทนเรื่องก็เริ่มเฉื่อย ๆ ตอนจบยิ่งเซ็งหนัก เหมือนรีบตัดจบ ตัวละครสำคัญหลายตัวเหมือนถูกลืมไปเฉย ๆ เสียดายอ่ะ แถมกว่าจะเฉลยตัวบงการคือร่ำไรขั้นสุด แต่พอเฉลยออกมา กลับไม่ทำให้รู้สึกว้าวเท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ เขียนตอนจบได้ไม่โอเค สุด ๆ เรื่องนึงเลยอ่ะ 🤣
Profile Image for LP.
9 reviews
February 3, 2022
สนุกมากสมคำร่ำลือ อ่านแล้ววางไม่ลงเลยทีเดียว ตัวละครมีมิติน่าสนใจทุกตัว การวางพล็อตของนักเขียนทำให้รู้สึกลุ้นตลอดเวลา คาดเดาได้ยาก พออ่านจนจบแล้วคืออ้าปากค้าง อยากกราบนักเขียนเลย เป็นเรื่องแรกของหม่าป๋อหยงที่ได้อ่าน และก็ทำให้กลายเป็นแฟนนิยายของนักเขียนเลยทันที
สำหรับสำนวนแปลอ่านแรกๆ อาจจะขัดๆ ไม่คุ้นชินไปบ้าง แต่พอชินแล้วก็รู้สึกเหมาะสมกับเซ็ตติ้งของเรื่องดี
Profile Image for Faelyn.
246 reviews2 followers
September 4, 2019
จบแล้ว เป็นเรื่องที่พออ่านจบแล้วรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาเลย ไม่ใช่เขียนไม่ดีนะ เขียนดีมากกก บทสรุปมันก็เป็นไปตามนั้น สมเหตุสมผลอยู่ แต่มันแค่รู้สึกแบบ จบแล้วเหรอ... เหมือนเรื่องมันจะยาวแต่ก็ไม่ยาว เหมือนจะสั้นแต่ก็ไม่สั้นอะ อธิบายไม่ถูก ต้องไปอ่านกันเองละจะเข้าใจ
Profile Image for Waranya Tang.
107 reviews20 followers
February 3, 2020
3.5 ก็มันส์ดีอ่ะนะ แต่เว่อร์ไปนิด เล่นใหญ่กันมาทั้งเรื่องแต่พอเฉลยก็ไม่ค่อยสมกับที่เหนื่อยกันมาเลย
Profile Image for Boon.
377 reviews8 followers
February 3, 2020
อ่านวันเดียวจบครับ วางไม่ได้ ติดมือจริงๆ ไปทำงาน ยังนั่งคิดถึงจางเสี่ยวจิ้ง สุดยอดนิยายที่สามารถพาคนอ่านเข้าไปสู่โลกของเมืองฉางอัน และ24 ชั่วโมงแห่งความระทึก สุดยอดครับ
Profile Image for nana🐱.
95 reviews36 followers
July 7, 2020
นอยตอนจบเล็กน้อย รู้สึกตัด ๆ ไปหน่อย แต่ก็สนุกอยู่ดี
4 reviews
April 27, 2021
เล่มสุดท้ายยังคงความสนุก ลุ้น ระทึกได้อย่างต่อเนื่อง แอบเสียดายตอนจบหน่อยๆ รู้สึกว่ามันไม่ค่อยอิ่มดูตัดๆ แต่โดยรวมแล้วสนุกมาก
Profile Image for Fhay S.
63 reviews
July 2, 2023
ลุ้นทั้งเรื่อง อยากให้จบแบบอลังการ
จำชื่อตัวละครกับสถานที่ไม่ค่อยได้
Profile Image for Stupid Cupid.
101 reviews
May 26, 2024
จบรวบรัดไปหน่อย
This entire review has been hidden because of spoilers.
Displaying 1 - 30 of 31 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.