Jump to ratings and reviews
Rate this book

하마터면 열심히 살 뻔했다

Rate this book
이제라도 남의 인생이 아닌 나의 인생을 살기로 했다!

사람은 저마다의 인생 스케줄과 속도가 있다고 하지만 나이에 걸맞은 인생 매뉴얼이라는 게 정해진 듯하다. 매뉴얼에서 벗어나면 득달같이 질문 세례가 쏟아지고, 독신주의자인 저자는 더욱 이런 질문 세례의 타깃이 되었다. 모두가 그에게 인생 매뉴얼을 따르지 않는 설득력 있는 답변을 요구했다.

사실 저자는 인생 매뉴얼에 의문과 반항을 품고 살아왔지만 그렇다고 완전히 자유롭지도 않았다. 항상 타인의 시선이 신경 쓰였고 그들 보기에 괜찮은 삶을 살려고 애썼다. 대입 4수와 3년간 득도의 시간, 회사원과 일러스트레이터의 투잡 생활까지 그동안의 인생 대부분은 인생 매뉴얼의 눈치를 보며 살아온 것이었다.

하지만 수많은 인생 매뉴얼의 문턱에서 마주한 것은 나이에 걸맞은 것들을 갖추려 애쓰는 동안 자신만의 가치나 방향을 갖지 못했다는 사실이었다. 그래서 어차피 인생 매뉴얼에서 멀어진 김에 자신만의 길을 찾기로 했고, 극약 처방으로 회사를 그만두었다. 『하마터면 열심히 살 뻔했다』에서 내 인생을 살기 위해 더 이상 열심히 살지 않기로 결심한 저자의 실험에 대한 담담하고 솔직하고 진지한 고민을 만나볼 수 있다.

[인터넷 교보문고 제공]

288 pages, ebook

Published April 23, 2018

48 people are currently reading
319 people want to read

About the author

Hawan

2 books3 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
119 (30%)
4 stars
149 (38%)
3 stars
93 (23%)
2 stars
19 (4%)
1 star
8 (2%)
Displaying 1 - 30 of 73 reviews
Profile Image for Kittisak.
3 reviews1 follower
April 27, 2021
ความย้อนแย้งให้ในกระบวนการคิดของผู้เขียน ทำให้เราได้ฉุดคิดอะไรได้หลายอย่าง
Profile Image for Mirai.
590 reviews127 followers
July 11, 2021
"ขอเลิกตั้งใจกับชีวิตแล้วกัน ก็ไม่อยากแพ้นี่นา" (หน้า 16)

เป็นหนังสือที่ถูกจัดอยู่ในหมวดจิตวิทยาพัฒนาตนเอง เป็นเรื่องราวชีวิตการทำงานของผู้เขียนล้วนๆ การเล่าเรื่องอาจจะไม่เรียงลำดับเหตุการณ์ แต่ก็เล่าตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนวัยสู้เพื่อฝัน ยาวไปจนถึงวัยทำงานประจำเพื่อความมั่นคง และจบลงที่การไขว้คว้าหาอิสรภาพให้ชีวิตด้วยงานฟรีแลนซ์

เอ้ออ.. เราว่าเล่มนี้เป็นหนังสือที่ค่อนข้างโอเคเลยนะเล่มนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับชีวิตวัยทำงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว เห็นภาพการเปรียบเทียบชัดเจนระหว่างโลกของคนทำงานประจำและคนที่ทำงานฟรีแลนซ์

เนื้อหาก็สนุกดี ผู้เขียนเล่าไม่น่าเบื่อ เห็นชีวิตวัยทำงานในเกาหลีแล้วก็อดเปรียบเทียบกับชีวิตวัยทำงานของคนไทยไม่ได้ แถมยังชี้ให้เห็นว่า เรื่องการงานหรือการใช้ชีวิตมักจะมีเรื่องตลกร้ายและการส่งต่อความคิดหรือมายาคติแฝงอยู่ด้วย และเรื่องพวกนี้แหละที่ทำให้พวกเราเป็นทุกข์กันอยู่

ผู้เขียนพยายามจะบอกอยู่ตลอดเวลาว่า อย่าตึงเครียดกับการใช้ชีวิตให้มากนัก มันมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างห้ามไม่ได้ และทุกเส้นทางชีวิตก็มีข้อดีข้อเสียของมันอยู่แล้ว จงศึกษา ยอมรับ และปรับตัวให้อย่างเหมาะสม ทำตัวให้เหมือนชีวิตตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางคลื่นคลั่งที่ถึงจะคุมความคลั่งของมหาสมุทรไม่ได้ แต่ยังคุมเรือให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัยได้

เป็นหนังสือที่เหมาะกับวัยที่เริ่มต้นทำงาน รวมไปถึงคนที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนงานด้วย น่าจะช่วยเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้นะคะ :)
Profile Image for Non Overme.
25 reviews9 followers
October 17, 2021
เหมือนได้นั่งคุยกับเพื่อนรู้ใจ สะท้อนความรู้สึกนึกคิดหลายอย่างของตัวเอง (นี่มันกูชัดๆ 55) อ่านไปก็นึกถึงยุคสมัยที่เราเติบโตมาจนถึงที่เป็นอยู่ ที่มันสร้างตัวตนของเรา (และของคนในสังคมที่รายล้อมตัวเรา) จนมาเป็นเรา (และพวกเขา) แบบทุกวันนี้ ทั้งระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม อุดมการณ์แบบเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) - ปัจเจกนิยม (Individualism) แนวคิดแบบใครดีใครได้ (Meritocracy) ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
Profile Image for ANKO.
151 reviews16 followers
Read
December 11, 2021
บางช่วงในหนังสือคือตรงใจมาก อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีเพื่อนนั่งคุย บางมุมมองเราก็ไม่เคยคิดมาก่อน พออ่านแล้วก็จริงด้วย เพราะแบบนี้นี่เอง ชอบมากๆ

ทิ้งช่วงไว้กลับมาอ่านซ้ำครั้งหน้า อาจจะได้มุมมองใหม่ๆเพิ่มอีก
Profile Image for top..
510 reviews116 followers
December 2, 2021
โดยรวมเป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจของผู้เขียนที่ออกตัวว่า "จากนี้ไปจะละทิ้งการตั้งใจใช้ชีวิต" ประกอบกับการตกตะกอนทางความคิดระหว่างที่ดำเนินตามความตั้งใจที่จะไม่ตั้งใจ (?) ดังกล่าว นี่ทึ่งกับการว่างงาน 3 ปีเพื่อตามหางานที่อยากทำและมีความหมายกับชีวิตจริงๆ ก่อนจะพบว่ามันไม่มีอยู่จริงดอกสู เพราะแท้จริงแล้วพวกเอ็งล้วนไม่ได้อยากทำงาน / พ่น

"จากมุมมองของดวงดาวอันเก่าแก่ ชีวิตที่แตกดับบนโลกดูแทบไม่มีค่าอะไรเลย ชีวิตคนเกิดมาก็ตายไป บางครั้งการแสวงหาตัวตนในชีวิตอันแสนสั้นและเปราะบางก็เหมือนเป็นการกระทำที่ไร้สาระ"

*คัดมาจาก Nocturne (2020) by ธนพ ศตพรรษ

ตอนแรกแอบกังวลนิดๆ ว่าคนที่เหนื่อยหน่ายกับชีวิตและการงานอย่างนี่มาอ่านแล้วจะ echo chamber จนทริกเกอร์ตอกตะปูปิดฝาโลงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าส่วนใหญ่เรื่อยเปื่อยจนชวนอ่านๆ วางๆ ทว่าช่วงท้ายๆ ยังมีจุดที่ spark joy (ภาพประกอบ) กับโควทดีๆ เยอะอยู่ ถือว่าโอเค ไม่เสียดายเงิน

ปล. ชมคนคิดชื่อเล่ม ขายกว่านี้มีที่ไหนฟฟฟ
Profile Image for bubblemustard.
165 reviews22 followers
June 4, 2023
จริงๆ ซื้อเล่มนี้มานานแล้ว แต่เพิ่งได้ฤกษ์อ่าน มีประมาณ 50% ที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอ่านความคิดตัวเอง ส่วนอีกครึ่งก็เข้าใจในสิ่งที่จะสื่อ แต่คิดไม่เหมือนกันเลย 555555

หนังสือเล่มนี้ทำให้เข้าใจคำว่าอ่านด้วยประสบการณ์จริงๆ นะ ได้มีช่วงให้ใส่ความคิดของตัวเองลงไปในข้อความที่เราอ่านด้วย ดิสคัทกับคนเขียน สนุกดี เหมือนได้เจอเพื่อน ได้นั่งแลกเปลี่ยนความคิดกันไปด้วย หลายคำถามก็เป็นสิ่งที่เราตั้งถามตัวเองเล่นๆ อยู่แล้ว แล้วก็มีหลายคำถามที่ได้ฉุกคิดหลังจากอ่าน สุดท้ายอ่านจบไม่มีคำตอบให้หรอก ผ่านไปอีก 10 ปีจนอายุเท่าผู้เขียน อาจจะเจอคำตอบ หรือไม่ก็ไม่เจอเลย หรือบางทีที่บอกว่าเหมือนอ่านความคิดตัวเองได้ 50% อาจจะเปลี่ยนเป็น 100% เลยก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คิดได้คือชีวิตแม่งใช้แล้วยากลำบากจริงๆ ไม่ว่าจะใช้มันแบบไหนหรือเลือกเดินทางไหนก็ตาม

เอาล่ะ ปิดหนังสือ จบ ห้าโมงเย็นของวันอาทิตย์พอดี พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนนนนนนนน ฮือออออออออออออ 😭
Profile Image for nana🐱.
95 reviews36 followers
October 21, 2021
ชอบมาก เหมือนนั่งคุยกับเพื่อน555555 ชอบที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ยัดเยียดความคิดเค้าให้ เค้าแค่เล่าเรื่องราวของเค้าให้ฟัง ไม่ได้บอกว่านี่เป็นความคิดที่ถูกหรือเปล่า ก็แค่เล่าว่าตอนนี้ใช้ชีวิตแบบนี้เพราะอะไร แล้วเรื่องที่สังคมชอบกังวลแทนเค้าจัดการกับมันได้ยังไง ได้เปิดมุมมองใหม่บางเรื่องด้วยเช่น เวลาเราผิดหวังก็จะชอบโทษตัวเองหนักมาก เหมือนเป็นคว้ากในจักรวาล ไร้ค่าไร้ประโยชน์ แต่พออ่านเล่มนี้ก็เออ จริงด้วย ผิดหวังมันก็เป็นเรื่องปกตินะ ถ้าสมหวังทุกคนได้ก็แย่น่ะสิ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้เป็นคนส่วนน้อยที่ผิดหวังหรอก

คิดว่าเหมาะกับคนที่กำลังซัฟเฟอร์หรือรู้สึกเหนื่อยกับการใช้ชีวิต ยิ่งในสังคมทุเรศทุรังที่ไม่มีสวัสดิการดีๆและ toxic (อ่านละรู้สึกคล้ายกันสุดๆเกาหลีกับไทย แต่ไทยคนที่จะทำแบบเค้าได้ก็คงมีแค่มนุษย์เงินเดือนชนชั้นกลางอย่างเดียวแหละ...) อ่านแล้วก็ไม่เชิงว่าได้ความรู้อะไรเพิ่มหรอก แต่มันรู้สึกไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้คิดแบบนี้คนเดียว เย้
Profile Image for Chanyanut Mimak.
12 reviews1 follower
January 24, 2022
จงเลือกทางที่เราจะไม่โทษคนอื่นภายหลัง
จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็ให้เป็นความรับผิดชอบของเรา
Profile Image for Ubonwan Poosawang.
24 reviews2 followers
December 17, 2021
เป็นหนังสือที่เรียกยังไงดี เหมือนฟีลเราเหนื่อยกับงาน กับชีวิต กับคน มาทั้งวัน แล้วเรานัดเจอเพื่อนสนิทกินข้าว กินเหล้ากัน5555 มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาซะทีเดียว แต่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นแน่นอน.
คนเขียนเล่าเรื่องได้น่ารัก มีอารมณ์ขัน สามารถเล่าเรื่องราวชวนหดหู่ให้คนอ่านยิ้มได้ ไ
Profile Image for Kanthida Ann.
123 reviews24 followers
October 1, 2021
"อัจฉริยะพ่ายแก่ผู้พากเพียร ผู้พากเพียรพ่ายแก่ผู้ทำด้วยความรื่นรมย์"
.
หนังสือ นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ แต่งเรื่องและวาดภาพโดย "ฮาวัน"
ด้วยวิกฤตวัยกลางคนของคุณฮาวัน ทำให้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อเริ่มเดินทางในแบบที่คุณฮาวันต้องการ ก็คือ ขอไม่ตั้งใจใช้ชีวิตแล้วเฟ้ย!
.
หนังสือเล่มนี้มีข้อความโดนใจหลายอันเลย อ่านแล้วก็ได้คิดว่า---เออจริงด้วย
นับถือคุณฮาวันที่กรั่นกรองความคิดออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ได้
.
เหมือนจะไม่มีสาระ แต่มันมีสาระนะ
.
หนังสือจะแบ่งออกเป็น 4 บทย่อย
เราก็แยกไม่ค่อยได้เหมือนกันว่าแต่ละบทมันจะสื่อแตกต่างกันยังไง
แต่มันจะเป็นเรื่องสั้นแต่ละบทที่ไม่ต่อกัน
ผ่านการเปรียบเทียบเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตออกมาเป็นข้อคิดที่คุณฮาวันคิดได้
.
บทที่ 1 ขยันหมั่นเพียรเพื่อมีชีวิตแบบนี้น่ะหรือ
-ทั้งที่เราขยันหมั่นเพียรแทบตายกลับทำได้น้อยนิด ส่วนคนอื่นที่ไม่พยายามดันได้ดิบได้ดี
? ทำไมเราถึงต้อคิดแบบนี้ คำสอนที่พูดต่อกันมาว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น---จริงหรือเปล่า
(ส่วนตัวนี่ชอบบทย่อยนี้มาก เพราะคือ motto ประจำตัวตอนเด็กๆเลย)
คุณฮาวันบอกว่าควรจะยอมรับและยินดีกับความสำเร็จของทุกคนดีกว่า อาจจะมีสักวันนึงที่ความโชคดีนั้นเป็นของเราโดยที่ไม่ต้องพยายามเลยก็ได้
-การยอมแพ้ที่ฉลาดต้องอาศัยหัวใจที่กล้าหาญ กล้าที่จะยอมแพ้เมื่อถึงเวลาที่ควรยอม
ฮาวันยกตัวอย่างเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เค้าใช้ความพยายามทั้งหมด 4 ครั้ง
-ทฤษฎีช้อน, อภิสิทธิ์ชน ขยายความเรื่องความพยายามให้เห็นภาพชัดขึ้น ว่าเหนื่อความพยายามก็ยังมีคนพวกนี้อยู่อีก
-การปลงและยอมแพ้ เพราะระบบสังคมไม่ได้ทำหน้าที่ให้ดีพอ
เห็นด้วยสุดๆ เพราะเราเองอยู่ในประเทศไทยไง สังคมไม่เอื้อให้ใช้ชีวิตง่ายเลย เพราะว่าชีวิตมันก็แย่อยู่แล้ว คุณฮาวันเลยบอกว่าอย่าบีบบังคับใครให้เคี่ยวเข็ญตัวเองวิ่งเข้าหาพายุ จะไม่ดีกว่าหรือหากสร้างโลกที่ดีพอให้เราต่างวิ่งเริงร่ากลางสายฝนซา
คนเห็นแก่ตัวในประเทศนี้มันเยอะเกินไป ช่วงชีวิตของเราไม่รู้จะได้มีโอกาสอยู่ในโลกที่ดีแบบนี้มั้ย เพราะฉะนั้นการปลงและยอมแพ้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหรอก
.
บทที่ 2 ตามใจตัวเองสักครั้ง
-เวลาส่วนตัว สะสมพลังงานมาใหม่ และกลับเข้าสู้สังคมอีกครั้ง
-ลื่นคอ รื่นใจ
-รีวิวช่วยลดโอกาสล้มเหลวลง ทว่าก็ลดความสนุกลงพอๆกัน
***ชอบบทนี้ มันคือเรื่องจริงในปัจจุบันสำหรับเรา มันทำให้เราอยากลองดูร้านอาหาร local มากขึ้น ถ้ามันแย่ ครั้งหน้าก็แค่เอาใหม่ แย่สุดก็คงแค่กินไม่อิ่มละมั้ง สิ่งต่างๆที่เขาบอกว่าดี จะดีสำหรับเราด้วยแน่หรือ อย่ากลัวล้มเหลว จงเป็นผู้แพ้ที่ทระนง
.
บทที่ 3 ความหมายของการทำมาหากิน
-เราต่างรับการศึกษาเพื่อที่จะมาเป็น มนุษย์บริษัท แต่แล้วกลับไม่มีตำแหน่งงานรองรับด้วย
ประเทศไทยก็เป็นแบบนี้ เงินเดือนต่ำ ค่าครองชีพสูง ต้องการผลงานดี ทักษาหลากหลายแต่ให้เงินเดือนแค่นี้ ค่าที่พัก+เดินทางเงินก็หมดแล้ว คนที่รวยเอาๆเห็นจะมีแต่พวกนายทุนนี่แหละ
บทนี้เราชอบแค่อันเดียวเองอ่ะ 5555
.
บทที่ 4 เกือบแย่แล้ว
-การพยายามปรับตัวตามทุกคน สุดท้ายอาจปรับตรงใจใครไม่สำเร็จเลย
มาอ่านบทนี้ในช่วงที่กำลังหาทางออกจากสถานการณ์นี้อยู่พอดีเลย ช่วยฮีลใจเราได้อ่ะ อ่านถูกที่ถูกเวลาสุดๆ
-เราควรทิ้งภาพลักษณ์ใดๆในจินตนาการเสีย แล้วรักและยอมรับในตัวตนปัจจุบัน
ตัวตนตอนนี้เรามันก็อ้วนขึ้นอ่ะนะ ผอมลงกว่านี้ไม่ได้เลย แต่เราก็ยังเป็นเราอยู่ดีนะ ตอนนี้เริ่มยอมรับได้แล้ว ขอกินอย่างมีความสุขในช่วงเวลายอดแย่ของชีวิตนี้ก่อนแล้วกันเด้อ555555
-ทุกสื่อตอนนี้จงใจวางแผนเร้าให้หดหู่และร้อนใจ
ทุนนิยมดำเนินต่อได้ด้วยการสร้างความต้องการบริโภคที่เคยไม่มีให้มีขึ้นมา
เรื่องนี้ตรงกับหนังสือ Digital minimalism ที่ช่วยเบิกเนตรเรื่องที่ social mediaขโมยเวลาใช้ชีวิตของเราผ่านการวางแผนอย่างตั้งใจ
.
.
สุดท้ายนี้ ถ้าเราใช้เวลาในปัจจุบันนี้อย่างมีความสุข และสนุกไปกับมัน
เราเชื่อว่าอย่างน้อยเราจะมีความสุขเร็วขึ้น จากที่วางแผนไว้ว่าต้องสำเร็จตอนอายุเท่านั้นเท่านี้ ต้องไปถึงจุดนี้ภายในเวลาเท่านี้
มองไปที่จุดมุ่งหมาย แต่ไม่สนใจกระบวนการ สุดท้ายคงจะไม่แปลกที่เราจะเหนื่อยล้า และไม่อยากทำงานเหล่านี้ต่อไปอีกแล้ว
ถ้าเราสนุกไปกับปัจจุบัน เราก็จะมีความสุขในขณะที่เรากำลังลงมือทำอยู่ ทุกอย่างมันจะมีเรื่องราวและมีความหมายขึ้น มันอยู่ที่ทัศนคติของเราด้วย
.
ชอบข้อความปิดท้ายเล่มนี้ของฮาวัน อ่านแล้วรู้สึก complete
"อัจฉริยะพ่ายแก่ผู้พากเพียร ผู้พากเพียรพ่ายแก่ผู้ทำด้วยความรื่นรมย์"
.
.
อย่าใช้ชีวิตยากกันเกินไปเลยนะพวกเรา

ปล. สำหรับเรายังไม่เข้าใจคุณฮาวันทั้งหมด รับสารที่จะสื่อได้ไม่เท่าไหร่เอง คิดว่าถ้าทำงานไปอีกแล้วรู้สึกหลงทางคงจะหยิบหนังสือเล่มนี้กลับมาอ่านอีกครั้ง เชื่อว่าคงได้อะไรดีๆกลับไปอย่างแน่นอน
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Andahh.
84 reviews6 followers
March 31, 2023
Dalam buku ini penulis mengajak kita para pembaca untuk selalu tidak memaksakan kehendak sendiri. Misal kita punya suatu tujuan yang belum kita capai, namun karena kita melihat dan mendengar perkataan dari orang lain, tujuan itu seperti ajang perlombaan yang harus kita menangi.

Namun, tujuan tersebut kadang mustahil untuk kita capai. Kadang kita sudah berusaha semaksimal mungkin tapi kok masih begini aja ya, nah disini penulis mengajak kita untuk lebih enjoy menjalani hidup.

Yang tanpa kita sadari ternyata selama ini kita selalu memenuhi aturan dari orang lain, yang bahkan itu semua akan menyakiti diri kita sendiri. Bahkan kita tidak tahu arah tujuan hidup kita, yang lebih melelahkannya lagi adalah bukan karena kemauan diri sendiri.

Pembahasan di dalam buku ini juga lumayan menghibur karena di sertai gambaran yang sangat related dalam kehidupan sehari-hari.

Buku yang selalu mengajarkan saat lelah kita boleh kok untuk beristirahat sejenak, lalu memikirkan jalan keluar lainnya dan tidak harus memikirkan hal yang membuat kita terbebani.
Profile Image for Thitiphan Phet.
33 reviews4 followers
June 19, 2022
แนวคิดไม่ตรงกับผู้เขียนหลายอย่าง
Profile Image for Ooan Pongsriwat.
115 reviews1 follower
June 9, 2022
ชอบจริงๆเล่มนี้ อ่านได้เพลินสนุกได้มุมคิดเยอะดี ชอบที่ฮาวันอ้างถึง คำสอนของพระพ็อบรยูนที่กล่าวเทศนาบ่อยๆ ว่า
"กระรอกไม่ฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลว่า ตัวเองหน้าตาแย่หรือเก็บสะสมลูกโอ๊กได้น้อยกว่ากระรอกตัวอื่น เพราะสัตว์ต่างๆ ไม่สร้างภาพจินตนาการในใจและใช้ชีวิตตามที่มีที่เป็น มีเพียงมนุษย์ที่สิ้นหวังต่อสิ่งที่ตนเป็น ณ ปัจ��ุบันจนเลือกปลิดชีพตัวเอง" พระพ็อบรยูน
บอกว่า การพยายามปรับเปลี่ยนสิ่งที่เป็นอยู่ให้เป็นตามสิ่งที่จินตนาการไว้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำ เราควรทิ้งภาพลักษณ์ใดๆในจินตนาการเสีย แล้วรักและยอมรับตัวตนตามที่เราเป็นในปัจจุบัน
Profile Image for Ai.
45 reviews2 followers
April 12, 2021
เป็นหนังสือที่อ่านแล้ว เห็นสภาพสังคมเกาหลีใต้มากขึ้น อ่านได้เรื่อยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นมาก แต่มีไอเดียที่สนใจให้พบเจอ

สิ่งที่ได้จากเล่มนี้
ชีวิตเป็นเรื่องของทิศทางไม่ใช่ความเร็ว

การยอมแพ้ต้องใช้ควสมกล้าหาญ ในการที่หยุดในเวลาที่เหมาะสม แม้เราจะต้องสูญเสีย

ไม่มีการเลือกแบบไหนสมบูรณ์แบบ

หากปราศจากบ้านให้กลับ ยังเรียกว่าการเดินทางได้อีกหรือ

การเดินเล่น คือเด็กหลงทางไร้กังวล ขอแค่ไร้กังวล จะเดินเล่น หรือทำอะไร สุขใจทั้งนั้นและ

เราขอจากงาน คาดหวังเกินไปหรือเปล่า งานต้องให้อะไรเราบ้างหรอ ?

อย่างน้อยจงเลือกทางเดินที่ทำให้เราไม่โทษคนอื่นในภายหลังเถอะนะ

ยอมรับว่า เราเองก็คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เราเพียงมีเป้าหมายชัดเจนเท่านั้น ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ทำเต็มที่ก็พอ

ถามตัวเองเสมอๆ

ความต้องการของฉันตอนนี้เกิดจากอะไร
ชีวิตฉันโชคร้ายหรือเปล่า?
ฉันกำลังใช้ชีวิตโดยไม่ตกหลุมพลางของโลก(ทุนนิยม)ใช่ไหม

แต่สิ่งที่ยังไม่เข้าใจคือ การรื่มรมย์กับกระกวบการ แทนที่จะใช้ชีวิต "อดทน" เพื่อไปถึงเป้าหมายเท่านั้น มันคืออะไรกันนะ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Panuwat Punjaburi.
60 reviews3 followers
April 4, 2021
รักเล่มนี้ที่สุด โดยเฉพาะ บทที่ 4 เขียน soln. ให้ด้วย สุดท้ายทำให้เข้าใจจริงๆว่า
"ชีวิตจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็ว แต่จริงๆมันคือทิศทางต่างหาก" :)
Profile Image for Nam.
14 reviews6 followers
May 8, 2021
ผู้เขียนเล่าเรื่องเก่งมาก ผู้แปลก็สำนวนแปลดีมาก ภาษาสละสลวย อ่านแล้วเพลินไปหมด เหมือนกับได้ฟังคุณฮาวันกำลังเล่าเรื่องนั้นให้ฟังอยู่ต่อหน้าอย่างนั้นเลย เล่มนี้บางบทได้มีการยกเพลง หนังสือ ภาพยนตร์ ฯลฯ มาประกอบการเล่าเรื่องด้วย พออ่านแล้วก็ออกไปค้นหาตามว่าที่เขาพูดถึงว่ามันเป็นยังไง พอหาเจอ (ซึ่งมันควรจะเจอแหละถูกต้องแล้ว 😂) มันเหมือนกับว่าได้เชื่อมต่อกับผู้เขียนอยู่จริง ๆ (อารมณ์แบบเรากับผู้เขียนห่างไกลกันมาก พูดคนละภาษา แต่พวกเราได้ฟังได้ดูสิ่งเดียวกันและได้แบ่งปันมันต่อกัน) อ๋อ เพลงที่เขาฟังจนยกเอามาเขียนได้เป็นงี้นี่เอง อ่า เขามีความคิดต่อหนังเรื่องนี้แบบนี้นี่เอง

หนังสือดีมาก แนะนำเลย การเรียบเรียงในการเล่าเรื่องดีสุด ๆ มีอารมณ์ขันไม่น่าเบื่อ หลาย ๆ ประเด็นที่ผู้เขียนยกมาเล่า จริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่เราทุกคนรู้ดีอยู่แล้วแหละต่อให้จะไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แต่บางทีเราไม่ได้ใส่ใจสนใจมันขนาดนั้น ปล่อยชีวิตให้ไหลไปเรื่อย ๆ จะไปทางไหนก็ไป ไม่ได้เอาประเด็นนั้นมาคิดหรือถกเถียงกับตัวเองเลยกลายเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไป แล้วก็ไม่เอามาใส่หัวใจอีก เหมือนกับว่าหนังสือเล่มนี้จะเรียกมันกลับมา...

ฮึบบ ได้กำลังใจในการใช้ชีวิตเพิ่มอีกหน่อยยย 🥰
Profile Image for Portia.
33 reviews
May 22, 2021
ได้รับการแนะนำมา เพราะว่าสำนวนการแปลนั้นดีมาก ไม่ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังอ่านหนังสือแปล....จึงหยิบมาอ่าน

ได้อ่านเล่มนี้ ในวันที่ ไม่ได้มีงานประจำทำ เพราะได้รับการเชิญออก เข้าใจในเหตุผล แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรารู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมีเวลาว่างมากแล้ว จึงหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน
"อืม อ่านแล้วสบายใจดีจัง" ดีใจที่ได้ซื้อมา เหมาะสำหรับอ่านในวันที่ โคตร burn out ไม่อยากคิดอะไรเยอะกับชีวิต มีคำถามมากมาย ว่าเรากำลังทำอะไร เพื่ออะไร เอายังไงดีหล่ะ ถามว่าอ่านแล้วได้คำตอบไหม ไม่ได้หรอก แต่อ่านแล้วก็สบายใจขึ้น วันนี้อาจจะยังไม่มีคำตอบ แต่ไม่ได้แปลว่าวันพรุ่งนี้จะไม่ได้ มันก็เหมือนกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้หล่ะค่ะ

"เมื่อเสียบางสิ่ง จึงได้บางสิ่ง"
Profile Image for Diamond Dm.
10 reviews
January 22, 2022
Writer’s perspective with life, some ideas make me feel comfortable like talking to a friend who understands me. Some ideas make me question about the life I’m living, whether I am too hard on myself. Some ideas are just the writer’s perspective which I find a bit confusing.
Overall it is a good reminder to live a life as my life not others.
Profile Image for Natee Jogsatit.
1 review1 follower
August 9, 2021
ผู้เขียนเป็นคนประเภทมองแต่เปลือกนอก ใช้ชีวิตไปตามกระแสสังคม และ ไม่มีเป้าหมายในการดำรงชีวิต ทำให้คิดเกี่ยวกับเรื่องชีวิตได้ไม่แตกฉาน และ ขัดแย้งกันเอง การอ่านหนังสือเล่มนี้จึงเสียเวลาเปล่า เพราะไร้แก่นสาร

สิ่งเดียวที่น่าสนใจ คือ รูปภาพประกอบ แต่ก็ไม่อาจลบล้างความเลวร้ายของเนื้อหาไปได้
Profile Image for Phasathorn Suwansri.
16 reviews
October 23, 2022
ชอบคำถาม หลายๆคำถามในหนังสือ ที่ทำให้เรารู้สึก เอ๊ะ อยู่บ่อยครั้ง
Profile Image for Tuitui Liw.
157 reviews7 followers
May 2, 2022
นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ เขียนและวาดภาพประกอบโดย ฮาวัน ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเล่าชีวิตตัวเอง ว่าต้องการให้โอกาสตัวเองทดลองใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย หลงทางไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีแบบแผนอะไร ไม่ต้องฝืนโดนบังคับให้ทำอะไร ไม่ต้องตั้งใจใช้ชีวิตดูบ้าง


เขาต้องการแหกกฎที่ได้รับการพร่ำสอนมาว่า ห้ามขี้เกียจ ถ้าไม่ไขว่คว้าก็ไม่ได้มา หรือแนวคิดที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น เพราะเขาคิดว่าชีวิตไม่มีความยุติธรรมหรอก ความเพียรไม่ได้ทำให้ได้ทุกอย่างเสมอไป


หมดยุคแห่งความพยายามแล้ว ดำเนินชีวิตแบบ Que Sera, Sera คืออะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เราเป็นเพียงตัวตนไร้แรงต้านที่พร้อมจะถูกคลื่นลมให้พัดพาไป ไม่มีใครรู้อนาคต แล้วจะทรมานตัวเองทำไม


เหมือนกับที่ ลูเซียส แอนเนอุสกล่าวไว้ว่า “โชคชะตานำทางผู้โอนอ่อน และลากจูงผู้แข็งขืน” มีฝันได้นะ แต่อย่าทะเยอทะยาน อย่าหวังสูง ต้องกล้าที่จะยอมแพ้ โดยมีคติว่า การยอมแพ้ต้องใช้หัวใจที่กล้าหาญ


ถ้าหนังสือเล่มนี้จะบอกว่า ให้ผู้ใหญ่เล่นซนบ้าง ���อกนอกลู่นอกทางบ้าง เพื่อพักร่าง พักใจ ก็คงจะไม่เป็นไร


แต่อ่านๆไป ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะดำดิ่งกับวิถีชีวิตแบบ Nihilism – แนวคิดว่าชีวิตไร้ความหมาย มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีคุณค่าอะไร มากเกินพอดีไปหน่อย ผู้เขียนไม่ได้เกลียดการทำงาน แต่เกลียดการหาเงิน จึงลาออกจากงานเพราะต้องการเสพอิสระให้ฉ่ำปอด

อิสระที่จะทำทุกสิ่ง อิสระที่ไม่ทำอะไรเลย ไร้แผนการ ��ร้จุดหมาย และมองว่าความไม่สมหวังเป็นเรื่องปกติ


ด้วย Mindset แบบนี้ ก็ไม่ได้มองว่ามันผิดหรือห้ามทำตามนะ แต่จากหนังสือหลายๆเล่มที่อ่านมา พูดตรงกันว่า เราไม่มีวันเป็นหรือได้สิ่งนั้นมา ถ้าเราเกลียดมัน


สมมติว่า เราอยากใช้ชีวิตที่ดี สุขสบาย ไม่ขัดสน อยากซื้อ อยากกิน อยากเที่ยว ก็ทำได้สบายๆไม่เดือดร้อน แต่เราดันมีอคติกับการหาเงิน เพิ่มพูนทรัพย์สิน เราก็คงอยู่จุดเดิมหรือไม่ก็ถอยหลังลงคลอง เพราะใจเราไม่อยากพาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นเอง


ฮาวันบอกว่า ถ้าเราไม่รักชีวิตตัวเอง แล้วใครจะรัก ใช่แล้ว และขอเสริมว่า เราก็ต้องรู้จักเลือกสิ่งดีๆให้ชีวิตตัวเองด้วย แม้ว่าจะฝ่าฟันได้มันมา ดังที่ขงจื้อบอกไว้ว่า เพชรที่มีตำหนิย่อมดีกว่ากรวดที่สมบูรณ์แบบ


แต่สิ่งที่ชอบมากจากหนังสือเล่มนี้ ก็คือภาพประกอบ รูปเล่มของหนังสือ กระดาษ กลิ่น เป็นหนังสือที่หน้าปกสวยสะดุดตาเล่มหนึ่ง และในเมื่อเราต้องทำงาน ก็ให้ทำอย่างสนุก จะดีกว่า ทำอย่างตั้งใจ ดังคำกล่าวที่ว่า อัจฉริยะพ่ายแก่ผู้พากเพียร ผู้พากเพียรพ่ายให้แก่ผู้ทำด้วยความรื่นรมย์


ปล. ขอชื่นชมคนแปลเล่มนี้ คุณตรองสิริ ทองคำใส แปลได้ลื่นไหลและใช้สำนวนภาษาได้ดีมากๆ
This entire review has been hidden because of spoilers.
Profile Image for Erika.
2,840 reviews88 followers
January 27, 2022
As a person living in a society where peer pressure is extremely strong, I almost 100% agree with what the author is saying in this book.
And I, too, feel suffocated with the "don't give up" attitude we are all forced to have in this society.
I do think we sometimes need the courage to give up.
(I always think of the story of the South Pole expedition, where when one of the team found out that the other team got to the goal before them thus making their expedition meaningless, the team leader changed the team goal to "go back to the base safely", abandoning the initial goal of "arriving at the South Pole faster than the other team", and that led to their safe return. ... wait... my memory is fuzzy... Maybe it wasn't a South Pole expedition? but it was something similar to that situation.)

However, I can't really give this book a higher rate than 3 stars because I didn't learn anything new.
I came up with what the author is saying by myself, during my "dark" days (i.e. 20s) where I suffered from severe depression.

I know I know, the goal of these self-help books IS to help you think.
But the more I read these kinds of books, the more I feel like the authors only give the readers the answer and not the ways (i.e. HOW) to come to this conclusion.
We need to be able to apply these mindsets to all the other situations and problems we might face in the future. I don't think these self-help books achieve that.
(Or maybe I feel this way because I read non-fiction books with critical eyes?)

I dunno.

Anyway, I'm happy to find out that Korean people know about Japanese manga culture and that they've enjoyed it. I want our countries to be more friendly with each other, not hate each other and reject each other's books and cultures.
Profile Image for Riska (lovunakim).
230 reviews36 followers
March 31, 2023
Duh, Katanya Aku Harus Bekerja Keras - an essay by Ha Wan

📝 This is an advanced readers copy from @penerbitharu

Genre: Self help, self improvement

Buku ini merupakan essay bergambar, terjemahan dari 하마터면 열심히 살 뻔했다 - 하완

Buku ini cukup unik daripada buku self improvement yg lainnya, dimana buku self improvement biasanya erat akan unsur menyuruh kita berusaha dan terus berjuang mencapai keinginan dan kesuksesan, namun lain halnya dengan buku ini.

Buku ini akan memberikan perspektif baru dengan mengambil pov penulis yg sudah ditahap lelah dengan rutinitasnya, bekerja-mendapatkan uang-menghabiskan uang. Melihat orang lain yg sudah mendapatkan kesuksesan dan hidup nyaman, ia merasa hidupnya jauh tertinggal dengan yg lain disaat umurnya yg tak lagi muda sekarang ini.

Dalam buku ini penulis menyuruh kita untuk berjalam perlahan dan tidak memaksakan diri untuk mengejar sesuatu yg sulit kita capai. Meminimalisir kekecewaan yg akan kita dapat nantinya. Berusha keras memang baik, tapi jika kita sudah tau bahwa yg ingin kita capai itu mustahil, buku ini menyuruh kita untuk berhenti dan mencoba mencari jalan yg lain yg lebih mudah.

Buku ini sepertinya cocok dengan orang-orang yg tinggi ego dan keras kepala, menurutku buku ini mampu memberikan wawasan dan perspektif baru yg bisa mencairkan diri yg lelah dan tertekan karena telah berusaha keras. Buku ini membuatku paham, akan cara menikmati hidup dan mencari kembali jati diri yg hilang akibat pengaruh dan omongan orang-orang yg harusnya tidak aku dengarkan.
Profile Image for nisemono偽者.
211 reviews23 followers
April 2, 2022
กลับมาอ่านหนังสือแบบจริงๆจังๆ หลังจากถลุงตังที่งานหนังสือ เล่มนี้ถ้าอ่านด้วยสปีดปกติไม่ขี้เกียจ 1-2 ชม. ก็จบ เพราะว่าไม่ได้เยอะแยะอะไรเลยจริงๆ โดยรวมเป็นหนังสือที่อ่านแล้วถูกจริตมากๆ โดยเฉพาะแง่คิดตามที่นักเขียนตีแผ่ออกมา จนทำให้อดนึกอิจฉา ว่าน่าจะทำได้บ้างจัง น่าจะออกจาก comfort zone หรือ norm บางอย่างมาบ้างจัง น่าจะปลดเปลื้องอะไรบางอย่างออกจากตัวเอง แต่พอย้อนมาดูความเป็นจริง แม่งโคตรระยำหมาจริงๆ การที่ใช้ชีวิตตามทุนนิยม แบกรับความคาดหวังจากทั้งครอบครัว ทั้งคนรัก ทั้งครอบครัวคนรัก เป็นอะไรที่หนักหนาสากรรจ์ คิดขึ้นมาจริงๆ ถ้าสมมติเราเป็นเหมือนหมอนั่น (นักเขียน) บ้านน่าจะแตก สาแหลกขาด for sure no surprise ในเมื่อชีวิตแม่งต้องไล่ตามเงินถึงขนาดนั้น เห้อกลัดกลุ้มใจ
เรารู้สึกถูกจริตกับนักเขียนไม่ใช่แนวคิด แต่รวมไปถึง element taste หรือ lifestyle บางอย่าง นึกถึงมีมลีโอนาโดใน once upon a time in hollywood ฉิบหายที่แม่งชี้ทีวี oh fuck นั่นไง กูเอง ใช่เลยนี่มันกูเลยนี่หว่า
อีกบทหนึ่งที่ชอบเป็นพิเศษคือเรื่องการทำอะไรคนเดียว ทำอะไรคนเดียวมันก็สะดวกดีอย่างเช่นไปเที่ยวดูหนังหาร้านหนังสืออ่าน แต่บางทีมันก็ขาดคนให้คอยบอกเล่าประสบการณ์ หรือถกถามประเด็น หรือหัวเราะไปกับ incident ตรงหน้า
ฝอยมาซะยาวนึกว่าจะให้คะแนนเยอะใช่ไหมล่า แต่ก็นะ 5555555555 โดยรวมก็เป็นหนังสือที่ดี แต่ไม่ใช่ดีจัด จนหยุดอ่านไม่ได้ เพราะว่าถ้ามันหยุดอ่านไม่ได้คงจบตั้งเป็นชาติแล้ว ช่วงกลางแอบเนิบน่ะ สารภาพ แต่ overview ไม่แย่ ออกจะสนุกและดีมากๆ
23 reviews
July 29, 2021
ในบางสถานะการเราอาจเหนื่อและท้อจากภาระหนัก คิดอยากจะหนีไปพักผ่อน หรือหายตัวไปซักพัก เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมกับการทำงานในวันต่อไป แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่อนุญาตให้เราทำเช่นนั้นได้ตลอด
หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้ช่วยหาทางออกหรือบอกวิธีจัดการอารมณ์กับผู้อ่าน แต่เขากลับเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ที่ลาออกมาเพื่อมาทำงานอิสระ ไม่ได้เพื่อเงินที่มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อความก้าวหน้า ไม่ใช่เพื่อปณิธานอันยิ่งใหญ่ แต่เพื่อทำตามใจของตัวเอง ที่อยากจะมีเวลาว่าง ไม่ต้องฝ่าฟันช่วงเวลาเร่งด่วน หรือต้องรอคิวยาวๆ ในวันหยุด เพื่อที่จะทำอะไรตามใจตัวเอง เท่าที่ต้นทุนชีวิตจะอำนวย จนได้พบกับความสุขในแบบของตนเอง
แน่นอนว่าการขยันขันแข็งเป็นสิ่งที่ดี และผู้ที่ลงมือลงแรงย่อมได้รับผลตอบแทน แต่เราต้องการผลฯ ที่ว่านั้นมากแค่ไหนมากกว่าทุกคนหรือไม่ มิได้พยายามบอกให้ยอมแพ้ แต่ว่าเราต้องจ่ายด้วยราคาที่เราคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะได้มาแล้วใช่หรือไม่ คำตอบที่ถูกต้องนั้นจะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่คำตอบที่ถูกต้องแท้จริงนั้น มีแต่ตัวเราเองที่มองเห็นหัวใจของตัวเองเท่านั้นจะบอกได้ เพราะเราต้องอยู่กับผลนั้นเอง
บางทีเราอาจจะพยายามไขว่คว้าความสุขมากไป จนสูญเสียความสุขที่สามารถหาได้ง่ายๆ ใกล้ตัวเอง
Profile Image for nathanya yo..
16 reviews
September 19, 2022
เป็นเรื่องที่ชอบมากอ่านแล้วรู้สึกสบายใจ ได้กลับมานั่งทบทวนตัวเองในหลาย ๆ อย่าง ชอบที่อ่านไปแล้วนึกภาพตามไปด้วยได้ ในโลกแห่งการแข่งขัน โลกที่ทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ต้องใช้ชีวิตแบบนั้น ต้องประสบความสำเร็จแบบนี้ แต่ความจริงแล้วการที่เราวิ่งตามสิ่งเหล่านั้นมันอาจจะยิ่งทำให้เราเหนื่อย เราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบวิ่งตามอัตราเร็วของคนอื่น เรียนรู้ที่จ���อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับตัวเอง อยู่กับความเป็นจริง ถึงจะมีเรื่องที่ต้องคาดหวัง ก็ให้บอกว่าอย่าคาดหวังมากเกินไป บางคนอาจหนังสือเล่มนี้แล้วอาจจะมองว่าเหมือนคนขี้แพ้ แต่สำหรับเราการที่เป็นตัวเราละมีความคิดที่ไม่อยากเปรียบเทียบกับใครหรือพอใจกับจุดที่ตัวเองอยู่ นั่นคือความเจ๋ง ตามชื่อเรื่อง นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ… อ่านจบแล้วมาตั้งคำถามกับตัวเองเลย และอยากปล่อยวางอะไรหลายอย่าง สุดท้ายนี้อีกประโยคในหนังสือที่เราชอบมาก “ขอใฝ่ฝันถึงโลกที่เราสามารถมีชีวิตได้อย่างสุขสันต์ แม้ปราศจากความฝันใด ๆ ก็ตาม”
Profile Image for Let's Read.
2 reviews
April 11, 2022
ข้อดี
1. อ่านง่าย เข้าใจง่าย ใช้ศัพท์ธรรมดาๆ นี่แหละ แต่อ่านแล้วเห็นภาพ
2. หนังสือสีสันสดใส รูปภาพประกอบน่าอ่าน
3. ได้ลองคิดถึงการทำงานและการใช้ชีวิตในมุมที่ต่างออกไป สร้างทัศนคติที่ผ่อนคลายกับตัวเองและกับชีวิตมากขึ้น

ข้อเสีย
1. หลายอย่างไม่ได้ตั้งอยู่บนโลกความจริง เราคงนึกจะลด ละ เลิก กับชีวิตไม่ได้ขนาดนั้น
2. บางแนวทางเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาใหม่ในระยะยาว

เหมาะกับ
คนที่มีปัญหา burn out เหนื่อยหน่ายกับการทำงานหรือการเรียน ไฟในชีวิตหมด
- อาจจะเห็นหนทางมุมมองใหม่ที่ทำให้ชีวิตแบบเดิมๆ มีความสุขได้มากขึ้น
- อาจจะให้โอกาสตัวเองได้หยุดพัก เติมพลัง ก่อนจะไปสู้ต่อ

Profile Image for Chanikan Kengluecha.
10 reviews
February 26, 2023
ตอนซื้อมาคิดว่าจะอ่านไม่จบ เพราะไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ แต่ปรากฏว่าอ่านง่ายและจบอย่างรวดเร็ว หนังสือที่ฟังแล้วเหมือนย้อนแย้งกับค่านิยมของคนส่วนมาก ซึ่งรวมถึงตัวเราเอง คิดว่าถ้าอ่านตอนที่ตัวเองมีอารมณ์และชีวิตที่ดีปกติ ระหว่างอ่านหนังสือเล่มนี้ไปเราคงมีแต่คำว่า อิหยังวะ ตลอดเวลา แต่พอได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ในช่วงที่ชีวิตชิบหายสุดๆ เจอแต่อะไรหนักๆ มันดันกลายเป็นหนังสือเล่มโปรดที่ปลอบโยนจิตใจเราได้เป็นอย่างดี ทำให้กลับมาคิด รักตัวเอง และเห็นคุณค่าของตัวเอง หยุดตามกระแสสังคมและใช้ชีวิตในแบบที่เราอยากเป็น จึงแนะนำมากๆสำหรับใครที่กำลังเจอเรื่องหนักๆและกำลังต่อสู้เพื่อผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปให้ได้ หนังสือเล่มนี้จะเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่คอยปลอบประโลมเราในวันที่เรารู้สึกว่าไม่มีใคร
Profile Image for REMEMI3ER.
195 reviews12 followers
August 18, 2025
เป็นหนังสือที่อ่านได้เรื่อยๆเหมือนรุ่นพี่กำลังเล่าเรื่องในชีวิตให้ฟัง เป็นชีวิตที่ทั้งผ่านความพยายาม ความล้มเหลว การมีความฝัน ความคาดหวังของสังคมและคนรอบข้าง กระทั่งได้ลองตัดสินใจเลือกเส้นทางของตัวเองที่อาจจะตรงกันข้ามกับความมั่นคงในชีวิตที่คนส่วนใหญ่ต้องการ มีทั้งความรู้สึกของความสับสน ความห่วยแตก การปลอบโยน การยอมรับ การปล่อยวาง และความเป็นอิสระ ปะปนกันอยู่ บางตอนก็ช่วยทำให้เราสังเกตมุมมองที่อาจจะเคยมองข้ามมันไปได้ เช่น การเลือกร้านอาหารหรือหนังสือสักเล่มจากการเชื่อ sense ของตัวเองมากกว่ารีวิวจากคนอื่น การสังเกตดีๆว่าชีวิตเราเต็มไปด้วยความน่าเบื่อหรือจำเจมากกว่าสิ่งที่พิเศษหรือน่าตื่นเต้น การหันมาใส่ใจกระบวนการให้มากกว่าผลลัพธ์บ้าง
Displaying 1 - 30 of 73 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.