Anucha Siwilaikul12 reviews2 followersFollowFollowJanuary 26, 2019แนะนำเทคนิคของคนทำงานที่เป็นเจ้าของบริษัทหรือผู้บริหาร มีทั้งหมด 40 ข้อ หลายข้อน่าสนใจ แต่หลายข้อก็อาจไม่เข้ากับบริบทของไทย เพราะเป็นหนังสือแปลจากญี่ปุ่น
Tuitui Liw159 reviews7 followersFollowFollowMay 2, 2022โนโบรุ โคยามา เป็นประธานบริษัทมูซาชิโน ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศด้านการบริหารมากมาย เป็นประธานบริษัทที่มีประธานบริษัทด้วยกันกว่า 40 บริษัทยอมเสียเงินกว่าสามแสนบาทมาขอเข้าคอร์ส “ถือกระเป๋า” ตามติดประธานโนโบรุ เป็นเวลา 3 วัน ไปด้วยกันทุกที่ ซึ่งคอร์ส “ถือกระเป๋า” นี้คิวยาวเป็นปีๆ ประธานโนโบรุ ได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นแชร์เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นของช่วงเวลา “ถือกระเป๋า” โดยเล่าผ่านการทำงานของคน 3 ระดับ คือคนทำงานเกรด A นับว่าเป็นคนทำงานที่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับสูง หรือเป็นว่าที่ประธานในอนาคตได้เลยคนทำงานเกรด B เป็นคนทำงานกลางๆ ทั่วไปคนทำงานเกรด C เป็นคนทำงานที่อย่าเป็นแบบนี้ และไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง—เรื่องผลกำไรบริษัทคนทำงานเกรด A สนใจผลกำไรในอนาคตคนทำงานเกรด B สนใจผลกำไรในไตรมาสนี้คนทำงานเกรด C สนใจผลกำไรตรงหน้า—เรื่องหนี้สินคนทำงานเกรด A ขอกู้ให้ถึงที่สุดและไม่รีบใช้คืนคนทำงานเกรด B เห็นว่าบางครั้งหนี้สินก็จำเป็น และรีบใช้คืนคนทำงานเกรด C หนี้สินเป็นสิ่งเลวร้าย—เรื่องกู้เงินคนทำงานเกรด A กู้เงินจากธนาคารหลายแห่งแม้ไม่จำเป็นคนทำงานเกรด B กู้เงินอย่างไม่เต็มใจคนทำงานเกรด C บริหารกิจการโดยปราศจากหนี้สินเพราะการหาเงินทุนไม่ได้ = ทำให้บริษัทเจริญเติบโตไม่ได้ เมื่อมีประวัติกู้ยืมและชำระคืน ทำให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่องได้ เผื่อยามวิกฤติ หรืออยากขยายการลงทุนในโอกาสใหม่ๆ—เรื่องนามบัตรประธานทรงอานุภาพกว่าที่คิด เพราะทั้งบริษัทมีคนเดียว ใช้ให้เป็นประโยชน์คนทำงานเกรด A ลงพื้นเองที่เพื่อเปิดการขายคนทำงานเกรด B มองหาโอกาสให้ลูกน้องลงพื้นที่คนทำงานเกรด C ไม่ลงพื้นที่เลย—เรื่องลงพื้นที่ขายสินค้าคนทำงานเกรด A ลงพื้นที่ขาย “หลายครั้ง”คนทำงานเกรด B ลงพื้นที่ขาย “หลายเจ้า”คนทำงานเกรด C ไม่ลงพื้นที่ขายเลย—เรื่องการตัดสินใจกับโอกาสคนทำงานเกรด A ตัดสินใจ “ฉับไว” เมื่อมีโอกาสสำเร็จ 50%คนทำงานเกรด B “คิดหนัก” เมื่อมีโอกาสสำเร็จ 50%คนทำงานเกรด C “ประหม่า” เมื่อมีโอกาสสำเร็จ 50%เพราะระหว่างทางที่ล้มเหลวเราจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และเข้าใกล้ทางออกเข้าเรื่อยๆ—เรื่องความสัมพันธ์กับพนักงานคนทำงานเกรด A สังสรรค์กับพนักงานปีละ 166 ครั้งคนทำงานเกรด B สังสรรค์กับพนักงานเดือนละครั้งคนทำงานเกรด C ไม่สังสรรค์เลย—คำพูดติดปากเรื่องพนักงานคนทำงานเกรด A “พัฒนาคนที่มีอยู่ ดึงศักยภาพสูงสุดออกมา”คนทำงานเกรด B “จ้างคนที่มีความสามารถที่เริ่มงานได้ทันที”คนทำงานเกรด C “คนทำงานดีๆซักคน ไม่มีหรือไงนะ”—เรื่องการลดการลาออกคนทำงานเกรด A “กล่าวชม” ลูกน้องต่อเนื่องคนทำงานเกรด B “ให้กำลังใจ” ลูกน้องต่อเนื่องคนทำงานเกรด C “ตำหนิ” ลูกน้องต่อเนื่องเพราะประธานโนโบรุเชื่อว่า การชมเชยช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนา เขาใช้เวลาถ่ายทอดความรู้ขอบคุณพนักงานกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน—เรื่องราคาสินค้าคนทำงานเกรด A คิดว่าทำอย่างไรถึงจะขึ้นราคาได้คนทำงานเกรด B คิดว่าทำอย่างไรลูกค้าถึงจะไม่ร้องเรียนคนทำงานเกรด C คิดว่าจะลดราคาเท่าไหร่ดี—เรื่องขึ้นรถไฟ (ใช้เวลาให้คุ้มค่า)คนทำงานเกรด A ขึ้นรถไฟขบวนที่จะใช้เวลาน้อยที่สุดในการออกจากสถานีคนทำงานเกรด B ขึ้นรถไฟกลางขบวนคนทำงานเกรด C ขึ้นรถไฟโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้นและเล่นมือถือไปด้วย—เรื่องดูงบบริษัทคนทำงานเกรด A ดูงบดุล B/S (Balance Sheet) สม่ำเสมอคนทำงานเกรด B ดูแต่งบกำไรขาดทุน P/L (Profit and Loss)คนทำงานเกรด C ไม่ดูทั้งงบ B/S และ P/L—เรื่องความสำคัญของครอบครัวคนทำงานเกรด A จ่ายค่าปรับเมื่อกลับถึงบ้านดึกกว่าเที่ยงคืนคนทำงานเกรด B ไปกินข้าวกับครอบครัวสัปดาห์ละครั้งสองครั้งคนทำงานเกรด C มัวแต่ทำงานไม่แม้แต่จะร่วมทำกิจกรรมกับคนในครอบครัว—คุณโนโบรุบอกว่า พนักงานทั่วไปทำงานเป็นวันฝ่ายบริหารทำงานเป็นชั่วโมงสุดยอดประธานทำงานเป็นวินาที ดังนั้นต้องใช้เศษเวลาวางแผนล่วงหน้าเสมอว่า จะทำงานประเภทไหน ที่ไหน เมื่อไหร่เพราะประธานต้องดูแลบริษัท พนักงาน ครอบครัว เพราะแบบนี้ประธานจึงต้องดูแลตัวเองด้วย เคล็ดลับคือนอนให้พอใส่ใจเรื่องอาหารการกินไม่ว่าฤดูอะไรก็แต่งกายเหมือนเดิมช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายไม่ให้ป่วยง่ายเดินเยอะๆ วันละ 8,000 – 10,000 ก้าวคิดว่าเล่มนี้ดีมาก ลองเอาแนวคิดไปใช้ดู หลายคนเรียนรู้ทฤษฏีการบริหารผ่านงานสัมมนา แต่การได้อยู่กับประธานโนโบรุคือการเรียนรู้ของจริงผ่านการถือกระเป๋า ซึ่งดีที่เราสามารถหาอ่านได้จากหนังสือThis entire review has been hidden because of spoilers.development
Naruenart Koovimon5 reviews3 followersFollowFollowJune 4, 2019เป็นหนังสือที่หัวหน้างานที่เริ่มดูส่วนธุรกิจ น่าจะได้ประโยชน์มาก โดยการแบ่งคนทำงานง่ายๆ เป็นเกรด A, B, C ว่าแต่ละคนจะคิด จะทำอะไรต่างกันบ้าง หลายๆเรื่องน่าจะกระแทกใจหัวหน้ามือใหม่ และคนทำงานได้ดี เช่น คนเกรด A สนใจขยายตลาด เกรด B สนแค่กำไร ส่วนเกรด C สนใจแต่ภาพลักษณ์ตัวเอง (เห็นหน้าใครที่ทำงาน ลอยมามั๊ยครับ) คนเกรด A มุ่งพัฒนาทีมงานปัจจุบัน เกรด B พยายามหาคนเก่งแบบใช้งานได้เลย เกรด C เอาแต่บ่นว่าหาไม่ได้ การตัดสินใจเมื่อเจอปัญหา คนเกรด A ทำตามคำแนะนำดีๆใหม่ๆ ที่น่าจะได้ผล คนเกรด B ทำตามหนังสือ เกรด C เอาแบบเดิมที่เคยทำยังไงก็ตาม บางเรื่องก็ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น การกินเหล้ากับพนักงาน, ต้องรู้เรื่องส่วนตัวพนักงาน, เทคนิคการขึ้นรถไฟ, การให้เครดิตประธานบริษัทแบบเลิศลอย ซึ่งไม่น่าจะใช้ได้ในบริบทไทยเรามีข้อคาใจอีกอย่างว่า เนื้อหาพยายามตีผลลัพธ์หลายๆอย่างเป็นตัวเลข เงิน เปอร์เซ็นต์ อัตรา เข้าใจว่าต้องการสร้างแรงจูงใจว่า ถ้าทำตามแล้วจะได้ผลดี แต่แอบรู้สึกว่าเว่อร์ไปหน่อยครับworking
Jay Chatree28 reviews3 followersFollowFollowJuly 26, 2019หนังสือเขียนโดย คุณโนโบรุ โคยามา ที่มีการจัดคอร์สให้ประธานบริษัท มาเรียนรู้การทำงานกับเขาโดยการมาเป็นเด็กถือกระเป๋า ติดตามไปทำงานด้วย แม้คอร์สจะมีราคาแพงขนาด 3 วัน 300,000 บาทแต่ก็มีประธานมาต่อคิวเรียนกับเขายาวเหยียด ไม่ขาดสาย เพราะอยากได้แนวคิด ในการทำงานมาประยุกต์ใช้ให้บริษัทประสบความสำเร็จ เช่น การทำธุรกิจอย่ามองแต่ตัวเลขกำไร ให้ดูเงินสดในบัญชีด้วยถ้าขาดสภาพคล่องธุรกิจก็ไปไม่รอด ศักยภาพของบริษัทไม่ใช่ความสามารถประธาน แต่คือพนักงงานทุกคนที่ต่อสู้ร่วมกันมา ลงพื้นที่ขายเอง ลงหน้างานจริงอย่ามัวแต่นั่งสบายในออฟฟิศ คิดถึงผลกำไรในอนาคต อย่ามองแต่ฉาบฉวยในปัจจุบัน ใส่ใจเรื่องส่วนตัวพนักงานบ้าง ศึกษาเรียนรู้ไปด้วยกันกับทีมงาน และอื่นๆอีกมากมาย แบ่งข้อคิดเป็นตอนๆสันๆ ประมาณ 20 หัวเรื่องอะไรที่น่าสนใจนำมาคิด และประยุกต์ใช้น่าจะมีประโยชน์กับเราได้
Thanawat4 reviewsFollowFollowAugust 27, 2020แม้เนื้อหาจะมีบริบทของญี่ปุ่น ที่บางทีมันใช้ไม่ได้ถ้าไม่ใช่ในญี่ปุ่น แต่หากอ่านจบจะได้อะไรกลับมาอยู่ แม้หน้าหนังสือจะดูเหมือนเป็นเล่าเรื่องธุรกิจแต่ก็สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตเราให้ productive มากขึ้นดั่งประธานบริษัทตลอดการอื่นรู้สึกสนุกกับการดำเนินเรื่องมาก แม้บางหลักคิดจะดูงงๆ เนื่องจากมีศัพท์เศรษฐศาสตร์มาปะปนfavorites