Jump to ratings and reviews
Rate this book

脳のパフォーマンスを最大まで引き出す 神・時間術

Rate this book
◎「仕事に集中できない…」という悩みは、時間の使い方で簡単に吹き飛びます!
◎人の4倍仕事をして、2倍遊ぶ――。まさに神がかっている時間術! !
◎本書の科学的ノウハウを知らないと、「膨大な時間」を失うことになります。
◎この1冊で、あなたの「自分の時間」を極限まで増やしましょう! !

精神科医として、「毎日の本の執筆」「メルマガやYouTube、Facebook、ブログの更新」「病院診療」
「月20冊以上の読書と書評」「月3回のオリジナルセミナー」など、
ハードな仕事をこなしながらも、「膨大な自由時間」で趣味や娯楽を楽しみ、人生を満喫する……。

288 pages, Paperback

Published April 13, 2017

Loading...
Loading...

About the author

Zion Kabasawa

22 books21 followers

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
28 (43%)
4 stars
26 (40%)
3 stars
10 (15%)
2 stars
1 (1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 14 of 14 reviews
Profile Image for Jaruwat Jrs.
63 reviews1 follower
January 16, 2022
“ถ้าเรามีสมาธิกับเรื่องเล่นๆได้ เราก็จะมีสมาธิกับงานได้ คนที่สนุกกับกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้าได้คือคนที่มีความสุข พูดง่ายๆว่า เวลาทำอะไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่น หรืองาน หรือ กิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ จงทุ่มเทสติ สมาธิให้สิ่งนั้น 100% แล้วชีวิตที่มีแต่ สติและสมาธิของการกับการจดจ่อ อยู่กับปัจจุบัน จะนำมาซึ่งความสุข ในตอนนี้ทันที”
Profile Image for ManyMilds.
62 reviews11 followers
January 25, 2023
ผู้เขียนนำงานวิจัยเกี่ยวกับสมองมาบอกเคล็ดลับการแฮ็กสมองให้เราได้ใช้ประสิทธิ์ภาพสูงสุด ช่วงเวลาทองของสมองที่เราจะมีสมาธิ x2 ไรงิ โดยให้จำไว้ว่า
สมาธิ x เวลา = คุณภาพ
ถึงได้เวลาทำงานเพิ่ม แต่สมองคุณล้า ไม่เกิดภาวะโฟลว เมื่อวานนอนน้อย ก็ไม่ได้งานที่มีประสิทธิภาพอยู่ดี
หนังสือเป็น 4 สกิลหลัก บวกช่วงพักผ่อน เคล็ดลับใช้เวลาช่วงเช้า ฟื้นฟูสมาธิช่วงบ่าย พักผ่อนก่อนนอน เพื่อให้เราได้เข้าใจนาฬิกาชีวภาพของสมอง จะได้ออกแบบชีวิต/ออกแบบการใช้เวลาให้สอดคล้องกัน
.
เป็นฮาวทูที่ถือว่าดี ตามสไตล์ของงานคุณชิออน แกจะสอนแบบจับมือทำ กระชับเข้าใจง่ายเห็นภาพ เช่น ช่วงเวลาทองของสมองคือหลังตื่นนอน2-3ชมใช่มั้ย ควรทำอะไรดี แล้วถ้าตื่นนอนไม่ได้ทำยังไง ก็บอกวิธีปรับตัวเองให้ตื่นเช้า ใดๆคือรู้ไว้เป็นข้อมูลแล้วลองปรับใช้เอาแบบที่เรารู้สึกโอเค ชีวิตบางวันก็อยากอยู่แบบแด้ๆนอนดูหนังอะ ขี้ค้านจะโปรดักทีฟแล้ว ฮา
Profile Image for nananatte.
476 reviews146 followers
August 8, 2026
ต้นเล่มเฉยมาก ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่พอทนจนผ่าน 25% ของเล่มไปได้จะอ้าปากค้างว่า...อะไรกันเนียะะะ คุณหมอคาบาซาวะก็ยังคงเป็นคุณหมอคาบาซาวะ! โหดชะมัดเลยค่าาาา

1 ใครที่ง่วงสลึมสะลือหลังตื่นนอนมากๆ คือมีเซโรโทนินต่ำ เซโรโทนิน คือ สารแห่งความสุขสงบและตื่นตัวแบบผ่อนคลาย จะหลั่งออกมามากในตอนกลางวัน โดยเฉพาะเวลาที่ตาของเราเจอแสงแดดยามเช้า ดังนั้น ตอนนอนจึงควรนอนเปิดม่านเอาไว้ ให้แสงแดดมาโดนหน้าปลุกให้เราตื่น นอนรับแสงอาทิตย์สัก 5 นาทีก็ถือว่าเป็นการกระตุ้นการผลิตเซโรโทนินได้แล้ว

2 คนญี่ปุ่นไม่ใส่ใจกิจกรรมตอนเช้า คุณหมอบอกให้ตื่นเร็วขึ้น 2 ชม. (555 พูดง่ายจั๊งงง) ในขณะที่ 9 โมงคนอเมริกันจะพร้อมทำงานที่โต๊ะแล้ว แต่คนญี่ปุ่นจะยังอ่านหนังสือพิมพ์และอ้อยอิ่งดื่มกาแฟอยู่เลย ดังนั้น ตื่นให้เร็วขึ้นเพื่ออ่านหนังสือ ออกกำลังกาย และทำให้ตัวเองตื่นตัวพร้อมทำงาน

3 วิธีง่ายที่สุดในการปลุกตัวเองให้ตื่นตัวคือ อาบน้ำอุ่นจัดตอนเช้าหลังตื่นนอน เพราะมันคือการเปลี่ยนระบบประสาทจากพาราซิมพาเทติกให้เป็นซิมพาเทติกแบบฉับพลัน

4 ใส่ใจ golden hour ของตัวเอง ซึ่งมันคือ 2-3 ชม.หลังตื่นนอน เอาไว้ทำงานที่ต้องใช้พลังสมองและการโฟกัสสูงสุด สำหรับคุณหมอจะทำงานเขียนตลอดช่วงเช้า เช่น งานเขียนวิชาการ เขียนหนังสือ เตรียมเนื้อหาทำคอร์ส แต่ถ้าเป็นพวกคอนเทนต์ลงโซเชียล จะเขียนเวลาไหนก็เขียนไป เย็นหรือค่ำก็เขียนได้

5 อ่านหนังสือตอนเช้าให้อ่านสิ่งที่พัฒนาทักษะแบบเราเอาไปใช้งานจริงได้ ถ้าใครเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ให้อ่านบนรถไฟฟ้าไปเลย ขาไป 1 ชม. ขากลับ 1 ชม. วันๆ นึงก็ได้เวลาอ่านหนังสือมา 2 ชม. ยาวๆ ไม่งั้นคืออย่างที่บอกไป ตื่นให้เร็วขึ้น 2 ชม. และหนึ่งในกิจกรรมที่ทำก็คือ ไปนั่งอ่านหนังสือในร้านกาแฟก่อนเข้าออฟฟิศ

6 ออกกำลังกายตอนเช้า 15-30 นาทีแบบคาร์ดิโอ เอาแบบที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและตื่นตัว วิธีง่ายสุดคือเดินให้เร็วกว่าปกติ 1.25x - 1.5x ก็ใช้ได้แล้ว ไม่งั้นก็วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอโรบิกไปเลย

7 การเคี้ยวทำให้เราตื่นนอน (เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มการผลิตเซโรโทนิน) ดังนั้น ควรกินอาหารที่เคี้ยวนานนิดนึง แบบที่ต้องเคี้ยวมากกว่า 20 ครั้ง/คำ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสวย (จะดีกว่าขนมปัง ข้าวต้ม โจ๊ก ซีเรียล)

8 ในเรื่องนกกระสาแทนคุณ หญิงสาวระหว่างทอผ้าจะห้ามสามีไม่ให้แอบเข้ามาดูเธอทำงานเด็ดขาด นานวันเข้าพอสามีสงสัย แง้มประตูแอบดู จึงพบว่าแท้ที่จริงตัวภรรยาเป็นนกกระสา ภรรยาโกรธมาก กลายร่างเป็นนกกระสาบินหนีไป... ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้คือ 'อย่า disrupt การทำงานของผู้อื่น โดยเฉพาะช่วงเวลา golden hour!' (คุณหมอเล่นมุกอะไรของเค้าเนียะ 555 เอ้อ แต่เข้าใจประเด็นทันที) เวลาคุณหมอทำงานเขียนตอนเช้าจะไม่รับโทรศัพท์ และติดป้ายห้ามภรรยารบกวน

9 เขียน to do list ใหม่ทุกวันเรียงตามลำดับความสำคัญ จากนั้นให้ดูว่าแต่ละ task อันไหนต้องใช้การโฟกัส(สมาธิ) ในการทำมากแค่ไหน เขียนดาวลงไปตามระดับโฟกัสมากน้อย คุณหมอแนะนำให้ทำงานที่ต้องใช้โฟกัสเยอะๆ ก่อน

10 คนอเมริกันเลิกงาน 5 โมงคือ 5 โมง หลังเวลางานคือเวลาครอบครัว กินข้าวพร้อมหน้า ออกจากบ้านไปดูหนัง ไปเดท หรือดินเนอร์กัน ดังนั้น เวลางานคือตั้งใจทำงาน ทำให้งานเสร็จได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม หลังเวลางานใส่ใจดูแลตัวเอง และดูแลความสัมพันธ์ นี่เป็นสมการการทำงานที่ฝังอยู่ใน DNA คนอเมริกันอยู่แล้ว (ซึ่งคนญี่ปุ่นไม่มี ถึงได้แต่ทำโอที หลังเลิกงานก็มีแต่ไปดื่มสังสรรค์ ไม่มีเวลาให้ครอบครัว) และให้พัฒนาทักษะตัวเองซะ จะได้ทำงานเสร็จไวขึ้น จะได้มีเวลาว่างไปทำอย่างอื่น

11 ใส่ใจเวลา 15-45-90 นาที นั่นคือ สมองเราโฟกัสสูงสุดได้แค่ 15 นาทีเท่านั้นแหล่ะ ทำงานด้วยนาฬิกาจับเวลาจะดีกว่า Timer (เพราะเสียงติ๊งหมดเวลาจะมา distract เรา) ตั้งธงตั้งแต่แรกว่าจะทำงานนี้ภายใน 90 นาที แล้วแบ่งช่วงการทำงานในแต่ละช่วง (คล้ายๆ pomodoro คือทำแล้วหยุดพัก แล้วกลับมาทำต่อ) แทนที่จะนั่งทำไปเรื่อยๆ เสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้น... ที่จริงคุณหมออธิบายประเด็นตรงนี้ไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร แต่จับใจความได้ว่าควรมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า 90 นาทีนี้อยากเห็นอะไรเสร็จบ้าง จากนั้นแบ่งหัวท้าย จะทำงานด้วยนาฬิกาจับเวลา การจำกัดเวลาจะบีบให้เราทำงานเสร็จ

12 รีเซ็ทสมาธิช่วงบ่ายได้โดยการไปกินข้าวกลางวันนอกตึก! ด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้าวเช้า จะเพิ่มเซโรโทนิน (ผ่อนคลาย+ตื่นตัว) ได้ ต้องได้แสงแดด ได้เคี้ยว และได้ออกกำลังกายเข้าจังหวะ ซึ่งพอรวมกันออกมาแล้วคือ การเดินออกจากตึกออฟฟิศไปหาข้าวกินได้ละแวกที่ได้เดินไปเดินกลับ (ไม่ใช่กินใต้ตึก ไม่ใช่กินในแพนทรี) จะทำให้ทั้งครบเงื่อนไขกระตุ้นการผลิตเซโรโทนินได้ (คุณหมอก็ช่างคิดวิธีขึ้นมาได้ 555)

13 การเปลี่ยนร้านข้าวที่กิน ไปหาร้านใหม่ๆ กิน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมองจดจำสถานที่ในฮิปโปแคมปัส ซึ่งช่วยเรื่องความจำ การไปกินแต่ร้านเดิมๆ เราอาจสบายใจเพราะอยู่ในดินแดน comfort zone แต่ก็ทำให้เซลล์จดจำสถานที่ไม่ได้ตื่นตัวจากการทำความรู้จักร้านใหม่ๆ มันก็จะไม่กระตุ้นความสามารถในการจดจำของเรา

14 เช่นกัน ถ้ากินอาหารแต่เมนูเดิมๆ ไม่กินอะไรให้ต่างไปบ้าง หรือลองเมนูแปลกๆ ที่ชีวิตไม่เคยกินมาก่อนเลย ก็คือความสบายใจของการติดอยู่ใน comfort zone แต่การลองเมนูใหม่ๆ จะช่วยการกระตุ้นอะซีตีลโคลีน สารสื่อประสาทที่ช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการปิ๊งไอเดียใหม่ ดังนั้น ถ้าอยากจะช่วยสมองด้านความคิดสร้างสรรค์ การลองกินเมนูใหม่ๆ ก็ช่วยได้

15 การพักสมองที่ยอดเยี่ยมคือ การพักใดๆ ก็ตามที่ไม่ใช้สายตา ลองสังเกตดูก็ได้ว่าการพักผ่อนดีๆ ทั้งหลายมันจะไปกระตุ้นการทำงานประสาทสัมผัสตัวอื่นที่ไม่ใช่ 'ตา' เช่น อโรมาเธอราพี (จมูกได้กลิ่น) ฟังเพลง (หูฟังเสียง) แช่ออนเซ็น (ผิวหนังสัมผัสความร้อน) กินของอร่อย (ปาก) ฟังเสียงน้ำไหล (หู) อาบแดดอุ่นๆ (ผิว) เล่นกับสัตว์เลี้ยง (อารมณ์) ฯลฯ

16 ถ้านึกวิธีพักสมองไม่ออก ขอแค่หลับตา พักสายตาเฉยๆ สัก 5 นาที ตัดขาดการใช้ลูกตาสักครู่ เราก็ได้พักสมองแล้ว

17 การพักด้วยการไปอ่านหนังสือ เช็คข้อความ เล่นโทรศัพท์ล้วนแล้วแต่เป็นการใช้สายตาเป็นหลัก ดังนั้น ไม่ถือเป็นการพักสมอง

18 ถ้าตอนบ่ายง่วงนอนก็ไปงีบหลับเถอะ งีบ 20-30 นาทีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดเบาหวานและโรคหัวใจได้ แต่ถ้านอนตอนบ่ายยาวกว่า 1 ชั่วโมงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานและโรคหัวใจ ดังนั้น ให้งีบไม่เกินครึ่งชั่วโมงเพื่อพักสมองและแค่ปรับตัวเองให้เฟรช ไม่ใช่หลับจนอิ่มจนตอนกลางคืนนอนไม่ได้อีก

19 ถ้าไม่อยากทำงานตอนกลางคืน ก็นัดคนอื่นเอาไว้หรือจ่ายเงินทำกิจกรรมเอาไว้ล่วงหน้าเลยสิ! คนอเมริกาเลิกงาน 5 โมงคือ 5 โมงเพราะต้องไปกินข้าวพร้อมหน้ากับครอบครัว ในขณะที่คนญี่ปุ่นติดนิสัยว่าทำงานไม่เสร็จก็ทำโอทีก็ได้นี่นา แล้วก็จะอยู่โยงยาวๆ ถึง 4-5 ทุ่ม คุณหมอคาบาซาวะใช้วิธีจองตั๋วหนังรอบ 1 ทุ่มดักเอาไว้ก่อนเลย จ่ายเงินไปแล้วเรียกคืนไม่ได้ นัดเพื่อนกินข้าวตอนหัวค่ำไว้เลย ก็ cancel ไม่ได้ พอเรามีหมุดหมายในใจว่าต้องไปทำธุระต่อ งานอะไรที่ต้องรีบทำให้เสร็จ เราก็จะเร่ง speed ตัวเองให้เคลียร์ให้เสร็จภายในเวลาที่มีได้เอง

20 เพิ่ม golden hour ของวันให้ได้กลายเป็น 2 รอบ วิธีสร้าง golden hour รอบสองก็คือ ออกกำลังกลายตอนบ่าย 3 - บ่าย 4 อันนี้คนทำงานประจำอาจทำไม่ได้ แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วกัน เรื่องก็คือหลังบ่าย 3 ประสิทธิภาพในการทำงานของคนเราจะลดลงแล้ว โฟกัสก็จะไม่มีด้วย ให้เอาเวลานี้ไปออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ 1 ชั่วโมงให้เหงื่อออก พอเหงื่อออกแล้ว โฟกัสจะดีงามมาก จนเราได้ golden hour เฟรชๆ กลับมาอีกรอบเอาไว้ทำงานที่ต้องใช้พลังสมองและสมาธิสูงๆ อีกครั้งได้

21 สรุป ตอนเช้าคุณหมอจะตื่นมาทำงานเขียนจริงจัง 2-3 ชั่วโมง ตอนบ่ายคุณหมอจะเขียนคอนเทนต์ลง social ง่ายๆ แบบที่ไม่ต้องใช้สมาธิสูงมากนัก จากนั้นพอโฟกัสเริ่มหมดก็ไปคาร์ดิโอเรียกเหงื่อ 1 ชม. แล้วกลับมาเขียนงานจริงจังต่ออีก 2 ชั่วโมง ก็จะทำให้ทั้งวันมีเวลาทำงานยากๆ สองช่วง ทำให้มี productivity สูงกว่ามนุษย์มนาทั่วไปเป็น 2 เท่า (ใครเป็นแฟนคลับคุณหมอจะรู้ดีว่า productivity คุณหมอน่ากลัวมากๆ ^^;;;)

22 การออกกำลังกายที่กระตุ้นสมองคือ 60-90 นาที จะทำให้สมองเฟรช ร่างกายตื่นตัว แต่ถ้าออกนานมากกว่านั้น ร่างกายจะหิวหนักมากและอ่อนเพลีย สังเกตร่างกายตัวเองดีๆ ถ้าอยากกระตุ้นสมอง ก็ออก 60-90 นาทีก็พอแล้ว

23 วิธีพักผ่อนหลังเลิกงานที่ดีที่สุด คือ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เช่น กินข้าว/ทำกิจกรรมกับเพื่อน คุยกับคนที่บ้าน เล่นกับสัตว์เลี้ยง เพราะการมีปฏิทินสัมพันธ์จะทำให้เกิดออกซิโทซิน (สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกรักใคร่ รู้สึกดี ผ่อนคลาย) ล้างความเครียดตลอดวันให้หมดไป

24 คุณภาพของวันถัดไปจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอนหลับคืนนี้ ซึ่งกิจกรรมที่ดีคือการพักผ่อนดีๆ ที่ไม่ไปกระตุ้นให้ตัวเองอยู่ภายใต้ระบบประสาทซิมพาเทติก จึงไม่ควรทำงานจนดึกดื่นแล้วกลับบ้านนอน นั่นคือหนทางลดอายุขัยตัวเองชัดๆ แต่ให้พูดคุยกับคนที่บ้าน อ่านหนังสือ มีช่วงเวลาทำอะไรช้าๆ สบายๆ ไม่ต้องคร่ำเคร่งมาก หลีกเลี่ยงการดูหนัง เล่นเกม มองหน้าจอคอม/มือถือ เพราะมันมีแสงกระพริบจากหน้าจอที่รบกวนการพักผ่อนของสมองอยู่

ชอบบบบบ ทำไมไม่รู้เรื่องพวกนี้ตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ๆ เพิ่งมารู้ตอนนี้รู้สึกเสียดายวันเวลามากค่ะ 555
Profile Image for Crystal Chen.
47 reviews1 follower
December 6, 2022
这本书我觉得首先特别棒的一件事情是,作者将重点全部都画好了。读起来特别特别的顺,而且不费时间。其次我觉得这本书的很多方式方法是有用并且有科学根据。我也有见过身边效率极高的人有用类似的方式来工作。

这本书不是完全让你自律成疯子,而是告诉你如何自律的同时放松自己。我特别喜欢书里有一个有意思的观点:

“制作工作TO DO清单的人很多,但制作玩乐TODO清单的人却没几个。为自己制作一张玩乐的TO DO清单,您的空闲时间就会过得更有意义、更快乐、更难忘。”

哈哈哈,感觉这样每天生活都有了期待,想好休息要做什么开心的事情~总而言之,建议大家可以去读一读,不是想象中废话连篇的鸡汤教你自律的书,我个人觉得是受益匪浅
Profile Image for ボート •  lilbbtpinbookland.
160 reviews22 followers
March 5, 2025
การทำงานหนักเกินไป ไม่ได้หมายความว่าเราเก่ง หรือมีประสิทธิภาพสูง แต่อาจจะเพราะเราขาดสมาธิ ประสิทธิภาพต่ำ หรือบริหารเวลาไม่ดีอย่างที่เราคิด

ชิอน ผู้เขียน เขียนเทคนิคการบริหารเวลาโดยดึงความสามารถของสมองออกมาใช้ มีข้อมูลวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เคสตัวอย่างของคนมีชื่อเสียงและตัวเขาเองก็ได้ปฏิบัติจริง

ในเล่มมีบอกช่วงเวลาทองของสมอง การจัดการงานที่ใช้สมาธิและไม่ต้องใช้สมาธิ วิธีรีเซตสมาธิ การสร้างนิสัย output เขียน to do list ไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่เรื่องเล่นด้วย ฯ

เจตนาของผู้เขียนไม่ใช่แค่ให้บริหารเวลาเพื่อทำงานได้ดี หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น แต่ลดภาวะซึมเศร้าและความเครียดจากงาน ให้ใช้ชีวิตอย่างสนุก สุขภาพดี มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กับปัจจุบัน

เราเริ่มอ่านสัปดาห์ก่อนที่งานเยอะแทบบ้าไปพร้อมกับฝึกใช้เทคนิคตามเล่มนี้ไปด้วย (ไม่ได้เอามาฝึกใช้ทุกอย่างหรอก บางอย่างต้องค่อยๆปรับก่อน) แม้ว่าบางเรื่องในเล่มเราจะรู้แล้ว แต่ที่รู้ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ใช้มันอย่างเข้าใจ ส่วนตัวเบื้องต้นคือได้ผล ทำงานไวขึ้น มีสมาธิมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงบ่ายที่ปกติแล้วมักจะลดลง มีเวลาทำงานอดิเรก ผ่อนคลายขึ้นมากๆๆ นอนหลับสนิทขึ้น เป็นหนังสือที่มีประโยชน์กับตัวเรามาก
Profile Image for Aom Ruka.
385 reviews17 followers
April 2, 2023
เพราะเราชอบเล่ม power of out และ power of input ของชิออน เราเลยมาตามอ่านหนังสือที่เป็นของชิออน ซึ่งเป็นหนังสือเล่มนี้ต่อ

ส่วนตัวเราว่า เนื้อหาเดิมๆ แล้วก็เรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว (เช่น ทำไมต้องทำงานล่วงเวลาด้วยหล่ะ แค่ทุ่มเวลาให้กับช่วงโมงการทำงาน ให้เสร็จภายในเวลา แล้วรีบกลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัว ไม่ดีกว่าหรอ แบบที่คนอเมริกาเค้าเป็นกัน ซึ่งในส่วนนี้ เพราะญี่ปุ่นชอบทำงานล่วงเวลากัน เป็นสังคมแบบเค้า เราเลยไม่ค่อยเห็นด้วย และรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว เลยไม่ค่อยตื่นเต้น

หรือเช่นเรื่อง ทำงานตอนเช้าดีกว่าตอนบ่ายๆนะ ซึ่งเราก็เจอมาหลายเล่มแล้ว เลยรู้สึกไม่ค่อยอินเท่าไหร อาจจะเพราะรู้จักเล่มนี้ช้าไป ถ้ารู้จักเร็วกว่านี้ อาจจะชอบมากกว่านี้)
Profile Image for Krisada Visoodsak.
90 reviews
January 29, 2022
- สมาธิ * เวลา = เวลาที่มีสมาธิ ( เลือกเวลากับการใช้งานของสมองให้เกิดสมาธิ
- เวลา For you และ asap
- to do.list happiness
Profile Image for Yuriko.
4 reviews
August 20, 2025
集中力を高め、時間の効率的に使うための方法をとても実用的にまとまっている。著者の本業である、精神科医の目線から、仕事効率が悪く毎日ほぼ仕事しかせず休日や休憩時間を有効的に使えてない日本人に向けて、どうワークライフバランスを保ちながら、これまでよりいい仕事の成果を出すか教えてくれる。
104 reviews
July 9, 2026
ชอบหลายๆ Tips ที่จะช่วยผ่อนภาระของสมอง เช่น
* การทำงานที่ใช้สมาธิช่วงเช้า
* ใช้ชีวิตกับปัจจุบัน
* การอ่านหนังสือระหว่างเดินทางด้วยรถไฟฟ้า
หลายเรื่อง ตรงกับสิ่งที่คิด/รู้สึก และหลายเรื่องน่าจะเอาไปทำตาม
แต่ก็อยากหักคะแนนนิดนึง หนังสือพยายามทำให้เราเป็นคนที่ต้องพัฒนาตัวเองจริงจังพอสมควร ไม่รู้ว่าจะเหมาะกับทุกคนไหม
Profile Image for Anh Nguyen .
51 reviews11 followers
March 11, 2022
Bìa sách "thời gian" nhưng không chỉ nói về thời gian mà đúng hơn là cách để hack sao cho một ngày có nhiều "thời gian chất lượng" hơn, nhờ tập trung & lợi dụng hormon, đồng hồ sinh học...

Nội dung sách lặp lại quá nhiều & lặp lại cả với sách khác của tác giả mình đã đọc hết rồi: Nói nhiều về hormon, routine hiệu quả cho từng buổi sáng, chiều, tối…..là phiên bản kỹ hơn của cuốn 行動最適化大全 nên mình thấy hơi phí tiền.

Thôi để ôn lại cũng được.

Nhưng thôi cũng quý bác nên coi như đọc cuốn này cũng hiểu thêm về bác, để biết bác đã từng đi du học, phải làm vất vả ở viện Hokkaido như thế nào.

Hiểu tại sao sách của bác bán chạy: Cách nói chuyện, hành văn thân thiện với những người mới bắt đầu đọc sách, kiến thức khoa học áp dụng một cách thông minh.
Là một tác giả già nhưng văn phong không hề bảo thủ hay áp đặt.

Đọc xong sách cũng biết thêm nhiều từ khoá để đi tìm đọc chuyên sâu hơn.
Nếu là mua sách ủng hộ tác giả thì ok, còn không thì chỉ cần 1 quyển hoặc chăm xem kênh youtube của bác là được rồi.

Đọc mãi đến chương 5 mình mới thấy có chút tư tưởng mới: Là đừng dùng thời gian như mình đang tiêu, mà dùng thời gian như mình đang "đầu tư" - thời gian đẻ ra thời gian.

Đọc xong thấy thêm tầm quan trọng của thói quen vì hầu hết các tác giả đều có THÓI QUEN & làm theo ĐỒNG HỒ SINH HỌC, cố định giờ nào việc nấy, làm gì cũng tập trung & hết mình, ưu tiên bản thân & kế hoạch của mình làm.
Tập trung => flow => hạnh phúc & thấy đời ý nghĩa ^_^

Lạ cái là đọc sách của bác có cảm giác vẫn gấp gáp mà vẫn thư giãn khi đọc ^_^
Profile Image for Sapphireblue.
91 reviews3 followers
February 17, 2021
每个人只有24小时是事实,如何充分利用这24小时却因人而异。把时间利用得充实的人就会说完成了那么多事情我还有大把时间娱乐,不好好支配自己的时间的人则只能埋怨时间不足,时刻活在焦虑和紧张。这本书极速阅读也能轻易明白,作者写的有条有理,把重点都给你划好了。要做个杰出的时间控,首先必须保证自己拥有足够的睡眠来保持精力,接着要做的事情依据注意力及紧急性安排妥当。跟着15.45.90法则来做事,可以时刻以最高效的专注力工作,不仅所需的时间大减,效率也随之提高。一天内的自由时间用来平衡一整天经历的紧张感,消除压力和疲惫,让身心放松,才可以继续发挥如平常高效的注意力。希望有一天的我也会像作者一样,以最坦荡放松的心态面对每一天。利用好“神之时间管理术”,不要再做偷自己时间的贼。
Profile Image for Miyu.
36 reviews8 followers
April 21, 2021
精神科医の筆者が、日本のうつ病患者や自殺者を減らすためには何が必要なのかを考えた結果たどり着いたのが「労働生産性の低さ」だったり自分の健康と家族を犠牲にして働くライフスタイルで、そんな課題を抱える日本人向けにタイムマネージメントの大切さを伝えたい!と目的を持って書かれてた(ただの社会人力の高さをアピールするだけの本でなかった)のが素敵だと思った。逆に日本人は「頑張れる精神力」やトップからの指示の習得能力は他国に比べてきっと高いので、正しい「頑張り」かたを一度インプットすれば一気にコロッとよりいい方向に進むんじゃないかと希望を持てた(主題でない)
6 reviews
December 22, 2021
時間術というよりエネルギー管理術の本。目から鱗が落ちた。午後は仕事が捗らなかったけれど、それを克服するための実用的なヒントがたくさん詰まっていた。また読み返したい。
20 reviews
November 19, 2021
道理我都懂,至少早起早睡然后将我最重要的写作时间安排在早上!
Displaying 1 - 14 of 14 reviews