Jump to ratings and reviews
Rate this book

ชั่วชีวิต

Rate this book
รวมงานเขียนทั้งชีวิตของนักเขียนหนุ่มอัจฉริยะของวงวรรณกรรมไทย อ.อุดากร

น้อย อินทนนท์ เคยเขียนถึงเขาเอาไว้ว่า "มีความราบรื่นในการดำเนินเรื่อง ความรัดกุมจำกัดจำเขี่ยของการใช้ภาษาที่ให้ความหมายกว้างและไกล ความไพเราะและนุ่มนวลอันแฝงอยู่ในความหมายนั้นๆ ตลอดจนความเด่นชัดในลักษณะนิสัยของตัวละครที่เขาได้วาดขึ้น อ.อุดากร เป็นคนหนึ่งในจำนวนนักเขียนเรื่องสั้นน้อยคนที่เขียนตามที่หัวใจของเขาเรียกร้องต้องการ ไม่ใช่อย่างที่ผู้อ่านต้องการอ่าน

448 pages, Hardcover

Published February 1, 2019

3 people are currently reading
27 people want to read

About the author

อ. อุดากร

3 books7 followers
อ.อุดากร เป็นนามปากกาของ อุดม อุดาการ เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2467 ที่อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม การศึกษา เรียนหนังสือชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจบม.6จึงเรียนต่อในกรุงเทพฯ ที่ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา แล้วสอบเข้าเตรียมแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิชาแพทย์ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช

พ.ศ.2478 ในปลายปีการศึกษาแรกของการเรียนวิชาแพทย์ ล้มป่วยด้วยโรคปอด ต้องพักการเรียน 2 ปี เพื่อรักษาตัว เมื่อครบกำหนดอาการยังไม่ปกติ จึงต้องลาออก อ.อุดากรจึงหันมาเรียนวิชากฎหมายคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แม้จะยังเจ็บป่วยอยู่ก็อดทนเพียรพยายามจนสำเร็จอนุปริญญา

มีแววเป็นนักเขียนตั้งแต่เด็ก วิชาเรียงความของเขามักได้รับคำชมจากครู นอกจากนั้นก็มักจะเขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนๆอ่านและเขียนบทละครให้โรงเรียนใช้แสดงในงานรื่นเริงเป็นประจำ

หลังล้มป่วยจนเรียนแพทย์ไม่ได้ อ.อุดากรเสียใจมากเพราะเคยมุ่งหวังใช้วิชาแพทย์ช่วยเหลือชาวบ้านในชนบท จึงหันมาสนใจการเขียนอย่างจริงจัง พอดีจังหวะช่วง พ.ศ.2491 นิตยสารสยามสมัย จัดประกวดเรื่องสั้นโบว์สีฟ้า อ.อุดากร เขียนส่งมา 3 เรื่อง ได้แก่ ตึกกรอสส์ เกสราลิขิต และชำหนึ่ง ทุกเรื่องได้รับพิจารณาลงพิมพ์ และเรื่อง "ตึกกรอสส์" ได้รับรางวัลชนะเลิศ
อ.อุดากรบรรยายความรู้สึกที่ได้รับรางวัลในจดหมายที่เขียนถึงมาลัย ชูพินิจ บรรณาธิการนิตยสารสยามสมัยขณะนั้นว่า "ความปรารถนาของผมก็เท่านั้น ต้องการระบายความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ และบุคคลผู้เป็นเส้นชีวิตของมันออกไป เขียนแล้วอ่านดูเองก็รู้สึกพอใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สุขเท่ากับได้รับการเผยแพร่"

เมื่อได้รับความสำเร็จจากงานเขียนทำให้เขามีพลังใจมุมานะเขียนหนังสือแม้ยังเจ็บป่วย พ.ศ.2493 งานเรื่องสั้น "สัญชาตญาณมืด" ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารสยามสมัย เป็นผลงานเขย่าวงการที่ผู้อ่านพูดถึงอย่างกว้างขวาง

เมื่อทำงานเสมียน แผนกมหาดไทยของจ.อุตรดิตถ์ นายอุดมรับหน้าที่จัดทำนิตยสารธรรมสภา และหนังสือเชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัด เรื่อง "ลับแลเมืองธรรมชาติ" งานหนังสือเล่มนี้เขาทุ่มเทอย่างหนักกระทั่งโรคที่ป่วยอยู่ทวีความรุนแรงขึ้นจนต้องหยุดงานเขียนเมื่อลุกขึ้นไม่ไหว

ตัวอย่างงานเขียนของอ.อุดากร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องสั้น นอกเหนือจากที่เอ่ยแล้วข้างต้น ได้แก่ สยุมพรเหนือ หลุมฝังศพ ริมกระแสธาร ชั่วนิรันดร แสงระวีดับ โบ๊ตอะฮอย? ชีวิตที่จบลงด้วยน้ำตา ทาสอารมณ์ บนผืนแผ่นดินไทย คาลมาร์กซ์-กลิ่นดินปืน บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง รักนั้นจีรัง วิญญาณลอย เพ็ญพิลาป และสิ้นพยาบาท ซึ่งเป็นงานเขียนเรื่องสุดท้ายในปี 2493 อ.อุดากร เสียชีวิต เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2494 ด้วยวัยเพียง 27 ปี

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
4 (40%)
4 stars
4 (40%)
3 stars
0 (0%)
2 stars
2 (20%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 of 1 review
Profile Image for Suphap Duangsan.
141 reviews13 followers
September 11, 2020
สิ้นเสียงปืนในตอนจบของเรื่องสั้น 'สัญชาตญาณมืด' ไม่เพียงแค่ตัวละครเอกในเรื่องจะตกตะลึงพรึงเพริดไปกับฉากชวนหดหู่ใจที่ได้เห็นเต็มสองตาเพียงแค่นั้น

แต่ผู้ที่ได้อ่านมาถึงฉากนี้คงช็อคไปกับตอนจบที่รุนแรงกระทบใจ จนผมกล้าพูดได้เลยว่าต่อให้เป็นเรื่องสั้นในปัจจุบันนี้ ก็ยากที่จะหานักเขียนคนไหนกล้าหาญพอที่จะเขียนให้จบแบบนี้ได้แน่นอน 'สัญชาตญาณมืด' นับเป็นเรื่องสั้นไทยที่จบหักมุมในชีวิตการอ่านของผมระดับ 'ขึ้นหิ้งอันดับ ๑' ตลอดกาล

เสียงตอบรับที่แตกออกเป็นสองขั้วต่องานเขียนชิ้นนี้ทั้งคนอ่านและนักเขียนระดับบิ๊กเนมในสมัยนั้นส่งผลให้ต้องมีการอภิปรายและถกเถียงกันในชมรมนักประพันธ์ไทยกันอยู่หลายครั้งหลายครา (ในภาคผนวกท้ายเล่มได้ตีพิมพ์รายละเอียดการอภิปรายถึงความเหมาะสมในการตีพิมพ์เรื่องสั้นชิ้นนี้จนนักเขียนระดับตำนาน ๒ ท่านถึงกับการเดินออกจากที่ประชุมกลางครัน)

แต่เป็นที่น่าเสียดาย อ.อุดากรจากไปในช่วงที่กราฟชีวิตการเป็นนักเขียนของเขากำลังพุ่งถึงจุดสูงสุด ทิ้งมรดกงานเขียนแก่นักอ่านไทยเพียงแค่เล่มเดียวคือ 'ชั่วชีวิต' เป็นอนุสรณ์หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ๖ เดือน

ผมได้อ่านงานเขียนของอ.อุดากรครั้งแรกจาก 'ตึกกรอสส์ รวมเรื่องเอกของอ.อุดากร' เรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลโบว์สีฟ้าครั้งที่ ๑ ซึ่งจัดโดยนิตยสาร 'สยามสมัย' เมื่อประมาณปี ๒๕๔๔ (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สร้างสรรบุ๊คส์) ซึ่งการรวมเล่มครั้งนั้นตีพิมพ์เพียงแค่ ๗ เรื่องจากทั้งหมด ๒๑ เรื่องคือ 'ตึกกรอสส์', 'ชำหนึ่ง', 'สยุมพรเหนือหลุมฝังศพ','สัญชาตญาณมืด', 'บนผืนดินไทย', 'คาร์ล มาร์กซ์,กลิ่นดินปืนและนันทิยา' และ 'บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง'

ผมทำใจไว้แล้วว่าชีวิตนี้คงจะมีบุญได้อ่านแค่ ๗ เรื่องนี้แหละ

แต่นับเป็นโชคดีของนักอ่านอย่างผมที่สำนักพิมพ์ศรีปัญญาได้จัดพิมพ์ รวมเรื่องสั้น 'ชั่วชีวิต ของ อ.อุดากร' เป็นครั้งที่ ๙ และเป็นเล่มพิมพ์ซ้ำที่สมบูรณ์ครบถ้วนที่สุดแล้ว เพราะนอกจากจะตีพิมพ์ครบทั้งหมด ๒๑ เรื่องประกอบด้วย

- ตึกกรอสส์
- เกษราลิขิต
- ชำหนึ่ง
- ใต้ฟ้าคิมหันต์
- สยุมพรเหนือหลุมฝังศพ
- ริมกระแสธาร
- โบ๊ต อะฮอย?
- ชั่วนิรันดร
- ชีวิตที่จบลงด้วยน้ำตา
- ทาสอารมณ์
- สัญชาติญาณมืด
- บนผืนดินไทย
- คาร์ล มาร์กซ์, กลิ่นดินปืน และนันทิยา
- บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง
- รักนั้นจีรัง
- วิญญาณลอย
- เพ็ญพิลาป
- แสงระวีดับ
- สิ้นพยาบาท
- รูปสีน้ำมัน
- ธนูดอกที่ ๑

ในภาคผนวกท้ายเล่มก็มี

-ข้าพเจ้าเขียน ‘สัญชาตญาณมืด’ ขึ้นเพื่ออะไร โดย อ.อุดากร
-ชมรมนักประพันธ์ อภิปราย 'ทัศนะต่อสัญชาตญาณมืด' ของอ.อุดากร
-ชมรมนักประพันธ์แสดงความอาลัย

และที่สำคัญ

-อารมณ์ (สมุดบันทึกของอ.อุดากร ซึ่งใครมีโอกาสได้อ่านคงสัมผัสได้ถึงความซับซ้อนทางอารมณ์และจิตใจที่เขาได้เขียนบันทึกไว้ในวัยเพียงแค่ ๑๙ ปี)

งานเขียนของอ.อุดากรที่ผมสัมผัสได้มันคุกรุ่นไปด้วยความตายทั้งเล่มเลยนะครับ ทั้งการตายของตัวละครในแบบรูปธรรมและนามธรรม

ไม่แน่ใจว่าเพราะความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยจากโรคปอดของตัวนักเขียนรึเปล่าที่ตัวละครเอกในเรื่องสั้นของเขาต้องจบชีวิตเกือบทุกตัว

ลำพังเรื่องสั้นที่คัดมาเพียง ๗ เล่มก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องสั้นระดับคลาสสิคของวงการนักเขียนไทยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนเกี่ยวกับความรักและมิตรภาพ ไม่ว่าจะเป็น พ่อกับลูก,เพื่อนกับเพื่อน,คนรักกับคนรัก,นายกับลูกน้อง ฯลฯ ถือเป็นเรื่องสั้นที่นักเขียนเขียนเรื่องอย่างที่ตนต้องการอย่างแท้จริงแต่เขาก็ใจกว้างยินดีน้อมรับคำวิจารณ์จากนักอ่านและเพื่อนร่วมวงการน้ำหมึก

เรื่องสั้นของเขาทรงพลังมากแม้จะได้อ่านในปัจจุบัน คุณค่าของงานเขียนอยู่เหนือกาลเวลาจริงๆ

การพิมพ์ซ้ำในครั้งที่ ๙ นี้ เรื่องสั้นบางเรื่องอ.อุดากรเขียนโดยใส่สถาณการ์ทางการเมืองที่มีความผันผวนในช่วงทศวรรษ ๒๔๙๐ เป็นฉากหลังหลายเรื่องด้วยกัน ทำให้นักอ่านสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์การเมืองไทยในสมัยนั้นว่ามีบริบทเช่นไรและมุมมองของพลเมืองไทยในยุคนั้นโหยหาการปกครองในรูปแบบไหน

“เมืองไทยเพิ่มจำนวนเทวดาซึ่งวิมานฉิมพลีของเขาถูกสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของคนไทยนับล้านที่ยังไม่สามารถที่จะช่วยแม้แต่ตัวเองให้หลุดพ้นจากปลักแห่งความยากเข็ญ”

'บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง'
พิมพ์ครั้งแรกใน ‘สยามสมัย’ ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๗๓ (๔ กันยายน ๒๔๙๓)

เสียดายจริงๆ ที่ อ.อุดากรจากไปก่อนวัยอันสมควร

ที่ผมชอบมากสำหรับการพิมพ์ในครั้งนี้นอกจากเนื้อหาอันประเมินค่าไม่ได้แล้วก็คือภาพวาดสีน้ำมันของนักเขียนบนแผ่นหุ้มปกนอกของหนังสือที่วาดโดย 'โกสินทร์ ขาวงาม'

จ้องมองกี่ครั้งก็ยังใจหายกับชะตากรรมของนักเขียนผู้จากไปก่อนเวลาอันสมควรคนนี้ไม่ได้

'ชั่วชีวิต ของ อ.อุดากร' คือเรื่องสั้นที่นักอ่านงานเขียนของนักเขียนไทย 'ต้องอ่าน" ครั้งหนึ่งในชีวิตครับ

'อัจฉริยะ' ถึงจะมีงานเขียนรวมเล่มแค่เล่มเดียว แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้งานชิ้นนั้น "อมตะ" อยู่เหนือกาลเวลาได้
Displaying 1 of 1 review

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.