Suphap Duangsan141 reviews13 followersFollowFollowSeptember 11, 2020สิ้นเสียงปืนในตอนจบของเรื่องสั้น 'สัญชาตญาณมืด' ไม่เพียงแค่ตัวละครเอกในเรื่องจะตกตะลึงพรึงเพริดไปกับฉากชวนหดหู่ใจที่ได้เห็นเต็มสองตาเพียงแค่นั้นแต่ผู้ที่ได้อ่านมาถึงฉากนี้คงช็อคไปกับตอนจบที่รุนแรงกระทบใจ จนผมกล้าพูดได้เลยว่าต่อให้เป็นเรื่องสั้นในปัจจุบันนี้ ก็ยากที่จะหานักเขียนคนไหนกล้าหาญพอที่จะเขียนให้จบแบบนี้ได้แน่นอน 'สัญชาตญาณมืด' นับเป็นเรื่องสั้นไทยที่จบหักมุมในชีวิตการอ่านของผมระดับ 'ขึ้นหิ้งอันดับ ๑' ตลอดกาลเสียงตอบรับที่แตกออกเป็นสองขั้วต่องานเขียนชิ้นนี้ทั้งคนอ่านและนักเขียนระดับบิ๊กเนมในสมัยนั้นส่งผลให้ต้องมีการอภิปรายและถกเถียงกันในชมรมนักประพันธ์ไทยกันอยู่หลายครั้งหลายครา (ในภาคผนวกท้ายเล่มได้ตีพิมพ์รายละเอียดการอภิปรายถึงความเหมาะสมในการตีพิมพ์เรื่องสั้นชิ้นนี้จนนักเขียนระดับตำนาน ๒ ท่านถึงกับการเดินออกจากที่ประชุมกลางครัน)แต่เป็นที่น่าเสียดาย อ.อุดากรจากไปในช่วงที่กราฟชีวิตการเป็นนักเขียนของเขากำลังพุ่งถึงจุดสูงสุด ทิ้งมรดกงานเขียนแก่นักอ่านไทยเพียงแค่เล่มเดียวคือ 'ชั่วชีวิต' เป็นอนุสรณ์หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ๖ เดือนผมได้อ่านงานเขียนของอ.อุดากรครั้งแรกจาก 'ตึกกรอสส์ รวมเรื่องเอกของอ.อุดากร' เรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลโบว์สีฟ้าครั้งที่ ๑ ซึ่งจัดโดยนิตยสาร 'สยามสมัย' เมื่อประมาณปี ๒๕๔๔ (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สร้างสรรบุ๊คส์) ซึ่งการรวมเล่มครั้งนั้นตีพิมพ์เพียงแค่ ๗ เรื่องจากทั้งหมด ๒๑ เรื่องคือ 'ตึกกรอสส์', 'ชำหนึ่ง', 'สยุมพรเหนือหลุมฝังศพ','สัญชาตญาณมืด', 'บนผืนดินไทย', 'คาร์ล มาร์กซ์,กลิ่นดินปืนและนันทิยา' และ 'บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง'ผมทำใจไว้แล้วว่าชีวิตนี้คงจะมีบุญได้อ่านแค่ ๗ เรื่องนี้แหละแต่นับเป็นโชคดีของนักอ่านอย่างผมที่สำนักพิมพ์ศรีปัญญาได้จัดพิมพ์ รวมเรื่องสั้น 'ชั่วชีวิต ของ อ.อุดากร' เป็นครั้งที่ ๙ และเป็นเล่มพิมพ์ซ้ำที่สมบูรณ์ครบถ้วนที่สุดแล้ว เพราะนอกจากจะตีพิมพ์ครบทั้งหมด ๒๑ เรื่องประกอบด้วย- ตึกกรอสส์- เกษราลิขิต- ชำหนึ่ง- ใต้ฟ้าคิมหันต์- สยุมพรเหนือหลุมฝังศพ- ริมกระแสธาร- โบ๊ต อะฮอย?- ชั่วนิรันดร- ชีวิตที่จบลงด้วยน้ำตา- ทาสอารมณ์- สัญชาติญาณมืด- บนผืนดินไทย- คาร์ล มาร์กซ์, กลิ่นดินปืน และนันทิยา- บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง- รักนั้นจีรัง- วิญญาณลอย- เพ็ญพิลาป- แสงระวีดับ- สิ้นพยาบาท- รูปสีน้ำมัน- ธนูดอกที่ ๑ในภาคผนวกท้ายเล่มก็มี-ข้าพเจ้าเขียน ‘สัญชาตญาณมืด’ ขึ้นเพื่ออะไร โดย อ.อุดากร -ชมรมนักประพันธ์ อภิปราย 'ทัศนะต่อสัญชาตญาณมืด' ของอ.อุดากร-ชมรมนักประพันธ์แสดงความอาลัยและที่สำคัญ-อารมณ์ (สมุดบันทึกของอ.อุดากร ซึ่งใครมีโอกาสได้อ่านคงสัมผัสได้ถึงความซับซ้อนทางอารมณ์และจิตใจที่เขาได้เขียนบันทึกไว้ในวัยเพียงแค่ ๑๙ ปี)งานเขียนของอ.อุดากรที่ผมสัมผัสได้มันคุกรุ่นไปด้วยความตายทั้งเล่มเลยนะครับ ทั้งการตายของตัวละครในแบบรูปธรรมและนามธรรม ไม่แน่ใจว่าเพราะความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยจากโรคปอดของตัวนักเขียนรึเปล่าที่ตัวละครเอกในเรื่องสั้นของเขาต้องจบชีวิตเกือบทุกตัวลำพังเรื่องสั้นที่คัดมาเพียง ๗ เล่มก่อนหน้านี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องสั้นระดับคลาสสิคของวงการนักเขียนไทยอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนเกี่ยวกับความรักและมิตรภาพ ไม่ว่าจะเป็น พ่อกับลูก,เพื่อนกับเพื่อน,คนรักกับคนรัก,นายกับลูกน้อง ฯลฯ ถือเป็นเรื่องสั้นที่นักเขียนเขียนเรื่องอย่างที่ตนต้องการอย่างแท้จริงแต่เขาก็ใจกว้างยินดีน้อมรับคำวิจารณ์จากนักอ่านและเพื่อนร่วมวงการน้ำหมึกเรื่องสั้นของเขาทรงพลังมากแม้จะได้อ่านในปัจจุบัน คุณค่าของงานเขียนอยู่เหนือกาลเวลาจริงๆการพิมพ์ซ้ำในครั้งที่ ๙ นี้ เรื่องสั้นบางเรื่องอ.อุดากรเขียนโดยใส่สถาณการ์ทางการเมืองที่มีความผันผวนในช่วงทศวรรษ ๒๔๙๐ เป็นฉากหลังหลายเรื่องด้วยกัน ทำให้นักอ่านสัมผัสได้ถึงประวัติศาสตร์การเมืองไทยในสมัยนั้นว่ามีบริบทเช่นไรและมุมมองของพลเมืองไทยในยุคนั้นโหยหาการปกครองในรูปแบบไหน“เมืองไทยเพิ่มจำนวนเทวดาซึ่งวิมานฉิมพลีของเขาถูกสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของคนไทยนับล้านที่ยังไม่สามารถที่จะช่วยแม้แต่ตัวเองให้หลุดพ้นจากปลักแห่งความยากเข็ญ”'บนเส้นทางชีวิตสายหนึ่ง'พิมพ์ครั้งแรกใน ‘สยามสมัย’ ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๗๓ (๔ กันยายน ๒๔๙๓)เสียดายจริงๆ ที่ อ.อุดากรจากไปก่อนวัยอันสมควร ที่ผมชอบมากสำหรับการพิมพ์ในครั้งนี้นอกจากเนื้อหาอันประเมินค่าไม่ได้แล้วก็คือภาพวาดสีน้ำมันของนักเขียนบนแผ่นหุ้มปกนอกของหนังสือที่วาดโดย 'โกสินทร์ ขาวงาม'จ้องมองกี่ครั้งก็ยังใจหายกับชะตากรรมของนักเขียนผู้จากไปก่อนเวลาอันสมควรคนนี้ไม่ได้'ชั่วชีวิต ของ อ.อุดากร' คือเรื่องสั้นที่นักอ่านงานเขียนของนักเขียนไทย 'ต้องอ่าน" ครั้งหนึ่งในชีวิตครับ'อัจฉริยะ' ถึงจะมีงานเขียนรวมเล่มแค่เล่มเดียว แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้งานชิ้นนั้น "อมตะ" อยู่เหนือกาลเวลาได้