Lily 百合花1,457 reviews103 followersFollowFollowJanuary 27, 2020ชื่อเรื่อง – บัญชาปราบโฉมงาม (捉拿美人欽犯) ชุดข่าวลือในยุทธภพ 2 (江湖謠言 2)ผู้แต่ง – โม่เหยียน (莫顏) เขียน พริกหอม แปล ตัวละครอูมู่ฉิน (มู่เอ๋อร์) อายุ 17 ปี ⇒ 20 ปี ⇒ 34 ปีอู่ซีฮ่องเต้ (ไป่หลี่ซี, หม่าเฉวียน) อายุ 19 ปี ⇒ 22 ปี ⇒ 36 ปีตันไหวชิง อายุ 20 ปี ⇒ 23 ปี ⇒ 37 ปีอูอีเสวี่ย อายุ 17 ปีรีวิวหลังอ่านสำหรับชุดข่าวลือในยุทธภพ แนะนำว่าให้อ่านตามลำดับคือ “โฉมงามสองหน้า” ต่อด้วย “บัญชาปราบโฉมงาม” นะคะ ถึงแม้ว่าการเล่าเรื่องจะเป็นการย้อนกลับไปในอดีตก็ตาม ไม่งั้นอาจจะเสียอรรถรสในการอ่านได้ เราชอบชุดนี้มากพอควรนะ เราว่าแตกต่างจากโม่เหยียนที่เคยอ่านหลายๆ เล่มเลย ตัวละครมีมิติมากขึ้น มีความหลากหลาย นิสัยตัวละครไม่ได้ดีอะไรมากมาย แต่ก็ทำให้พบว่านี่แหละนะปุถุชนคนธรรมดาจริงๆ อย่างพระเอกที่เป็นฮ่องเต้เราก็ว่านิสัยเห็นแก่ตัวมากเกินไป ส่วนอูมู่ฉินนางเอกนั้นฉลาด แต่ก็นะ หนีนานไปไหม ทำเอาปั่นป่วนกันไปหมดเลย จริงๆ ชอบพระรองอย่างตันไหวชิงนะ น่ารักดี ยึดมั่นถือมั่นในตัวของอูมู่ฉินตลอด แม้ว่านางจะไม่ได้รักก็ตาม ก็กลายเป็นพี่ชายที่แสนดีไป จริงๆ แรกๆ ที่เจออูมู่ฉินนั้น ตันไหวชิงก็ร้ายใช่เล่น แต่ต่อมาพอตกหลุมรักแล้วก็เป็นปู้จายที่แสนดีจริงๆ นะ จนคิดในใจว่าทำไมอูมู่ฉินไม่ตกหลุมรักบ้างนะ จริงๆ ก็เข้าใจเหตุผลของทั้งไป่หลี่ซีและอูมู่ฉินแหละ แบบต่างคนต่างปกปิดตัวตนของตัวเองก่อน พอรักกัน และความจริงเปิดเผยขึ้นมา ก็เลยทำให้มีเหตุที่ว่าคนหนึ่งกักขัง อีกคนหนีไป เพราะรู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถจะทนอยู่ในจุดๆ นี้ได้หรอกนะ สุดท้ายก็พบว่าก็ยังดีที่ยังหาหนทางในการจบเรื่องราวทั้งหมดด้วยดีได้ สองคนนี้จริงๆ ก็เป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีนะ ฮ่าๆๆ แอบเสียดายหน่อยๆ ก็ตรงที่ตอนท้ายๆ อ่ะแสนจะรวบรัดมากไปหน่อย แบบที่ว่าเฮ้ยยยย บอกหน่อยสิว่าตอนอูอีเสวี่ย สิงฟู่อวี่ ไป่หลี่ซี อูมู่ฉินเจอหน้ากันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เขาคุยอะไรกันบ้าง เราก็ไม่รู้ได้ เพราะทุกอย่างพูดรวบรัดไปหมด ขนาดว่าอูอีเสวี่ยกับสิงฟู่อวี่มีลูก เราก็ยังรู้จากการที่อูมู่ฉินพูดว่าจะกลับไปหาหลาน เราว่าการดำเนินเรื่องสนุกดี น่าติดตามด้วย ไม่ยืดเยื้อ แต่แอบเสียดายตอนท้ายจริงๆ แหละ รวบรัดทั้งสองเล่มเลย และคิดว่าเล่มนี้รวบรัดกว่าเล่มนั้นอีก ฮ่าๆ แล้วก็ยังงงๆ ว่าช่วงเวลาจบของเรื่อง “โฉมงามสองหน้า” มาถึงเรื่อง “บัญชาปราบโฉมงาม” ทำไมจู่ๆ อูอีเสวี่ยถึงได้โดนฮ่องเต้จับตัวได้ ก็ไม่มีใครบอกว่าเพราะอะไร นี่ขนาดเรื่องฮ่องเต้รู้ว่าอูมู่ฉินเป็นใครจากภาพวาดของอูอีเสวี่ย เราก็ยังงงๆ ว่ามีหลุดไปตอนไหนหว่า อาจจะมีบอกไว้ตอนต้นเรื่องเล่มก่อนไหมนะ เราเองก็จำไม่ได้จริงๆ เหมือนประเด็นพวกนี้แทบไม่พูดถึงเลย แอบคิดเอาเองว่าจะมีเรื่องของแม่ทัพซือถูกับศิษย์พี่อูหวั่นเซียง แบบสองคนนี้มีเคมีเข้ากันแบบที่แม้เอ่ยถึงเพียงเล็กน้อย เราก็รู้สึกชอบจนอยากให้มีเรื่องของสองคนนี้จังเลยนะ ก็ได้แต่หวังว่าจะมีและได้อ่านไรงี้ รวมๆ แล้วชุดนี้โอเคเลยค่ะ สำหรับเรานั้นรู้สึกชอบพอควรเลยค่ะ คิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมีฉากเลิฟซีนแรงๆ ก็สามารถอินตามตัวละครได้ไม่ยากเลย เรื่องนี้จริงๆ บรรยายได้ละมุนละไมดีค่ะ อ่านแล้วรู้สึกว่ากำลังโอเค ไม่มากไปไม่น้อยไป และสำนวนของผู้แปลเองก็ทำให้คนอ่านอย่างเรารู้สึกติดหนึบหนับเลยทีเดียวค่ะ [สปอยล์]อูอีเสวี่ยถูกฮ่องเต้จับตัวไว้จนได้ แล้วก็เปิดเผยว่าตัวเองเป็นพ่อ แล้วก็เล่าเรื่องราวแต่หนหลังเมื่อ 17 ปีก่อนให้ฟัง ว่าเดิมทีอูมู่ฉินนั้นได้เป็นอาจารย์ต่อจากอาจารย์เพราะว่าอาจารย์จะไปอยู่กับคนรักที่รักกันมานาน อูมู่ฉินก็ได้ออกมาโลกภายนอก แล้วโดนตันไหวชิงไล่จับอยู่ ก็เลยหนีๆ มา ระหว่างนั้นไป่หลี่ซีเป็นองค์รัชทายาทก็ได้ทำเป็นหายตัวไป จริงๆ ปลอมเป็นหม่าเฉวียนเพื่อรอวันทวงบัลลังก์คืน เพราะโต้วฮองเฮายึดอำนาจไว้ ทั้งสองได้เจอกันเพราะอูมู่ฉินไปหลบนอนอยู่ในบ้านของหม่าเฉวียน ตอนแรกเขาไม่ไว้วางใจนางเลย ส่วนนางใช้น้ำยาแปลงโฉมแบบที่ใครก็จับไม่ได้ ทำให้ลดรูปโฉมลงเหลือแค่สามส่วนที่ยังงาม แต่แล้วพอนางจากไป เขาก็คิดถึงแป้งย่างที่นางทำ แถมยังเจอนางในสภาพที่เหม็นมาก เพราะหลบตันไหวชิงโดยเอาตัวเองอยู่ในบ่อโคลนไรงี้ เขาโกรธเพราะเสื้อผ้านั้นเป็นที่เขาหามาให้นางทั้งนั้น ต่อมาเขาเลยให้นางอยู่ด้วย แล้วนางก็แค่แหย่เขาเล่นด้วยการจูบเขา แต่แล้วเขากลับจริงจังด้วย แล้วก็จูบและมีอะไรกัน หลังจากนั้นก็ทำพิธีแต่งงานกันแบบชาวบ้าน อยู่ด้วยกันเป็นเวลาครึ่งปี แต่แล้วเขามีเหตุว่าจะไม่อยู่หนึ่งเดือน เธอเลยถือโอกาสนี้กลับสู่รูปโฉมเดิม แล้วก็จะกลับหุบเขาหมื่นบุปผา แต่ก็เจอตันไหวชิงจับตัวไว้ก่อน และเอากำลังภายในไป หลังจากนั้นนางได้เจอกับเขาอีกครั้ง เพราะนางกับตันไหวชิงโดนลอบทำร้าย ฝ่ายทำร้ายคือคนที่มุ่งทำร้ายรัชทายาท ส่งมาจากโต้วฮองเฮา และการได้ช่วยนางครั้งนี้ ก็ทำให้นางได้รู้ว่าเขาคือองค์รัชทายาท นางเลยแกล้งทำเป็นว่าตัวเองเป็นญาติผู้น้องของตันไหวชิง นางได้เจอศิษย์พี่ของนางด้วย อูหวั่นเซียงเองก็ตกหลุมรักแม่ทัพซือถู (ลืมเล่าว่าต้นเหตุที่ออกมาข้างนอกหุบเขา ก็เพราะแม่ทัพจะโดนประหาร แล้วอูหวั่นเซียงทนไม่ได้ เลยตามไปช่วยตัดหน้าองค์รัชทายาทไป) อูหวั่นเซียงแกล้งเป็นหมอคอยรักษาพิษให้แม่ทัพ แล้วก็มารักษาอาการให้กับอูมู่ฉิน แต่แล้วไป่หลี่ซีก็สังเกตเห็นว่านางคล้ายๆ มู่เอ๋อร์ สุดท้ายก็จับได้เพราะนางปกป้องเขา แล้วเขาก็พิสูจน์ด้วยการดูไฝตรงหลังหูนาง แม้แต่นางเองก็ไม่รู้ พอนางยอมรับ เขาก็เข้าหานางทุกคืน แม้นางจะหนีไปพักที่พักของอูหวั่นเซียงก็โดนตามไป ส่วนอูหวั่นเซียงต่อรองกับแม่ทัพว่าจะรักษาพิษหนอนให้ ถ้ายอมมีอะไรด้วย หารู้ไม่ว่าหลักมีอะไรกัน แม่ทัพซือถูก็รักแต่อูหวั่นเซียง ส่วนอูหวั่นเซียงไม่ได้สนใจอีกเลย อูมู่ฉินกับอูหวั่นเซียงหาทางหนีออกมา โดยตันไหวชิงช่วยเหลือ แล้วก็ให้ป้ายหยกไว้ และสารภาพรัก ต่อมาอูมู่ฉินพบว่าตัวเองตั้งท้อง น่าจะตั้งแต่ตอนที่อยู่กับไป่หลี่ซีโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร นางตัดสินใจคลอดลูกอยู่ที่หุบเขา ตันไหวชิงตามไปเจอก็ตกใจ แต่แล้วก็ยอมรับได้ว่านางไม่ได้รักเขาจริงๆ นางคลอดอูอีเสวี่ยออกมาก็ให้ไปอยู่กับพ่อแม่คู่หนึ่งถึงตอนสองขวบ ค่อยรับมาเป็นลูกศิษย์ แล้วก็ให้สืบทอดเป็นท่านประมุขคนต่อไปนั่นเอง สามปีผ่านไปฮ่องเต้มีข่าวลือว่าได้รับพิษ รักษาไม่หายด้วย อูมู่ฉินเป็นห่วงเลยไปกับอูหวั่นเซียงลอบเข้าไปในวัง แต่แล้วจริงๆ คือกับดัก ฮ่องเต้เลยวางยาไม่ให้นางใช้กำลังภายในได้ แล้วอูหวั่นเซียงก็ถูกจับไปอยู่กับแม่ทัพซือถู เตรียมตัวแต่งงานเป็นภรรยาของแม่ทัพ อูหวั่นเซียงไม่ยอมก็ประท้วงด้วยการอดอาหาร แต่ท่านแม่ทัพก็ยังตามมีอะไรด้วย���ระจำ ทางด้านอูมู่ฉินก็ทำเป็นสงบเสงี่ยมยอมเชื่อฟังฮ่องเต้ แล้วก็หาโอกาสไปคุยกับต้วนฮองเฮา ที่เล่าว่าเดิมทีมีคนรัก แต่เพราะอยากเป็นฮองเฮาที่ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองเลยตัดสินใจยอมแต่งงานกับฮ่องเต้ ฮองเฮายอมช่วยเหลือ โดยใช้ป้ายหยกของตันไหวชิงด้วย พอทั้งอูมู่ฉินกับอูหวั่นเซียงหลบหนีไปได้ ฮ่องเต้โกรธมาก ลงโทษฮองเฮา จนอูมู่ฉินต้องส่งจดหมายมาบอกว่าอย่าทำร้ายคนอื่นเลย ถ้าหากครั้งต่อไปจับนางได้ ก็จะยอมอยู่ด้วยตลอดไปจริงๆ ฮ่องเต้ย่ามใจ หารู้ไม่ว่าครั้งนี้นางจะหายเข้าไปในหุบเขาถึง 14 ปี โดยที่ฮ่องเต้ยังไม่รู้ว่านางคือใครกันแน่ เพราะนางไม่เคยยอมบอกเลย แรกๆ ตันไหวชิงยังไปหานางประจำ แต่ต่อมาฮ่องเต้เริ่มตามเลยเลิกติดต่อไป ก็งงๆ ว่าฮ่องเต้ไปเห็นรูปของอูอีเสวี่ยได้ยังไง ก็เลยทำให้รู้ว่าอูมู่ฉินคือใคร และรู้ว่าตัวเองมีลูกสาวกับเขาด้วย เลยเกิดการตามล่าหาอูมู่ฉินแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินเลยทีเดียว ต่อให้แกล้งตายก็รู้ว่ายังอยู่ และตั้งใจจะรับอูอีเสวี่ยเป็นธิดาบุญธรรม เป็นองค์หญิง ไม่ให้แต่งงานกับสิงฟู่อวี่ อูอีเสวี่ยเลยต้องบอกว่ารักสิงฟู่อวี่มากๆ และแกล้งทำเป็นล้มป่วยด้วยไข้ใจ จนฮ่องเต้ต้องตามใจลูกสาว ฮ่าๆ ปล่อยสิงฟู่อวี่ออกมา ซึ่งโดนทำโทษหนักพอควร อูมู่ฉินเองก็ส่งจดหมายมาให้สิงฟู่อวี่ผ่านคนในคุกว่ารออีกนิดจะช่วยแล้ว ฮ่าๆๆ แล้วนางก็ยอมโผล่หน้าไปหาเขาในที่ๆ เขากักขังลูกสาวเอาไว้ ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง นางยอมอยู่กับเขาในวังถึง 5 ปี ไม่มีบอกรายละเอียดหรือเอ่ยถึงตอนพ่อแม่ลูกคุยกันเลย แง่ๆๆ ทำไมฟระ สิงฟู่อวี่ก็โผล่มาแค่แวบเดียวจริงๆ เหมือนอูอีเสวี่ยกับสิงฟู่อวี่จะอยู่หุบเขาหมื่นบุปผาแล้วมีลูกด้วยกัน เพราะมีพูดถึงหลานอยู่ พอผ่านมา 5 ปี ฮ่องเต้ถามว่าคิดถึงลูกสาวไหม แล้วก็ปล่อยให้นางกลับไปหาอูอีเสวี่ย นางตั้งใจว่ากลับมาเดือนเดียวจะกลับไปหา แต่ไม่ถึงเดือนฮ่องเต้ก็มาหาพร้อมแม่ทัพซือถูที่มาหาอูหวั่นเซียง ฮ่องเต้สละราชสมบัติให้ลูกชายที่เป็นรัชทายาทลูกของต้วนฮองเฮาดูแลต่อไป ตัวเองก็มาอยู่หุบเขาหมื่นบุปผากับอูมู่ฉิน ลูกสาว ลูกเขย แล้วก็หลานตัวเองไป เป็นอันจบแบบรวบรัดไปหน่อย เง่ออ Start 0.01 น. Fri 24 Jan 2020End 20.08 น. Mon 27 Jan 2020Review Date 21.04 น. Mon 27 Jan 20202020-read chinese-novel fantasy ...more
Or_O436 reviews108 followersFollowFollowMay 15, 2019ลักษณะการเล่าของเรื่องนี้จะเป็นการเล่าย้อนค่ะ ตัวเรื่องหลักจะเกิดหลังโฉมงามสองหน้าจบ (แบบไม่ค่อยแนบสนิทนัก) เมื่อฮ่องเต้มีคำสั่งให้จับอูอีเสวี่ย และจับนางได้แล้ว ฮ่องเต้จึงเล่าเหตุผลและเรื่องราวให้อูอีเสวี่ยฟัง ซึ่งเป็นเรื่องราวในอดีตของอูอีเสวี่ย อูมู่ฉิน อาจารย์ของอูอีเสวี่ย และตัวฮ่องเต้ ไป่หลี่ซี เอง . สมัยฮ่องเต้ไป่หลี่ซียังเป็นรัชทายาท เขาปลอมตัวเป็นชาวบ้าน ไว้หนวดเคราปกปิดตัวตน อาศัยอยู่ที่กระท่อมข้างสุสาน ตัดไม้ ล่าสัตว์ ผ่าฟืน ไม่สุงสิงกับคนอื่นในหมู่บ้าน กลายเป็นหม่าเฉวียนผู้แข็งกระด้างผิวเกรียมแดดสมบูรณ์แบบ ครั้งนั้น เขาได้พบกับเด็กสาวตัวมอมแมมที่เข้ามานอนหลับในบ้าน . แรกเริ่มเขาระแวงนาง จึงปฏิเสธที่จะดื่มกินอาหารฝีมือนาง ครั้นเด็กสาวขอบคุณเขาที่ให้ที่พักพิงก็จากไป แต่แล้วนางก็กลับมาอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง จากไปอย่างหมดจด แต่กลับมาแบบสกปรกเนื้อตัวเหม็นหึ่ง . เด็กสาวคนนั้นก็คืออูมู่ฉิน ความจริงนางกำลังหนีการตามล่าของตันไหวชิง และอยู่ระหว่างการพยายามฝ่าค่ายกลของคนผู้นั้น ด้วยต้องหลบซ่อนการตามล่าจากยอดฝีมือ จึงมีสภาพไม่น่าดูเท่าใดนัก . อูมู่ฉินรู้สึกว่าหม่าเฉวียนคนนี้นิสัยไม่เลว ไม่ไล่หรือว่ากล่าวที่นางแอบมาพักพิงในบ้านของเขา แล้วยังเอื้อเฟื้ออาหารและเสื้อผ้าให้ นางจึงทำอาหารตอบแทนทุกครั้ง . ไป่หลี่ซีอยู่ระหว่างทำภารกิจสำคัญ จึงไม่สะดวกที่จะให้ผู้อื่นอยู่ใกล้ ในที่สุดเขาก็กล่าวอ้อม ๆ อูมู่ฉินเข้าใจและไม่ว่าอะไร นางรับปากจากไปอย่างง่ายดาย . แต่พออูมู่ฉินไม่อยู่ ไป่หลี่ซีกลับพบว่าตนห่วงพะวงหานาง เมื่อได้พบนางอีกครั้ง ความสัมพันธ์จึงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาตกลงเป็นสามีภรรยากัน คำนับฟ้าดิน ให้ตะวันจันทราเป็นพยาน . พวกเขาแต่งงานกันโดยไม่รู้ชื่อ ไม่รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่าย ทั้งสองให้คำมั่น บอกรักกัน และคิดไปเองว่าจะบอกความจริงกับอีกฝ่ายเมื่อถึงเวลา ต่างเข้าข้างตัวเองว่าจะไม่เป็นไร . แต่มันเป็น และผลของมันก็กินเวลายาวนาน และสร้างความขื่นขมทิ้งไว้มากมาย . +++ . แนวดราม่าค่ะ โทนแตกต่างจากเรื่องแรกค่อนข้างมาก . แต่ถึงจะบอกดราม่า แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบเศร้าน้ำตาท่วม เพียงแต่มีเรื่องราวมากมายที่ไม่เป็นไปอย่างใจหวัง . ทั้งพระนางรู้จักและรักกันอย่างรวดเร็ว แต่เป็นรักที่ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องปิดบัง พระเอกไม่ได้บอกว่าตัวเองไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นรัชทายาทที่ต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ในอนาคต นางเอกก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นถึงประมุขหุบเขาหมื่นบุปผา ซึ่งเป็นนางมารในสายตาคนทั่วไป ราชสำนักกับยุทธภพก็ว่าแย่แล้ว ยิ่งเป็นฮ่องเต้กับประมุขพรรคมารอีก ทางเดินของคนทั้งคู่ยากจะบรรจบกัน . เรื่องที่ทั้งสองฝ่ายมีต่างปิดบังอีกฝ่าย โอว่าฟังขึ้นทั้งคู่ เพราะเวลาและภารกิจที่บีบคั้น พระเอกเองนอกจากต้องวุ่นวายกับการแผนการล้มอำนาจฮองเฮา ตัวเองก็ต้องระวังการลอบสังหารอีก ส่วนนางเอก การที่อยู่ ๆ จะไปบอกว่าตัวเองอยู่พรรคมารตามสายตาคนทั้งโลกมันก็ยาก ทั้งคู่คิดว่าเรื่องของพวกเขาต้องให้เวลาอีกฝ่ายทำความเข้าใจ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขามันรุดหน้าเร็วเกินไป . โอไม่ชอบพระเอกเรื่องนี้ ไป่หลี่ซี แม้จะเก่ง จะหล่อเหลา จะรักนางเอก แต่ก็เป็นอย่างที่คนมีอำนาจล้นมือมักเป็น คือเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ทะเยอทะยานมากเกินไป มีเรื่องต้องทำมากเกินไป จนขาดความละเอียดอ่อนกับเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนอย่างที่สุด เขาคิดเพียงว่า เมื่อตนจัดการอุปสรรคได้ สามารถขึ้นเป็นฮ่องเต้ จะกลับมารับนางเอกเข้าวังเป็นหนึ่งในสนม วิธีคิดของเขาไม่แตกต่างกับคนอื่นอีกมาก เขายังไม่สามารถแยกตัดขาดระหว่างเรื่องรักกับภาระหน้าที่ได้ เขาตั้งใจจะเป็นฮ่องเต้ที่มีความสามารถ และฮ่องเต้ที่มีความสามารถจะขาดผู้สนับสนุนที่ดีไปไม่ได้ นางเอกไม่ใช่ผู้ที่จะสามารถสนับสนุนฮ่องเต้ได้ดี และนางเอกเมื่อรู้ความจริงก็เข้าใจถึงจุดจุดนี้ จึงตัดสินใจถอยจากพระเอก . แม้พระเอกจะทำทุกทางตามล่า นางเอกหนีไปกี่ครั้ง พระเอกก็ตามหาทุกครั้ง เรื่องราวการงัดข้อชิงไหวชิงพริบ หนีตาม หนีตาม เกิดขึ้นไม่รู้เบื่อ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่ลืมนางเอก . ถึงโอจะไม่ชอบพระเอก แต่โอว่าผู้เขียนเขียนพระเอกออกมาได้ดีมาก เขามีมิติ มีด้านดี ด้านไม่เหมาะสม ด้านดึงดัน . ส่วนนางเอก คล้ายคลึงกับนางเอกเรื่องแรก นางเอกเป็นคนจิตใจดี มีความใสซื่อ แตกต่างจากนางเอกเรื่องแรก นางเข้มแข็งกว่า ทรหดกว่า มีความสามารถมากกว่า . เรื่องรักของคู่นี้ก็แตกต่างจากคู่แรกมากมาย คู่แรกเป็นรักใส ๆ เหมือนน้ำไหลรินชุ่มฉ่ำใจ คู่นี้เหมือนรักดั่งไฟ อยู่ด้วยกันแล้วสปาร์กเผาไหม้ รุนแรง และแผดเผา . โอชอบที่เขาวางความรักของคู่นี้ให้รวดเร็ว แต่อานุภาพของมันนั้นยาวนาน ในเมื่อหนทางของแต่ละคนแตกต่างกันมากเกินไป หนทางที่ดีที่สุดคือ ต้องมีคนยอมเสียสละ แต่ใครจะเป็นฝ่ายยอมสละ แล้วจะสละอย่างไร . แนวคิดของเรื่องดีและชัดเจนกว่าเรื่องแรก วิธีการนำเสนอดีกว่า หมดจดกว่า มีการแทรกมุมมองเข้ามาพอสมควร ค่อนข้างทำให้โอประหลาดใจเลย เพราะนี่เป็นแนวทางที่แตกต่างจากงานโม่เหยียนอย่างที่เคยเป็น โทนหม่น ไม่ฮา ดราม่า มีความลึกของความคิดและมิติเรื่องมากขึ้น แต่ก็ยังมีความเป็นโม่เหยียนคือไม่ได้ซับซ้อนเกินไป พระนางยังโดดเด่น มีความก้ำกึ่งระหว่างเรื่องที่ปูทุกอย่างมาเข้าทางพระนาง กับการที่ไม่ยอมให้พระนางสมหวังง่ายดายเกินไป . พระรองเรื่องนี้เป็นคนที่โอโปรดปราน โอเชียร์เขาทั้งที่รู้ว่าความหวังนั้นริบหรี่เต็มที เขามีความคิดและการกระทำในแบบที่โอชอบ อันที่จริง คนที่อยู่รอบตัวนางเอกก็ชอบ ตัวนางเอกเองก็รู้ว่าเขานั้นเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ในเมื่อนางรักพระเอกไปแล้ว ก็เท่ากับตัดสินใจไปแล้ว จะไม่ให้ความหวังเขาลม ๆ แล้ง ๆ ท้ายสุดความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นสิ่งที่โอชื่นชม . สนุกค่ะ แม้จะไม่ถูกใจโอทุกอย่าง รูปแบบความรักในเรื่องไม่ใช่สิ่งที่โอถูกใจ พระเอกก็ไม่ใช่คนที่ชอบ แต่โอชอบแนวคิดในการนำเสนอ มุมมองการนำเสนอ จากตอนแรกโอเฉย ๆ ความรู้สึกชอบมันกลับเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ จากสามขึ้นเป็นสามจุดห้า ขึ้นเป็นสี่ 4 ดาว . สามารถแยกอ่านได้นะคะ ถ้าโฉมงามสองหน้าเล่มเดียวจะรู้สึกไม่ค้างคาใจอะไร แต่ถ้าอ่านบัญชาปราบโฉมงามเล่มเดียว จะรู้สึกขาดหายอยู่บ้าง อ่านทั้งสองเรื่องเลย ดีที่สุดคือเรียงอย่างที่โอว่าไป . . . โชคชะตาเล่นตลกกับคน นึกไม่ถึงว่าชายคนแรกที่นางรักถึงกับเป็นว่าที่ฮ่องเต้ ไม่ใช่คนซื่อที่อยู่ในใจของนาง ต่อให้นางมีนิสัยเปิดกว้างเพียงใด ก็ไม่อาจทนแบกรับความเจ็บปวดในใจได้ไหว ที่แท้ความรักเมื่อไม่สมหวังก็เจ็บปวดถึงเพียงนี้ มิน่าปฐมาจารย์จึงต้องกล่าวเตือนชนรุ่นหลังด้วยความจริงใจ . นางไม่แค้นไป่หลี่ซี ทั้งไม่ตำหนิเขา เพราะนางเองก็หลอกเขา เพียงแต่นางเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป เข้าใจว่าสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ แก้ไขปัญหาได้ สวรรค์จึงล้อเล่นกับนางครั้งใหญ่ . ถ้านี่เป็นมหันตภัยด้านความรักของนาง นางก็ต้องคิดหาหนทางข้ามผ่านไป ต้องระบายเอาความอาลัยอาวรณ์ภายในใจและความเจ็บปวดที่ต้องแยกจากกันออกมา คิดเสียว่า...เป็นความฝันที่งดงามครั้งหนึ่ง . หลังตื่นจากความฝันนางก็จะยอมรับความเป็นจริงในเรื่องนี้ เพราะนางคือประมุขของหุบเขาหมื่นบุปผา หัวใจของนางไม่อาจเผยความอ่อนแอออกมา เช่นนี้จึงจะไม่ผิดต่อภาระหน้าที่ที่อาจารย์และผู้อาวุโสทั้งหลายฝากฝังไว้กับนาง . หน้า 169 บทที่ 8 . . . วาสนาผูกพันของคนเราไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ หากแต่อยู่ที่การคบหากันด้วยใจ . หน้า 307-308 บทที่ 15
Kamon SecondAccount516 reviews42 followersFollowFollowJuly 17, 2019เล่มนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนเล่ม โฉมงามสองหน้า พล็อตรักระหว่างรัชทายาทกับประมุขพรรคมาร.'อูมู่ฉิน' เป็นประมุขหุบเขาหมื่นบุปผาที่ถือเป็นพรรคมารกระทำการตามใจชอบ ระหว่างที่หาทางฝ่าค่ายกลบนเขาของศัตรูตัวฉกาจ นางไปหาที่กินที่พักในกระท่อมของ 'หม่าเฉวียน' หนุ่มป่าเคราครึ้มที่ไม่ชอบสุงสิงกับชาวบ้าน สุดท้ายก็เกิดความรักระหว่างหนุ่มปากร้ายใจดีกับสาวไร้เดียงสา จนกระทั่งความจริงปรากฎว่าความจริงแล้ว หม่าเฉวียนก็คือรัชทายาท 'ไป่หลี่ซี' ที่กำลังปลอมตัวปฏิบัติภารกิจ ส่วนอูมู่ฉินก็เป็นประมุขพรรคมารที่ไม่มีทิ้งพรรคไปเป็นนกน้อยในกรง ความรักจึงกลายเป็นการไล่ล่าที่ยืดยาวต่อไปอีกหลายสิบปี.การเดินเรื่องไวกำลังดี มีรายละเอียดในฉากเริ่มรักกันพอให้อ่านแล้วเข้าใจความคิดตัวละคร มีการปูพื้นให้เข้าใจความเป็นมาของแต่ละฝ่าย เลยรับได้กับการกระทำของตัวเอกในช่วงหลัง กลายเป็นดราม่าที่ไม่ดราม่ารันทดเกินไป.คนแต่งใส่รายละเอียดให้ตัวละครอื่นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นพระรองหรือคู่รักอีกคู่ในเรื่อง อ่านแล้วไม่ถึงกับแย่งซีนตัวเอก แต่ก็ไม่ได้จืดจางจนอ่านจบลืมไปเลยว่ามีคน/คู่นี้อยู่.สรุปว่าอ่านเพลินดี สนุกกว่าเล่มโฉมงามฯ ในชุดเดียวกัน
Tkpslc.456 reviews12 followersFollowFollowMay 30, 2019อ่านจบทั้ง 2 เล่มแล้วแต่อยากคอมเม้นเล่มนี้ก่อนจะบอกว่าชอบเรื่องนี้มากกว่าเรื่อง โฉมงามสองหน้าเรื่องบท การดำเนินเรื่อง ภาพรวมทุกอย่างสนุกมากกว่ามากก เป็นเรื่องเบาๆให้อ่านขำๆฆ่าเวลา ไม่ได้ลงลึกการเมืองราชสำนักหรือยุทธภพอะไรจริงจังเหมือนอีกเล่ม เป็นการเล่าเรื่องโฟกัสที่ความสัมพันธ์ของพระนางล้วนๆ เป็นการเฉลยปมปัญหาของอีกเล่มด้วย อ่านได้เพลินๆ สนุกดีที่พระนางค่อนข้างทันกัน ไม่มีใครยอมใคร เอาไป 4 จ้าปล. แนะนำให้อ่านอีกเล่มก่อนมาอ่านเล่มนี้นะ เพราะเล่มนี้เหมือนเป็นการเฉลยปมของอีกเล่มว่าทำไมดำเนินไปแบบนั้น
รำพึง ลำพัง471 reviews30 followersFollowFollowJune 4, 2019ทนอ่านจนจบไม่ได้สนใจคู่หลักเลย สนใจคู่รองมากกว่า เซ็งวันนี้นึกดูมีเรื่องไหนของโม่เหยียนที่เราอินความรักพระนางบ้างมั้ย นึกไม่ออกเรื่องนี้เราอยากให้นางเอกลงกับอีกคน เซ็งtaiwaness-novels
Kittenlittle593 reviews31 followersFollowFollowMay 28, 2020เล่มนี้อ่านจบด้วยความรู้สึกหน่วงๆ ในใจเบาๆ เรื่องนี้จบแบบ happy แต่ก็ใช้เวลานานกว่าจะได้อยู่ด้วยกัน นางเอกก็ใจแข็งมาก จนเราสงสารพระเอกเลย อยากให้พระเอกตัดใจจากนางเอกเลยถ้าจะใจแข็งขนาดนี้more-than-love
Panjiw Chiw535 reviews12 followersFollowFollowDecember 1, 2020ซีรีย์ข่าวในยุทธภพ สนุกดีค่ะ ชอบมากๆ เลยเล่มนี้ความรัก น่ารักๆ ของพระเอกกับนางเอกดีงาม รักมั่นคงมากพระเอกเถื่อนๆ หน่อย นางเอกก็ซนๆ แต่แอ้บเรียบร้อยทั้งสองต่างใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านเล็ก�� ในชนบทแห่งหนึ่งและต้องปกปิดความลับของตัวเองให้มิด ต่างฝ่ายก็ต่างไม่ได้อยากรู้ ความเป็นมาของแต่ละคนเท่าไหร่เรื่องนี้จะมีเรื่องรักๆ ใคร่ๆมากกว่าการต่อสู้ในยุทธภพ เป็นเล่มหนึ่งเลยที่ชอบ