Paul Lin47 reviewsFollowFollowJanuary 3, 2020ขอกล่าวไว้ก่อนเลยว่า เล่มนี้เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาดีมาก และตัวคุณ สุพจน์ ธีระวัฒนชัย ที่เป็นเจ้าของประสพการณ์ในเรื่องนั้น ก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งอย่างไรก็ตาม เนื้อหาในเล่มนั้น ไม่ค่อยจะเข้ากับชื่อเรื่อง "เมื่อความจนเฆี่ยนตีผม" เท่าใดนัก🤔วลีที่เป็นชื่อหนังสือนี้มาจากประโยคที่คุณสุพจน์เคยเอ่ยกับมิตรสหายว่า "ความจนเหมือนแส้ที่คอยเฆี่ยนตีหลังเรา" ซึ่งผู้เขียนเลือกที่จะใช้วลีดังกล่าวเป็นชื่อหนังสือ เพราะคิดว่านี่แก่นของเนื้อหาในเล่มแม้เนื้อหาจะดีมาก และแม้ว่าความจนในวัยเด็ก (อาจ) จะเป็นแรงผลักดันให้คุณสุพจน์เติบโตทางธุรกิจขึ้นได้จริงก็ตาม แต่ผู้เขียนไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือให้อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความยากจนหรือแรงผลักนั้นเลยตรงนี้สามารถเข้าใจได้ว่า อาจเพราะผู้เขียนไม่ใช่ผู้ที่รับรู้ความเจ็บปวดในอดีตนั้นโดยตรง🤔สิ่งที่ผู้เขียนถ่ายทอดในเล่มได้ดีมาก ซึ่งเห็นได้ชัดเจนที่สุด กลับเป็น การเป็นนักสู้ ความรับผิดชอบต่อในฐานะลูกชายคนโต ความขยันขันแข็ง และการมีหัวการค้า ที่ฉายแววมาตั้งแต่เด็ก ๆ ของคุณสุพจน์ครอบครัวอาจไม่ร่ำรวยก็จริง และอาจมีสภาพเป็นหนี้เป็นสินในบางครั้ง แต่ผู้อ่านจะไม่ค่อยรู้สึกว่าคุณสุพจน์นั้นอับจะจนข้นแค้น และออกจะเป็นครอบครัวของผู้ประกอบการธุรกิจที่มีรายได้ดีระดับหนึ่งด้วยซ้ำเพียงแต่จะไม่ได้มีชีวิตสุขสบายในวัยเด็กเท่าใดนักสิ่งที่ผู้อ่านสัมผัสได้ คือ โลกนี้ช่างมีแต่ความโหดร้าย เต็มไปด้วยคนที่จ้องจะเอาเปรียบคดโกง และอาจเป็นเพราะความที่ยัง "ไร้เดียงสา" ในช่วงต้นของคุณสุพจน์ จึงเกิดความผิดพลาดทางธุรกิจด้วยความที่เป็นคนสู้ชีวิต และเพราะมี "กัลยาณมิตร" ที่ดี คุณสุพจน์ที่ตอนนั้นทำธุรกิจ "เสื้อผ้า" ก็สามารถปลดหนี้ก้อนโตออกได้ แล้วเริ่มฉากชีวิตถัดไปคือการทำ "โรงเบียร์"🙂โรงเบียร์ที่ว่า คือ "โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง" ตำนานร้านอาหาร พร้อมการแสดงดนตรี ที่สามารถ "ผลิต" เบียร์สดได้เองภายในร้าน ด้วยแบรนด์ของตน อย่างถูกกฎหมาย (microbrewery) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งเปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2542เนื้อหาในเล่มในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโรงเบียร์นี้ นอกเหนือจากความเป็นมาแล้ว ผู้อ่านจะได้รับทราบถึงประสบการณ์อันมีค่าของคุณสุพจน์ ที่เกี่ยวกับ วิธีการทำร้านอาหาร ข้อคิดในการทำธุรกิจ การเลือกทำเลที่ตั้ง วิธีการรับมือลูกค้า ข้อคิดในการรับคนเข้ามาทำงาน การดูแลบริหารพนักงาน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนมากผู้ที่ต้องการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้านอาหารนั้น ควรอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านเล่มนี้🙂อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ใจว่าด้วยสาเหตุใด ในเล่มจึงไม่ได้กล่าวถึง ร้าน "Red Sun By Tawandang" ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น ในเครือของ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ซึ่งเคยเปิดบริการที่ชั้น 7 ของ Siam Discoveryโดยตอนปี พ.ศ. 2555 นั้น ผมจำได้ว่า คุณสุพจน์ เคยมีวิสัยทัศน์จะเปิดร้าน Red Sun By Tawandang เป็นสาขาในห้างกับคอมมิวนิตี้มอลให้ได้ 10 สาขาภายใน 4 ปี แต่ปรากฎว่า ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ร้านนี้ก็หายไป และไม่ปรากฎให้เห็นอีกเลยถ้าเห็นคำว่า Red Sun ตามห้างตอนนี้ จะหมายถึง ร้าน "ต๊อกปกกี" จากประเทศเกาหลีนอกจากนี้แล้ว คุณสุพจน์ ยังเคยเปิด "โรงเบียร์ฯ" ที่กัมพูชา กับ ฮ่องกง และร้านอาหาร "ตะวันแดง" ที่ออสเตรเลียด้วย แต่ในเล่มก็ไม่พูดถึงเลยว่าประสบปัญหาอะไรที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นบทเรียนได้บ้างดังนั้นความล้มเหลว ความผิดพลาดในเล่ม จึงมีเพียงเหตุการณ์ก่อนเปิดโรงเบียร์ แต่ขาดเรื่องราวที่จะเป็นประสบการณ์ให้ศึกษาได้หลังจากนั้น🤔บางทีผมก็นึกสงสัยอยู่ว่า หรือจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจจนไม่สามารถเล่าออกมาได้🤔เนื้อหาในเล่ม โดยคร่าว ๆ แล้ว ก็เป็นดังที่ผมว่าไว้ข้างต้น สำหรับลีลาการเขียนเล่าในหนังสือนั้น จะว่าไปก็ออกแนวกึ่งสารคดี กึ่งโฆษณาแบบ advertorial ที่ตัดแปะบทสัมภาษณ์โดยไม่ค่อยจะได้ทำการสรุปวิเคราะห์เชื่อมโยงสักเท่าไหร่ แล้วปล่อยให้ผู้อ่านเป็นฝ่าย "อ่านระหว่างบรรทัด" เอาเอง🙂โดยสรุปแล้ว ถ้ามองในแง่ ประสบการณ์ในการทำธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย และข้อคิดในการบริหารแล้ว เล่มนี้มีคุณค่า และมีสีสัน ชวนให้อ่านอย่างมากแต่หากมองในแง่ความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่ผมคาดหวัง ทั้งจากชื่อหนังสือ ชื่อของคุณสุพจน์ ตลอดจนตำนานของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงแล้วล่ะก็ ผมว่ายังขาดเนื้อหาที่สำคัญอีกมาก🤔ซึ่งถ้าผมเป็นบรรณาธิการ ผมก็คงต้องขอให้เขียนเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว และคงต้องขอร้องให้เปลี่ยนชื่อหนังสือด้วย เพราะอ่านยังไงก็ไม่สื่อให้รู้สึกว่า นี่เป็นการถูกเฆี่ยนตีด้วยความยากจนเลย หากแต่เป็นการเชื่อมต่อประสบการณ์ ที่เป็นบทเรียน ณ ช่วงต่าง ๆ ของชีวิตมากกว่า 😅
Tanan234 reviews49 followersFollowFollowOctober 2, 2020ขอก็อปที่เขียนไว้ในเพจมาเลยละกัน*********คือชื่อหนังสือจั่วหัวมาน่าอ่านมาก "เมื่อความจนเฆี่ยนตีผม" ใช้คำได้ดูซาดิสต์ดี 555เนื้อหาเป็นเรื่องราวของคุณสุพจน์ ธีระวัฒนชัย หนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ชื่อนี้เคยได้ยินครั้งแรกในคอลัมม์ของหนุ่มเมืองจันทร์นานมาแล้ว เข้าใจว่าคงสนิทกัน หนุ่มเมืองจันทร์บอกว่าคุณสุพจน์เป็นคนละเอียด ตอนนั่งคุยกันที่โรงเบียร์ เศษหมูตกลงในซอกพื้นไม้ แค่กวาดทั่วไป เอาเศษหมูออกไม่ได้ ต้องใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มออกมา คุณสุพจน์สอนพนักงานลงรายละเอียดขนาดนี้...ถ้าจำไม่ผิดส่วนเล่มนี้ ที่ใช้ชื่อเรื่องแบบนี้คงจะปูเรื่องว่ากว่าโรงเบียร์จะใหญ่โตขนาดนี้ที่บ้านยากจนเคยมาก่อน แม่เย็บผ้า ตัวเองก็ช่วยแม่แต่เล็ก สมัยเรียนที่ธรรมศาสตร์ก็ทำกิจการขายผ้า สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้างแต่คนอ่านก็จะเห็นว่ามีหัวการค้า จนช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี '40 มาทำโรงเบียร์ที่ทุ่มเงิน 20 ล้าน(ของตัวเองบ้าง หยิบยืมเพื่อนฝูงบ้าง) กับหุ้นส่วนอีกคนอีก 20 ล้าน จนมีโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง 3 สาขาในตอนนี้ช่วงครึ่งแรกเนื้อหาเกี่ยวกับธุรกิจ การลงทุน วิสัยทัศน์เป็นหลัก คนจะทำธุรกิจอ่านไว้ก็เพลินดี ผู้เขียนคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เขียนเรียบเรียงได้ดีด้วยล่ะครึ่งหลังนี่สิ น่าสนใจกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ทำร้านอาหาร อยากให้อ่านเลย ตื่นตามาก เนื้อหาลงรายละเอียดตั้งแต่ความรู้เรื่องเบียร์ เรื่องอาหาร การบริหารจัดการร้าน การบร��หารจัดการพนักงาน ทักษะของพ่อครัว ทักษะของพนักงานเสิร์ฟ การแสดงบนเวที ฯลฯ ลงรายละเอียดจนรู้สึกว่า โห ต้องคิดขนาดนี้เลยสินะ คุณสุพจน์มักใช้คำว่า "เนื้อแท้" อ่านแล้วก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นได้อยู่ ถ้าทำร้านอาหารอยากเป็นคนที่มีเนื้อแท้ในร้านของตัวเองให้ได้แบบนี้
Znail152 reviews1 followerFollowFollowMay 27, 2020ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตของคนที่ทำงานจริงและผลที่ออกมาจริง ๆ
Tum Kanapon146 reviews14 followersFollowFollowMay 11, 2021เนื้อหาไม่ตรงกับชื่อปกมากนักมีกล่าวถึงชีวิตต้องสู้ในวัยเด็กการเปิดโรงงานทำเสื้อยืดหลังเรียนจบขยายสาขา จนเปิดโรงงาน แล้วก็พบว่าเกินตัว ไม่เข้าใจรายละเอียดต้นทุน โครงสร้างราคา เลยทำให้ต้องปิดตัวลง มีหนี้ 20 กว่าล้าน ผมชอบเนื้อหาในส่วนนี้ แต่จังหวะการเปลี่ยนผ่าน มีรายละเอียดไม่เยอะมากนักเพราะว๊าบมา กู้เงิน 40 ล้านเพื่อเปิดร้านแรกเลย คุณสุพจน์ 20 ล้าน คุณเสถียร 20 ล้าน จากนั้นหนังสือว่าด้วยการทำร้านโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง โดยบทเรียนที่ได้คือ1.ทำเล็ก ทำใหญ่เหนื่อยเท่ากัน ทำใหญ่ดีกว่า แต่มันมีที่มาเพราะ Fix Cost คือวงดนตรี, ที่ดินขนาดใหญ่เพื่อรองรับการจอด 2.อาหารต้องมีระบบ วัดได้ ไม่ใช่กะๆ เพื่อจะสามารถมี Standard และ Scale ได้ (ผมจำได้ว่าบทสัมภาษณ์คุณปลา iberry ก็พูดเหมือนกันว่า ทุกอย่างต้องเป๊ะ)3.การมองตลาดให้ขาด การลงทุนเปิดสาขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องคิดให้ครบ
Winai Nadee44 reviewsFollowFollowFebruary 20, 2020เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของแรงบันดาลใจ และความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ในการทำธุรกิจ หนังสือถูกเขียนขึ้นจากบทสัมภาษณ์ฯ ภาษาที่ใช้สื่อให้เห็นถึงบรรยากาศของธุรกิจโรงเบียร์ฯ ได้อย่างแจ่มชัด ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ เรื่องของการบริหารคน และมุมมองที่ว่ากลุ่มลูกค้าของแต่ละสาขานั้นมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันthai
Jeed9 reviewsFollowFollowFebruary 9, 2020หนังสือเล่าเรื่องราวของการเปิดและดำเนินกิจการโรงเบียร์ มีข้อคิดแง่มุมต่างๆแต่จากชื่อหนังสือ คาดหวังว่าจะเป็นมุมที่สู้และฝ่าฟันมากกว่านี้ ซึ่งหนังสือไม่ค่อยมีการสะท้อนมุมนี้เท่าที่ควร
Kittichet Chuenchoom59 reviews3 followersFollowFollowNovember 23, 2020หนังสือประสบการณ์จริงที่ดีอีกเล่มนึง แค่ชื่ออ่านจะทำให้เข้าใจผิด
Gui Jatu28 reviewsFollowFollowOctober 4, 2021หนังสือดีมาก แต่ชื่อ misleading ไปหน่อย ไม่ได้เล่าตอนคุณสุพจน์ลำบากเท่าไหร่ ช่วงหลังแชร์วิธีบริหารธุรกิจเพียบ ชอบมาก ยิ่งคนที่เคยไปโรงเบียร์น่าจะยิ่งชอบ
Kitti7 reviewsFollowFollowSeptember 7, 2021สนุกครับ อ่านง่ายผู้เขียนเขียนเรื่องราวของคุณวันชัยได้ลื่นไหลเหมือนกับเค้าไปนั่งดูเหตุการณ์นั้นอยู่จริงๆเราถึงตัวคุณวันชัยตั้งแต่ยังเป็นเด็กชอบทำธุรกิจทั้งประสบความสำเร็จประสบความล้มเหลวแล้วก็กลับมายืนได้อีกครั้งในธุรกิจโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงThis entire review has been hidden because of spoilers.
สิริชัย นามทรรศนีย์39 reviews3 followersFollowFollowAugust 18, 2021ได้แรงบันดาลใจ เรียนรู้ชิวีิตจริง คนจริง ความสำเร็จจริงๆ ที่ได้มาด้วยการต่อสู้จริงๆ