เรารู้จักคุณดุจดาวครั้งแรกจาก รายการ R U OK ในพอดแคสต์เมื่อปีสองปีก่อน เราชอบมาก เปิดฟังทุกเช้าระหว่างขึ้นรถเมล์บ้าง ระหว่างทำงานบ้าง ชอบถึงขั้นแนะนำให้เพื่อนคณะและเพื่อนร่วมงานคนอื่นฟังรายการนี้ต่อ และพอรู้ว่าคุณดุจดาวเขียนหนังสือเล่มนี้ เราจึงไม่รอช้าที่จะซื้อมาอ่านและก็ไม่ผิดหวัง
ก่อนอื่นต้องออกตัวไว้ก่อนว่า หนังสือเล่มนี้หากนับว่าเป็นไดอารีแล้วมันดี และเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน รวมถึงอันที่จริงแล้วฉันเองก็เป็นแฟนคุณดุจดาว จากการฟัง R U OK podcast อีกด้วย แต่ทั้งนี้หากนับในเชิงการอ่านสนุกหรือในทางวรรณกรรมแล้วยังเป็นระดับกลาง ๆ อยู่
เมื่อคืนฉันอ่านถึงตอนประสบการณ์ที่เธอถูกมนุษย์ครูห่วยๆ กระแนะกระแหนจนเป็นบาดแผลในชีวิต เชื่อไหมมันทำให้ฉันย้อนคิดถึงตัวเองและอยู่ๆ ก็จำเหตุการณ์อะไรทำนองเดียวกันขึ้นมาได้เต็มไปหมด ทุกอย่างล้วน make sense เมื่อมองกลับไปในฐานะผู้ใหญ่ นอกขอบเขตการใช้อำนาจของคนเหล่านั้น แล้วก็เกิดความรู้สึกโกรธและคิดทบทวนอยู่อย่างนั้นจนแทบไม่ได้นอน
I just know that this book is an autobiography. What I don't see coming is that the author has been through a lot of mental issues in her life.
I know that nobody is perfect, but I imagine that the writer as a well-known movement therapist must have always dealt with and manage her life flawlessly. This book does its job perfectly in showing how she comes out of her shell. She reveals her true character, accepts her flaws and that somehow inspires the reader like me to do the same.
หยิบมาเพราะ เรารู้จักเสียงของผู้เขียนผ่านรายการ podcast ที่ชื่อ R U OK ที่ผู้เขียนทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำในฐานะนักจิตบำบัด เมื่อเราเห็นหนังสือเล่มนี้ จึงไม่ลังเลที่จะหยิบมา
เรื่องเล่าของคุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดที่ทำ podcast รายการ r u ok ซึ่งพูดเรื่องราวทางจิตวิทยาได้กินใจมาก พอเห็นหนังสือก็เลยซื้อเพราะชื่อดุจดาวนี่แหละ