Jump to ratings and reviews
Rate this book

ปีแสง

Rate this book
ปีแสงแห่งการเรียนรู้ของดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว กับเรื่องราวแห่งความพลั้งพลาดบาดลึก และความอัปลักษณ์หากแต่ช่างงดงาม

ครั้งแรกกับการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้านศิลปะการเคลื่อนไหวคนแรกของเมืองไทย ผู้หญิงที่ช่วยปลดปมร้าวรานในใจให้ผู้คนมากมาย สวมบทบาทสำคัญด้านการสื่อสารในองค์กรของเครือโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุด จัดรายการพอดคาสต์ชื่อดังที่คอยใส่ใจถามผู้ฟังว่าสบายดีหรือเปล่า และขณะเดียวกันก็ยังโลดแล่นอย่างงดงามในฐานะศิลปิน ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเลยที่ดุจดาวทำไม่ได้ อาจจะยกเว้นสิ่งเดียว ... การยอมแพ้

และในชีวิตเราทุกคน ไม่วันนี้ก็วันนั้น ความพ่ายแพ้พังทลายมาเยือนเราเสมอ

208 pages, Paperback

Published October 1, 2019

2 people are currently reading
93 people want to read

About the author

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
88 (57%)
4 stars
54 (35%)
3 stars
9 (5%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (<1%)
Displaying 1 - 30 of 36 reviews
Profile Image for Mint.
113 reviews26 followers
February 18, 2021
หนึ่งในธีมที่เราชอบของหนังสือเล่มนี้คือ empathy ซึ่งเราว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเราเองนี่แหละ การสร้าง empathy ทำได้หลายทาง โดยอาศัยทั้งความใจเย็น มุมมอง พลังแห่งจินตนาการ ฯลฯ ที่แน่ๆมันไม่ง่ายเลยและต้องฝึกฝน ผู้เขียนใช้เรื่องราวของตัวเองถ่ายทอดแนวคิดนี้ออกมาได้อย่างสนุกและจับใจ ราวกับเราได้รับการปลอบประโล่มไปด้วย หนังสือเล่มนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ที่จะสร้าง empathy ก็เป็นได้
Profile Image for Mirai.
597 reviews128 followers
July 18, 2020
"อายมั้ยที่นักจิตบำบัดต้องกลายเป็นคนป่วยซะเอง?"

เรารู้จักคุณดุจดาวครั้งแรกจาก รายการ R U OK ในพอดแคสต์เมื่อปีสองปีก่อน เราชอบมาก เปิดฟังทุกเช้าระหว่างขึ้นรถเมล์บ้าง ระหว่างทำงานบ้าง ชอบถึงขั้นแนะนำให้เพื่อนคณะและเพื่อนร่วมงานคนอื่นฟังรายการนี้ต่อ และพอรู้ว่าคุณดุจดาวเขียนหนังสือเล่มนี้ เราจึงไม่รอช้าที่จะซื้อมาอ่านและก็ไม่ผิดหวัง

"ปีแสง" เป็นหนังสือที่จะพาเราไปรู้จักกับชีวิตของคุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว เป็นเหมือนบันทึกที่เล่าแต่ละฉากแต่ละตอนในชีวิตของคุณดุจดาวให้พวกเราได้รับรู้ เป็นเรื่องราวชีวิตที่มีทั้งความสุขและความเจ็บปวด และการก้าวผ่านเรื่องเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง

การเรียนรู้เพื่อเข้าใจตัวเองตลอดชีวิตของคุณดุจดาวที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ทำให้เรารู้สึกว่า คนเรามันไม่สายที่จะเรียนรู้จริงๆ นะ ทั้งเรียนรู้เพื่อที่จะเข้าใจตัวเองและเข้าใจคนอื่น และเรียนรู้ที่จะยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขกับสิ่งเหล่านั้น

เล่มนี้อ่านได้เพลินๆ เลยค่ะ ชอบมากถึงมากที่สุด ทั้งที่เป็นเรื่องราวชีวาิตของคุณดุจดาว ซึ่งมีหลายๆ เหตุการณ์ห่างไกลตัวเองมาก แต่เรากลับเข้าใจ อ่านจบก็กลับมามองย้อนดูตัวเอง ทบทวนตัวเอง เพื่อที่จะเข้าใจตัวเองให้มากที่สุด และมีความสุขกับการเป็นตัวเองในแบบนี้

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกอยากกอดตัวเองให้แน่นกว่าเดิมค่ะ :)
Profile Image for Rajita P..
332 reviews28 followers
March 15, 2020
ก่อนอื่นต้องออกตัวไว้ก่อนว่า หนังสือเล่มนี้หากนับว่าเป็นไดอารีแล้วมันดี และเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน รวมถึงอันที่จริงแล้วฉันเองก็เป็นแฟนคุณดุจดาว จากการฟัง R U OK podcast อีกด้วย แต่ทั้งนี้หากนับในเชิงการอ่านสนุกหรือในทางวรรณกรรมแล้วยังเป็นระดับกลาง ๆ อยู่

หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องเป็นตอน ๆ คล้ายการเขียนไดอารี่ เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่วันเด็ก จนถึงวัยรุ่น ได้ทุน AFS ไปเรียนที่สเปน จนกลับมาเรียนคณะวารสารศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ตอนอายุ 18

ชีวิตของผู้เขียนตั้งแต่เด็กค่อนข้างจะแปลกแยกจากสังคมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน ครอบครัวอุปถัมภ์ตอนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน จึงทำให้มีเรื่องราวชวนคิดถ่ายทอดให้อ่านได้เพลิน ๆ และช่วยให้มนุษย์โลกผู้รู้สึกเว้าแหว่งแปลกแยก รู้สึกมีเพื่อนสปีชีส์เดียวกัน

จุดเปลี่ยนคือช่วงที่กลับมาเรียนปริญญาตรี แล้วพบว่าพ่อป่วยหนัก ช่วงนั้นฉันรู้สึกว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่เชื่อมต่อโลกแห่งความจริงกับการหลบหนีจากการเป็นตัวเอง เมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้จนถึงการเข้าเรียนปริญญาโท ที่ประเทศอังกฤษตอนอายุ 26 ซึ่งการเรียน Dance Movement Psychotherapy นี่เองที่ทำให้ปมถูกคลี่ออก ชีวิตเริ่มเข้ารูปเข้ารอยและทำให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

ส่วนที่ฉันชอบที่สุดในเรื่องก็คือ การที่ได้รู้ว่านักจิตบำบัดเองก็มีช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต แล้วก็หาทางออกที่ถูกต้องทันทีไม่ได้เช่นกัน
Profile Image for Cephalopodophil..
98 reviews
January 13, 2020
อ่านจบแล้ว​ "ปีแสง" ของ​ ดุจดาว​ วัฒนปกรณ์​ บอกเล่าชีวิตนักจิตบำบัดตั้งแต่วัยเด็ก​จนถึงวัยทำงาน ชอบการหวนกลับไปเผชิญหน้ากับอารมณ์เชิงลบเพื่อพยายามเข้าใจตัวตนปัจจุบันอย่างไม่ตัดสิน ความหลงใหลในการแสดงและจิตบำบัดเผยให้เห็นศักยภาพของเรือนร่างในการจารึกความทรงจำที่หล่อหลอมเป็นตัวเรา
Profile Image for รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์.
Author 11 books109 followers
May 26, 2020
ลึกมากครับ อ่านแล้วลื่นไหล เจ็บปวดไปพร้อมๆ กับคนเขียน

โชคดีที่มาอ่านเล่มนี้ตอนที่กำลังมีลูกเล็ก เพราะมันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการกระทำของพ่อแม่ จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ส่งผลกระทบในระยะยาวของลูกมากแค่ไหน

อ่านเพลินๆ รสชาติคล้ายๆ หนังสือของคุณทราย เจริญปุระ ครับผม
Profile Image for Khattiya Homthong.
63 reviews7 followers
January 18, 2020
รักพี่ดุจดาวมาก ขอบคุณมากๆ ที่เขียนเรื่องนี้ออกมา ตอนพี่เล่าเรื่องพ่อ น้ำตาหนูก็ไหลไม่หยุดเลย มันเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองผ่านเรื่องราวของพี่ ดีใจที่ได้อ่านเล่มนี้จบตอนต้นปี
Profile Image for Chanunya Nitiwong.
20 reviews4 followers
January 7, 2021
เหมือนได้ดูหนังชีวประวัติของผู้หญิงคนนึงในมุมมองของเธอเอง ได้เห็นพัฒนาการ การค้นพบตัวเองในแต่ละช่วงชีวิต อ่านเพลิน ไหลลื่น บางครั้งเหมือนเห็นตัวเองสะท้อนในตัวเธอผ่านการวิเคราะห์แบบนักจิตบำบัด สนุกและได้สาระเรื่องมนุษย์เต็มๆ
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,070 reviews179 followers
September 18, 2020
เริ่มต้นด้วยจุดด่างพร้อยและรอยร้าว
เป็นอัตชีวประวัติที่มีแต่ความบิดเบี้ยว แหว่งวิ่น
เผยบาดแผล เปิดเปลือยปุ่มปมในส่วนลึก
และเมื่ออ่านจบจน เราจะเห็นแสงแห่งความหวัง
อันอบอุ่น ปลอบโยน

ปีแสงดึงดูดเราไว้ได้ตลอดทางแห่งการเล่าเรื่อง
เป็นหนังสือน้อยเล่มที่คนสมาธิสั้นลงทุกวันอย่างเรา
อ่านได้ (เกือบจะ) รวดเดียวจบ
ดีงามสมคำร่ำลือค่ะ
Profile Image for MonoNoAware.
268 reviews36 followers
June 26, 2021
“ฉันทุ่มเทเวลาไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือยอมรับความจริง” —หน้า 179


อ่านจบแล้ว มึน อึน อยู่พักใหญ่ หันกลับมาสำรวจตัวเอง เรามักได้อะไรบางอย่างกลับมาหลังจากอ่านหนังสือจบ 1 เล่มเ���มอๆ

เล่มนี้ก็เช่นกัน อ่านจบแล้วอยากกอบกู้ตัวเองในบางส่วนที่มันแหลกสลาย ส่วนที่เล็กน้อยในชีวิต แต่สร้างความรวดร้าวได้อย่างยาวนาน

“ฉันทุ่มเทเวลาไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือยอมรับความจริง”


เป็นสิ่งเดียวที่ฉันยังคงรู้สึกแหลกสลาย เพราะฉันยังคงไม่ยอมรับความจริง
February 12, 2020
แด่ความผิดพลาดและความพังทลาย

“…ฉันมอดไหม้อยู่ในเปลวเพลิงยาวนานราวนิรันดร์ ก่อนจะเกิดใหม่อีกครั้งจากกองเถ้า เป็นดุจดาวคนปัจจุบัน

ฉันเรียนรู้ว่าความเป็นและความตายนั้นเกิดแก่เราตลอดชั่วชีวิต

ความรักเป็นส่วนหนึ่งของความตาย
เปลวไฟเป็นส่วนหนึ่งของการเกิด”

ต้องใช้ใจที่กล้าหาญแค่ไหน ถึงเขียนและเล่าออกมาได้ขนาดนี้ 🙏🙏🙏
Profile Image for readwithboat.
10 reviews56 followers
November 10, 2020
สำหรับเรา หนังสือเล่มนี้อยู่ตรงกลางระหว่างเรื่อง Good Morning, Monster กับ Kintsugi ที่เพิ่งอ่านจบไปเลย เป็นเรื่องของการบำบัดจิตและการโอบกอดบาดแผลแห่งชีวิต ครบถ้วนแบบไม่ลงลึก ย่อยง่ายกว่า อ่านเพลินๆ ได้
Profile Image for Harmish.
15 reviews6 followers
Read
June 11, 2020
เพิ่งอ่านจบและยังคุกรุ่นอยู่ตอนนี้ ผู้หญฺิงคนนี้เขียนหนังสือได้ราวกับคว้านเอาความจริงเบื้องลึกออกมาสับๆ แล้ววางเร่ขายในที่แจ้ง ความรู้สึกที่มีต่อแม่ ประสบการณ์การถูกกระทำในตอนเด็ก การถูกครูกลั่นแกล้ง ความโกรธดั่งน้ำกรดที่พร้อมจะกระฉอกออกมาทำร้ายผู้อื่นตลอดเวลา ถ่ายทอดทุกอย่างชนิดที่ว่าฉีกม่านศีลธรรมปลิวหายไปไกล เหลือเพียงความจริงจากมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น ต้องรักตัวเองขนาดไหนถึงสามารถจริงใจกับตัวเองได้ขนาดนี้?

ถามตัวเองหยาบๆ ก่อนอ่าน ว่าถ้าฉันไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ไม่เคยดูงานบีฟลอร์ ไม่เคยฟังพ็อดแคสท์พี่เค้า ฉันจะคาดหวังอะไรจากหนังสืออัตวชีวประวัติเล่มนี้ ในเมื่อชีวประวัติตามความเข้าใจคนอ่านหนังสือน้อยอย่างฉัน มักจะเป็นเรื่องของนักธุรกิจสู้แล้วรวยบอกต่อเคล็ดลับธุรกิจ

แต่สำหรับ ปีแสง มันทำให้ฉันเชื่อว่า คนทุกคนควรจะเขียนหนังสืออย่างนี้เล่มเล็กๆ ให้ตัวเองอ่าน หนังสือที่ไม่เกี่ยวกับอะไรเลยนอกจากตัวเอง ที่เขียนด้วยการมองย้อนกลับไปวิเคราะห์การตัดสินใจของตัวเองในแต่ละช่วงชีวิตด้วยความเมตตา เราอาจจะไม่ได้โลดโผนเหมือนชีวิตของดุจดาว หรืออาจจะไม่ได้มองขาดด้วยความรู้ของนักจิตบำบัด แต่เมื่ออ่านเล่มนี้ฉันเชื่อว่าทุกคนก็ต่างเห็นชีวิตของตัวเองดำเนินขนานไปด้วยแน่ๆ

เมื่อคืนฉันอ่านถึงตอนประสบการณ์ที่เธอถูกมนุษย์ครูห่วยๆ กระแนะกระแหนจนเป็นบาดแผลในชีวิต เชื่อไหมมันทำให้ฉันย้อนคิดถึงตัวเองและอยู่ๆ ก็จำเหตุการณ์อะไรทำนองเดียวกันขึ้นมาได้เต็มไปหมด ทุกอย่างล้วน make sense เมื่อมองกลับไปในฐานะผู้ใหญ่ นอกขอบเขตการใช้อำนาจของคนเหล่านั้น แล้วก็เกิดความรู้สึกโกรธและคิดทบทวนอยู่อย่างนั้นจนแทบไม่ได้นอน

ถ้าเธออ่านอาจจะไม่สะท้อนตรงนี้ ก็อาจจะไปสะท้อนตรงอื่น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันอยากบอกต่อ นอกจากพี่เค้าจะเขียนหนังสืออ่านสนุกแล้ว อยากจะบอกว่าไอ้ขั้นตอนการมองชีวิตคนอื่นแล้วสะท้อนเอาภาพที่ไม่สวยในตัวเองออกมาดูบ้างเนี่ย เป็นสิ่งที่โคตรชำระล้างเลยจริงๆ
Profile Image for Chiratikan Sanguancheep.
149 reviews11 followers
September 17, 2025
ไม่แน่ว่าสิ่งที่ต้องอาศัยความกล้าหาญที่สุดอาจเป็นการยอมรับทุกเศษเสี้ยวของตัวเอง

เรารู้จักชื่อดุจดาว​ วัฒนปกรณ์​ครั้งแรกจากพอดแคสต์ R U OK? รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เสียงเพราะจัง​ และมีความสามารถในการเลือกคำและการเปรียบเปรยมาแสดงความรู้สึกในใจได้ชัดเจนมาก​ เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่า​ อ๋อ​ คนที่มี empathy สูง​ ๆ​ เป็นแบบนี้นี่เอง​ เพราะเค้าสามารถสมมุติสถานการณ์​และให้เหตุผลของแต่ละฝั่งได้อย่างเข้าอกเข้าใจ​ แต่ก็แหงล่ะ... เขาเป็นนักจิตบำบัดนี่นา

คุณดุจดาวเขียนอัตชีวประวัติ​เล่มนี้โดยหันแต่ด้านที่ไม่น่ามองสู่สาธารณชน​ ใครจะรู้ว่าคุณดุจดาวคนนี้ไม่ลงรอยกับแม่มาทั้งชีวิต​ แย่งแฟนคนอื่นได้โดยยึดหลักว่า​ "ถ้ายังไม่แต่งงานก็ไม่เห็นเป็นอะไร" และกินเหล้าฉลองวันเกิดกับเพื่อนในเช้าวันที่ต้องไปลอยอังคารอัฐิพ่อ

เราว่าทุกคนมีเหตุการณ์​ที่นึกถึงทีไรก็รู้สึกว่า​ "ไม่น่าทำแบบนั้นเลย" และเราเลือกที่จะซุกมันไว้ในซอกหลืบของความทรงจำ​ เพราะน่าละอายเกินกว่าจะกลับไปรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

คุณดุจดาวบอกว่า​ การเกิดใหม่ก็เหมือนการกอบกู้แจกันที่แตก​ เราอยากจะเลือกเก็บแต่ชิ้นสวย​ ๆ​ เพื่อให้ตัวตนใหม่ของเราสมบูรณ์​แบบ​ แต่ชีวิตไม่ได้เป็นแบบนั้น​ ชีวิตใหม่หลังจากการพังทลายไม่สามารถกอบกู้ขึ้นมาได้ถ้าชิ้นส่วนไหนขาดไป

เราเคยคิดมาตลอดว่าชีวิตเป็นเส้นตรง​ และเราอยากจะเอาความขรุขระออกไปเพื่อให้เส้นมันตรงสวยเนี้ยบที่สุด​ แต่คุณดุจดาวบอกว่าชีวิตคือการเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า​ อืม...ยังไม่ปักใจเชื่อทันที​ แต่จะเก็บไปคิดดู

เผื่อเราอาจจะโอบกอดตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไขได้บ้าง
Profile Image for thitiworada.
23 reviews5 followers
June 25, 2020
I just know that this book is an autobiography. What I don't see coming is that the author has been through a lot of mental issues in her life.

I know that nobody is perfect, but I imagine that the writer as a well-known movement therapist must have always dealt with and manage her life flawlessly. This book does its job perfectly in showing how she comes out of her shell. She reveals her true character, accepts her flaws and that somehow inspires the reader like me to do the same.
Profile Image for Thanida.
91 reviews6 followers
January 25, 2020
อ่านแล้วเหมือนถูกบำบัดเอง เล่าเก่ง ชอบมากกก
Profile Image for Makmild.
807 reviews223 followers
December 9, 2020
“ช่วงวัยรุ่น เราไม่รู้หรอกว่าจะต้องจัดการความรู้สึกแย่ยังไง เพราะฉะนั้นเทคนิคที่วัยรุ่นใช้เหมือนกันคือประชดโลกทั้งใบไปเลย

แทนที่จะค่อยๆ ไตร่ตรองถามหาความจริง เรากลับเลือกทำร้ายตัวเองเพิ่มและทำร้ายคนรอบข้างไปด้วย”

.

ฉันพบว่า ไม่ใช่แค่วัยรุ่นที่ทำอย่างนั้น แต่ผู้ใหญ่หลายคนยังเป็น แต่วิธีการของผู้ใหญ่อาจไม่ใช่การประชดโลกทั้งใบ

.

เรา, ที่หมายถึงฉันและอาจหมายถึงใครหลายคน ก็ยังเป็นคนที่ไม่รู้ว่าต้องจัดการความ���ู้สึกแย่อย่างไร — แต่ปีแสงที่คุณดุจดาวเขียน ก็ไม่ได้บอกชัดเจนว่าต้องทำอย่างไร แต่ประสบการณ์ชีวิตของคุณดุจดาวกำลังปลอบประโลมเราว่า ไม่เป็นไรเลยที่เราจะมีจุดด่างพร้อย รอยด่างดำ ในชีวิต
Profile Image for Antika Em..
5 reviews
February 26, 2020
เราเลือกเก็บเฉพาะส่วนที่ดีไม่ได้หรอกถ้าอยากเป็นคนที่สมบูรณ์ การยอมรับด้านที่น่าเกลียด ส่วนที่แตกสลาย โอบกอดมันไว้ด้วยความเข้าใจคล้ายกับที่เราทำกับเรื่องราวอื่นๆ ต่างหาก ที่ทำให้เราเติมเต็ม แล้วยืนหยัดบนโลกนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ ...
Profile Image for Paquan Kan.
14 reviews15 followers
January 17, 2021
'ปีแสง' ช่วยเยียวยาจิตใจในวันที่เราพัง ทำให้เราได้สำรวจตัวเอง เฝ้าดูอารมณ์ช้าๆแล้วรู้ทัน มีบางเหตุการณ์ที่คล้ายกับชีวิตจริงของเรา ก็ทำให้ได้ลองมองกลับไปในมุมใหม่ ลองคิดในมุมของคนอื่นบ้าง อ่านไปก็เหมือนได้คุยกับตัวเอง ได้คลายปมบางอย่างในใจเหมือนกัน :)
Profile Image for Drn.Reading.
66 reviews8 followers
February 23, 2021
คุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว เจ้าของรายการ RUOK podcasts ที่คอยถามเราว่ายังโอเคอยู่หรือป่าว สิ่งที่เราเป็นอยู่คือสิ่งที่คนอื่นเค้าก็เป็นกัน หรือต้องไปหาหมอขอความช่วยเหลือ แต่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มาพูดถึงเรื่องของเรา เพราะครั้งนี้จะเป็นการที่พูดถึงเรื่องของตัวผู้เขียนเองล้วนๆ ไม่บ่อยนักที่เราจะเลือกหยิบหนังสือบันทึกประสบการณ์ชีวิตของใครสักคนมาอ่าน ถ้าไม่นับรวมประสบการณ์การทำธุรกิจ หรือการประสบความสำเร็จ หรือภาวะผู้นำองค์กรหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ฉายภาพแตกต่างไปจากเล่มอื่นๆ เพราะเป็นการเล่าประสบการณ์ที่ช่วยให้เราเรียนรู้วิธีที่จะโอบกอดอัปลักษณ์ของตัวเองได้อย่างงดงาม

เรามองคุณดุจดาวในฐานะผู้หญิงเก่ง แกร่ง เข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์ ละเอียดอ่อน เข้าใจทุกสิ่ง แต่ในขณะที่พลิกไปแต่ละหน้ากระดาษ เรากลับเจอคุณดุจดาวที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นคุณดุจดาวในแง่มุมใหม่ที่ไม่เคยคิดว่าจะเคยมีคุณดุจดาวในเวอชั่นนี้ เวอชั่นที่เคยเป็นเด็กช้าเนิบ ดื้อเงียบ รักพ่อมากกว่าแม่ โทษทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นตัวเอง เป็นปรปักษ์กับคุณครูที่โรงเรียน จนกางปีกออกจากดักแด้ไปเกิดใหม่อีกครั้งที่สเปน ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง ทดสอบบุคลิกภาพ ดันมีความ Empathy เกือบศูนย์ แตกสลายจากความรัก และความไม่รัก เป็นนักบำบัดที่เข้ารับการบำบัดเอง จนเกิดใหม่จากการมองเห็นตัวเองและกลับมารักตัวเองอีกครั้ง ผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้าย ร้าวราว เจ็บปวด งดงาม และทั้งหมดทั้งหมดที่คุณดุจดาวถ่ายทอดออกมานั่นคือเรื่องราวของ "มนุษย์" คนหนึ่งที่เคยมอดไหม้อยู่ในเปลวเพลิงยาวนานนิรันดร์ ก่อนจะเกิดใหม่อีกครั้งจากกองเถ้า เป็นดุจดาวคนปัจจุบัน

เราคิดว่าเป็นหนังสือที่ผู้เขียนต้องใช้ความกล้าหาญอยากมากที่จะเปลือยเปล่าตัวตนของตัวเองให้คนอื่นได้รับรู้ มันไม่ง่ายที่จะมีใครสักคนออกมาเล่าเรื่องที่ตัวเองไม่อยากจดจำที่สุดในชีวิตให้คนอื่นฟัง ระหว่างที่อ่านไปเหมือนเราได้กลับมาทบทวนตัวเองเป็นระยะในแต่ละช่วงวัยที่ผู้เขียนเล่า เราตกใจ ประทับใจ เศร้า เสียใจ ดีใจ ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ กับบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียน เพราะมีหลานแง่มุมในชีวิตที่เรามักมองผ่านและผลักไปออกไป แต่ผู้เขียนกำลังชวนให้เรากลับไปมองการมีอยู่ของมันอีกครั้ง ระหว่างหน้ากระดาษที่พลิกไปจนถึงหน้าสุดท้ายและสิ้นสุดลงที่บรรทัดสุดท้าย น้ำตาเอ่อล้นออกมาว่าเรื่องราวการเดินทางของคุณดุจดาวมันช่างหมดจดงดงาม และในขณะเดียวกันเราก็พร้อมบอกกับตัวเองว่า...ใช่ ฉันเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน


Profile Image for Inkey's Bookpacker.
89 reviews15 followers
March 10, 2023
"ถ้าเราอยากให้คนอื่นเรารับได้ ทั้งด้านสวยงามและน่าเกลียด เราควรจะรับตัวเราเองให้ได้เสียก่อน"

Book: ปีแสง
Writer: ดุจดาว วัฒนปกรณ์

หยิบมาเพราะ
เรารู้จักเสียงของผู้เขียนผ่านรายการ podcast ที่ชื่อ R U OK ที่ผู้เขียนทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำในฐานะนักจิตบำบัด เมื่อเราเห็นหนังสือเล่มนี้ จึงไม่ลังเลที่จะหยิบมา

ภาพรวม
ขอบอกเลยว่า เล่มนี้มีทั้งผิดหวัง และเกินคาดหวัง เนื่องจากเราอาจจะมีภาพจำของผู้เขียน (ซึ่งต่อจากนี้จะขอเรียกว่า'พี่ดาว') เป็นนักจิตบำบัดน้ำเสียงคุมโทนไม่สดใส และไม่หม่นเกินไป ให้เอเนอร์จี้สบายๆ อยู่ตลอด คอนเทนต์ที่เราคาดหวังจากหนังสือเล่มนี้เลยทำให้เราคิดว่า อาจจะมีอะไรเชื่อมโยง หรือคล้ายกับ podcast นั้น

ความผิดหวัง ก็คือ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่จะมาแบ่งหัวข้อบำบัดจิตใจ หรือสอนเทคนิคบรรเทาทุกข์ในใจต่างๆ เหมือน podcast ที่พี่ดาวจัดเลย เนื้อหาที่ตอนแรกคาดหวังว่าจะได้อ่านจากนักจิตบำบัดทั่วไป เกี่ยวกับวิธีการจัดการอารมณ์ของตัวเองอะไรเทือกๆ นั้นขอบอกเลยว่าไม่มี

แต่...ความเกินคาดหวังของหนังสือเล่มนี้ ก็คือ การที่พี่ดาวยอมใช้ตัวเองเป็นเคสตัวอย่าง ยอมฉีกหน้ากาก เฉือนตัวตน กะเทาะเปลือกของตัวเอง ทั้งในด้านดีและด้านร้ายให้เราได้สัมผัส พี่ดาวเรียบเรียงลำดับชีวิตตั้งแต่เด็กจนโต ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆ ที่หลากหลาย นำมาเล่าให้เราฟัง หนังสือเล่มนี้ จึงเหมือนอัตชีวประวัติโดยย่อของพี่ดาวอยู่กลายๆ
ข้อดีของหนังสือเล่มนี้ ที่พี่ดาวสอนตัวเอง และสอนเราไปในคราวเดียวกัน ก็คือ การที่พี่ดาวยอมเล่า ยอมเปิดเผยถึงนิสัยบางอย่างที่ไม่น่ารักต่อเรา นิสัยบางอย่างที่เราเองอาจไม่เคยคิดจะยอมรับมัน แต่พี่ดาวกลับยอมหยิบมาเล่าให้เราฟัง เพียงเพื่อเหตุผลเดียวที่สำคัญสำหรับชีวิตของทุกคน คือ การรู้จักตัวเอง

การรู้จักตัวเองย่อมนำพาไปสู่การยอมรับตัวเอง ยอมรับให้ได้ว่าเราเป็นมนุษย์ และทุกคนรอบตัวเราก็เป็นมนุษย์ ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การที่เรายอมรับทั้งข้อดีและข้อเสียของเราและคนอื่นๆ ได้อย่างเข้าใจต่างหาก ที่จะเป็นหนทางแห่งการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขของเราต่อไป

ขอบคุณพี่ดาวที่ยอมเสียสละ เปิดเผยตัวตนให้พวกเราได้รู้จักกันขนาดนี้ ระหว่างอ่านไป บางบรรทัดก็สะท้อนถึงตัวเราเองเช่นกัน ขอให้พี่ดาวมีชีวิตที่แฮปปี้จากนี้และตลอดไป เชื่อว่าผู้อ่านเล่มนี้จนจบทุกคน จะมีความเข้าใจ และมี empathy ต่อผู้อื่นรอบตัวมากขึ้นอย่างแน่นอน
Profile Image for Sahathust Num.
406 reviews5 followers
September 19, 2020
ปีแ���ง - หยิบเล่มนี้มาอ่าน เพราะอยากจะหาอะไรมานั่งคั่นระหว่างอ่านหนังสือ NonFiction อยากจะหาอะไรเบาๆมาอ่าน บังเอิญหยิบเล่มนี้ขึ้นมา ตอนช่วงแรกก็"อือ" ช่วงกลางก็"โอ้" ช่วงท้ายเล่มก็ต้องร้อง"ว้าว" เป็นอีกเล่มที่อ่านเร็วมาก วางไม่ลงเลย

ผู้เขียนบอกเล่าชีวิตของตัวผู้เขียนเอง เหมือนได้อ่านชีวประวัติ ตั้งแต่ช่วงวัยเด็กมาจนถึงปัจุบัน ด้วยช่วงอายุของผู้เขียนที่ใกล้เคียงกับตัวเรา ก็ยิ่งเข้าใจ ยิ่งเห็นภาพ ทั้งบริบทที่ผู้เขียนเจอ และสภาพแวดล้อมในสมัยนั้น

ความสมบูรณ์ ไม่ได้มีแต่มุมของความสวยงาม เพียงอย่างเดียว สิ่งที่จะสร้างความสมบูรณ์ได้นั้น มันจะต้องมีสิ่งที่อัปลักษณ์ สิ่งที่แย่ ตัวที่เรารับไม่ได้ บางมุม บางตัวตนของชีวิตเราที่ต้องยอมรับ ตัวตนนั้นไปด้วยกัน ถึงจะเรียกว่าความสมบูรณ์ที่แท้จริง สิ่งเหล่านี้กาลเวลา จะเป็นตัวพิสูจน์ และตัวเราเองที่ต้องอาศัยช่วงเวลาเหล่านี้ ค่อยๆจดๆจ้องๆเฝ้ามอง เฝ้าเรียนรู้ในความรู้สึก ความเป็นตัวตนของเราไป การเติบโตภายในเป็นสิ่งที่สำคัญ

เล่มนี้เหมาะกับคนที่ ช่วงนี้ของชีวิต เริ่มปั่นป่วน เริ่มฟังใครไม่รู้เรื่อง ไม่มีใครเข้าใจ เริ่มพังเริ่มแย่ เริ่มลอยๆ
ลองเปิดอ่านกันดูครับ

ขอบคุณผู้เขียนที่กล้าเปิดเผยสิ่งที่เล้นลับแตกหักบางอย่างในชีวิตนำมาถ่ายทอดให้เห็นถึงสิ่งที่สวยงามที่ปลายทาง
14 reviews1 follower
March 20, 2021
ปีแสง บอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์จริงของคุณดุจดาว เรารู้จักคุณดุจดาวจากรายการ RUOK PODCASE หนังสือบอกเล่าเรื่องราวของคุณดุจดาวตั้งแต่เด็กจนโต เรื่องราวความสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อน(เล็กน้อย) , ครู และแฟน เราจะเห็นความเว้าแหว่งของคุณดุจดาว ไปจนถึงการเป็นคุณดุจดาวอีกคนในปัจจุบันนี้ เราอ่านแล้วรู้สึกว่าคุณดุจดาวเป็นคนที่เจ๋งอะ จากเด็กหญิงคนนั้นกลายมาเป็นคุณดุจดาวเจ้าของรายการ RUOK PODCAST นักจิตบำบัดศิลปะการเคลื่อนใหวคนแรกของประเทศไทย และเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือ "ปีแสง" อ่านเล่มนี้แล้วเหมือนเราได้ย้อนมองตัวเอง ทบทวนตัวเอง ตกตะกอนตัวเองไปพร้อมๆกับคุณดุจดาวเลย บางเรื่องก็มีส่วนคล้ายกัน เช่นเรื่องพ่อ ข้อความหลายๆหน้าในหนังสือชอบมากๆเลยค่ะ ชอบจนต้องแบ่งปันคนอื่นเลยค่ะ :)
Profile Image for Patcharamon.
6 reviews2 followers
July 29, 2021
ตอนที่ซื้อเล่มนี้มาเป็นเพราะว่าชอบประโยคนึงที่อยู่บนปกหลังหนังสือ " เรื่องราวแห่งความพลั้งพลาดบาดลึกและความอัปลักษณ์หากแต่ช่างงดงาม " ความรู้สึกเหมือนเจอเพื่อนที่ประสบพบเจอกับเหตุการณ์อะไรสักอย่างคล้ายๆกัน แล้วเริ่มอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ก็คือเหมือนเห็นตัวเองในบางวัยจากคุณดุจดาว เพราะฉันก็เชื่อเหมือนกันว่าความเป็นความตายนั้นเกิดกับเราตลอดชั่วชีวิต ถือว่าเป็นการเติบโตผ่านกาลเวลา บางตอนอ่านแล้วร้องไห้ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจแต่ไม่เคยพูดออกไปให้ใครฟัง ไม่บ่อยที่จะเจอหนังสือที่เป็นเหมือนเพื่อนขนาดนี้ กลายเป็นว่าชอบทั้งเล่มเลย ยังไม่มีเล่มไหนมาโค่นอันดับหนึ่งในใจได้ 5555
Profile Image for Bewl2P.
43 reviews2 followers
March 1, 2020
เป็นเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนนึงที่เจ๋งมากๆ เจ๋งที่พี่ดาวกล้าที่จะเปิดหลายๆด้านให้คนได้รู้จักและเรียนรู้ ชอบบทที่พูดเกี่ยวกับความตายของพ่อมากๆ (เกือบร้องไห้แหละแต่อ่านบนรถไฟฟ้าเลยต้องฮึบไว้) แล้วก็เรื่อง empathy กับ sympathy ของหมอ อ่านบทแรกๆรู้สึกโกรธโลกมากเลยนะ ทำไมผู้หญิงคนนึงต้องเจออะไรร้ายๆแบบนั้นเยอะจัง แต่พอทบทวนจริงๆ บางอย่างเราก็เคยเจอนี่หว่า แต่เราอาจจะเคยมองข้ามมันไป อาจจะเพราะสังคมหรือวัฒนธรรมไทยด้วยส่วนนึงที่ทำให้มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันก็สร้างเราให้เป็นเราในทุกวันนี้นั่นแหละ
Profile Image for Nott Pattaradanai.
24 reviews
August 3, 2021
เรื่องเล่าของคุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดที่ทำ podcast รายการ r u ok ซึ่งพูดเรื่องราวทางจิตวิทยาได้กินใจมาก พอเห็นหนังสือก็เลยซื้อเพราะชื่อดุจดาวนี่แหละ

หนังสือเล่าเรื่องชีวิตตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน ควบคู่กับการวิเคราะห์ตนเอง ว่าอะไรบ้างที่ทำให้เค้าเป็นคนอย่างในปัจจุบันนี่ แล้วก็ทำให้เห็นอีกมุมที่ว่า นักจิตบำบัดเอง ก็มีปัญหาชีวิตได้เหมือนกัน

ต้นเล่มอ่านเหนื่อยไปหน่อย กลางเล่มเป็นต้นมาอ่านเพลินมาก สนุก แนะนำ
Profile Image for Gunn.
42 reviews
December 4, 2019
ชอบการเล่าเรื่องตัวเองในแบบที่ต่างออกไป ไม่ต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ด้านดีเสมอไป เพราะเราต่างก็รู้ว่าชีวิตมันต้องมีสุขทุกข์ปะปน คุณเองย่อมค้นพบเรื่องน่าประทับใจและน่าเกลียดของตัวเองอยู่ทุกวัน และดุจดาวได้ทำให้เราเห็นว่าความน่าเกลียดไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไม่เห็นจะต้องปกปิด ตรงกันข้าม อ้าแขนรับและทำความเข้าใจกับมันสิถึงจะถูก
Profile Image for Best Danuchdech.
7 reviews
May 11, 2023
ใช้เวลาอ่านเร็วมากๆ ด้วยการเล่าเรื่องที่ชวนให้ติดตามและซึมซับความรู้สึกร่วมไปกับตัวอักษร, กล่าวคือ เป็นข้อเขียนที่มีความเป็นมนุษย์มากเสียจนเราสัมผัสได้ถึงอารมณ์โกรธ ยุ่งเหยิง หรือเศร้าหรือเสียใจร่วมไปด้วย. นอกจากนั้น, จะนิ่งเงียบอยู่เป็นระยะระหว่างที่อ่าน เพราะบางประสบการณ์ของผู้เขียนที่สะท้อนออกมา พาจับมือให้เราให้กล้าเผชิญหน้ากับ “เรื่องราวแห่งความพลั่งพลาดบาดลึก” ของตัวเองเช่นกัน
Profile Image for Wora.
4 reviews17 followers
December 28, 2019
ชอบตั้งแต่ความหมายของชื่อหนังสือ จนถึงความกล้าที่จะรักในทุกด้านของตัวเอง
อ่านไปก็คิดตลอดว่าเหมือนหนังสืออ่านเรา เห็นตัวเองในดุจดาว และเห็นคนอื่นในตัวเอง
Displaying 1 - 30 of 36 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.