What do you think?


มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม
รวมเรื่องสั้นคัดสรรจากนักเขียนเกาหลีร่วมสมัยที่พาคุณไปใกล้ชิดชีวิตบนคาบสมุทรเกาหลี
ดินแดนที่การรอคอยในฤดูฝน การไปเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายหนัก การซื้อถุงยางในร้านสะดวกซื้อ หรือการดื่มเบียร์กับเพื่อนสนิท อาจตามมาด้วยเรื่องยิ่งใหญ่ไม่คาดฝัน
วกกลับสู่คำถามสำคัญว่าเราคือใครสำหรับสังคมนี้
'มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม' เรื่องสั้นคัดสรรของนักเขียนเกาหลีร่วมสมัยซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Koreana สนับสนุนการพิมพ์โดย Korea Foundation
ดินแดนที่การรอคอยในฤดูฝน การไปเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายหนัก การซื้อถุงยางในร้านสะดวกซื้อ หรือการดื่มเบียร์กับเพื่อนสนิท อาจตามมาด้วยเรื่องยิ่งใหญ่ไม่คาดฝัน
วกกลับสู่คำถามสำคัญว่าเราคือใครสำหรับสังคมนี้
'มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม' เรื่องสั้นคัดสรรของนักเขียนเกาหลีร่วมสมัยซึ่งเคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Koreana สนับสนุนการพิมพ์โดย Korea Foundation
- GenresFiction
256 pages, Paperback
Published November 1, 2019
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 21 of 21 reviews
May 2, 2020
เกาหลีไม่ได้มีดีแค่ K-pop และกิมจินะครับ วรรณกรรมของเขาก็คุณภาพไม่แพ้กัน
ไม่ค่อยได้อ่านงานของทางเกาหลีเท่าไหร่ เลยแทบไม่มีตัวเปรียบเทียบ แต่ถ้านับว่าเล่มนี้เป็นเล่มแรก มันก็ตั้งมาตรฐานให้เล่มต่อๆไปไว้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม เป็นรวมเรื่องสั้นร่วมสมัย 7 เรื่องของเกาหลีที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Koreana ซึ่งเป็นนิตยสารที่จัดพิมพ์เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีของ Korea Foundation
โดยทั้ง 7 เรื่องนี้ก็มีสไตล์ของเนื้อหาและการเล่าที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งที่ฉายภาพชีวิตของสังคมเกาหลี ประวัติศาสตร์ หรือ ความร่วมสมัยที่เป็นสากล ไม่ได้จำกัดแค่ความเป็นเกาหลี
เรื่องแรก เมื่อเคียวเห่า
.. เรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องสั้นที่ดีที่สุดจากทั้งหมด 7 เรื่อง มันครบครันทั้งในแง่เนื้อหาและการประพันธ์ มันเล่าถึงยุคสมัยที่สังคมยังมีทาส การที่ทาสรู้หนังสือนั้นนับว่าเป็นอันตราย แต่ตัวเอกของเราเป็นทาสผู้มีความสามารถชั้นเซียนในการคัดลอกตัวหนังสือ แต่ที่ตลกก็คือ เขาอ่านหนังสือไม่ออก และไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังคัดลอกตามคำสั่งของเจ้านายมันคืออะไร แต่เขาฝันว่าซักวันเขาจะต้องอ่านออกเขียนได้ แม้พ่อของเขาจะบอกเสมอว่าการรู้หนังสือมันไม่ได้เกิดผลดีเสมอไปหรอกนะ
..ในแง่ของเนื้อหามันมีความเป็นสากลนะครับ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเกาหลี อ่านไปเราสามารถจัดวางเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นที่ใดบนโลกก็ได้ เป็นเรื่องสั้นที่มีความสมจริง แต่ก็มีลูกเล่นไม่ได้จืดชืด บอกอะไรมากไม่ได้ และตอนจบจะทำให้ว้าวแน่นอนครับ
เรื่องที่สอง มุม
.. เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่ฉายภาพชีวิตของคนตัวเล็กๆในสังคมเกาหลีได้ชัดที่สุด สมกับชื่อเรื่องว่า มุม เพราะนี่คือ มุมๆหนึ่งของเพื่อนสองคนที่กลับมาเจอกัน และออกไปตระเวนเฮฮาเหมือนสมัยก่อน แต่ที่ต่างออกไปคือแต่ละคนต่างเติบโต ไม่ได้เป็นเด็กๆเหมือนก่อนแล้ว อะไรๆยังเหมือนเดิมยกเว้นพวกเขาทั้งสองคน
เรื่องที่สาม ฉันไปร้านสะดวกซื้อ
.. เรื่องนี้เป็นตัวแทนของคนเมืองที่โดดเดี่ยว ไม่รู้สึกถึงการผูกพันหรือมีคุณค่ากับสิ่งใด โหยหาความเป็นส่วนตัว แต่ลึกๆก็ต้องการผูกพันกับสิ่งใด และสิ่งเดียวที่ตัวเอกของเรา(คิดว่า)ผูกพันด้วย คือ ร้านสะดวกซื้อแถวบ้านที่ต้องแวะไปทุกเย็น ผู้คนไม่ซ้ำหน้ามากมายที่ผ่านเข้ามา พนักงานต้อนรับที่น่ารำคาญ นี่อาจเป็นอีกครอบครัวหนึ่งในสังคมที่ทุกคนต่างอยู่อย่างโดดเดี่ยวก็เป็นได้
เรื่องที่สี่ ทุกคนชอบ เกิลส์เจเนอเรชั่น
..อ่านชื่อเรื่องแล้ว นึกว่าจะพูดถึงวัฒนธรรม K-pop แต่จริงๆไม่ใช่เลย นี่คือเรื่องสั้นว่าด้วยชายคนหนึ่งที่ปวดขี้แล้วหาห้องน้ำไม่ได้ ใช่ครับ อ่านไม่ผิดเลย แล้วชายที่ตามหาห้องน้ำ ไปเกี่ยวอะไรกับ เกิลส์เจเนอเรชั่น ก็ต้องลองไปอ่านกันครับ
เรื่องที่ห้า โรงแรมพลาซ่า
..เรื่องนี้เล่าถึงการปะทะกันเล็กน้องของสังคมสองแห่ง สังคมเมืองและลังคมต่างจังหวัด ตัวเอกของเราเป็นหนุ่มบ้านนอกที่ได้เข้ามาเรียนในโซล เมื่อแรกเข้ามา เขาพบว่าทุกอย่างในโซลคือความแปลกใหม่ อะไรๆก็ดูตื่นตา แต่เวลาเป็นของน่ากลัว มันค่อยๆกลืนเขาไปเรื่อยๆ จนความแปลกใหม่การเป็นความเฉยชา เขาเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ หรือจริงๆเขายังคงเป็นหนุ่มบ้านนอกคนเดิมคนนั้น
เรื่องที่หก อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของฮารูโอะ
.. เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นนามธรรม มุมมองของเรื่องนี้ไม่ตายตัวแล้วแต่การตีความของเราเอง อาจมองได้ว่าคือเรื่องราวการตามหาความหมายของชีวิต อาจเป็นการจิกกัดสังคม หรือ เป็นแค่ความฟุ้งฝันของชายคนหนึ่งก็ได้ การอ่านงานที่ไม่มีกรอบก็สนุกไปอีกแบบครับ
เรื่องสุดท้าย มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม
..เรื่องนี้มาในแนวถนัดของเกาหลีครับ เรื่องนี้เล่นกับความรักและความโรแมนติก แต่ถ้าพูดถึงเกาหลีก็คงไม่ใช่รักหวานชื่นแน่นอน มันมีทั้งช่วงที่ยิ้มได้และช่วงที่มีน้ำตา แต่ไม่ต้องห่วงครับ ไม่มีใครเป็นลูคีเมียแน่นอน นั่นมันเก่าไปแล้ว มีแต่เพียงเสียงฝนที่กระทบหลังคา มันมีเสียง มี ในเมษายน และ ซอล ในกรกฎาคม
ถ้าใครชอบเรื่องสั้นร่วมสมัยหลากรส เล่มนี้แนะนำครับ ได้หมดทุกรสเลย ต้องมีซักเรื่องที่โดนใจแน่ๆ
เกาหลีมีอะไรมากกว่ากิมจิและ K-pop จริงๆครับ
ไม่ค่อยได้อ่านงานของทางเกาหลีเท่าไหร่ เลยแทบไม่มีตัวเปรียบเทียบ แต่ถ้านับว่าเล่มนี้เป็นเล่มแรก มันก็ตั้งมาตรฐานให้เล่มต่อๆไปไว้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม เป็นรวมเรื่องสั้นร่วมสมัย 7 เรื่องของเกาหลีที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Koreana ซึ่งเป็นนิตยสารที่จัดพิมพ์เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีของ Korea Foundation
โดยทั้ง 7 เรื่องนี้ก็มีสไตล์ของเนื้อหาและการเล่าที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งที่ฉายภาพชีวิตของสังคมเกาหลี ประวัติศาสตร์ หรือ ความร่วมสมัยที่เป็นสากล ไม่ได้จำกัดแค่ความเป็นเกาหลี
เรื่องแรก เมื่อเคียวเห่า
.. เรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องสั้นที่ดีที่สุดจากทั้งหมด 7 เรื่อง มันครบครันทั้งในแง่เนื้อหาและการประพันธ์ มันเล่าถึงยุคสมัยที่สังคมยังมีทาส การที่ทาสรู้หนังสือนั้นนับว่าเป็นอันตราย แต่ตัวเอกของเราเป็นทาสผู้มีความสามารถชั้นเซียนในการคัดลอกตัวหนังสือ แต่ที่ตลกก็คือ เขาอ่านหนังสือไม่ออก และไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังคัดลอกตามคำสั่งของเจ้านายมันคืออะไร แต่เขาฝันว่าซักวันเขาจะต้องอ่านออกเขียนได้ แม้พ่อของเขาจะบอกเสมอว่าการรู้หนังสือมันไม่ได้เกิดผลดีเสมอไปหรอกนะ
..ในแง่ของเนื้อหามันมีความเป็นสากลนะครับ ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นเกาหลี อ่านไปเราสามารถจัดวางเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นที่ใดบนโลกก็ได้ เป็นเรื่องสั้นที่มีความสมจริง แต่ก็มีลูกเล่นไม่ได้จืดชืด บอกอะไรมากไม่ได้ และตอนจบจะทำให้ว้าวแน่นอนครับ
เรื่องที่สอง มุม
.. เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่ฉายภาพชีวิตของคนตัวเล็กๆในสังคมเกาหลีได้ชัดที่สุด สมกับชื่อเรื่องว่า มุม เพราะนี่คือ มุมๆหนึ่งของเพื่อนสองคนที่กลับมาเจอกัน และออกไปตระเวนเฮฮาเหมือนสมัยก่อน แต่ที่ต่างออกไปคือแต่ละคนต่างเติบโต ไม่ได้เป็นเด็กๆเหมือนก่อนแล้ว อะไรๆยังเหมือนเดิมยกเว้นพวกเขาทั้งสองคน
เรื่องที่สาม ฉันไปร้านสะดวกซื้อ
.. เรื่องนี้เป็นตัวแทนของคนเมืองที่โดดเดี่ยว ไม่รู้สึกถึงการผูกพันหรือมีคุณค่ากับสิ่งใด โหยหาความเป็นส่วนตัว แต่ลึกๆก็ต้องการผูกพันกับสิ่งใด และสิ่งเดียวที่ตัวเอกของเรา(คิดว่า)ผูกพันด้วย คือ ร้านสะดวกซื้อแถวบ้านที่ต้องแวะไปทุกเย็น ผู้คนไม่ซ้ำหน้ามากมายที่ผ่านเข้ามา พนักงานต้อนรับที่น่ารำคาญ นี่อาจเป็นอีกครอบครัวหนึ่งในสังคมที่ทุกคนต่างอยู่อย่างโดดเดี่ยวก็เป็นได้
เรื่องที่สี่ ทุกคนชอบ เกิลส์เจเนอเรชั่น
..อ่านชื่อเรื่องแล้ว นึกว่าจะพูดถึงวัฒนธรรม K-pop แต่จริงๆไม่ใช่เลย นี่คือเรื่องสั้นว่าด้วยชายคนหนึ่งที่ปวดขี้แล้วหาห้องน้ำไม่ได้ ใช่ครับ อ่านไม่ผิดเลย แล้วชายที่ตามหาห้องน้ำ ไปเกี่ยวอะไรกับ เกิลส์เจเนอเรชั่น ก็ต้องลองไปอ่านกันครับ
เรื่องที่ห้า โรงแรมพลาซ่า
..เรื่องนี้เล่าถึงการปะทะกันเล็กน้องของสังคมสองแห่ง สังคมเมืองและลังคมต่างจังหวัด ตัวเอกของเราเป็นหนุ่มบ้านนอกที่ได้เข้ามาเรียนในโซล เมื่อแรกเข้ามา เขาพบว่าทุกอย่างในโซลคือความแปลกใหม่ อะไรๆก็ดูตื่นตา แต่เวลาเป็นของน่ากลัว มันค่อยๆกลืนเขาไปเรื่อยๆ จนความแปลกใหม่การเป็นความเฉยชา เขาเปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ หรือจริงๆเขายังคงเป็นหนุ่มบ้านนอกคนเดิมคนนั้น
เรื่องที่หก อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของฮารูโอะ
.. เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นนามธรรม มุมมองของเรื่องนี้ไม่ตายตัวแล้วแต่การตีความของเราเอง อาจมองได้ว่าคือเรื่องราวการตามหาความหมายของชีวิต อาจเป็นการจิกกัดสังคม หรือ เป็นแค่ความฟุ้งฝันของชายคนหนึ่งก็ได้ การอ่านงานที่ไม่มีกรอบก็สนุกไปอีกแบบครับ
เรื่องสุดท้าย มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม
..เรื่องนี้มาในแนวถนัดของเกาหลีครับ เรื่องนี้เล่นกับความรักและความโรแมนติก แต่ถ้าพูดถึงเกาหลีก็คงไม่ใช่รักหวานชื่นแน่นอน มันมีทั้งช่วงที่ยิ้มได้และช่วงที่มีน้ำตา แต่ไม่ต้องห่วงครับ ไม่มีใครเป็นลูคีเมียแน่นอน นั่นมันเก่าไปแล้ว มีแต่เพียงเสียงฝนที่กระทบหลังคา มันมีเสียง มี ในเมษายน และ ซอล ในกรกฎาคม
ถ้าใครชอบเรื่องสั้นร่วมสมัยหลากรส เล่มนี้แนะนำครับ ได้หมดทุกรสเลย ต้องมีซักเรื่องที่โดนใจแน่ๆ
เกาหลีมีอะไรมากกว่ากิมจิและ K-pop จริงๆครับ
April 13, 2020
เรื่องสั้นเกาหลีเล่มแรกที่เคยอ่าน นับว่าเป็นรสชาติที่แปลกแหวกแนวจากเรื่องสั้นที่เคยผ่านตา หลายประเด็นค่อนข้างแปลกแปร่ง เช่น บริษัทหาคู่ซึ่งไม่อยู่ในวัฒนธรรมของประเทศไทยเท่าไหร่ แต่หลายประเด็นก็เข้าถึงได้ง่ายเช่นความเหงาเคว้งของคนเมือง เกิร์ลเจเนอเรชัน หรือการโหยหาอดีต
ส่วนตัวแล้วนับว่าใช้ได้ แนะนำสำหรับคนที่หาอะไรแปลกใหม่อ่านครับ :)
ส่วนตัวแล้วนับว่าใช้ได้ แนะนำสำหรับคนที่หาอะไรแปลกใหม่อ่านครับ :)
November 19, 2019
ความเรียบนิ่งที่ซ่อนความคิดมากของคนในสังคมเอาไว้
ความคิดมากที่บางทีก็สนุก บรรเจิด ตลก และสลด
ความคิดมากที่บางทีก็สนุก บรรเจิด ตลก และสลด
February 8, 2020
4.5/5
หลากรส หลายแนว
ละมุนบ้าง จัดจ้านบ้าง
อ่านแล้วอิ่มพอดีคำ
แถมยังทิ้งรสติดไว้หลังอ่านจบ
รสเรื่องดี และแน่นอนรสนิยมบรรณาธิการในการเลือกเรื่องมาก็ดีไม่แพ้กัน
ชอบทุกเรื่อง แต่ที่ชอบมากๆ : เมื่อเคียวเห่า, ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น, มีในเมษายน ซอลในกรกฎาคม
หลากรส หลายแนว
ละมุนบ้าง จัดจ้านบ้าง
อ่านแล้วอิ่มพอดีคำ
แถมยังทิ้งรสติดไว้หลังอ่านจบ
รสเรื่องดี และแน่นอนรสนิยมบรรณาธิการในการเลือกเรื่องมาก็ดีไม่แพ้กัน
ชอบทุกเรื่อง แต่ที่ชอบมากๆ : เมื่อเคียวเห่า, ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น, มีในเมษายน ซอลในกรกฎาคม
November 18, 2019
นี่คือเรื่องสั้น 7 รสชาติของเกาหลีที่รามย็อนและบอนชอนก็ให้คุณไม่ได้
April 10, 2022
หนังสือรวมเรื่องสั้นคัดสรรจากนิตยสาร Koreana ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและสังคมของเกาหลี เป็นเรื่องสั้นร่วมสมัยจำนวน 7 เรื่อง ที่เขียนโดยผู้เขียนคนละคน
รู้สึกว่าอ่านเล่มนี้จบแล้วบรรยายความรู้สึกยากหน่อย เหมือนจะว่างเปล่า แต่ก็เก็บซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ อ่านจบแล้วก็นั่งทวนความจำอีกรอบว่าเมื่อกี้อ่านอะไรไป มีเพียง 'เมื่อเคียวเห่า' เรื่องแรกเรื่องเดียวเท่านั้นที่เรารู้สึกเข้าถึงและเข้าใจสาส์นที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้อย่างง่ายดาย แต่ก็เป็นเรื่องสั้นที่แตกต่างจากเรื่องอื่นอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกัน
ในขณะที่เรื่องอื่นๆ นั้น เป็นเรื่องธรรมดาของคนธรรมดา สามารถพบเจอพบเห็นได้อย่างทั่วไปในสังคมปัจจุบัน เป็นเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นที่พยายามดิ้นรนใช้ชีวิตภายใต้สภาพแวดล้อมและสังคมทุนนิยมที่ดูจะไม่เป็นมิตรกับชีวิตพวกเขาเท่าไหร่
สนุกใช้ได้ สะท้อนยุคสมัยปัจจุบันดี บางเรื่องออกจะขำๆ ตลกร้ายหน่อยๆ แต่โดยรวมแล้วเล่มนี้ก็โอเคแหละ
รู้สึกว่าอ่านเล่มนี้จบแล้วบรรยายความรู้สึกยากหน่อย เหมือนจะว่างเปล่า แต่ก็เก็บซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ อ่านจบแล้วก็นั่งทวนความจำอีกรอบว่าเมื่อกี้อ่านอะไรไป มีเพียง 'เมื่อเคียวเห่า' เรื่องแรกเรื่องเดียวเท่านั้นที่เรารู้สึกเข้าถึงและเข้าใจสาส์นที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้อย่างง่ายดาย แต่ก็เป็นเรื่องสั้นที่แตกต่างจากเรื่องอื่นอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกัน
ในขณะที่เรื่องอื่นๆ นั้น เป็นเรื่องธรรมดาของคนธรรมดา สามารถพบเจอพบเห็นได้อย่างทั่วไปในสังคมปัจจุบัน เป็นเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นที่พยายามดิ้นรนใช้ชีวิตภายใต้สภาพแวดล้อมและสังคมทุนนิยมที่ดูจะไม่เป็นมิตรกับชีวิตพวกเขาเท่าไหร่
สนุกใช้ได้ สะท้อนยุคสมัยปัจจุบันดี บางเรื่องออกจะขำๆ ตลกร้ายหน่อยๆ แต่โดยรวมแล้วเล่มนี้ก็โอเคแหละ
October 30, 2022
เราว่ามันเป็นเรื่องสั้นทีืดีนะ
มันสนุก (ปกติเราไม่อ่านเรื่องสัันเท่าไหร่)
มี 7 เรื่องย่อยในนั้น ดำเนินเรื่องราวผ่านความคิดของตัวเอก การตั้งคำถาม การตกตะกอนต่างๆของตัวละคร
เขียนเก่ง บางเรื่องตื่นเต้น บางเรื่องเดาไม่ได้
ไม่ได้เกาหลีจ๋าขนาดนั้น แต่ได้กลิ่นความเกาหลี
ไม่ได้เป็นเกาหลีแบบในซีรีย์ด้วย เป็นเกาหลีที่ดูจะเป็นเกาหลีของจริง
เป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นในสื่อปกติ
มันสนุก (ปกติเราไม่อ่านเรื่องสัันเท่าไหร่)
มี 7 เรื่องย่อยในนั้น ดำเนินเรื่องราวผ่านความคิดของตัวเอก การตั้งคำถาม การตกตะกอนต่างๆของตัวละคร
เขียนเก่ง บางเรื่องตื่นเต้น บางเรื่องเดาไม่ได้
ไม่ได้เกาหลีจ๋าขนาดนั้น แต่ได้กลิ่นความเกาหลี
ไม่ได้เป็นเกาหลีแบบในซีรีย์ด้วย เป็นเกาหลีที่ดูจะเป็นเกาหลีของจริง
เป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นในสื่อปกติ
February 1, 2021
หลายหลายเรื่องราวเล่าเกี่ยวกับคนเกาหลี
อ่านจบแล้วนึกถึง ‘ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ’ ของคุณอนุสรณ์
มีเรื่องของเพื่อนซี้สองคน ทำให้เราอยากออกไปจิบเบียร์ แกล้มไก่ทอดในวันทราอากาศหนาว
ความรักของน้า ที่ทำให้เราฝันอยากมีความรัก อยากแต่งงานและอยากมีลูก
อิสระของเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้เราอยากเดินทางท่องโลกกว้าง
แต่ที่แน่ๆหนังสือทำให้เราอยากลองตั้งใจฟังเสียงฝนในเดือนเมษายนและกรกฎาคม ว่าเสียงเปาะแปะพวกนั้นกลายเป็นเสียง มี และสูงได้เท่า ซอล รึเปล่า
อ่านจบแล้วนึกถึง ‘ลอนดอนกับความลับในรอยจูบ’ ของคุณอนุสรณ์
มีเรื่องของเพื่อนซี้สองคน ทำให้เราอยากออกไปจิบเบียร์ แกล้มไก่ทอดในวันทราอากาศหนาว
ความรักของน้า ที่ทำให้เราฝันอยากมีความรัก อยากแต่งงานและอยากมีลูก
อิสระของเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้เราอยากเดินทางท่องโลกกว้าง
แต่ที่แน่ๆหนังสือทำให้เราอยากลองตั้งใจฟังเสียงฝนในเดือนเมษายนและกรกฎาคม ว่าเสียงเปาะแปะพวกนั้นกลายเป็นเสียง มี และสูงได้เท่า ซอล รึเปล่า
February 4, 2024
เรื่องแรกคือเจ๋งสุดๆ ชอบมาก
January 26, 2022
รวมเรื่องสั้นยุคสมัยใหม่จากเกาหลีที่แปลกใหม่สำหรับเรา โดยปกติไม่ค่อยได้อ่านงานโมเดิร์นของเกาหลี สื่อเกาหลีที่เสพน่าจะเป็นซีรีส์มากกว่า
เราชอบการบรรยายความเป็นอยู่ของคน เรื่องธรรมดาทั่วไปกลับมีเสน่ห์ เหมือนเรื่องฉันไปร้านสะดวกซื้อที่ ที่ผู้ถึงชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องเลือกไปร้านสะดวกซื้อถึง 3 เจ้า ที่ตั้งแข่งกันใกล้ๆ กับที่พักของเธอ อ่านแล้วก็อดนึกไม่ได้ว่าคนเกาหลีก็มีการเลือกร้านประจำจากเรื่องเล็กน้อยเหมือนกับเราเลย หรือจะเป็นหลายๆ เรื่องที่เชื่อมโยงไปถึงการประท้วงของประชาชนในการต่อสู้เรียกร้องในเหตุการณ์สำคัญอยู่ด้วย
เราชอบการบรรยายความเป็นอยู่ของคน เรื่องธรรมดาทั่วไปกลับมีเสน่ห์ เหมือนเรื่องฉันไปร้านสะดวกซื้อที่ ที่ผู้ถึงชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องเลือกไปร้านสะดวกซื้อถึง 3 เจ้า ที่ตั้งแข่งกันใกล้ๆ กับที่พักของเธอ อ่านแล้วก็อดนึกไม่ได้ว่าคนเกาหลีก็มีการเลือกร้านประจำจากเรื่องเล็กน้อยเหมือนกับเราเลย หรือจะเป็นหลายๆ เรื่องที่เชื่อมโยงไปถึงการประท้วงของประชาชนในการต่อสู้เรียกร้องในเหตุการณ์สำคัญอยู่ด้วย
April 30, 2021
เนื้อเรื่องชวนให้อ่านได้เรื่อย ๆ ทำให้นึกถึงเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่ผ่านไป บางเรื่องก็เรียบง่ายแต่ก็กินใจมาก บ้างเรื่องก็จัดจ้าน หลากอารมณ์ เป็นหนังสือที่อ่านได้เพลิน ๆ แล้วก็ทิ้งความรู้สึกหน่วงเอาไว้หลังจากอ่านจบ
ถ้าให้เลือกเรื่องที่ชอบที่สุด คงเป็นโรงแรมพลาซ่า แต่โดยรวมคือหนังสือทำให้รู้สึก relatable กับแต่ละเรื่องไม่มากก็น้อย
ถ้าให้เลือกเรื่องที่ชอบที่สุด คงเป็นโรงแรมพลาซ่า แต่โดยรวมคือหนังสือทำให้รู้สึก relatable กับแต่ละเรื่องไม่มากก็น้อย
October 25, 2020
หนังสือรวมเรื่องสั้น จากนักเขียนเกาหลี ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมเกาหลีออกมา 7 เรื่องราว นอกจากบอกเล่าวัฒนธรรมยังตั้งคำถามกลับว่าเราเป็นใคร ในสังคมนี้ ชอบเรื่องที่ 1 เมื่อเคียวเห่า กับ เรื่องที่ 5 โรงแรมพลาซ่า เป็นพิเศษ
January 18, 2020
เรื่องที่ชอบและรู้สึกอินมากคงจะเป็นเรื่องแรก จบได้ทัชใจมากก โดยรวมทั้งเล่มได้หลายรสชาติจริงๆ ตลกที่ดูเป็นตลกร้าย ความเศร้า เหงา อบอุ่น ฯลฯ แนะนำให้อ่านค่ะ
March 27, 2020
เสียดสีสังคมได้ดี มีความร่วมสมัย สะท้อยสังคมปัจจุบัน
September 15, 2020
เรื่องสั้นของฝั่งเกาหลี ... แปลกดีนะ
แต่ก็อดคิดตามไม่ได้
เราเป็น คนใกล้ ที่ไม่ รู้จัก กันเลย
หรือเป็น คนไกล ที่ รู้จัก กันดี ~
"การ จ่ายเงิน แล้วได้ใช้ชีวิต สมบูรณ์ คงถือเป็น ข้อดี ของทุนนิยม"
แต่ก็อดคิดตามไม่ได้
เราเป็น คนใกล้ ที่ไม่ รู้จัก กันเลย
หรือเป็น คนไกล ที่ รู้จัก กันดี ~
"การ จ่ายเงิน แล้วได้ใช้ชีวิต สมบูรณ์ คงถือเป็น ข้อดี ของทุนนิยม"
September 20, 2021
Beautiful, thank you for cleansing my soul.
January 10, 2022
เรื่องสั้นที่ร้อยเรียงเหตุการณ์และสะท้อนสังคมของเกาหลีได้เป็นอย่างดี ไม่เสียเวลาในการหยิบมาอ่านเลยสักนิด
March 15, 2023
ชอบทุกเรื่อง ถ้าตัดชื่อตัวละคร ชื่อสถานที่ หรือชื่ออาหารออกไป ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นเกาหลี แต่รู้สึกถึงความเป็นสากลและสามัญที่คนเรามีอยู่ร่วมกัน เรียบง่าย เข้าใจง่าย และประทับใจ
May 16, 2020
เฉพาะเรื่องร้านสะดวกซื้อ ให้ 4/5
March 29, 2023
คะแนนที่ให้คือ 4/5 ค่า
หนังสือเล่มนี้เป็นการรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนเกาหลีร่วมสมัยในนิตยสารรายเดือนที่มีชื่อว่า Koreana ตอนที่ซื้อเล่มนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแค่อยากลองอ่านหนังสือที่เขียนโดยคนเกาหลีดูบ้าง หนังสือเล่มนี้มีเรื่องสั้นอยู่ทั้งหมด 7 เรื่องด้วยกัน เราขอรีวิวทีละเรื่องไปนะคะ
1) เมื่อเคียวเห่า เขียนโดย คิมด็อกฮี เป็นเรื่องราวของ “ซูบก” เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่เขาก็ใช้ความสามารถที่อ่านหนังสือไม่ออกในการหาเงินให้กับครอบครัวจนยกระดับฐานะได้ ในตอนแรกที่ซูบกเริ่มจะขีดๆเขียนๆตัวหนังสือ เขาโดนพ่อทำโทษอย่างหนัก ซูบกไม่เข้าใจว่าทำไมการที่เขาอยากเขียนหรืออ่านหนังสือจึงทำให้เขาโดนทำโทษถึงขนาดนี้ แต่ก็มีเฉลยตอนหลังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นค่ะ เราชอบเรื่องนี้ที่สุดในบรรดา 7 เรื่องเลย คนเขียนเขียนบรรยายถึงความจนของครอบครัวซูบกไว้ได้ดี อ่านแล้วสามารถจินตนาการตามได้ง่ายมาก แล้วการอธิบายตอนทำโทษคือแสบตามซูบกเลยค่ะ
2) มุม เขียนโดย ยุนซ็องฮี เป็นเรื่องราวของเพื่อนสองคนที่กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง สองคนนี้เคยเป็นเพื่อสมัยเด็กค่ะ แล้วก็แยกย้ายกันไปที่ต่างๆเมื่อเติบโตขึ้น การเล่าเรื่องของเรื่องนี้เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้มาเจอกันอีกค่ะ อารมณ์เหมือน slice of life ทำให้เราไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายค่ะ
3) ฉันไปร้านสะดวกซื้อ เขียนโดย คิมแอรัน เป็นเรื่องราวของนักศึกษาสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่หอคนเดียว ในทุกวันเธอจะไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้หอพักที่เธออยู่ ในช่วงแรกๆเธอไปที่ 7-11 แต่พอพนักงานชอนคุยเข้า เธอก็ย้ายไปเข้า Family Mart แทน และในที่สุด เธอก็เข้าร้าน Q-Mart ในที่สุด เรื่องนี้จะพูดถึงความโดดเดี่ยวของคนค่ะ โดดเดี่ยวจนกระทั่งไม่ชอบการชวนคุยของพนักงาน 7-11 อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบรองมาจากเรื่องเมื่อเคียวเห่าค่ะ
4) ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น เขียนโดย อีย็องฮุน เป็นเรื่องราวของชายคนนึงที่พยายามหาห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่ทว่าห้องน้ำในตำแหน่งที่เคยเข้าอยู่บ่อยๆเกิดปิดขึ้นมา เขาก็เลยต้องถามรปภ.เพื่อหาว่าห้องน้ำตำแหน่งอื่นอยู่ที่ไหน แต่อย่างที่ทุกคนทราบดีค่ะว่าบางทีห้องน้ำก็หายากเกิน เรื่องนี้จะออกแนวตลกค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงว่าจะมีคนเขียนเรื่องแบบนี้มาที่นิตยสารได้ ต้องมาลุ้นกันนะคะว่าเขาจะหาห้องน้ำได้ทันเวลาไหม
5) โรงแรมพลาซ่า เขียนโดย คิมมีว็อล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่มีอยู่ในความทรงจำเลยค่ะ เลยไม่สามารถรีวิวอะไรได้
6) อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของฮารูโอะ เขียนโดย อีจังอุก เป็นเรื่องราวของเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ทาคาฮาชิ ฮารูโอะ” ที่ ตัวเองของเรื่องได้พบเจอในระหว่างที่ท่องเที่ยวในอินเดีย ฮารูโอะเป็นคนที่ท่องเที่ยวไปทั่วโลก ทำให้เขารู้จักกับคนมากหน้าหลายตาและได้เห็นในสิ่งต่างๆมากมาย ฮารูโอะกำลังค้นหาตัวเองด้วยการพาตัวเองไปในที่ต่างๆ เรื่องนี้เล่าเรื่องแบบ slice of life และหัวข้อของเรื่องเราก็เข้าไม่ค่อยถึงค่ะ ก็เลยไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่
7) มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม เขียนโดย คิมย็อนซู เรื่องนี้คือนิยายรักที่มีจุดกำเนิดจากประเทศอเมริกา นางเอกได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่ผู้ชายก็บินไปหาเธอ แล้วทั้งสองก็ได้ท่องเที่ยวด้วยกันและได้ขับรถไปหาน้าแพม ชีวิตของน้าแพมในอเมริกานี่แหละค่ะที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก ส่วนที่มาของชื่อเรื่องมาจากเสียงฝน แต่ต้องไปอ่านเองนะคะว่ามันเกี่ยวข้องยังไง
โดยรวมแล้ว เราชอบหนังสือเล่มนี้ค่ะ ทุกคนมีฝีมือในการเขียนเรื่องสั้น และทุกเรื่องก็มีกลิ่นอายในตัวของมันเอง ใครที่อยากลองอ่านหนังสือสัญชาติเกาหลี ไม่อยากให้พลาดค่ะ
ติดตาม Biblioteca di VIolet เพิ่มเติมได้ที่:
Instagram
YouTube
Facebook
หนังสือเล่มนี้เป็นการรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนเกาหลีร่วมสมัยในนิตยสารรายเดือนที่มีชื่อว่า Koreana ตอนที่ซื้อเล่มนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแค่อยากลองอ่านหนังสือที่เขียนโดยคนเกาหลีดูบ้าง หนังสือเล่มนี้มีเรื่องสั้นอยู่ทั้งหมด 7 เรื่องด้วยกัน เราขอรีวิวทีละเรื่องไปนะคะ
1) เมื่อเคียวเห่า เขียนโดย คิมด็อกฮี เป็นเรื่องราวของ “ซูบก” เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่เขาก็ใช้ความสามารถที่อ่านหนังสือไม่ออกในการหาเงินให้กับครอบครัวจนยกระดับฐานะได้ ในตอนแรกที่ซูบกเริ่มจะขีดๆเขียนๆตัวหนังสือ เขาโดนพ่อทำโทษอย่างหนัก ซูบกไม่เข้าใจว่าทำไมการที่เขาอยากเขียนหรืออ่านหนังสือจึงทำให้เขาโดนทำโทษถึงขนาดนี้ แต่ก็มีเฉลยตอนหลังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นค่ะ เราชอบเรื่องนี้ที่สุดในบรรดา 7 เรื่องเลย คนเขียนเขียนบรรยายถึงความจนของครอบครัวซูบกไว้ได้ดี อ่านแล้วสามารถจินตนาการตามได้ง่ายมาก แล้วการอธิบายตอนทำโทษคือแสบตามซูบกเลยค่ะ
2) มุม เขียนโดย ยุนซ็องฮี เป็นเรื่องราวของเพื่อนสองคนที่กลับมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง สองคนนี้เคยเป็นเพื่อสมัยเด็กค่ะ แล้วก็แยกย้ายกันไปที่ต่างๆเมื่อเติบโตขึ้น การเล่าเรื่องของเรื่องนี้เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้มาเจอกันอีกค่ะ อารมณ์เหมือน slice of life ทำให้เราไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายค่ะ
3) ฉันไปร้านสะดวกซื้อ เขียนโดย คิมแอรัน เป็นเรื่องราวของนักศึกษาสาวคนหนึ่งซึ่งอยู่หอคนเดียว ในทุกวันเธอจะไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้หอพักที่เธออยู่ ในช่วงแรกๆเธอไปที่ 7-11 แต่พอพนักงานชอนคุยเข้า เธอก็ย้ายไปเข้า Family Mart แทน และในที่สุด เธอก็เข้าร้าน Q-Mart ในที่สุด เรื่องนี้จะพูดถึงความโดดเดี่ยวของคนค่ะ โดดเดี่ยวจนกระทั่งไม่ชอบการชวนคุยของพนักงาน 7-11 อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบรองมาจากเรื่องเมื่อเคียวเห่าค่ะ
4) ทุกคนชอบเกิลส์เจเนอเรชั่น เขียนโดย อีย็องฮุน เป็นเรื่องราวของชายคนนึงที่พยายามหาห้องน้ำเพื่อปลดทุกข์ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่ทว่าห้องน้ำในตำแหน่งที่เคยเข้าอยู่บ่อยๆเกิดปิดขึ้นมา เขาก็เลยต้องถามรปภ.เพื่อหาว่าห้องน้ำตำแหน่งอื่นอยู่ที่ไหน แต่อย่างที่ทุกคนทราบดีค่ะว่าบางทีห้องน้ำก็หายากเกิน เรื่องนี้จะออกแนวตลกค่ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงว่าจะมีคนเขียนเรื่องแบบนี้มาที่นิตยสารได้ ต้องมาลุ้นกันนะคะว่าเขาจะหาห้องน้ำได้ทันเวลาไหม
5) โรงแรมพลาซ่า เขียนโดย คิมมีว็อล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่มีอยู่ในความทรงจำเลยค่ะ เลยไม่สามารถรีวิวอะไรได้
6) อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของฮารูโอะ เขียนโดย อีจังอุก เป็นเรื่องราวของเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ทาคาฮาชิ ฮารูโอะ” ที่ ตัวเองของเรื่องได้พบเจอในระหว่างที่ท่องเที่ยวในอินเดีย ฮารูโอะเป็นคนที่ท่องเที่ยวไปทั่วโลก ทำให้เขารู้จักกับคนมากหน้าหลายตาและได้เห็นในสิ่งต่างๆมากมาย ฮารูโอะกำลังค้นหาตัวเองด้วยการพาตัวเองไปในที่ต่างๆ เรื่องนี้เล่าเรื่องแบบ slice of life และหัวข้อของเรื่องเราก็เข้าไม่ค่อยถึงค่ะ ก็เลยไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่
7) มี ในเมษายน ซอล ในกรกฎาคม เขียนโดย คิมย็อนซู เรื่องนี้คือนิยายรักที่มีจุดกำเนิดจากประเทศอเมริกา นางเอกได้ไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่ผู้ชายก็บินไปหาเธอ แล้วทั้งสองก็ได้ท่องเที่ยวด้วยกันและได้ขับรถไปหาน้าแพม ชีวิตของน้าแพมในอเมริกานี่แหละค่ะที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก ส่วนที่มาของชื่อเรื่องมาจากเสียงฝน แต่ต้องไปอ่านเองนะคะว่ามันเกี่ยวข้องยังไง
โดยรวมแล้ว เราชอบหนังสือเล่มนี้ค่ะ ทุกคนมีฝีมือในการเขียนเรื่องสั้น และทุกเรื่องก็มีกลิ่นอายในตัวของมันเอง ใครที่อยากลองอ่านหนังสือสัญชาติเกาหลี ไม่อยากให้พลาดค่ะ
ติดตาม Biblioteca di VIolet เพิ่มเติมได้ที่:
YouTube
February 20, 2020
หนังสือรวมเรื่องสั้นวรรณกรรมของนักเขียนเกาหลีร่วมสมัยสนุกพอใช้ได้ บางบทอ่านไปแล้วขำไป มีจังหวะหักมุม ดำเนินเรื่องน่าขบขัน แต่เสียดายที่บทที่ชอบจาก 7 เรื่องที่คัดสรรมานั้นมีไม่มากนัก บางเรื่องออกไปในโทนน่าเบื่อเลยแหล่ะ อาศัยว่าพออ่านได้ ว่างๆ เอาสนุกสนานเป็นที่ตั้ง
Displaying 1 - 21 of 21 reviews






















