Jump to ratings and reviews
Rate this book

ละครแห่งชีวิต : The Circus of Life

Rate this book
ละครแห่งชีวิต ผลงาน หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง ถือเป็นนวนิยายยุคแรกที่แต่งโดยคนไทย ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในหนังสือดี 100 เล่ม ที่คนไทยควรอ่าน ประเภทบันเทิงคดี

เปิดฉากด้วยภาคปฐมวัยสะท้อนภาพสังคมครอบครัวแบบระบบเจ้าขุนมูลนาย ซึ่ง ด.ช.วิสูตรมองว่าตัวเองช่างเป็นเด็กอาภัพนัก เหตุเพราะไม่เป็นที่โปรดของพ่อ เหมือนเป็นหมาหัวเน่า จะมีก็เพียงยายพร้อมที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลและเฝ้าปลอบยามที่เขาทุกข์ใจ ยายพร้อมพูดกับเขาเสมอว่าเรื่อง “อาภัพ” และ “โชค” แม้ว่าเขาจะอาภัพในเรื่องความรักจากพ่อแม่ แต่เขาก็มีโชคทางการพนัน วิสูตรเป็นเด็กที่เกเร หัวเรือใหญ่ เจ้าคิดเจ้าแค้น และไม่เชื่อใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน พอเขาอายุได้ 17 ปี เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ชื่อ ประดิษฐ์ ทำให้เขารู้จักกับคำว่า “มิตรภาพ” และ “น้ำใจ” อย่างแท้จริง

ซึ่งในช่วงนี้วิสูตรกับแม่มีเหตุต้องขยับขยายออกจากคฤหาสน์ของพ่อเพื่อหลีกทางให้กับผู้หญิงที่สาวกว่า วิสูตรตามแม่มาอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกับประดิษฐ์ที่ฝั่งธนบุรีและได้บ่มเพาะความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ลำจวน น้องสาวของประดิษฐ์ ต่อมาประดิษฐ์ได้รับทุนไปเรียนต่อที่เมืองนอก จึงทำให้เขาขาดเพื่อนคู่ใจ ส่วนลำจวนก็ตีจากไปคบกับร้อยโทกมลหนุ่มนักเรียนนอก จึงทำให้เขาคิดอยากจะ “ไปเมืองนอก” เพื่อแสวงหาความเจริญรุ่งเรืองของต่างบ้านต่างเมืองบ้าง

เขาได้พบ มาเรีย เกรย์ สาวนักหนังสือพิมพ์ลูกครึ่งอังกฤษอิตาเลียน ได้ชักชวนให้วิสูตรเข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์ โดยใชนามปากกา บ็อบบี้ ชีวิตช่วงนี้ของเขาเต็มไปด้วยเรื่องการผจญภัยกับได้เรียนรู้สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ได้มีโอกาสไปประเทศต่างๆ ได้สัมภาษณ์บุคคลสำคัญระดับโลก อิ่มเอิบกับความรักและมิตรภาพในแวดวงของคนหนังสือพิมพ์และได้สัมผัสกับผู้หญิงอีกหลายคน

จุดหักเหของชีวิตมาถึงเมื่อวิสูตรประสบอุบัติเหตุ ทำให้ต้องเลิกอาชีพนักหนังสือพิมพ์ สุขภาพทรุดโทรม ฐานะการเงินตกต่ำ จึงตัดสินใจไปตายดาบหน้าเดินทางไปเผชิญโชคในอเมริกา ซึ่งเขาได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงเรียนวิชาต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยยอร์จทาวน์ แต่ก็ไม่สามารถเรียนได้ เพราะสายตาได้รับความกระทบกระเทือนจากอุปัทวเหตุ รถยนต์ในครั้งนั้น เขาจึงทิ้งชีวิตนักเรียนนอกพร้อมเดินทางกลับบ้านเกิด เขาได้ผ่านญี่ปุ่นและจีน โดยมีพอลลี เดอร์คลูด ลูกสาวนักค้าของเก่าเป็นเพื่อนร่วมทาง

วิสูตรและมาเรียพบกันเป็นครั้งสุดท้ายที่ท่าเรือเมืองเซียงไฮ้ เวลา 6 ปีที่ใช้ชีวิตในต่างแดน การกลับเมืองไทยครั้งนี้เขาไม่ได้มองว่าตนเป็นคนอาภัพอีกต่อไป เขากลับเข้าไปอยู่บ้านเดิมของพ่อ และเข้ากับพี่น้องได้ดี เขาไม่มีความน้อยใจที่ยากจน เพราะถือว่าประสบการณ์ที่เห็นสิ่งดีงามมามาก แล้วทั่วโลกสำคัญกว่าความยากดีมีจน สิ่งที่เขาค้นพบจากการแสวงหาอันยาวนาน นี้ก็คือ การรู้จักตนเองและเพื่อนร่วมโลกมากขึ้น และสามารถปรับตนให้เป็นคนในสังคมได้มากขึ้น

416 pages, Paperback

First published July 1, 2010

3 people are currently reading
64 people want to read

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
29 (46%)
4 stars
21 (33%)
3 stars
13 (20%)
2 stars
0 (0%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 10 of 10 reviews
Profile Image for top..
510 reviews116 followers
December 31, 2019
แม้จะรู้สึกว่าเรื่องราวมันรวบรัดมากในหลายช่วง และผู้เขียนมักตัดจบแต่ละบทแบบค่อนข้างห้วน (ตอนจบก็ห้วน) แต่ภาพรวมและสิ่งที่ต้องการสื่อมันชัดเจนมาก มากพอจะเอ็นดูและ Enjoy ไปกับเรื่องได้ไม่ยาก

ส่วนตัวสนใจการลงเอยของทุกความสัมพันธ์ที่ตัวเอกมีต่อทุกคนในเรื่อง การใส่หน้ากากเข้าหากัน (คิดถึงคุณโยโซ) และชอบการที่ตัวเอกปลงตั้งแต่แรกๆ ว่าทุกเหตุการณ์ล้วนเป็นเพียง "ความสามัญธรรมดา" ของโลกใบนี้ทั้งสิ้น
Profile Image for Natcha View.
2 reviews2 followers
July 14, 2017
ละครแห่งชีวิตเหมาะแก่ผู้ค้นหาความหมายของชีวิตและผู้ประสงค์จะเข้าใจชีวิตให้มากขึ้น แม้ว่าผู้เขียนจะย้ำเสมอว่าเรื่องราวชีวิตของ "วิสูตร" เป็นเรื่องเศร้า แต่หากตั้งใจอ่านโดยตลอดจะเห็นว่าวิสูตรเห็นความเป็นไปของโลกเป็นของธรรมดาที่สุด หนึ่งในความธรรมดานั้นคือ "ความอยุติธรรม" ซึ่งเจ้าของเรื่องเล่าเป็นอุทธาหรณ์ไว้หลายกรณี หนึ่งในกรณีเหล่านั้นอาจต้องกับประสบการณ์ของผู้อ่าน ยิ่งอ่านเรื่อยไป "ละครโรงใหญ่" ของวิสูตรอาจสนิทแนบเป็นเนื้อเดียวกับเรื่องราวชีวิตของผู้อ่านอย่างน่สประหลาด

นอกจากนี้ละครแห่งชีวิตยังเหมาะแก่นักเรียนไทยในต่างแดนทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนทุนรัฐบาลฯ เพราะกว่าครึ่งของละครโรงนี้เป็นเหตุที่เกิดระหว่างที่วิสูตรศึกษาเล่าเรียนอยู่ทั้งสิ้น หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือนบันทึกกลายๆของนักเรียนผู้หนึ่งที่เฝ้าตามหาว่าจริงว่าเมืองฝรั่งเป็นเมืองสวรรค์อย่างที่คนไทยว่า หรือเป็นเมืองนรก? ละครแห่งชีวิตสามารถเป็นบทเรียนที่ดีแก่ทั้งนักเรียนที่ผู้ศึกษาสำเร็จสมประสงค์แล้ว ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือแม้แต่ผู้ที่หมดศรัทธาในชีวิตการศึกษาของตัวเอง
Profile Image for Kanitha.
26 reviews2 followers
August 31, 2019
ละครแห่งชีวิต ตอนอ่านจบพบว่าตัวเองโชคดีมากที่อ่านหนังสือออกแล้วมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ท่านผู้ประพันธ์ใช้ภาษาได้ขั้นเทพ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของนักเขียนรุ่นต่อๆมามากมาย เหมาะสำหรับใครที่รักงานเขียน และรักการอ่าน เล่มนี้เป็น 1 ใน 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านด้วย แต่เมื่อได้อ่านแล้ว ความสะเทือนใจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะโลกนี้ก็คือละคร...
Profile Image for Ngaew.
23 reviews1 follower
May 6, 2025
ละครแห่งชีวิต เรื่องราวของบ็อบบี้หรือวิสูตร์เด็กหนุ่มผู้ได้ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เป็นนักหนังสือพิมพ์ ท่องเที่ยวไปทั่วโลก แล้วกลับบ้านมาเพื่อเขียนหนังสือ ตัวหนังสือเปรียบเสมือนอัตชีวประวัติของตัวนักเขียน แต่บอกเล่าให้เหมือนผ่านมุมมองของคนอื่น ตัวหนังสือไม่ได้หวือหวา แต่กลับเรียบเฉย ค่อย ๆ เล่าเรื่องราวตั้งแต่อดีตมายังปัจจุบัน ทำให้เราได้เห็นชีวิตของวิสูตร์ตั้งแต่เป็นเด็ก จนกระทั้งได้มีโอกาสได้ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ และกลายเป็นนักหนังสือพิมพ์ในที่สุด เรื่องราวนี้ได้สะท้อนให้เราเห็นสภาพของสังคมไทยในอดีต ทั้งเรื่องวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และสังคม รวมถึงประเด็นอย่างเรื่องของโอกาสในชีวิตและเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสมัยนั้น ประเด็นที่เรามองเห็นอย่างเรื่องเส้นสายและอำนาจ แม้จะไม่ได้หัวดี แต่วิสูตร์ก็ทำให้เห็นภาพของคนที่มีพริวิเลจในสังคมไทยสมัยก่อนได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องอำนาจและเส้นสายของพ่อ ทำให้ตนมีคนคอยดูแลยามไปเยือนต่างประเทศ อาจจะบวกกับเรื่องของโชคชะตาด้วยอีกส่วนหนึ่ง ประเด็นอย่างการไม่ให้ค่าของสายงานทางวรรณกรรมและศิลปะ แม้หนังสือจะผ่านมาเกือบร้อยปีแล้ว แต่เรื่องราวในสมัยนั้นก็ยังตอกย้ำว่าสังคมไทยไม่เคยให้ค่างานสายวรรณกรรมเลย เพราะคนในสังคมมองว่าการเลือกอาชีพเขียนหนังสือหรือการเป็นนักหนังสือพิมพ์นั้นจะทำให้ไส้แห้ง ไม่มีความก้าวหน้าในชีวิตและยังคงไม่เป็นที่นิยม แม้เวลาจะผ่านไปมาก แต่สังคมในปัจจุบันกลับมีภาพทับซ้อนของอดีตนั้นอยู่เช่นเคย นอกจากนี้เรื่องของความรักและชนชั้นก็มีผลด้วยเช่นเดียวกัน ไม่มีใครอยากแต่งงานหรือแม้แต่อยากจะแต่งก็ไม่สามารถทำได้หากฐานะทางสังคมต่างกัน ในส่วนที่เราชอบของหนังสือคือการทำให้ได้เห็นมุมมองของนักหนังสือพิมพ์ ชีวิต ความเป็นอยู่ รวมถึงการสะท้อนภาพของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมสมัยนั้นออกมาอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แม้ในแต่ละบทจะแอบตัดจบไวแบบฉับเพื่อเริ่มบทใหม่ก็ตาม อาจจะรู้สึกไม่อินบ้างในบางบท แต่ไม่ได้เสียอรรถรสไปเสียหมด สิ่งที่ประทับใจคือการได้ไปเห็นชีวิตของคนผู้หนึ่งในต่างแดน ทั้งความเป็นอยู่ การเอาตัวรอด และสังคมในขณะที่อ่าน
Profile Image for bibi brown.
19 reviews
August 10, 2024
(รีวิวฉบับแก้ไขล่าสุด)

ละครแห่งชีวิต โดย ม.จ.อากาศดำเกิง : อ่านจบมานานมากแล้ว เป็นหนังสือไทยเล่มแรกที่ติดอยู่ในใจมาหลายเดือน เราเพิ่งเคยอ่านอะไรแล้วอยากร้องไห้ ทั้งเนื้อความและสํานวนที่สวยมาก อยากร้องไห้ เพราะมันโคตรสวย ถึงงานประพันธ์จะเขียนเมื่อปี พ. ศ. 2472 แต่ภาษาช่างร่วมสมัย อ่านเพลิน สนุกครบรส

เราสามารถเห็นภาพของสยามสมัยก่อนนู้นได้ดีขึ้น ด้วยความท่านเองนำเสนอออกมาหลายแง่มุม มีรัก ๆ ใคร ๆ ผิดหวัง เพื่อนพ้อง ความรุนแรง การศึกษาและกฏหมายบ้านเมือง ฯลฯ ซึ่งเซตติ้งส่วนใหญ่คือลอนดอน ปารีส ถ้าให้เทียบกับสมัยแล้ว ของขลังสุดคลาสสิกมาก ๆ ส่วนทั้งเรื่องมีการพูดถึงงานเขียน นักหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการ บลา บลา ความเราเป็นเนิร์ดด้านนี้ ทำให้อ่านแล้วฟินสุด ๆ 555 (ปารีสอดีตหรือปัจจุบันเป็นยังไงก็เป็นอย่างงั้น)


ทั้งเรื่องเล่าถึง education เยอะมาก ๆๆ รวมถึงโอกาส สมัยก่อนถ้าไม่ใช่ลูกคุณมีสกุลก็เข้าถึงยาก ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นมุมมองของลูกผู้ดีที่ลำบากแต่เด็กและได้รับโอกาส เพราะฉะนั้นมันเลยถูกเล่าผ่านประสบการณ์ของตัวละครที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ด้อยโอกาสหลายคนในตอนนั้น ทุกตัวละครในเรื่องมีมิติ ชวนน่าค้นหา เพราะทุกคนไม่ใช่คนดีหรือคนชั่วอย่างเดียว แต่เป็น “ทุกอย่าง” ที่สามารถเป็นได้

อ่อ! “ละครแห่งชีวิต” เป็นหนังสือในลิสต์ 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านด้วยนะ
Profile Image for Tanaporn.
269 reviews15 followers
December 8, 2019
เคยอ่านตอนมัธยม จึงจำเรื่องไม่ได้มากนัก แต่ก็จำฉากได้ว่าเรื่องดำเนินในยุโรป และเขียนดีมาก ๆ เป็นนิยายเก่าที่ทำให���เราติดงอมแงม ไว้จะกลับไปอ่านอีกรอบนะคะ😊

UPDATE: 7/12/2019 อ่านรอบสอง แล้วให้ 4.5 ดาว ซึ่งยังเป็นคะแนนที่สูงมาก แม้จะตกลงมา 0.5 ด้วยว่าเราอ่���นหนังสือเยอะขึ้น จึงไม่ได้ว้าววกับสำนวนการเขียนของผู้เขียนเท่าเมื่อก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนใช้สำนวนไม่ดี หรือคุณค่าทั้งทางวรรณศิลป์หรือทางเนื้อเรื่องจะอ่อนด้อยลงแต่อย่างใด แค่เป็นเรื่องความรู้สึกของเราจากการอ่านเท่านั้น

สิ่งที่เพิ่มเติมมากขึ้น จากที่ได้รับมากอยู่แล้ว คือความเข้าใจชีวิตและมิติของตัวละคร ที่ทำให้เราได้สะท้อนย้อนกลับมามองชีวิตของตัวเราเอง

ยังชอบมาก ๆ น่าจะเป็นหนึ่งในหนังสือไม่กี่เล่มที่ถ้าลืมเรื่อง คงจะได้หยิบกลับมาอ่านซ้ำใหม่
Profile Image for ฮอ.
32 reviews6 followers
September 5, 2018
ชอบทั้งภาษาและวิธีการดำเนินเรื่อง เหมือนได้ติดตามบ๊อบบี้ไปในโรงละครโรงใหญ่ ชอบทัศนคติต่อชีวิตที่มันไม่เคยง่าย ชอบการได้พบปะผู้คนมากมายผ่านมุมมองของตัวละครหลัก ประทับใจมากๆ
Profile Image for MT.
639 reviews83 followers
Read
March 21, 2020
- ชอบมาก คือนิยายไม่ได้อุดมการ์ณจัดๆแบบศรีบรูพากับเสนีย์ ปราโมทย์ เป็นนิยายที่เน้นทิฐิแห่งความเป็นชายล้วนๆ
Profile Image for Zone.
12 reviews1 follower
August 11, 2021
เสนอความคิดที่สมัยใหม่มากถ้าเทียบกับปีที่เขียนคือ2472 เป็นวรรณกรรมไทยเรื่องนึงที่ทุกคนควรได้อ่าน
Profile Image for Radit Panjapiyakul.
102 reviews12 followers
January 9, 2015
คลาสสิค งดงาม และออกจะเศร้าๆ พล็อตเรื่องเป็นชีวิตของเด็กไทยที่ได้มีโอกาสไปเรียน ใช้ชีวิตเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่เมืองนอก มจ. อากาศดำเกิงนำเรื่องราวประสบการณ์ของท่านมาผสมผสานเป็นนิยายที่อ่านสนุก ชวนติดตาม ได้กลิ่นอายแบบนิยายของ Dickens อยู่
Displaying 1 - 10 of 10 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.