Jump to ratings and reviews
Rate this book

สยบฟ้าพิชิตปฐพี #24

สยบฟ้าพิชิตปฐพี เล่ม 24

Rate this book
ก่อนโลกแห่งความมืดมาเยือน ต้องผ่านโลกแห่งเลือดเสียก่อน
สองมือหนิงเชวียแปดเปื้อนโลหิตผู้บริสุทธิ์ ทว่ามันไม่อาจไม่กระทำ
เป็นนิกายเต๋าและพุทธบีบคั้นมัน เป็นโลกทั้งโลกที่ไม่เหลือเส้นทางให้มันเดิน

ยากนักกว่ามันจะฝืนเปิดเส้นทางเล็กๆ ขึ้นมาได้ในวัดไป๋ถ่า
แต่มันก็ช้าเกินไปเพียงหนึ่งเสี้ยวเวลา เมื่อยามนี้เจ้าของปราณที่แกร่งกล้าหน้าประตูเมืองได้เคลื่อนมาถึงเบื้องหน้ามันแล้ว

ผู้นำสูงสุดแห่งวัดเสวียนคงยอมออกสู่โลกิยะเพื่อโปรดเวไนยสัตว์
สังหารบุตรีของหมิงหวังด้วยตนเอง!

ไม่มีสิ่งใดให้หนิงเชวียทำอีกต่อไป มันได้แต่โอบกอดซังซังแล้วรอคอย...รอคอยคนที่มันเชื่อมั่นสุดใจให้ปรากฏตัว

248 pages, Paperback

Published June 1, 2019

2 people are currently reading
40 people want to read

About the author

Mao Ni

218 books79 followers
Associated Names:
* Mao Ni
* 猫腻

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
14 (43%)
4 stars
15 (46%)
3 stars
2 (6%)
2 stars
1 (3%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 6 of 6 reviews
Profile Image for Nattapan.
2,389 reviews77 followers
June 29, 2019
3.5 - 4 stars. Still full of unpredictable situations.

"คนจำนวนมากมักเคลิบเคลิ้มอยู่กับความสุขที่ได้แก้แค้นสำเร็จ แต่ข้ากลับรู้สึกว่าสิ่งนี้มิได้น่าหลงใหล...เพราะการแก้แค้นจำเป็นต้องมีความแค้นก่อน นั่นหมายถึงต้องเสียเปรียบก่อน" (หนิงเชวีย, น. 192-193)
Profile Image for B. Sutthida.
333 reviews5 followers
June 21, 2023
เป็นเล่มที่ยากลำบากจริงๆ ลำบากทั้งพระนางในเรื่องและชีวิตนักอ่าน ลุ้นจนตัวโก่งไปหมด

คิดว่าพระเอกเราเก่งแล้ว แต่มีคนเก่งยิ่งกว่า คิดว่าศิษย์พี่เราเก่งแล้ว แต่ก็ยังมีคนเก่งยิ่งกว่า ระดับพลังที่สู้กันเล่มนี้ทำเอาด่านรู้ชะตากลายเป็นลูกหมาน้อยไปเลย ไหนจะชีวิตรันทดของซังซังอีก คิดว่าสิ้นหวังแล้วก็ยังสิ้นหวังได้อีก 😞
Profile Image for vivi.
103 reviews32 followers
June 29, 2019
ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ มันส์มากกกก...
เล่มนี้เป็นตอนที่กล่าวถึงการพาซังซังหนีตายจากทั้งสุดยอดผู้ฝึกฌาณระดับตำนาน ทั้งชาวบ้าน หนีกันไปชนิดสุดหล้าฟ้าเขียว ผู้เขียนบรรยายฉากต่อสู้ได้ดุเดือด เห็นภาพชัดมาก (ต้องขอบพระคุณผู้แปลด้วย)

ตอนนี้อุปสรรคที่หนิงเชวียกับซังซังเจอมันเป็นปัญหาวงกว้างระดับโลกแล้ว มันเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนทั่วทั้งโลก ความอลังการมันแตกต่างจากภาคแรกๆ เลยที่เป็นปัญหาเฉพาะตัวของหนิงเชวียกับซังซัง เช่นว่า พรุ่งนี้กินข้าวกับอะไร ทำอย่างไรจึงจะสามารถฝึกฌาณได้

ในบทแรกของเล่มนี้ หนิงเชวียได้พบกับศิกษย์พี่ใหญ่ เราลุ้นสุดๆว่าศิษย์พี่ใหญ่จะมาตอนไหน รอเหมือนที่หนิงเชวียรอ
"มันรอคอยมาตลอดเพราะเชื่อว่าคนคนนั้นจะต้องมาอย่างแน่นอน"
แล้วพอศิษย์พี่ใหญ่ปรากฎตัว อื้อหือ ศิษย์พี่มาแบบเท่ห์ เล่นซะสายธนูที่เตรียมจะโจมตีหนิงเชวียกับซังซังขาด แต่ก็ดีใจได้ไม่นาน เพราะศิษย์พี่ใหญ่ไม่ใช่วัตถุโบราณ พี่แกก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน ต่อให้ด่านฌาณจะไประดับไร้ระยะแล้ว

เราน้ำตาซึมตรงหนิงเชวียแสดงความรู้สึกต่อศิษย์พี่ใหญ่ "หนิงเชวียเห็นสภาพศิษย์พี่ใหญ่ที่เปื้อนฝุ่นไปทั้งตัวและเหนื่อยล้าอิดโรย รู้ว่านี่เป็นเพราะสาเหตุใดจึงสะเทือนใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ กล่าวเสียงสั่นเครือว่า
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านมาแล้ว""
โถ่ น้องหนิงเชวียมีอารมณ์อ่อนไหวกับเค้าเหมือนกัลลล

และมีอีกฉากที่ซึ้งใจกับความสัมพันธ์ศิษย์พี่ศิษย์น้องมาก คือตอนที่หนิงเชวียตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่กลับสถานศึกษากับศิษย์พี่ใหญ่ แล้วหนิงเชวียก็คุกเข่าคารวะศิษย์พี่ใหญ่ บอกว่า
"ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราแยกกันหนีเถอะ"
"ในเมื่อเจ้ารอข้ามาตลอด ข้าก็ตามหาเจ้ามาตลอด ตอนนี้พบกันแล้วไฉนยังต้องแยกกัน"
"เพราะพบแล้วดังนั้นจึงลาจากได้ ที่แท้การพบกันก็เพื่อลาจากกัน"
น้ำตาจะไหล TT คนเขียนบรรยายเหมือนกับว่า จากกันครั้งนี้ เหมือนต้องห่างกันนานมากกกกก เลยรู้สึกตะเตือนไตระดับนึง

การหนีของหนิงเชวียซังซัง ที่จริงแล้วลำบากมาก แต่เพราะได้รับการช่วยเหลืออยู่เป็นระยะๆ จากผู้ที่ศรัทธาซังซัง ผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของเว่ยกวงหมิง และตอนนี้เปรียบเหมือนกับเป็นเจ้าบัลลังก์แสงสว่างไปแล้ว เราได้เห็นอานุภาพของคำว่าศรัทธาที่ผู้เขียนสื่อถึง ผ่านตัวละครที่ยอมพลีชีพเพื่อช่วยเหลือซังซังให้พ้นจากเคราะห์ใหญ่ครั้งนี้ แล้วก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดใจที่ซังซังมีต่อผู้คนเหล่านั้น เหตุการณ์พลีชีพแบบนี้ ได้สะกิดใจหนิงเชวียขึ้นมาบ้าง ในแง่ของคำว่า 'ศรัทธา' 'มิตรภาพ' ซึ่งคนเขียนก็บรรยายไว้อยู่แล้วว่าหนิงเชวียไม่ใช่คนที่เย็นชา เลือดเย็น

นี่มันม่านกาลที่คล้อยลงอย่างแท้ทรู ชีวิตของหนิงเชวีย,ซังซังต่างก็ง่อนแง่น โซเซ ชวนลุ้นระทึกอยู่ตลอด ผู้คนบนโลกพากันไล่ล่าทั้งคู่ แต่คนเหล่านั้นต่างก็ประสบกับสภาวะ'หวาดกลัว'ว่าโลกมืดจะมาเยือน

เพราะกลัวถึงได้โกรธ

ระหว่างที่อ่านไปก็ยังลุ้นไปว่าเหล่าศิษย์พี่ต่างๆ รวมทั้งจอมปราชญ์จะมีใครสามารถช่วยพระเอกนางเอกเราได้อีก

จนกระทั่ง ลาดำของเคอเฮ่าหรานโผล่มา...โผล่มาพร้อมกับรถลากสภาพทรุดโทรมด้วย! เฮ้ยยๆ ทำไมมันมีความหวังงง
อ่านมาจนถึงตอนนี้ ก็รู้สึกอินอีกแล้วตอนที่หนิงเชวียวิ่งไปหาลาดำ
"ที่ภูเขาหลังสถานศึกษา ที่เรือนหงซิ่วเจา ที่ทะเลสาบต้าหมิง ที่เรือนของศิษย์พี่รอง ที่เรือนของหัวหน้าเจี่ยน จากสถานที่ของคนหลายคน ทุกครั้งที่มันได้ฟังเรื่องราวของอาจารย์อามักได้ยินคนเหล่านั้นเอ่ยถึงลาสีดำ
เมื่อได้ยินมามากก็ย่อมรู้สึกคุ้นเคย แม้หนิงเชวียไม่เคยเห็นเจ้าลาดำมาก่อน แต่ในใจเหมือนรู้จักมันมาตลอด ไหนเลยจะหวาดกลัว มีแต่ความสะเทือนใจที่ข่มกลั้นไว้ไม่อยู่ จึงกระโดดลงจากรถม้าแล้ววิ่งไปที่รถลากโทรมๆ คั้นนั้น"


นี่แค่เพียงบางส่วนของความซึ้ง ซึ้งใจกับความผูกพันระหว่างหนิงเชวียและอาจารย์อา แม้จะรู้จักอาจารย์อาผ่านเรื่องเล่าของผู้คนบอกว่า อาจารย์อาขี่ลาดำๆ แต่มันกลับกลายเป็นสายใยของคน สัตว์ไปโดยไม่รู้ตัว

มากกว่านั้น ทำไมเรายังคาดหวังว่าอาจารย์อาจะยังมีชีวิตอยู่ ยังอยู่สักที่ใดที่หนึ่ง เราได้แต่คาดเดา เพราะใครๆ ต่างก็บอกว่าอาจารย์อาฝึกลมปราณสุดไพศาลกลายเป็นมาร จนฟ้าสังหาร จอมปราชญ์ขึ้นเขาตัดดอกท้อ บลาๆ

แต่เราก็ยังหวังอ่ะ จะไม่ไปค้นหางานแปลเรื่องนี้ที่เป็นภาษาอังกฤษด้วย จะรองานแปลไทยนี่แหละ แต่ก็ยังอยากจะเดาใจMao Ni 555555

คืออยู่ดีๆ ลาดำมันก็โผล่มาช่วยพระเอกอ่ะ แถมยังมีรถลากอีก คนเขียนก็บรรยายประมาณว่ารถลากเก่าโทรมมี รูโหว่ผนังสองข้างไม่รู้มีใครเอากิ่งไม้แห้งปิดไว้

นี่! เลยเกิดความสงสัยและคาดหวัง

คนเขียนชอบ surpriseไง ขนาดซังซังยังกลายมาเป็นบุตรีของหมิงหวังเลย ตอนแรกก็เขียนชี้นำคนอ่านว่าน่าจะเป็นหนิงเชวีย ฉะนั้น ในcase อาจารย์อา ก็อาจจะมีsurpriseอยู่ก็เป็นได้ ฮ่าๆ

ตัวละครที่เราสงสัยอีกหลายตัว
-ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิต้าถัง แกขนกองทัพเป็นแสนขึ้นเหนือไปทุ่งร้างครั้งนี้ด้วยตัวเอง เราอยากรู้ว่า แกจะไปกำจัดซังซัง หรือว่าจะไปช่วยหนิงเชวีย มีเลศนัยอะไรรึเปล่า?
-เหอหมิงฉือ ทำไมเรามีความรู้สึกว่าตัวละครตัวนี้ไม่ได้ใสๆ เจี๋ยมเจี้ยมอย่างที่เห็น มันพิลึก หรือจะมีsurpriseใหญ่จากตัวละครตัวนี้ จากการที่คนเขียนบรรยายว่า "เหอหมิงฉือยืนอยู่บนพื้นที่โล่งกว้าง จินตนาการถึงภาพที่จะเกิดขึ้นหลังจากค่ายกลทำงานแล้วหลับตาลงช้าๆ กางสองแขนออก คล้ายตนเองกำลังยืนอยู่ใต้ท้องฟ้ายามราตรี กำลังโอบอุ้มโลกทั้งใบ"
-ซังซัง ที่หนิงเชวียเห็นว่าซังซังเริ่มไม่เหมือนคนแล้ว มันคืออะไร? ซังซังเองก็บอกว่าตัวเองไม่สามารถอยู่ได้นานนัก คนเขียนบรรยายเหมือนนางจะตาย แต่ถ้าตอนนั้นเคยมีคนของหน่วยแสงสว่างมาดูซังซังแล้วทำนายไว้ว่าซังซังจะต้องไปปรากฎตัวที่ซีหลินในอีก 3 ปีให้หลัง นางก็ไม่น่าจะตาย คือเดาใจคนเขียนไม่ถูกว่าจริงๆแล้วซังซังจะเปลี่ยนเป็นอะไรสักอย่างรึเปล่า?
-หนิงเชวียมาเกิดใหม่ที่โลกนี้ทำไม? ทำไมต้องมาช่วยซังซัง?
-เจ้านิกายก็มา เจ้านิกายผู้เป็นปริศนาจะมีหน้าตาเป็นยังไง?
-ผีผีก็กลับอารามแล้ว เมื่อไหร่ที่หนิงเชวียจะได้ช่วยชีวิตของผีผี เหมือนที่ผีผีเคยช่วยชีวิตหนิงเชวีย?

คนเขียนชอบทำให้หนิงเชวีย ซังซังเข้าตาจน แล้วมีเหตุการณ์พลิกผันแบบคาดไม่ถึงตลอดอ่ะ

อยากอ่านเล่มต่อไปล้าววววว
This entire review has been hidden because of spoilers.
1 review
April 1, 2020
ตามลุ้นอาหนิงและซังซังกันต่อ
Profile Image for Lunae Enciel.
445 reviews8 followers
April 1, 2020
Mao Niมีความสามารถเขียนให้ฉากต่อสู้เป็นฉากต่อสู้ที่มันส์สุด ๆ สมจริงด้วย ไม่ใช่sexual abuseแต่อย่างใด เล่มนี่เปลี่ยนคนแปลแต่ฝีมือดีมาก คุมโทนจนนึกว่ามดแดงยังแปลอยู่เลย
Profile Image for Ploy.
350 reviews2 followers
July 2, 2019
“อนาคตกับความตาย ความจริงแล้วเหมือนกันมาก ถ้าถูกกำหนดไว้แล้ว เช่นนั้นกังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ นั่นก็ยิ่งไม่ต้องกังวล เพียงพยายามเปลี่ยนมันก็พอ...หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เช่นนั้นไยต้องกังวล การตายหมายถึงการไม่มีอนาคต ในเมื่อเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว หรือว่าพวกเราไม่ควรเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน” ซังซัง
Displaying 1 - 6 of 6 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.